<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40497</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2019 11:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2019 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กป็อก&#039;สั่ง&#039;สพฐ-อปท.&#039;ห้ามมีโรงเรียนโกงอาหารเด็กอีก ลั่นฟันวินัย อาญา แพ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค.62- พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียนในจังหวัดนครราชสีมาที่พบว่าเข้าข่ายกระทำการทุจริต ว่า เรื่องดังกล่าว อย่างที่ทราบกันว่ามีปัญหาปริมาณอาหารไม่เพียงพอ รวมถึงการจัดการของโรงเรียนที่ทำอย่างไม่เรียบร้อย โดยโรงเรียนมีการทำสัญญาเองและผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นคนลงนาม ตนจึงให้มีการตรวจสอบว่าการลงนามนั้นมีใครบังคับหรือไม่ นอกจากนั้น ต้องไปดูว่ามีมาตรการอื่นที่ผู้ทำสัญญามีโอกาสตรวจสอบตามเงื่อนไข เช่น คุณภาพอาหารเป็นอย่างไร ปริมาณอาหารเพียงพอหรือไม่ และจะขอบอกเลิกสัญญาได้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการโดยรวมไปถึงผู้อำนวยการโรงเรียนทุกแห่งในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยได้กำชับไปว่าการดำเนินการต้องเป็นไปตามกฎหมาย คือ ทำสัญญาให้ถูกต้อง และตนอยากเพิ่มเงื่อนไขด้วยว่า หากอาหารมีคุณภาพไม่ดีหรือมีปริมาณไม่เพียงพอ ควรมีเงื่อนไขเรื่องการบอกเลิกสัญญาหรือมาตรการอื่นๆ ด้วย นอกจากนี้ ต้องมีคณะกรรมการตรวจสอบในหลายระดับ เช่น ให้นายอำเภอและท้องถิ่นไปสุ่มตรวจสอบเป็นระยะ รวมถึงผู้ประกอบการในโรงเรียนควรติดรายการอาหารให้ทราบโดยทั่วกัน รวมถึงอยากให้ผู้ปกครองมีส่วนช่วยดูแลเพื่อตรวจสอบร่วมกันอีกระดับหนึ่ง ส่วนหากสอบสวนแล้วพบว่ามีการทุจริต ก็จะดำเนินการทางกฎหมายทั้งทางแพ่ง ทางอาญาและทางวินัยอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมาพบว่ามีการร้องเรียนเข้ามาบ้างหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า &amp;nbsp;หากเทียบจำนวนโรงเรียนทั้งหมดกับเรื่องที่เป็นข่าว พบว่ามีจำนวนไม่มากนัก แต่ก็ไม่ใช่ข้ออ้าง เพราะเด็กไม่มีทางต่อสู้ รัฐบาลหวังให้เขามีสุขภาพดี มีอาหารกิน จึงให้งบประมาณไป ดังนั้น ทุกแห่งต้องเรียบร้อย และคนที่กำกับดูแลเชิงนโยบายจะนิ่งดูดายไม่ได้ ส่วนความร่วมมือในการตรวจสอบระหว่างกระทรวงมหาดไทยกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)นั้น เราทำมาตลอดอยู่แล้ว หากพบอะไรสุ่มเสี่ยง เราจะสอบถามไปยังป.ป.ช.และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ว่าแต่ละเรื่องทำได้หรือไม่ได้อย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40497</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กป็อก-อนุพงษ์, มหาดไทย, โกงอาหารเด็กนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6a1c8ec6f18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22907</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2018 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2018 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่งคุก 70 ปี อดีตผอ.โรงเรียน โกงอาหารกลางวันเด็ก!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย.61 - นายสนั่น ทองจีน ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 9 แถลงผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ 2562 ของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 9 ในส่วนของ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;จังหวัดชายแดนใต้ ว่า ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ได้พิพากษาว่า กรณีนายเฉลิม พละสิทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านมะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและเจ้าพนักงานตามกฎหมายมีอำนาจหน้าที่อนุมัติการเบิกจ่ายและควบคุมกำกับการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และความถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งของทางราชการที่เกี่ยวข้อง จำเลยใช้โอกาสที่ตนมีหน้าที่ดังกล่าวทำบันทึกขอยืมเงินประเภทเงินอุดหนุนอื่น และประเภทเงินโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนบ้านมะรือโบตกโดยไม่ได้ระบุวัตถุประสงค์ของการยืมเงินว่าจะนำไปใช้จ่ายเพื่อกิจกรรมใดของโรงเรียน ขัดต่อระเบียบทางราชการ จำเลยใช้อำนาจโดยมิชอบอนุมัติให้ตนเองยืมเงินดังกล่าว เมื่อจำเลยได้รับเงินที่ยืมไปแล้วได้เบียดบังเอาไว้เป็นประโยชน์ส่วนตน ไม่ได้นำเงินไปใช้จ่ายในโครงการหรือแผนงานใดของโรงเรียน ทั้งยังไม่ส่งใช้เงินยืมรายเก่าตามกำหนดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนั่น กล่าวว่า ศาลฯพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 14 กระทง เป็นจำคุก 70 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 35 ปี ที่จำเลยขอให้รอการลงโทษโดยอ้างว่าได้นำเงินที่ยืมไปใช้ในกิจกรรมของโรงเรียนบ้านมะรือโบตกหลายกิจกรรมและบางส่วนนำไปใช้ปรับปรุงห้องพักครูเป็นประโยชน์แก่ราชการ รวมทั้งจำเลยได้จ่ายเงินคืนทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยแล้วนั้น ไม่ปรากฏหลักฐานการใช้เงินยืมว่าจำเลยนำไปใช้ในกิจกรรมใดของโรงเรียนตามที่กล่าวอ้าง ซึ่งหากจำเลยนำไปใช้ในกิจกรรมดังกล่าวจริง จำเลยย่อมสามารถแสดงหลักฐานการใช้เงินยืมดังกล่าวได้โดยไม่ยาก การกระทำของจำเลยกระทบต่อระเบียบแบบแผนการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินอันเป็นการกระทำที่ร้ายแรง แม้จำเลยจะชดใช้คืนเงินยืมพร้อมดอกเบี้ยแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นภายหลังจากมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยและเป็นเรื่องทางแพ่งเท่านั้น กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษข้อหาอื่น&amp;nbsp;อย่างไรก็ดี คดีข้างต้นยังไม่ถือเป็นที่สุด และอยู่ภายใต้สิทธิการอุทธรณ์ การพิจารณาวินิจฉัยของศาลสูงตามลำดับ จำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ สำหรับสำนักงาน ป.ป.ช.ยะลา ยังมีเรื่องที่ส่งที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. และมีมติชี้มูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง นางพู้ซียะ รักษ์ธรรม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบูเกะจือฆา อ.รามัน จ.ยะลา กรณีทุจริตให้ตรวจรับการจ้างและเบิกจ่ายเงินค่าจ้างให้ผู้รับจ้างก่อสร้างปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียนโรงเรียนบ้านบูเกะจือฆา โครงการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบ และสิ่งก่อสร้างชำรุด อาคารเรียน ป 1 ก จำนวน 4 ห้องเรียน และอาคารเรียน ป 1 ก&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน 3 ห้องเรียน ของโรงเรียนบ้านบูเกะจือฆา ตามสัญญาจ้างเลขที่ 1/2558 ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2557 ไปก่อนโดยที่การปรับปรุงซ่อมแซมยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งนี้ ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยกับนางพู้ซียะ รักษ์ธรรม ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (2)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยังมีมติชี้มูลความผิด นายมะซือลาม กลามอ ตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไทรทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีละเว้นไม่ดำเนินการรื้อถอนบ้านพักอาศัยไม่มีเลขที่ของ นายอาแซ&amp;nbsp;&amp;nbsp;มะแซ ซึ่งก่อสร้างอยู่บนแนวเขตถนนทางหลวงแผ่นดิน สายบ้านทอน &amp;ndash; กอตอ (4136) หมู่ที่ 5 ตำบลไทรทอง อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลไทรทอง ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 และพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นเหตุให้ราษฎรและทางราชการได้รับความเสียหาย&amp;nbsp;โดยสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดปัตตานี จะดำเนินการส่งรายงานและสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง เอกสาร พร้อมทั้งความเห็นไปยังสำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 9 เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 และดำเนินการส่งรายงานและสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง เอกสาร พร้อมทั้งความเห็นไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เพื่อพิจารณาลงโทษทางวินัยกับ นายมะซือลาม กลามอ ผู้ถูกกล่าวหา ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22907</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปช., โกงอาหารเด็กนักเรียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181127/image_big_5bfd0fb152961.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
