<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13517</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 19:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 19:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ดิว’ฟาด’ซีแนม’ปมไม่คืนเงินธุรกิจทำเล็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ ซีแนม สุนทร ได้ออกมาโพสต์ฉะนางร้ายคนหนึ่งว่าไม่ยอมคืนเงินที่ลงขันทำธุรกิจร้านทำเล็บด้วยกัน เพราะสุดท้ายร้านนั้นไม่ได้เกิดขึ้น ซึ่งคนก็พุ่งเป้าไปว่านางร้ายคนนั้นคือ ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดทาง ซีแนม พร้อมด้วยทนายความ ได้เดินทางมายังศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ย่านเจริญกรุง 63 &amp;nbsp;หลังเจ้าตัวได้ยื่นฟ้องนางร้ายคนดังกล่าว ในขณะที่ดิว ก็เดินทางมาพร้อมทนายความส่วนตัวเช่นกัน และได้เปิดใจกับสื่อเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ไม่ใช่ว่าเราไม่คืนเงินหุ้นส่วน แต่เรามีอีกคดีที่ยื่นฟ้องเจ้าของที่ดินที่เราเช่าซื้อเพื่อจะเปิดธุรกิจร้านเล็บ ทำให้มันยังต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรหลายๆ อย่างอยู่ &amp;nbsp;ตอนลงทุนก็ทำด้วยกัน แต่พอวันนี้จะให้ดิวรับผิดชอบคนเดียวคงจะไม่ไหว &amp;nbsp;ที่ดิวยื่นฟ้องเรื่องสัญญาเช่าซื้อ แล้วดิวก็ทำเอง เพราะอยากให้เข้าใจว่าเรามีหุ้นส่วนอยู่ 60 เปอร์เซ็นต์ ดิวลงเงินไป 3.5 ล้านบาท จากเงินทั้งหมด&amp;nbsp; 6 ล้านบาท คือถ้าเราไม่ฟ้องเรื่องที่ดินที่เราเช่าก่อน เขามีสิทธิ์ฟ้องกลับเราได้ว่าไม่จ่ายค่าเช่า เพราะเราเซ็นสัญญาไป&amp;nbsp; 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แล้วหุ้นส่วนทุกคนเข้าใจกันดี อย่าง หนูนา หนึ่งธิดา เขาก็เข้าใจเรากับเรื่องที่เกิดขึ้น&amp;nbsp; แต่คนที่ไม่เข้าใจเรา คือคนที่มีหุ้นแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ &amp;nbsp;ต้องบอกว่าเรื่องเงินเราพร้อมคืนอยู่แล้ว แต่คุณพูดจาไม่ดี มาด่าเรา &amp;nbsp;ถ้าพูดดีๆ เราโอเคอยู่แล้ว แต่ขู่เราจะประจาน ที่เราไม่ออกมาพูดเลยที่ผ่านมา เพราะไม่อยากให้เป็นหลักฐานเอามาฟ้องร้องกันได้ อยากให้เรื่องทั้งหมดถึงศาลก่อนดีกว่า ส่วนใครจะมองเราไม่ดีอันนี้คงจะห้ามความคิดใครไม่ได้ แค่อยากให้ลองฟังในมุมของดิวบ้าง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในขณะที่ ซีแนม ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ไม่เคยบอกใครว่าเป็นเขา แต่วันนี้เขามาเอง เรื่องเงินไม่ได้ติดใจ แต่อยากให้อีกฝ่ายออกมาพูดว่าเป็นเพราะอะไรไม่ใช่เงียบอย่างเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @zeenam_m @duearisara&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13517</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีแนม, ดิว อริสรา, ฟ้องร้อง, ร้านทำเล็บ, หนูนา หนึ่งธิดา, โกงเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180716/image_big_5b4c8b994ba2b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2018 22:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้างจม.รจนายุจับโกงทุกหน่วยงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ้างจดหมายเปิดผนึกของ &amp;quot;รจนา สนที&amp;quot; &amp;nbsp; เล่นบท &amp;quot;องคุลิมาล&amp;quot; อุทิศชีวิตเพื่อแผ่นดินไทย สอนมวยรัฐบาลลุงตู่ปราบโกง อย่าแค่จัดอีเวนต์ไฟไหม้ฟาง ให้จับคนโกงในทุกหน่วยงานมาลงโทษ จี้ใจจำขนาดใช้ม.44 ไล่จับยังลงโทษได้ไม่กี่คน ยกกรณีของตัวเองทำให้สังคมได้ประโยชน์ คนกระทำผิดจะได้เกรงกลัว ขณะที่ &amp;quot;อรรถพล&amp;quot; ไม่ปักใจจดหมายของจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต กล่าวว่า &amp;nbsp;นางรจนา สนที อดีตนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ระดับ 8 ไม่ได้เข้ามาให้ปากคำหรือข้อมูลใดๆ หลังจากที่คณะกรรมการสืบฯ ได้ส่งหนังสือเชิญมาให้ปากคำ ซึ่งทางคณะกรรมการสืบฯ ก็ไม่ได้วิตกกำลังวล เนื่องจากข้อมูลและเอกสารต่างๆ ที่มีอยู่ถือว่าสมบูรณ์อยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า หากนางรจนาเข้ามาให้ข้อมูลก็จะเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง ทั้งนี้ ในส่วนของผู้เกี่ยวข้องที่ได้รับการโอนเงินจากนางรจนานั้น ขณะนี้มีการติดต่อมาที่คณะกรรมการฯ เพื่อขอเข้ามาให้ข้อมูลในช่วงระหว่างวันที่ 6-8 เม.ย.นี้ โดยคนหนึ่งเป็นข้าราชการระดับ 8 สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และอีกคนเป็นข้าราชการของกรมที่ดิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เข้าใจว่าทั้งสองคนเป็นเพื่อนที่เรียนร่วมกับคุณรจนามาในระดับปริญญาโท เบื้องต้นทั้งสองรายยอมรับว่าได้รับการโอนเงินจริง และพร้อมจะนำหลักฐานต่างๆ มาให้คณะกรรมการฯ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในวันที่ 10 เม.ย. จะหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนและกำหนดแนวทางในการทำงานร่วมกันต่อไป &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ตรวจฯ กล่าวว่า ทางคณะกรรมการฯ อาจจะต้องขอขยายระยะเวลาในการสืบข้อเท็จจริงไปอีก 15 วัน เนื่องจากขณะนี้มีเอกสารหลักฐานและบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอดีตปลัด ศธ. ได้ขอเลื่อนการส่งเอกสารชี้แจงในเรื่องดังกล่าวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอรรถพลกล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่มีจดหมายเปิดผนึก ที่อ้างว่านางรจนาเป็นผู้เขียนนั้น ตนตั้งข้อสังเกตว่าไม่น่าจะใช่นางรจนาพิมพ์เอง เพราะเท่าที่ตนสืบข้อเท็จจริงเอกสารต่างๆ ของนางรจนา ส่วนใหญ่จะใช้ฟอนต์อังสนา แต่ตัวอักษรในจดหมายเปิดผนึกเป็นฟอนต์ไทย-สารบัญ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามีใครแอบอ้างใช้จังหวะนี้เพื่อการเกาะกระแสก็เป็นได้ ดังนั้นตนจะเก็บจดหมายเปิดผนึกชิ้นนี้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาด้วย&amp;nbsp;
มอเตอร์ไซค์มาส่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น. มีผู้ขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างนำซองเอกสารสีน้ำตาลจ่าหน้าซองถึงห้องสื่อมวลชน ศธ. ภายในซองเป็นจดหมายเปิดผนึก มีใจความระบุว่า กราบเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี ดิฉันนางรจนา สินที อดีตข้าราชการสำนักงานปลัด ศธ. ระดับชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ &amp;ldquo;กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต&amp;rdquo; ที่กำลังโด่งดังขณะนี้ เพราะถูกพิจารณาโทษทางวินัยร้ายแรงโดยถูก &amp;ldquo;ไล่ออกจากราชการ&amp;rdquo; แล้วนั้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การเขียนจดหมายเปิดผนึกครั้งนี้ ดิฉันจะไม่เรียกร้องความเห็นใจใดๆ เพราะถือว่ายอมรับทุกประการกับผลกรรมที่ได้กระทำลงไป ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อราชการ แต่มีประเด็นที่จะกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อจะเป็นบทเรียนสังคมต่อไป ดังนี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ประเด็นเพื่อพิจารณาคือ การพิจารณาโทษทางวินัยของดิฉันที่กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการอย่างเร่งรีบ รวบรัด การตั้งคณะกรรมการไม่ได้แจ้งคำสั่งเป็นเอกสาร มิได้ให้เวลาดิฉันชี้แจงแม้แต่จำนวนเงินที่เสียหายก็ยังไม่มีข้อยุติ โดยใช้เวลาไม่ถึงเดือน (28 ก.พ.-26 มี.ค.2561) เพื่อลงโทษทางวินัย ทั้งนี้ การพิจารณาโทษทางวินัยร้ายแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังกรณีนี้ หากนายกรัฐมนตรีเห็นว่าเกิดประโยชน์ต่อทางราชการ และกระทำโทษโดยถูกต้องชอบธรรมแล้ว ขอได้โปรดสั่งการกำชับ เร่งรัดให้ทุกหน่วยงานดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการที่กระทำความผิดทุกระดับอย่างเท่าเทียม เพื่อเป็นบรรทัดฐาน ดังเช่นที่ดำเนินการกับดิฉันจักได้ไม่เป็นที่ครหาสืบไป รัฐบาลนี้หรือทุกรัฐบาลต้องจัดการตรวจสอบแก้ไขต่อความเสียหายอย่างนี้ให้ยุติ มิใช่เกิดกระแสไฟไหม้ฟางหรือเพียงการจัดงานอีเวนต์รณรงค์สร้างภาพเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ส่วนประเด็นฝากถึงสังคม ขอความกรุณานายกรัฐมนตรีได้โปรดเร่งรัด จัดการให้ทุกหน่วยงานที่มีปัญหาการทุจริตทุกงาน ทุกโครงการ ไม่ว่ามูลค่าความเสียหายจะเท่าไหร่ จักต้องดำเนินการหาคนผิดมาลงโทษ มารับผิดชอบ และขอให้สังคมเฝ้าติดตาม เพราะบางคดีเกิดขึ้นเป็นเวลานานแล้ว แต่เกิดความล่าช้า หาคนผิดไม่ได้ และบางคดีอาจลืมหายไป อาทิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.1 คดีในสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หลายคดีความเสียหายหลายพันล้านบาท, 2.2 คดีการก่อสร้างสนามฟุตซอลทั่วประเทศความเสียหายหลายร้อยล้านบาท, 2.3 โครงการไทยเข้มแข็งของอาชีวศึกษาเสียหายหลายพันล้านบาท, 2.4 ความเสียหายการสร้างอควาเรียม สงขลา เสียหายกว่าพันล้านบาท, 2.5 ความเสียหายโครงการ MOE NET ศธ. เสียหายกว่า 3,000 ล้านบาทความเสียหาย 2.6 โครงการซีซีทีวีใต้เสียหายกว่า 400 ล้านบาท&amp;nbsp;
ใช้ ม.44 จับได้ไม่กี่คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.7 โกงเงินธนาคารกรุงไทยเสียหายเป็นหมื่นล้าน, &amp;nbsp;2.8 ผลาญงบพัฒนาเมืองโบราณ (บางแห่ง) เสียหายเป็นพันล้านบาท, 2.9 ทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (สะสม) เสียหายเป็นหมื่นล้านบาท, 2.10 ทุจริตโครงการตำบลละ 5,000,000 บาท เสียหายหลายพันล้านบาท ความเสียหาย 2.11 โครงการจำนำข้าวทุกรัฐบาลเสียหายหลายแสนล้าน, 2.12 โครงการโกงเงินคนจน ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเกิดขึ้นแทบทุกที่ซึ่งเป็นข่าวก่อนเรื่องของดิฉันเป็นความเสียหายจำนวนมาก และกระทบกับคนด้อยโอกาสมากมายมีข้าราชการเข้าไปเกี่ยวข้องก็ยังหาคนผิดไม่ได้แม้แต่รายเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แม้โครงการที่มีความเสียหายที่ คสช. รัฐบาลนี้ใช้อำนาจโดยผ่าน ม.44 ในระยะเวลา 3-4 ปีมานี้ บางโครงการมีมูลค่าความเสียหายมหาศาล ผู้กระทำความผิดจำนวนมาก แต่หาคนผิดมาลงโทษได้กี่ราย หรือแม้แต่โครงการมหาโปรเจ็กต์ที่รัฐเสียหายหลักพัน-หมื่น-แสนล้าน หากสามารถเร่งรัดหาคนผิดมาลงโทษได้ภายในไม่กี่ไม่ถึงเดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น กรณีของดิฉันจะทำให้สังคมและบ้านเมืองได้รับประโยชน์ คนกระทำผิดจะได้เกรงกลัว ขอท่านนายกฯ โปรดอย่าลืม หากกรณีนี้เป็นเหตุให้เกิดปรากฏการเร่งรัดเอาผิดเพื่อนำผู้กระทำผิดมารับโทษทันได้โดยเร็วและเป็นธรรม ก็ขอภาวนาให้เกิดผลกับทุกคดีทุกหน่วยงาน เพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของชาติและเป็นบทเรียนสำคัญให้สังคมติดตามต่อไป ดิฉันขอยืนยันว่าจะยินดีรับในผลที่กระทำ จะไม่หนีและพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมของแผ่นดินต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จดหมายฉบับนี้ ดิฉันขอฝากกราบขอโทษต่อคุณแม่ซึ่งอายุมากแล้ว ขอโทษญาติพี่น้องคนใกล้ชิดทุกคน ที่ดิฉันได้สร้างตราบาปในชีวิตให้กับพวกเขาเหล่านั้น ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่เคยรับรู้เรื่องเหล่านี้ด้วยตลอด ทั้งผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน ที่ทำให้เสื่อมเสียมาสู่องค์กร ซึ่งดิฉันอาจให้เวลากับหน้าที่การงานมากเกินไป จนลืมว่าเวลาของดิฉันนั้นสั้นนัก คำพูดที่สะเทือนใจแต่ทำให้ดิฉันสำนึกได้มากที่สุดคือลูกชายอายุ 30 กว่าปี พูดว่าเกิดเรื่องแม่ติดคุกก็ดี แม่จะได้พักผ่อน เพราะที่ผ่านมาแม่ไม่เคยได้หยุดพัก ทำแต่งาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายนี้ หากชีวิตที่ผ่านมา 59 ปี ดิฉันได้สร้างปัญหาก่อกรรมทำบาปไว้ ก็ขอน้อมรับไว้ แต่หากการกระทำของดิฉันประกอบ คุณประโยชน์และความดีเป็นกุศลดิฉันก็ขอน้อมมอบให้แก่ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ที่ดิฉันยึดมั่นเคารพรัก และขอมอบอุทิศให้แม้ชีวิตเพื่อแผ่นดินไทย?? ขอแสดงความนับถืออย่างสูง &amp;nbsp;
คาดคนทำผิดร่วม 200 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท. เผยว่า ได้ส่งสำนวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทุจริตเบิกจ่ายเงินสงเคราะห์ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พร้อมแผนประทุษกรรมที่ตรวจสอบพบ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ท.หรือบอร์ด ป.ป.ท. พิจารณาเพื่อลงมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนความผิดทางอาญากับผู้อำนวยการศูนย์ และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตอีกจำนวน 24 จังหวัด ซึ่งหากบอร์ด ป.ป.ท.มีมติตั้งอนุกรรมการออกมา สำนักงาน ป.ป.ท.ก็จะส่งรายชื่อเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. ในจังหวัดที่บอร์ดมีมติตั้งอนุกรรมการให้ พม.ในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของผู้บริหารระดับสูงของ พม.นั้น อยู่ระหว่างการสรุปสำนวนเพื่อนำเสนอบอร์ด ป.ป.ท.ให้ส่งสำนวนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไป ยืนยันขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลโยงใยไปถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ท.กรทิพย์ระบุด้วยว่า หากรวม 56 ศูนย์ ที่สำนักงาน ป.ป.ท.ตรวจสอบพบความผิด คาดว่าจะพบผู้ร่วมกระบวนการมากถึง 200 คน โดยมีระดับ ผอ.ศูนย์ของทุกศูนย์ร่วมอยู่ด้วย ส่วนจังหวัดที่ยังไม่ปรากฏความผิดนั้น คือ สิงห์บุรี ปราจีนบุรี และนครศรีธรรมราช ซึ่งป.ป.ท.กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบซ้ำอยู่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ ป.ป.ท.กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ป.ป.ท.ได้ประสานขอความร่วมมือไปยัง กอ.รมน.จังหวัดนครพนม และจังหวัดขอนแก่น เพื่อให้ความคุ้มครองพยาน โดยเฉพาะในจังหวัดนครพนม ที่มีพยานรู้สึกไม่ปลอดภัยหลังจากถ่ายคลิปการกระทำความผิดเป็นหลักฐาน ซึ่งป.ป.ท.ต้องทำให้ประชาชนอุ่นใจ และมั่นใจว่าการดำเนินการเรื่องนี้พยานจะไม่ได้รับเภทภัยใดๆ จากการที่ออกมาเปิดโปงผู้กระทำความผิด ส่วนความเคลื่อนไหวของผู้กระทำความผิดที่จะเข้าไปยุ่งกับพยานหลักฐานในบางจังหวัดนั้น ป.ป.ท.ได้ตรวจสอบความเคลื่อนไหวอยู่ แต่ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นกังวล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและคนไร้ที่พึ่งว่า เท่าที่ทราบข้อมูลที่ ป.ป.ท.ส่งมา จะเป็นข้อมูลของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ระดับ 8 ลงไป ส่วนหากจะมีข้อมูลเชื่อมไปสูงกว่านั้น ทาง ป.ป.ท.น่าจะส่งข้อมูลไปยัง ป.ป.ช.ดำเนินการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางนภา เศรษฐกร อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) กล่าวว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 เม.ย.ทาง ป.ป.ท.ได้ส่งข้อมูลรายชื่อข้าราชการพนักงานนสังกัด พม. ที่มีส่วนเกี่ยวข้องการทุจริตเงินสงเคราะห์ให้ พส.พิจารณาดำเนินการตามกระบวนการแล้ว ทั้งหมด 96 รายชื่อ ซึ่งยังไม่ได้ดูในรายละเอียด แต่เข้าใจว่าน่าจะมีบางส่วนสอดคล้องกับที่ พส.ดำเนินการ ทั้งสั่งพักราชการและสอบวินัยไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ภายในวันที่ 9 เม.ย.นี้ จะทราบผลว่าจะต้องพิจารณาสั่งย้ายและสอบวินัยใครเพิ่ม รวมถึงกรณีก่อนหน้านี้ที่ ป.ป.ท.ได้ระบุผ่านสื่อว่าขอให้สั่งย้ายผู้บริหารศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง 4 จังหวัด เนื่องจากไปยุ่งเกี่ยวพยานหลักฐาน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6571</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต, นายอรรถพล ตรึกตรอง, ป.ป.ท., รจนา สนที, ลงโทษทางวินัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, องคุลิมาล, โกงเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac62f287c553.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5853</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไล่ออก&#039;รจนา สินที&#039; ปปง.ตามบี้ฟอกเงิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อ.ก.พ.มีมติไล่ &amp;quot;รจนา สินที&amp;quot; ซี 8 ศธ.โกงเงินกองทุนเสมาฯ ออกจากราชการ ชี้ผิดวินัยอย่างร้ายแรงมีผลทันที &amp;quot;หมอธี&amp;quot; เชื่อไม่ทำคนเดียว กำชับองค์กรหลัก ศธ.ทำเรื่องระบบตรวจสอบบัญชี ให้มีความโปร่งใส ปปง.จ่อฟันฟอกเงินซ้ำ ด้าน ป.ป.ท.สรุปโกงคนไร้ที่พึ่งยอดพุ่งรวม 53 จว. 107 ล้านบาท ขณะที่กรรมการ ป.ป.ช.แฉวิ่งเต้นให้ตัวเองลงไปนั่งเก้าอี้ ผอ.แต่ละจังหวัดหวังโกยเงินเข้ากระเป๋าแน่ เอาผิดตั้งแต่ระดับหัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) วันที่ 26 มีนาคม นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ &amp;nbsp;(ปลัด ศธ.) แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงานปลัด ศธ. &amp;nbsp;(อ.ก.พ.สป.) เพื่อพิจารณาโทษวินัยร้ายแรงนางรจนา สินที นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ระดับ 8 สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา ศธ. กรณีทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ 7:0 โดยพิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนางรจนาเป็นการกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบของทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) นโยบายของรัฐบาล และไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ และฐานรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชา อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฐานปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยทุจริต ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามมาตรา 82 (2) มาตรา 83 (1) (4) และ (7) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน &amp;nbsp;พ.ศ.2551 เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับการลงโทษข้าราชการผู้กระทำผิดวินัยร้ายแรงฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ ตามหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร. 0205/ว234 ลงวันที่ 24 ธ.ค.2536 จึงมีมติลงโทษไล่นางรจนาออกจากราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มติดังกล่าวจะมีผลทันที ส่วนการขยายผลไปยังบุคคลอื่นอยู่ระหว่างคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกำลังดำเนินการ หากมีใครเข้าเกี่ยวข้องก็จะดำเนินการทางวินัยต่อไป โดย ศธ.จะส่งข้อกล่าวหาให้นางรจนารับทราบ และส่งให้ ป.ป.ท.และ ปปง.ได้ไปใช้ในการประกอบดำเนินคดีอีกทางหนึ่งด้วย&amp;quot; นายการุณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม อ.ก.พ.สป.ที่มีนายการุณเป็นประธาน ได้มีการพิจารณาโทษวินัยร้ายแรงนางรจนาโดยใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมงในการหารือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนต้องจริงจัง เพราะการปราบทุจริตคือส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งขณะนี้ก็ทราบว่าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ก็เข้าไปตรวจค้นบ้านนางรจนา สินที นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ ระดับ 8 สำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา ศธ. ซึ่ง ป.ป.ท.คิดเหมือนตนว่า เรื่องนี้ไม่ได้มีนางรจนาทำคนเดียว ดังนั้นจะต้องตรวจสอบเครือข่ายว่าเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใดบ้าง อีกทั้งก็มีสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ามาตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เราเดินหน้าเต็มที่ โดยประเด็นสำคัญต่อจากนี้จะต้องมีการขยายผลเพื่อปราบทุจริตให้หมดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลได้มีหนังสือสั่งการให้ทุกกระทรวงปราบทุจริต ดังนั้นผมจึงมีหนังสือสั่งการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาทุจริต กำชับให้หน่วยงานองค์กรหลัก ศธ.ทุกหน่วยงานดำเนินการเรื่องระบบตรวจสอบบัญชีของหน่วยงานตัวเองให้มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ เพราะที่ผ่านมาเราก็เห็นถึงกรณีกองทุนเสมาฯ &amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นแล้วว่า กองทุนก่อตั้งมา 10 ปีแต่ระบบตรวจสอบกลับมีความบกพร่อง ดังนั้นระบบตรวจสอบบัญชีของทุกหน่วยงานจะต้องตรวจสอบได้ว่า ระบบการโอนเงินของหน่วยงานเป็นแบบไหน บุคคลที่รับผิดชอบกับระบบการเงินต้องตอบได้ว่าโอนเงินไปแล้วผู้รับเงินเป็นใคร ซึ่งจะต้องดำเนินการให้ชัดเจน&amp;quot; รมว.ศธ.กล่าว
ปปง.จ่อฟันฟอกเงินซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า ส่วนประเด็น ศธ.ซึ่งเป็นผู้เสียหายจะต้องพิจารณาเอาผิดเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการเบิกจ่ายเงินด้วย เพื่อติดตามเงินกลับมามอบแก่นักเรียนในโครงการที่ยังไม่ได้รับเงิน ทั้งนี้ความผิดทางละเมิดนั้นตามหลักเกณฑ์แล้ว ผู้กระทำผิดต้องรับผิดชอบร้อยละ 100 ตามข้อกฎหมายของกระทรวงการคลังว่าใครจะต้องรับผิดชอบจำนวนเท่าไหร่ แต่หากยึดทรัพย์แล้วไม่สามารถนำมาชดใช้ได้ครบ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบตามสัดส่วนที่เหลือ แม้จะไม่ได้ร่วมกระทำความผิด แต่ได้รับผิดชอบดูแลกองทุนไม่ว่าจะเป็นอดีตผู้บริหาร ศธ. เจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ผู้บังคับบัญชาชั้นต้น ชั้นกลาง และผู้อนุมัติผ่านงานกลับบกพร่องต่อหน้าที่ก็โดนความผิดทางละเมิดไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิทยา นีติธรรม เลขานุการกรม สำนักงาน ปปง. เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมการเงินคดีนางรจนาว่า ขณะนี้การตรวจสอบมีความคืบหน้าไปพอสมควร คาดว่าอีก 1 เ ดือนจะได้ข้อสรุป ซึ่งการตรวจสอบเงินที่โอนเข้าบัญชีชื่อบุคคลอื่น 22 บัญชี พบว่าเงินถูกถอนออกหมดตั้งแต่ต้น ก.พ.ที่ผ่านมา โดย ปปง.จะต้องสืบทรัพย์ต่อว่ามีการนำเงินไปใช้จ่ายหรือแปลงไปเป็นสินทรัพย์ประเภทอื่นหรือไม่ เพราะเชื่อว่านางรจนาไม่สามารถที่จะดำเนินการเรื่องทั้งหมดได้เพียงคนเดียว ทั้งนี้จะดำเนินคดีต่อผู้ต้องหาในคดีฟอกเงิน ซึ่งมีโทษจำคุกทางอาญา 10 ปี โดยนางรจนากระทำผิดหลายกรรม จะต้องฟ้องเรียงกระทงลงโทษ ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงินคดีทุจริตเงินช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยวันนี้ได้ประชุมร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ท. หากมีรายละเอียดจะแจ้งให้ทราบภายหลัง
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผอ.กองปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ 2 เปิดเผยว่า ที่ต้องเร่งขยายผลคือความเชื่อมโยงถึงข้าราชการในระดับสูงกว่านางรจนา จากการพูดคุยกับนางรจนาขณะสนธิกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักเมื่อวันที่ 23 มี.ค.ที่ผ่านมา ร่วมกับการสังเกตสภาพความเป็นอยู่ที่บ้าน เชื่อว่านางรจนายังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริง คงต้องให้เวลาอีกระยะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ยุติธรรม ในฐานะกำกับดูแล ศธ.กล่าวถึงการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตว่า เป็นช่องโหว่ของกระบวนการตามขั้นตอนที่เปิดช่องให้ดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ถือว่าเป็นความล้มเหลวของระบบตรวจสอบ ยืนยันว่าจะต้องมีการเร่งรัด ปรับปรุงกระบวนการขั้นตอนให้มีความรัดกุมมากขึ้น เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญต่อการป้องกันการทุจริต &amp;nbsp;โดยขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังเร่งรัดตรวจสอบ โดยเฉพาะ ป.ป.ท.ที่กำลังตรวจสอบเพื่อเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง และได้สั่งการให้เลขาธิการ ป.ป.ท.รายงานเรื่องนี้ต่อที่ประชุมศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากพบมีการทุจริตเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน สามารถขอหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) &amp;nbsp;ใช้อำนาจมาตรา 44 ในการจัดการได้ เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญและต้องการแก้ปัญหาการทุจริตอย่างจริงจัง เพราะถือเป็นวาระแห่งชาติและเป็นนโยบายเร่งด่วน&amp;quot; พล.อ.อ.ประจินกล่าว
แฉวิ่งเต้นเป็น ผอ.จ้องงาบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงาน ป.ป.ท. พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท.เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบงบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) รวมระยะเวลา &amp;nbsp;41 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ - 25 มี.ค.61 วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 123,159,000 บาท กรอบระยะเวลาถึง &amp;nbsp;31 มี.ค.นี้ ล่าสุดรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาพบความผิดปกติเพิ่มอีก 4 จังหวัด คือ เลย ชลบุรี ภูเก็ต และปัตตานี รวมขณะนี้เป็น 53 จังหวัดที่พบมีการทุจริตแล้ว วงงบประมาณ 107,049,000 บาท หรือ ประมาณ 87 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 23 จังหวัดกำลังตรวจสอบ คิดเป็น 13 เปอร์เซ็นต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ป.ป.ท.ยังดำเนินการตรวจสอบนิคมสร้างตนเอง ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง ศูนย์ประสานงานโครงการอื่นๆ อีก 6 แห่ง รวมวงเงินงบประมาณ 125,092,000 บาท คือ 1.นิคมสร้างตนเองเชียงพิณ จ.อุดรธานี งบประมาณ 7,030,000 บาท ซึ่งบอร์ด ป.ป.ท.รับไว้ไต่สวนแล้วเมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา 2.นิคมสร้างตนเองห้วยหลวง จ.อุดรธานี งบประมาณ 5,030,000 บาท กับ 3.นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น งบประมาณ 11,700,000 บาท ส่ง ป.ป.ช.เพราะ ผอ.ศูนย์เป็นข้าราชการระดับซี 8 (อำนวยการต้น) เกินอำนาจ ป.ป.ท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ล่าสุดพบอีก คือ 4.นิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้จังหวัดสตูล งบประมาณ 10,980,000 บาท 5.ศูนย์ประสานงานโครงการหมู่บ้านสหกรณ์สันกำแพง เชียงใหม่ งบประมาณ 23,747,000 บาท และ 6.ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดเชียงใหม่ งบประมาณ 66,605,000 บาท ส่อทุจริตมีพฤติการณ์ลักษณะมุ่งเน้นให้เงินทุนกลุ่มวิชาชีพและเบิกสงเคราะห์จำนวนหลายครั้ง อยู่ระหว่างหาข้อมูลเพิ่มเติมและจัดทำรายงานเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท.&amp;quot; พ.ท.กรทิพย์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 53 จังหวัดที่พบการทุจริตงบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งประกอบด้วย ขอนแก่น เชียงใหม่ บึงกาฬ หนองคาย สุราษฎร์ธานี ตราด น่าน สระแก้ว อุดรธานี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กระบี่ ตรัง &amp;nbsp;ร้อยเอ็ด ยะลา พัทลุง ชุมพร สุรินทร์ อ่างทอง พิษณุโลก ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สงขลา นราธิวาส มหาสารคาม &amp;nbsp;ลำพูน นครราชสีมา อำนาจเจริญ ยโสธร อุบลราชธานี นครพนม กาฬสินธุ์ พิจิตร ราชบุรี นครปฐม &amp;nbsp;มุกดาหาร ลำปาง เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตาก อุทัยธานี สตูล ลพบุรี หนองบัวลำภู ศรีสะเกษ กำแพงเพชร พังงา สกลนคร จันทบุรี เลย ชลบุรี ภูเก็ต และปัตตานี ที่บอร์ด ป.ป.ท.อนุมัติไต่สวนแล้วมี 9 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ขอนแก่น บึงกาฬ หนองคาย น่าน ตราด สุราษฎร์ธานี เชียงราย และอุบลราชธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า การทุจริตเงินอุดหนุนผู้ยากไร้ ทั้งกรณีเงินช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่งและเงินสงเคราะห์พัฒนาชาวเขาเกิดขึ้นบ่อยครั้งตั้งแต่อดีต และไม่ว่าจะตรวจสอบไปจังหวัดใดมักจะพบทุจริตในจังหวัดนั้น และยังพบว่า เมื่อมีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการในแต่ละปี มักจะมีการวิ่งเต้นขอให้คนใกล้ชิดไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ในแต่ละจังหวัด เนื่องจากเป็นแหล่งเงินที่สามารถทุจริตนำมาเข้ากระเป๋าตัวเองได้ หากจะเอาผิดต้องตรวจสอบตั้งแต่ข้าราชการระดับสูงจนไปถึงเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนล่าสุดที่ พม.ได้มีคำสั่งโยกย้ายข้าราชการระดับซี 9 จำนวน 14 รายออกจากตำแหน่งเป็นการชั่วคราว หลังพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือพวกพ้องตนเองให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการในศูนย์พักพิงคนไร้ที่พึ่ง และศูนย์พัฒนาพื้นที่สูงนั้น เชื่อว่าหลังจากนี้กระทรวงจะยื่นเรื่องมาถึง ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบเอาผิดข้าราชการทั้งหมดที่มีส่วนเกี่ยวข้อง&amp;quot; นายสุรศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ออกจดหมายเปิดผนึกขอทราบความคืบหน้าและแนวทางดำเนินการของ ป.ป.ช.เกี่ยวกับกรณีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนถึง พล.ต.อ.วัชรพล &amp;nbsp;ประสารราชกิจ ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยขอให้ชี้แจงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมครอบครองนาฬิกาและแหวนเพชรราคาแพงหลายรายการ และกรณี &amp;nbsp;พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อดีตสมาชิก คสช. และอดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ยืมเงิน 300 ล้านบาทจากเอกชนในขณะที่ยังดำรงตำแหน่งราชการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยระบุว่าเนื่องจากสองกรณีนี้อยู่ในความสนใจของประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะเกี่ยวข้องกับบุคคลสำคัญในรัฐบาลที่มีหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน และมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายของประเทศ จึงขอให้ ป.ป.ช.ได้ชี้แจงประเด็นต่างๆ ให้สังคมได้รับรู้เป็นที่กระจ่างชัด ดังนี้ 1.คำชี้แจงของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายที่ ป.ป.ช.ได้รับมาอย่างต่อเนื่องนั้น ถือว่ามากเพียงพอแล้วหรือยัง 2.กรณีพล.อ.ประวิตร แหวนเพชรและนาฬิกาทั้ง 25 เรือนที่ตรวจสอบ แต่ละรายการมีที่มาที่ไปอย่างไร 3.กรณี พล.ต.อ.สมยศยืมเงินจำนวน 300 ล้านบาท มีประเด็นทางกฎหมายและข้อเท็จจริงอย่างไร 4.มีการตั้งประเด็นในการแสวงหาข้อเท็จจริงหรือไต่สวนเรื่องเหล่านี้อย่างไร 5.ขั้นตอนที่จะดำเนินการต่อไปมีอะไรอีกบ้าง และมีกรอบเวลาตามกฎหมายอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ ตลอดจนภาคีเครือข่ายและสังคมโดยส่วนรวม มีความเป็นห่วงภาพพจน์ของ ป.ป.ช.ในสายตาประชาชน จึงได้ทำจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ขึ้นมา เพื่อขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาชน อันจะนำมาซึ่งความเชื่อมั่นต่อ ป.ป.ช. ที่เป็นองค์กรสำคัญของรัฐในการต่อต้านและปราบปรามการทุจริตมิชอบของประเทศตลอดไป&amp;quot; จดหมายเปิดผนึกระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการถือครองนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตรว่า ขณะนี้คณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริงได้ตรวจสอบหนังสือชี้แจงจำนวน &amp;nbsp;38 หน้า ที่ พล.อ.ประวิตรส่งมาเรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในวันที่ 29 มี.ค.นี้ ส่วนจะเชิญตัว พล.อ.ประวิตรมาให้ข้อมูลด้วยตัวเองหรือไม่นั้น ต้องรอมติจากที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ในวันที่ 29 มี.ค.ก่อน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5853</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา, พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง, ฟอกเงิน, รจนา สินที, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โกงเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab906d5acb3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2018 18:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2018 18:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพราะไว้ใจ...&#039;แมงปอ&#039;โดนอดีตสามีโกง10ล้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คุณแม่ยังสาว แมงปอ ชลธิชา ล่าสุดมาอัพเดทชีวิตในรายการ คุยแซ่บShow ว่าตอนนี้ทุ่มเทเวลาให้ลูกเป็นหลัก แต่ยังรับงานบ้างตามความเหมาะสม พร้อมเผยถึงรักครั้งเก่าที่ทำให้เธอต้องสูญเงินถึง 10 ล้าน เพราะความไว้ใจ!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เรื่องมีลูกก็คือเราเคยแต่งงานแล้ว จะบอกว่าผิดหวังจากครั้งแรกก็ก้ำกึ่งเนอะ เพราะว่าเราแต่งแล้วไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เรารู้สึกว่าไม่ต้องจัดงานใหญ่โตหรืออะไรเราก็มีความสุขได้ การมีน้องสปูนเป็นการคุยกันและตั้งใจที่จะมี เราไปจดทะเบียนตอนท้องได้ 8 เดือนค่ะ คือด้วยความที่เราเคยจัดงานแต่งงานมาแล้ว และมันไม่ได้พิสูจน์ว่าเราจะอยู่กันอย่างยาวนาน มาครั้งนี้ก็เลยตัดสินใจว่าทำแบบนี้ดีกว่า กับคุณพ่อคุณแม่ทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหาค่ะ เราก็อยากแต่งนะ แต่รอเวลาให้เขารู้เรื่องก่อน เขาจะได้อยู่ในบรรยากาศนั้นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนเม้าท์ว่าเราตกอับถึงขั้นต้องไปขายข้าวแกง คือจริงๆแล้วร้านนี้เป็นร้านของคุณแม่ เขาขายส้มตำ อาหารตามสั่ง พอมีน้องแล้วเราก็ไปอยู่กับคุณแม่ที่บ้าน เพราะเวลาเรามีงานเราก็ต้องฝากเขาเลี้ยง มันก็ต้องเป็นไปโดยปริยายที่เราต้องช่วยเขา บางทีมีสั่งข้าว 30-40 กล่อง เขาทำไม่ทันเราก็ต้องไปช่วยเขา ตามจริงไม่ได้มีแค่ขายข้าวแกงค่ะ เราก็นั่งรถไปตลาด ไปเหมาซื้อรองเท้ามาเรามาขายออนไลน์ พยายามหาอะไรทำตลอดค่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวว่าที่เราออกมาจากค่ายเก่า เป็นเพราะว่าเราผิดใจกับลูกเจ้าของค่าย (อดีตแฟนเก่า) ไม่ใช่ค่ะ ไม่เกี่ยวกับประเด็นว่าเป็นแฟนกันแล้วเลิกกัน แต่มันเป็นเรื่องของเงินมากกว่า ประมาณว่าผลประโยชน์ไม่ได้ทัดเทียมกับงานที่ทำค่ะ คือเขาเป็นผู้จัดการปอด้วย คิดว่าเราถูกโกงด้วยค่ะ ด้วยความที่ปอไว้ใจให้เขาดูแลทั้งหมด ปอซื้อบ้านตั้งแต่อายุ 16 เขาบอกว่าเรายังเด็ก เป็นชื่อตัวเองไม่ได้หรอก ใส่ชื่อเขาทั้งบ้านทั้งรถ ส่วนเพลงไม่ว่าจะขายได้กี่ล้านตลับปอไม่ได้ส่วนแบ่ง แต่จะได้ค่างานโชว์แต่ละคืนๆเท่านั้นเอง เขาไม่ได้จ่ายมาทุกครั้งก็ทบไว้เรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มันไม่เกี่ยวกับเลิกกันนะ พอเราเลิกกันแล้วต่างคนต่างมีคนใหม่ ก็ยังเป็นผู้จัดการดูแลเราอยู่พักใหญ่ แต่ด้วยความที่เรายังนับถือเขาอยู่ การดำเนินชีวิตก็ยังเหมือนเดิม คือถ้าเราจะไปไหนก็ให้เขาโอนเงินมาให้ ซึ่งเป็นเงินของปอ เขาก็ให้ทุกครั้งแต่มันไม่เท่าจำนวนเงินที่ปอฝากไว้ไง ตอนนี้ยังมีเงินเหลืออยู่ที่เขา ถ้าจะไปทวงมันก็ยากแล้ว เพราะอย่างบ้านกับรถมันก็ไม่ใช่ชื่อเรา เราตามหาเขาไม่เจอแล้ว ก็อโหสิให้เขาไปนานแล้ว เสียดายนะคะ มูลค่าทั้งหมดที่เขาเอาไปก็เกือบสิบล้าน อีกอย่างเขาไม่ได้เป็นหนี้แค่เรา แต่เป็นหนี้คนอื่นเยอะแยะเลย แล้วเจ้าหนี้เขาก็มองว่าเขาเป็นผู้จัดการเรา เขาก็มาทวงที่ปอ ชื่อเราก็เสียไปด้วย มีเอาปืนมาวางต่อหน้าด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กับค่ายใหม่ย่านลาดพร้าว ก็โบกมือลาเป็นอิสระแล้วค่ะ เพราะว่านักร้องเขาเยอะมาก แล้วระบบการขายงานหรือว่างานมันไม่พอกับการใช้ชีวิตของเราค่ะ ตอนนี้ก็ฉีกสัญญาทิ้งแล้วค่ะ มีคนถามว่าอยากจะอำลาวงการเพราะตกอับหรือเปล่า จริงๆไม่ใช่ค่ะ ถ้าเราอยากจะอำลาวงการจริงๆ เราเคยมีความคิดนี้มาตั้งแต่ตอนที่เงินหาย 10 ล้านแล้ว เพราะเรามีความารู้สึกว่ากลัวคน ขนาดคนใกล้ตัวยังทำขนาดนี้ แล้วเราไม่มีใครเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจากอินสตาแกรม mangpor_cholticha&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4057</URL_LINK>
                <HASHTAG>10ล้าน, ผู้จัดการส่วนตัว, ลูกทุ่ง, อดีตผู้จัดการ, แมงปอ, แมงปอ ชลธิชา, แมงปอ อาร์สยาม, โกง, โกงเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180228/image_big_5a968a177a101.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
