<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46211</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2019 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2019 11:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้แทนนอกสภา-เดอะแจ๊ค&#039;จี้รมว.พม.ตามโกงเงินคนจนหลังเกิดเรื่องเกือบ2ปีไม่คืบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
20ก.ย.62-นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือถึงนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อขอให้ติดตามความคืบหน้า กรณีที่เคยยื่นหนังสือถึงพล.อ.อนันตพร&amp;nbsp; กาญจนรัตน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพม. เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2561 เพื่อขอข้อมูลรายละเอียดการกระจายงบประมาณโครงการเงินช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่ง ผู้ป่วยโรคเอดส์ ไปยังศูนย์ต่างๆทั่วประเทศ ในปีงบประมาณ 2559-2560 วงเงินงบประมาณปีละ 600 ล้านบาท ซึ่งจนถึงขณะนี้เวลาได้ผ่านมาถึงเกือบ 2ปี แต่ก็ไม่มีการตอบรับหรือมีความคืบหน้าใดๆในการดำเนินการกับเรื่องโกงเงินคนจนดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ได้เคยยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เมื่อวันที่ 21 ก.พ.2561 จนมีการปลดปลัดกระทรวง พม. มาแล้ว ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้เร่งสอบสวนการทุจริตโครงการดังกล่าวโดยเร็ว และขอให้นายจุติจัดส่งรายละเอียดการกระจายงบประมาณโครงการเงินค่าไร้ที่พึ่ง ปีงบประมาณ 2559-2560-2561-2562 ปีละ 600 ล้านบาท ว่า กระจายไปยังศูนย์ใดบ้างในแต่ละปีงบประมาณ และมีตรวจสอบการทุจริตหรือไม่&amp;nbsp; มีข้าราชการถูกลงโทษอย่างไร จำนวนกี่คน โดยละเว้นการลงโทษข้าราชการชั้นผู้น้อยหรือให้กันข้าราชการชั้นผู้น้อยไว้เป็นพยาน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัชระ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังขอรายละเอียดงบประมาณการจัดซื้อผ้าห่มของกระทรวง พม. ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2556-2562 ว่ามีงบประมาณจัดซื้อปีละเท่าใด จำนวนเท่าใด ผืนละเท่าใดเอกชนรายใดเป็นผู้ขาย และกระจายผ้าห่มไปแจกที่ใดบ้าง และขอรายละเอียดงบประมาณการจัดทำข้าวกล่อง ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย พ.ศ.2554 ว่ามีจำนวนเท่าใด เอกชนรายใดเป็นผู้จัดทำงบประมาณเท่าใด จำนวนกี่กล่อง ไปแจกที่ใด รวมงบประมาณทั้งสิ้นเท่าใดด้วย ทั้งนี้เพื่อจะได้เกิดความชัดเจนว่าโครงการต่างๆของกระทรวงพม.มีความโปร่งใสหรือมีการทุจริตหรือไม่ หากมีการทุจริตก็จะได้เดินหน้าดำเนินการเพื่อนำผู้ที่ทุจริตมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46211</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ, จุติ ไกรฤกษ์, วัชระ เพชรทอง, โกงเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180521/image_big_5b02d6c34b46c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 22:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลื้มงานป.ป.ท. จับ‘ทุจริต’ฉมัง แนะสร้าง‘ภาคี’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ชม ป.ป.ท.ผลงานเข้าตา จับทุจริตจำนำข้าว เงินทอนวัด โกงเงินคนจน นักเรียนผี &amp;nbsp;ชี้ไทยปราบโกงดีขึ้น ขยับเป็นอันดับ 4 ของอาเซียน แนะเร่งสร้างเครือข่าย-เข้มงวดบังคับใช้ กม.-สร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น พลัส แวนดา แกรนด์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทบาทภารกิจ และการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เนื่องในโอกาสครบรอบการสถาปนา 11 ปี พร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ประจำปี พ.ศ.2562
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า การทุจริตเป็นการบ่อนทำลายชาติที่สำคัญ ประชาชนจะขาดความเชื่อมั่นการบริหารงานของรัฐบาล เศรษฐกิจถดถอยเพราะถูกเรียกรับเงินใต้โต๊ะ ไม่มีนักลงทุนเข้ามาลงทุน และบั่นทอนกำลังใจคนที่ทำธุรกิจโดยสุจริต สำหรับประเทศไทยได้ตั้งหน่วยงานขึ้นเพื่อดำเนินการปราบปรามผู้ที่ทุจริตมาโดยตลอด แม้ระยะแรกในการก่อตั้ง ป.ป.ท.จะไม่เป็นที่รู้จักและผลงานยังไม่ประทับใจ แต่เข้าสู่ปีที่ 5 ผลงานเริ่มเป็นที่ประจักษ์ กระทั่ง 2 ปีล่าสุด ป.ป.ท.มีบทบาทเต็มที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อย่างกรณีทุจริตจำนำข้าว เงินทอนวัด โกงเงินคนจน และคดีนักเรียนผี ป.ป.ท.เป็นตัวช่วยตัดวงจรการทุจริตได้ผลจนเป็นที่น่าพอใจ ถือว่ามีผลงานโดดเด่นเพราะความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ โดยตัวเลขคดีสัมพันธ์กับจำนวนคดีหลายเรื่องที่ดำเนินการแล้วเสร็จ แต่การทุจริตก็ไม่ได้หมดไปจากสังคมไทย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า แม้ว่าสถานการณ์การทุจริตในปัจจุบันจะดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งเห็นได้จากค่าดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย (Corruption Perception Index: CPI) ที่ประเมินโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International: TI) ครั้งล่าสุด ในปี 2560 ประเทศไทยได้ 37 &amp;nbsp;คะแนน อยู่ในลำดับที่ 96 จากประเทศที่เข้าร่วมประเมินทั้งหมด 180 ประเทศ อยู่ในลำดับที่ 4 ของประเทศอาเซียน รองจากประเทศสิงคโปร์ บรูไน และมาเลเซีย ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของประเทศที่มีการทุจริตลดลง และสร้างความเชื่อมั่นดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น กระนั้นก็ดีตัวเลขดังกล่าวยังไม่เป็นที่น่าพอใจ ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำต่อไปก็คือ การปลุกจิตสำนึกความซื่อสัตย์สุจริตในทุกภาคส่วน และเสริมสร้างภาคีเครือข่ายให้มีการเฝ้าระวังให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เสี่ยง ลดช่องทางหรือปิดโอกาสการทุจริตจากภาคส่วนต่างๆ ให้มากที่สุด อันจะเป็นพื้นฐานในการปฏิรูปสังคมและประเทศไทยสู่การต่อต้านทุจริตในทุกรูปแบบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องที่ ป.ป.ท.ต้องทำต่อไปมีอีกหลายอย่าง แต่รัฐบาลอยากให้เน้นใน 3 เรื่อง คือ 1.สร้างเครือข่ายกับภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึงเครือข่ายกับต่างประเทศให้มากขึ้นและยั่งยืน เพื่อติดต่อประสานงานแลกเปลี่ยนข้อมูล 2.บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและจริงจังกว่าเดิม เพื่อให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ขึ้น และ 3.ทำงานในลักษณะให้ความรู้ เตือนประชาชนให้ตระหนักว่าอะไรผิด อะไรที่ทำได้หรือทำไม่ได้ &amp;nbsp;แม้สิ่งเหล่านี้ ป.ป.ท.จะทำอยู่แล้ว ก็ขอให้เข้มงวดมากขึ้น เป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ของ ป.ป.ท.&amp;quot; รองนายกรัฐมนตรีกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล รองเลขาธิการ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ &amp;nbsp;ป.ป.ท.กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ท.ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นองค์กรหลักของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ โดยตั้งแต่ปีงบประมาณ 2551-2562 มีการรับเรื่องกล่าวหา/ร้องเรียนการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐจำนวน 35,580 คดี (เดือน ธ.ค.61 จำนวน 148 คดี) ส่วนผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง แยกเป็น รับไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริง 4,584 คดี, ไม่รับไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริง 7,451 คดี, ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม 1,248 คดี, ส่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 8,961 คดี, ส่งพนักงานสอบสวน 883 คดี อื่นๆ 49 คดี และคณะกรรมการ ป.ป.ท.พิจารณาแล้ว 23,176 คดี โดยพิจารณาความผิดแล้วรวมทั้งสิ้น 912 คดี ได้แก่ ผิดอาญาและวินัย 443 คดี, ไม่ผิดอาญาแต่ผิดวินัย 30 คดี, ยุติเรื่อง 271 คดี, ส่งสำนักงาน ป.ป.ช. 123 คดี และส่งพนักงานสอบสวน &amp;nbsp;45 คดี มีคดีที่อยู่ระหว่างส่งอัยการ 148 คดี และส่งอัยการเรียบร้อยแล้ว 294 คดี ซึ่งศาลมีคำพิพากษาแล้ว 94 คดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.ท.วันนพกล่าวว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่าปัญหาการทุจริตไม่สามารถแก้ไขให้สำเร็จได้เพียงแค่การใช้กลไกภาครัฐเท่านั้น ต้องผสานพลังจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน ตลอดจนต้องเสริมสร้างและยกระดับธรรมาภิบาล ส่งเสริมผลักดันให้หน่วยงานของรัฐยึดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารราชการโดยมุ่งมั่นขจัดการทุจริตในภาครัฐให้หมดสิ้น ในโอกาสครบรอบการสถาปนาสำนักงาน ป.ป.ท. ปีที่ 11 ป.ป.ท.ยังคงยืนหยัดในการเป็นหน่วยงานตรวจสอบและขับเคลื่อนให้เกิดธรรมาภิบาลในระบบราชการเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐ สร้างความตระหนักให้แก่สังคมทุกภาคส่วนได้เล็งเห็นถึงภัยของการทุจริตคอร์รัปชัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27532</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตจำนำข้าว, นักเรียนผี, ป.ป.ท., หนังสือพิมพ์, เงินทอนวัด, โกงเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190125/image_big_5c4b116173c57.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ชมผลงานโบว์แดง&#039;ปปท.&#039;ปราบโกงจำนำข้าว-โกงเงินทอนวัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค.62 - ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์นพลัสแวนด้าแกรนด์ &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทบาทภารกิจและการดำเนินงานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เนื่องในโอกาสครบรอบการสถาปนา 11 ปี พร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ประจำปี พ.ศ. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่าการทุจริตเป็นบ่อนทำลายชาติที่สำคัญ ประชาชนจะขาดความเชื่อมั่นการบริหารงานของรัฐบาล เศรษฐกิจถดถอยเพราะถูกเรียกรับเงินใต้โต๊ะ ไม่มีนักลงทุนเข้ามาลงทุน และบั่นทอนกำลังใจคนที่ทำธุรกิจโดยสุจริต สำหรับประเทศไทยได้ตั้งหน่วยงานขึ้นเพื่อดำเนินการปราบปรามกับผู้ที่ทุจริตมาโดยตลอด แม้ระยะแรกในการก่อตั้ง ป.ป.ท.ไม่เป็นที่รู้จักและผลงานยังไม่ประทับใจ แต่เข้าสู่ปีที่ 5 ผลงานเริ่มเป็นที่ประจักษ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระทั่ง 2 ปีล่าสุดป.ป.ท.มีบทบาทเต็มที่อย่างกรณีทุจริตจำนำข้าว เงินทอนวัด โกงเงินคนจน และคดีนักเรียนผี ป.ป.ท.เป็นตัวช่วยตัดวงจรการทุจริตได้ผลจนเป็นที่น่าพอใจ ถือว่ามีผลงานโดดเด่นเพราะความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ โดยตัวเลขคดีสัมพันธ์กับจำนวนคดีหลายเรื่องที่ดำเนินการแล้วเสร็จ แต่การทุจริตก็ไม่ได้หมดไปจากสังคมไทย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวอีกว่า แม้ว่าสถานการณ์การทุจริตในปัจจุบันจะดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งเห็นได้จากค่าคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย (Corruption Perception Index : CPI) ที่ถูกจัดอันดับการประเมินโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International : TI) ครั้งล่าสุด ในปี 2560 ประเทศไทยได้ 37 คะแนน อยู่ในลำดับที่ 96 จากประเทศที่เข้าร่วมประเมินทั้งหมด 180 ประเทศ อยู่ในลำดับที่ 4 ของประเทศอาเซียน รองจากประเทศสิงคโปร์ บรูไน และมาเลเซีย ตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของประเทศที่มีการทุจริตลดลง และสร้างความเชื่อมั่นดึงดูดให้กับนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น ตัวเลขดังกล่าวยังไม่เป็นที่พอใจ ดังนั้น สิ่งที่เราต้องทำต่อไปก็คือ การปลูกจิตสำนึกความซื่อสัตย์สุจริตในทุกภาคส่วน และเสริมสร้างภาคีเครือข่ายให้มีการเฝ้าระวังให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เสี่ยง ลดช่องทางหรือปิดโอกาสในการทุจริตจากภาคส่วนต่างๆ ให้มากที่สุด อันจะเป็นพื้นฐานในการปฏิรูปสังคมและประเทศไทยสู่การต่อต้านทุจริตในทุกรูปแบบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกฯ กล่าวเรื่องที่ป.ป.ท.ต้องทำต่อไปมีอีกหลายอย่าง แต่รัฐบาลอยากให้เน้นใน 3 เรื่อง 1. สร้างเครือข่ายกับภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึงเครือข่ายกับต่างประเทศให้มากขึ้นและยั่งยืน เพื่อติดต่อประสานงานแลกเปลี่ยนข้อมูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด กวดขัน และจริงจังกว่าเดิม เพื่อให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ขึ้น&amp;nbsp;
3. ทำงานในลักษณะให้ความรู้ เตือนประชาชนให้รู้สึกตระหนักว่าอะไรผิด อะไรที่ทำได้หรือทำไม่ได้ แม้สิ่งเหล้านี้ป.ป.ท.จะทำอยู่แล้วก็ขอให้เข้มงวดมากขึ้นเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ของป.ป.ท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล รองเลขาธิการฯ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ท. ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นองค์กรหลักของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ โดยตั้งแต่ปีงบประมาณ 2551 &amp;ndash; 2562 มีการรับเรื่องกล่าวหา/ร้องเรียนการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ จำนวน 35,580 คดี (เดือน ธ.ค.2561 จำนวน 148 คดี)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง แยกเป็น รับไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริง จำนวน 4,584 คดี, ไม่รับไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริง จำนวน 7,451 คดี, ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จำนวน 1,248 คดี, ส่งสำนักงาน ป.ป.ช. จำนวน 8,961 คดี, ส่งพนักงานสอบสวน จำนวน 883 คดี อื่นๆ จำนวน 49 คดี และคณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณาแล้ว จำนวน 23,176 คดี &amp;nbsp;โดยคณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้พิจารณาความผิดแล้ว รวมทั้งสิ้น 912 คดี ได้แก่ ผิดอาญาและวินัย จำนวน 443 คดี, ไม่ผิดอาญา แต่ผิดวินัย จำนวน 30 คดี, ยุติเรื่อง จำนวน 271 คดี, ส่งสำนักงาน ป.ป.ช. จำนวน 123 คดี และส่งพนักงานสอบสวน จำนวน 45 คดี &amp;nbsp;มีคดีที่อยู่ระหว่างส่งอัยการ จำนวน 148 คดี และส่งอัยการเรียบร้อยแล้ว จำนวน 294 คดี ซึ่งศาลมีคำพิพากษาแล้ว จำนวน 94 คดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.วันนพ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่าปัญหาการทุจริตไม่สามารถแก้ไขให้สำเร็จได้เพียงแค่การใช้กลไกภาครัฐเท่านั้น ต้องผสานพลังจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน ตลอดจนต้องเสริมสร้างและยกระดับธรรมาภิบาล ส่งเสริมผลักดันให้หน่วยงานของรัฐยึดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารราชการโดยมุ่งมั่นขจัดการทุจริตในภาครัฐให้หมดสิ้น โดยในโอกาสครบรอบการสถาปนาสำนักงาน ป.ป.ท. ปีที่ 11 &amp;nbsp;ป.ป.ท. ยังคงยืนหยัดในการเป็นหน่วยงานตรวจสอบและขับเคลื่อนให้เกิดธรรมาภิบาลในระบบราชการเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐ สร้างความตระหนักให้กับสังคมทุกภาคส่วนได้เล็งเห็นถึงภัยของการทุจริตคอร์รัปชัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27499</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชัน, ทจุริตจำนำข้าว, ปปท., วิษณุ  เครืองาม, โกงเงินคนจน, โกงเงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190125/image_big_5c4aaf034c74a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2018 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2018 16:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แฉ&#039;4บิ๊กขรก.พม.&#039;พัวพันโกงเงินคนจนกำลังจะได้เลื่อนตำแหน่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ย.61- เพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน แฉข้าราชการกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโกงเงินผู้ยากไร้ ได้รับการเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น โดยระบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอี่ยวโกงเงินคนไร้ที่พึ่ง จ่อเลื่อนเป็น ผอ.ระดับสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มหากาพย์ทุจริตเงินอุดหนุนสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่งยังไม่จบ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 กระทรวง พม. ได้ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินคัดเลือกเพื่อเลื่อนข้าราชการพลเรือนสามัญขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับสูง ลงนามโดยนายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวง พม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งก็พบว่ามี 4 รายชื่อ ตำแหน่งเป็นผู้ปกครองนิคม และพัวพันกับการทุจริตเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง จนถูกย้ายไปแขวนที่ส่วนกลาง ก่อนที่จะมีการคืนตำแหน่งให้กลับไปเป็นผู้ปกครองนิคมเหมือนเดิม แต่ขณะนี้กลับมีสิทธิ์ได้เลื่อนระดับที่สูงขึ้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21893</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าราชการพม., เพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน, เลื่อนตำแหน่ง, โกงเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181113/image_big_5bea97186a069.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 12:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2018 12:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปง.ร้องปปป.เช็คบิล&#039;อดีตบิ๊กพม.&#039; โกงเงินคนจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย. 61 - ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและพฤติมิชอบ (ปปป.) นายวิทยา นีติธรรม เลขานุการกรมสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต. กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการปปป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดนายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) พร้อมหญิงสาวคนสนิท และพวกที่เป็นอดีตข้าราชการในพม.ในคดีทุจริตการยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิทยา กล่าวว่า ได้นำหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อให้สืบสวนสอบสวนในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินในคดีดังกล่าว จากการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดในช่วงปี 2558-2560 หรือ ปีงบประมาณ 2559-2560 มีลักษณะการทำผิดในรูปแบบเงินทอน แต่ไม่ได้ทอนเงินผ่านธนาคาร เป็นแบบหิ้วกลับ จึงทำให้ยากต่อการตรวจสอบ โดยพบว่าในแต่ละปีมีการทุจริตประมาณ 80 ล้านบาท หรือร้อยละ 30 ซึ่งก่อนที่ปปง. จะเข้ามายึดอายัดทรัพย์ พบว่ามีการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไปยังบุคคลอื่น และแปรสภาพเป็นอสังหาริมทรัพย์และรถยนต์ จากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีการโยกย้ายทรัพย์สินออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตามพบว่าเงินจำนวนดังกล่าวมีการนำทอนกลับมาไว้ที่ศูนย์ช่วยเหลือคนจนในพื้นที่ก่อเหตุ และส่งต่อมาที่ปลัดพม. แต่ยังไม่พบเส้นทางการเงินไปถึงระดับกระทรวงหรืออดีตรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปปง. จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกยึดทรัพย์สิน เข้ามาชี้แจงถึงที่มาของทรัพย์สินภายใน 30 วัน หากพบว่าเป็นทรัพย์สินที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จะคืนทรัพย์สินให้ แต่หากชี้แจงไม่ได้ จะต้องยึดไว้จนกว่าคดีจะสิ้นสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพล.ต.ต.กมล ระบุว่า เบื้องต้นได้นัด ปปง. มาแจ้งความร้องทุกข์ อย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ หลังจากนี้จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานและตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุด ประกอบด้วย ปปง. ปปป. และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พร้อมยอมรับว่า คดีดังกล่าวมีความซับซ้อนพอสมควร แต่ทางปปง. ได้ดำเนินการพอสมควรจนมีความชัดเจนมากขึ้น หลังจากนี้จะต้องขออนุมัติจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวน เพื่อให้ปปป. มีอำนาจในการสืบสวนสอบสวน โดยมีแนวทางดำเนินงานโดยร่วมกันลงพื้นที่ติดตามผู้ต้องหาและทรัพย์สิน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11269</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปง., ปปป., ร้องเอาผิดบิ๊กพม., วิทยา นีติธรรม, โกงเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b20aac908d38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10834</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย่าปล่อยให้โกงไปกว่านี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อาหารกลางวันเด็กยังโกงกันได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีอะไรจะตอกย้ำว่าการคอร์รัปชันมันเข้าไปอยู่ในดีเอ็นเอของสังคมไทยได้ดีกว่านี้อีกแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอาออกยาก!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่ขนาดอยู่ในรัฐบาลที่มีความเป็นรัฏฐาธิปัตย์สูง &amp;nbsp;สามารถงัด ม.๔๔ มาจัดการคนโกงได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วมีใครกลัวบ้าง?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไล่ตามจับกันซิครับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โกงเงินคนจน เงินชาวเขา เงินทอนวัด แล้วมาโกงอาหารกลางวันเด็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลิกโทษกันไปมาว่า โกงตั้งแต่เมื่อไหร่ ใครมาปราบโกง ยุคไหนโกงมากกว่ากัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะการโกงเข้าไปฝังถึงส่วนรากที่ลึกที่สุดนั้น &amp;nbsp;มันสะท้อนให้เห็นว่า โกงมาแล้วหลายรุ่นคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นวันนี้เถียงกันไปก็เท่านั้น หากไม่มาพิจารณากันอย่างจริงจังว่า...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เราเห็นการไล่จับโกงกันนี้วันนี้ ส่วนใหญ่มาจากการร้องเรียน จากบุคคลภายนอก จากนักศึกษา จากประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การจับโกงโดยระบบตรวจสอบของรัฐเองนั้น มีน้อยมาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นแสดงให้เห็นว่า ระบบตรวจสอบภายในของหน่วยงานราชการแทบทุกหน่วยงาน ไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยกตัวอย่างง่ายๆ กรณีโกงอาหารกลางวันเด็ก มีหลักฐานให้เห็นทนโท่ทุกวัน นั่นคือจานอาหารของเด็ก แล้วหลุดรอดมาได้อย่างไรเป็นปีๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระบบตรวจสอบของกระทรวงศึกษาธิการมีหรือไม่ &amp;nbsp;ทำงานกันหรือเปล่า?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่รัฐบาลเอาแต่ประกาศปราบโกง แต่กลับไม่ลงไปดูพื้นฐานของปัญหาเลย ไม่มีทางที่จะแก้ไขปัญหาได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยสอบถามหน่วยงานราชการหรือไม่ว่า ระบบตรวจสอบภายในทำงานมีประสิทธิภาพหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือ...รัฐบาลเคยคิดจะรื้อระบบตรวจสอบทุกระดับกันอย่างจริงจังบ้างหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้มีการพูดกันมาก เรื่องปราบคอร์รัปชัน นายกฯลงตู่ &amp;nbsp;ไปพูดหลายเวที แต่ดูเหมือนไม่มีใครกลัว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.โรงเรียนเล็กๆ ยังไม่กลัวคำขู่ของหัวหน้า คสช.เลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ...ขู่ไปทั้งชาติก็แทบไม่มีผลในทางปฏิบัติ หากไม่ลงไปล้วงลึกระบบตรวจสอบทุกระดับชั้นกันอย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันนี้ระบบตรวจสอบของหน่วยงานราชการ ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพ ชงเองกินเอง พวกกันทั้งนั้น หรือไม่ก็ไม่เคยทำงานเชิงรุกเลย รอคนมาร้องอย่างเดียว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางคราวร้องไปให้ตายก็ไร้การตรวจสอบ เพราะคนตรวจสอบกับคนโกงเป็นพวกกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโกงยังมีอีกมากในทุกระดับ เพียงแต่เรื่องยังไม่แดงออกมา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การโกงยังดำเนินต่อไปไม่มีหยุดพัก และไม่กลัวถูกจับได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ดูสภาพความเป็นจริงที่เป็นอยู่ จับการโกงเงินคนจนได้ โกงเงินชาวเขาก็ดำเนินอยู่ จับเงินทอนพระวัดนี้ได้ วัดโน้นก็ยังทอนกันต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จับมาเท่าไหร่แล้ว พวกโกงอาหารกลางวันเด็กก็ยังโกงอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลุดจากโกงตรงนี้ เดี๋ยวก็มีโกงที่อื่นต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอทีกับวาทกรรมปราบโกง ถึงเวลาที่รัฐบาลต้องเรียกทุกกระทรวง ทบวง กรม มาคุยรื้อระบบตรวจสอบกันใหม่ ทำอย่างมืออาชีพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ต้องไปคิดให้ไกล หรือสวยหรู เอาแค่ให้ทุกหน่วยงานราชการมีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง และจริงจัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คอร์รัปชันเมืองไทยก็แทบจะสูญพันธุ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10834</URL_LINK>
                <HASHTAG>คสช., พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, อ่านเอาเรื่อง, เงินชาวเขา, เงินทอนวัด, โกงอาหารกลางวันเด็ก, โกงเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9143</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 13:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 13:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คุณหญิงกัลยา&#039;แนะรัฐบาลอนุมัติงบฯเยียวยาคนจนที่ถูกโกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 พ.ค. 61 - &amp;nbsp;คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หลังจากข้อสรุปของทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พบการทุจริต 67 จังหวัดมีผู้เกี่ยวข้องเป็นเป็นข้าราชการทุกระดับโดยมีความเสียหายไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาทนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินส่วนนี้เป็นสิทธิ์ของประชาชนผู้ด้อยโอกาสในโครงการเงินสนับสนุนจากรัฐ โดยในส่วนของข้าราชการผู้กระทำความผิดเป็นหน้าที่ของระบบกฎหมายต่อไป แต่ในส่วนของประชาชนซึ่งตกเป็นเหยื่อของขบวนการทุจริตเงินช่วยเหลือนี้ก็ควรจะมีผู้รับผิดชอบ เพราะถ้าหากรอกระบวนการกฎหมายสิ้นสุดก็ใช้เวลายาวนานเกินไปขณะที่ความเดือดร้อนของประชาชนเกิดขึ้นในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงอยากเสนอให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำเรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วนเข้าในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติงบประมาณชดเชยเยียวยาให้กับประชาชนตามสิทธิ์ของเขาที่ควรได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้เห็นอยู่ว่าประชาชนบางส่วนได้รับไปแล้วแต่ในจำนวนประชาชนจังหวัดที่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการทุจริตกลับไม่ได้รับ สิทธิ์หายไปไม่มีผู้รับผิดชอบซึ่งรัฐโดยนายกรัฐมนตรีจะละเลยเพิกเฉยเช่นนี้ไม่ได้ ต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบเสนอหรือสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอ อำนาจคณะรัฐมนตรีสามารถพิจารณาได้ตราบใดที่คณะรัฐมนตรีพิจารณางบประมาณพิเศษให้กับการจัดแข่งขันกีฬาหรืองบประมาณประชาสัมพันธ์ได้ ย่อมพิจารณาการเยียวยาประชาชนย่อมได้&amp;quot; คุณหญิงกัลยา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9143</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, ชดเชยคนจน, ปชป., โกงเงินคนจน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af9298e1520d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
