<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2020 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2020 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด &#039;พนม&#039; พร้อมพระ-ฆราวาสโกงเงินทอนวัด 7 แห่ง เสียหาย 27.5 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.63 - ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงข่าวถึงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ทุจริตการเบิกจ่ายเงินงบประมาณอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัด 7 แห่ง (คดีเงินทอนวัด) รวมวงเงินเสียหาย 27.5 ล้านบาทว่า คดีนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดนายพนม ศรศิลป์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.พศ., น.ส.ประนอม คงพิกุล เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.กองพุทธศาสนสถาน พศ. และนายวสวัตติ์ กิตติธีระสิทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.ส่วนบูรณะพัฒนาวัดและศาสนสงเคราะห์ พศ. ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 151, 157 ประกอบ พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 และ พ.ร.บ.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 192 ประกอบมาตรา 93, 91 กับผู้เกี่ยวข้องทั้งพระและฆราวาส รวม 7 วัด ใน 5 จังหวัด ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. วัดช้าง ตำบลคลองกระแชง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี งบประมาณประจำปี 2558 จำนวน 4,200,000 บาท ประกอบด้วย นายพนม, น.ส.ประนอม และนายวสวัตติ์ มีมูลความผิดทางอาญา และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง นายพยงค์ สีเหลือง นายช่างโยธา มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. วัดดอนสะท้อน , วัดท้องตมใหญ่ , วัดเล็บกระรอก อำเภอสวี จังหวัดชุมพร รวม 3 วัด งบประมาณประจำปี 2559 จำนวนวัดละ 2,000,000 บาท รวมจำนวน 6,000,000 บาท ประกอบด้วย นายพนม, นายชยพล พงษ์สีดา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรอง ผอ.พศ., น.ส.ประนอม, นายฉัตรชัย ชูเชื้อ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.กองพุทธศาสนสถาน สำนักงาน พศ. และนายวสวัตติ์ และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง พระครูกิตติพัชรคุณ หรือนายสมเกียรติ ขันทอง เจ้าคณะอำเภอชนแดนเจ้าอาวาสวัดลาดแค อำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ พระครูนิวิฐสีลวัตร เจ้าอาวาสวัดท้องตมใหญ่ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. วัดพร้าวโสภณาราม ตำบลนครหลวง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา งบประมาณประจำปี 2557 และปี 2558 จำนวน 6,000,000 บาท ประกอบด้วย&amp;nbsp;นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผอ.พศ., นายพนม, น.ส.ประนอม และนายวสวัตติ์ มีมูลความผิดทางอาญา และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร งบประมาณประจำปี 2556 และปี 2557 จำนวน 6,300,000 บาท ประกอบด้วย นายนพรัตน์, น.ส.ประนอม และนายวสวัตติ์ &amp;nbsp;มีมูลเป็นความผิดทางอาญา และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง นางวรัญญู เพชรรัตน์ มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. วัดถาวรวราราม ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี งบประมาณประจำปี 2557 จำนวน 5,000,000 บาท ประกอบด้วย นายนพรัตน์, น.ส.ประนอม และนายวสวัตติ์ มีมูลความผิดอาญา และมีมูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72209</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการ ป.ป.ช., พนม ศรศิลป์, โกงเงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd18c0b22522.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27499</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/01/2019 13:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/01/2019 13:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ชมผลงานโบว์แดง&#039;ปปท.&#039;ปราบโกงจำนำข้าว-โกงเงินทอนวัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ม.ค.62 - ที่โรงแรมเบสท์เวสเทิร์นพลัสแวนด้าแกรนด์ &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดโครงการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์บทบาทภารกิจและการดำเนินงานของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เนื่องในโอกาสครบรอบการสถาปนา 11 ปี พร้อมมอบนโยบายการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ประจำปี พ.ศ. 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่าการทุจริตเป็นบ่อนทำลายชาติที่สำคัญ ประชาชนจะขาดความเชื่อมั่นการบริหารงานของรัฐบาล เศรษฐกิจถดถอยเพราะถูกเรียกรับเงินใต้โต๊ะ ไม่มีนักลงทุนเข้ามาลงทุน และบั่นทอนกำลังใจคนที่ทำธุรกิจโดยสุจริต สำหรับประเทศไทยได้ตั้งหน่วยงานขึ้นเพื่อดำเนินการปราบปรามกับผู้ที่ทุจริตมาโดยตลอด แม้ระยะแรกในการก่อตั้ง ป.ป.ท.ไม่เป็นที่รู้จักและผลงานยังไม่ประทับใจ แต่เข้าสู่ปีที่ 5 ผลงานเริ่มเป็นที่ประจักษ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กระทั่ง 2 ปีล่าสุดป.ป.ท.มีบทบาทเต็มที่อย่างกรณีทุจริตจำนำข้าว เงินทอนวัด โกงเงินคนจน และคดีนักเรียนผี ป.ป.ท.เป็นตัวช่วยตัดวงจรการทุจริตได้ผลจนเป็นที่น่าพอใจ ถือว่ามีผลงานโดดเด่นเพราะความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ โดยตัวเลขคดีสัมพันธ์กับจำนวนคดีหลายเรื่องที่ดำเนินการแล้วเสร็จ แต่การทุจริตก็ไม่ได้หมดไปจากสังคมไทย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวอีกว่า แม้ว่าสถานการณ์การทุจริตในปัจจุบันจะดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งเห็นได้จากค่าคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย (Corruption Perception Index : CPI) ที่ถูกจัดอันดับการประเมินโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International : TI) ครั้งล่าสุด ในปี 2560 ประเทศไทยได้ 37 คะแนน อยู่ในลำดับที่ 96 จากประเทศที่เข้าร่วมประเมินทั้งหมด 180 ประเทศ อยู่ในลำดับที่ 4 ของประเทศอาเซียน รองจากประเทศสิงคโปร์ บรูไน และมาเลเซีย ตามลำดับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สะท้อนให้เห็นถึงภาพลักษณ์ของประเทศที่มีการทุจริตลดลง และสร้างความเชื่อมั่นดึงดูดให้กับนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น ตัวเลขดังกล่าวยังไม่เป็นที่พอใจ ดังนั้น สิ่งที่เราต้องทำต่อไปก็คือ การปลูกจิตสำนึกความซื่อสัตย์สุจริตในทุกภาคส่วน และเสริมสร้างภาคีเครือข่ายให้มีการเฝ้าระวังให้ครอบคลุมทุกพื้นที่เสี่ยง ลดช่องทางหรือปิดโอกาสในการทุจริตจากภาคส่วนต่างๆ ให้มากที่สุด อันจะเป็นพื้นฐานในการปฏิรูปสังคมและประเทศไทยสู่การต่อต้านทุจริตในทุกรูปแบบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองนายกฯ กล่าวเรื่องที่ป.ป.ท.ต้องทำต่อไปมีอีกหลายอย่าง แต่รัฐบาลอยากให้เน้นใน 3 เรื่อง 1. สร้างเครือข่ายกับภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึงเครือข่ายกับต่างประเทศให้มากขึ้นและยั่งยืน เพื่อติดต่อประสานงานแลกเปลี่ยนข้อมูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ทำหน้าที่บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด กวดขัน และจริงจังกว่าเดิม เพื่อให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ขึ้น&amp;nbsp;
3. ทำงานในลักษณะให้ความรู้ เตือนประชาชนให้รู้สึกตระหนักว่าอะไรผิด อะไรที่ทำได้หรือทำไม่ได้ แม้สิ่งเหล้านี้ป.ป.ท.จะทำอยู่แล้วก็ขอให้เข้มงวดมากขึ้นเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ของป.ป.ท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล รองเลขาธิการฯ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท.กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ท. ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นองค์กรหลักของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ โดยตั้งแต่ปีงบประมาณ 2551 &amp;ndash; 2562 มีการรับเรื่องกล่าวหา/ร้องเรียนการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ จำนวน 35,580 คดี (เดือน ธ.ค.2561 จำนวน 148 คดี)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง แยกเป็น รับไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริง จำนวน 4,584 คดี, ไม่รับไว้ตรวจสอบข้อเท็จจริง จำนวน 7,451 คดี, ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จำนวน 1,248 คดี, ส่งสำนักงาน ป.ป.ช. จำนวน 8,961 คดี, ส่งพนักงานสอบสวน จำนวน 883 คดี อื่นๆ จำนวน 49 คดี และคณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณาแล้ว จำนวน 23,176 คดี &amp;nbsp;โดยคณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้พิจารณาความผิดแล้ว รวมทั้งสิ้น 912 คดี ได้แก่ ผิดอาญาและวินัย จำนวน 443 คดี, ไม่ผิดอาญา แต่ผิดวินัย จำนวน 30 คดี, ยุติเรื่อง จำนวน 271 คดี, ส่งสำนักงาน ป.ป.ช. จำนวน 123 คดี และส่งพนักงานสอบสวน จำนวน 45 คดี &amp;nbsp;มีคดีที่อยู่ระหว่างส่งอัยการ จำนวน 148 คดี และส่งอัยการเรียบร้อยแล้ว จำนวน 294 คดี ซึ่งศาลมีคำพิพากษาแล้ว จำนวน 94 คดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.วันนพ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้ทราบว่าปัญหาการทุจริตไม่สามารถแก้ไขให้สำเร็จได้เพียงแค่การใช้กลไกภาครัฐเท่านั้น ต้องผสานพลังจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชน ตลอดจนต้องเสริมสร้างและยกระดับธรรมาภิบาล ส่งเสริมผลักดันให้หน่วยงานของรัฐยึดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารราชการโดยมุ่งมั่นขจัดการทุจริตในภาครัฐให้หมดสิ้น โดยในโอกาสครบรอบการสถาปนาสำนักงาน ป.ป.ท. ปีที่ 11 &amp;nbsp;ป.ป.ท. ยังคงยืนหยัดในการเป็นหน่วยงานตรวจสอบและขับเคลื่อนให้เกิดธรรมาภิบาลในระบบราชการเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐ สร้างความตระหนักให้กับสังคมทุกภาคส่วนได้เล็งเห็นถึงภัยของการทุจริตคอร์รัปชัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27499</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอร์รัปชัน, ทจุริตจำนำข้าว, ปปท., วิษณุ  เครืองาม, โกงเงินคนจน, โกงเงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190125/image_big_5c4aaf034c74a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการฟ้องแล้ว 10 อดีตพระผู้ใหญ่-ฆราวาส ฟอกเงินทอนวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค.61 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปราบการทุจริต 1 ได้นำสำนวนเอกสาร ยื่นฟ้องนายเอื้อน กลิ่นสาลี หรืออดีตพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และอดีตเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และนายสมทรง อรรถกฤษณ์ หรืออดีตพระอรรถกิจโสภณ อดีตเลขาเจ้าคณะกรุงเทพ วัดสระสามพระยา เป็นจำเลย&amp;nbsp;ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเพื่อให้ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 (ฟ้องอดีตเจ้าอาวาส) และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานฯ, ร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กรณีร่วมกันฟอกเงินจากการทุจริตเงินทอนวัดในส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่วันเดียวกัน&amp;nbsp;พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 2 ก็ได้ยื่นฟ้องอดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ร่วมกับฆราวาส รวม 8 คนเป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กรณีร่วมกันฟอกเงินการทุจริตเงินทอนวัดในส่วนโครงการศูนย์กลางเผยแพร่พระพุทธศาสนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยปัจจุบันจำเลยทั้งสิบถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างการฝากขัง&amp;nbsp;ไม่ได้รับการประกันตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้เหตุที่ระหว่างการฝากขังศาลอาญาคดีทุจริตฯ และศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยืนไม่ให้ประกันตัวเนื่องจากเห็นว่า การกระทำความผิดมีผลกระทบต่อพุทธศาสนาและมีลักษณะเป็นขบวนการ โดยมีการแบ่งหน้าที่ยักย้ายเงินที่ได้มาผ่านทางธนาคาร จึงต้องมีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอยู่ในความครอบครองของพวกกระทำผิด หากให้ปล่อยชั่วคราวแล้วเชื่อว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงาน ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินการทุจริตนั้น ที่ผ่านมามีการฟ้องคดีเข้าสู่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ กลาง แล้วเพียง 1 สำนวน คือ พระครูกิตติ พัชรคุณ&amp;nbsp;หรือนายสมเกียรติ ขันทอง เจ้าคณะอำเภอชนแดน จ.เพชรบูรณ์ และเจ้าอาวาสวัดลาดแค ที่อัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2561 เป็นคดีหมายเลขดำ&amp;nbsp;อท.38/2561 กรณีที่ร่วมกันกับนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) อายุ 59 ปี ซึ่งยังหลบหนีคดี สมคบฟอกเงินทอนวัดต่างๆ&amp;nbsp;ในเขต จ.เพชรบูรณ์, นครสวรรค์,&amp;nbsp; ตากและชุมพร ราว 28 ล้านบาท ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยชั้นฝากขังพระครูกิตติ พัชรคุณ&amp;nbsp;ไม่ได้รับการประกันตัว แต่ก็เพิ่งจะได้ประกันตัวชั้นพิจารณาคดีด้วยหลักทรัพย์ที่ศาลตีราคาประกัน 1.5 ล้านบาท โดยมีการกำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล และให้เก็บรักษาหนังสือเดินทางของจำเลยไว้ด้วย ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการรอไต่สวนพยานในชั้นศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15462</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต, พระโกง, โกงเงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6ad128b1c92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผอ.พศ.อ่วม!ปปช.เชือดทุจริตเงินทอนวัด 7 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนม ศรศิลป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ส.ค.61 - มีรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลนายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กับพวก ในความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ. 2542 (แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ. 2550 และ (ฉบับที่2) พ.ศ. 2554)และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มาตรา 147&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์สินใดเบียดบังทรัพย์สินนั้นเป็นของตน หรือของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ตามมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต กรณีทุจริตงบอุดหนุนบูรณะและปฏิสังขรณ์วัด ของพศ. มูลค่าหลายสิบล้านบาท ในพื้นที่ จ. ลำพูน จำนวน 6 วัด และ จ.ลำปาง จำนวน 1 วัด รวม 7 วัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในวันอังคารที่ 7 ส.ค. เวลา 14.00 น. นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. จะแถลงมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.ดังกล่าว ที่ห้องแถลงข่าว อาคาร 1 สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14822</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตเงินทอนวัด, ชี้มูลความผิด, ปปช., พนม ศรศิลป์, อดีตผอ.พศ., โกงเงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180801/image_big_5b613a20cfc05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2018 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2018 19:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลไม่ให้ประกัน &#039;เจษฎา&#039; นักธุรกิจเมืองคอนผู้ต้องหาโกงเงินทอนวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3&amp;nbsp;ส.ค. 61 - ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้ควบคุมตัว นายเจษฎา วงศ์เมฆ ฉายาลุงทอง อายุ 57 ปี ชาวนครศรีธรรมราช นักธุรกิจรับเหมาและเจ้าของร้านจำหน่ายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กล้องวงจรปิด กล้องติดรถยนต์ฯ ใน จ.นครศรีธรรมราช และเซียนพระ ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัดล็อตที่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางที่&amp;nbsp;102/2561&amp;nbsp;ลงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ส.ค.2561ในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือโดยทุจริตและสนับสนุนเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 147 ประกอบมาตรา 86 มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลเป็นเวลา&amp;nbsp;12&amp;nbsp;วัน ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;3-14&amp;nbsp;ส.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานเพิ่มเติมอีก&amp;nbsp;10-15&amp;nbsp;ปาก รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือผู้ต้องหาจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพยานหลักฐานอื่นๆ พร้อมคัดค้านการประกันตัว&amp;nbsp;เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง เกรงว่าหากปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาอาจหลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพฤติการณ์ของนายเจษฎา ผู้ต้องหานี้&amp;nbsp;ถูกกล่าวหาร่วมทุจริตจัดสรรเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หรือเงินทอนวัด โดยผู้ต้องหาจะเข้าไปตีสนิทกับทางเจ้าอาวาสวัดต่างๆ ใน จ.นครศรีธรรมราช เพื่อขอให้บริษัทตัวเองได้รับงานซ่อมแซมบูรณะวัด โดยตกลงกับทางวัดว่าจะแบ่งเงินเปอร์เซ็นต์ให้ จากนั้นก็ให้วัดทำหนังสือขอรับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักพุทธฯ วัดละ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านบาท กระทั่งงานเสร็จแล้วก็ได้แบ่งเงินให้วัดดังกล่าว ซึ่งชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาคำร้องและเหตุจำเป็นของการฝากขังแล้ว&amp;nbsp;อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาญาติของนายเจษฎา ผู้ต้องหา ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ 600,000 บาท&amp;nbsp;ขอปล่อยชั่วคราวชั้นฝากขังนี้ กระทั่งเวลา 17.00 น. ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับตามพฤติการณ์แห่งคดีการกระทำความผิดที่ถูกกล่าวหามีลักษณะเป็นขบวนการโดยแบ่งหน้าที่กันทำและเป็นการทุจตริตต่อเงินงบประมาณของแผ่นดินทำให้รัฐต้องเสียหายเป็นเงินจำนวมาก อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อพระพุทธศาสนา และพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราวด้วย ดังนั้นหากปล่อยชั่วคราวเชื่อว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีหรือจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ศาลจึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยให้ยกคำร้องขอประกันตัวผู้ต้องหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้ควบคุมตัวนายเจษฎา&amp;nbsp;ผู้ต้องหาไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ระหว่างฝากขังต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14649</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเงินถอนวัด, เจษฎา วงศ์เมฆ, โกงเงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180803/image_big_5b6446f61b693.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14597</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2018 19:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2018 18:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นอนคุก!ศาลไม่ให้ประกันตัว &#039;อดีตบิ๊กพศ.-พวก&#039; โกงเงินทอนวัด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.61 - &amp;nbsp;ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้ควบคุมตัว ผู้ต้องหาคดีร่วมกันทุจริตฟอกเงินทอนวัด ประกอบด้วย 1.นายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ผอ.พศ.) 2.นายแก้ว ชิดตะขบ ผอ.การสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดสมุทรสงคราม 3.นายณรงค์เดช ชัยเนตร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสิงห์บุรี 4.นายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ ผอ.ส่วนบูรณะพัฒนาวัดและการศาสนสงเคราะห์ พศ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.นายบุญเลิศ โสภา อดีต ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา เป็นผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง 6.นายชยพล พงษ์สีดา อดีตรองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ 7.นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี นักวิชาการศาสนา สำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดนครปฐม 8.นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร ผอ.กลุ่มการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญ พศ.มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 2 - 13 ส.ค.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานเพิ่มเติม และรอผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือจากกองทะเบียนประวัติอาชญกร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการให้ประกันตัวด้วย เนื่องจากผู้ต้องหามีหมายจับหลายคดี และมีพฤติการณ์อาจหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 16.30 น. นายณพล ใบเงิน ทนายความกลุ่มผู้ต้องหา เปิดเผยหลังศาลรับคำร้องฝากขังว่า ญาติของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ยื่นหลักทรัพย์ 800,000 บาท เพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขัง โดยมีผู้ต้องหาที่ยื่นขอปล่อยชั่วคราวอีก 2 ราย ประกอบด้วยนางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร อดีตนักวิชาการศาสนาชำนาญการ พศ. และนายแก้ว ชิดตะขบ อดีตนักวิชาการศาสนา กองพุทธศาสนศึกษา ญาติได้ยื่นหลักทรัพย์ 400,000-500,000 แสนบาท ส่วนผู้ต้องหารายอื่นเท่าที่ทราบหลักทรัพย์ยังไม่เพียงพอ จึงไม่ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังทราบว่านายบุญเลิศ โสภา อดีต ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา พศจ.ลำปาง และนายณรงค์เดช ชัยเนตร อดีต ผอ.กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา พศ. อีก 2 รายมายื่นประกันเพิ่มเติมภายหลังด้วย รวมเป็น 5 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเวลา 17.15 น. ศาลอ่านคำสั่งการประกันตัวของผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพิเคราะห์ข้อเท็จจริงตามคำร้องฝากขังแล้วเห็นว่า กลุ่มผู้ต้องหาร่วมกับวัดสมคบกันวางแผนโดยอาศัยฐานะความเป็นเจ้าหน้าที่ของ พศ.อนุมัติงบประมาณสนับสนุนการจัด การศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญ ให้กับวัดที่ไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาสังกัดหรือตั้งอยู่ แล้วกลุ่มผู้ต้องหาก็ให้วัดคืนเงินงบประมาณบางส่วนให้กับกลุ่มผู้ต้องหา อันเป็นการเบียดบังงบประมาณ พศ. จึงเป็นต้นตอทำให้เกิดความเสียหายแก่พุทธศาสนา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ต้องหาบางคนร่วมกระทำผิดในลักษณะนี้อีกหลายคดี พฤติการณ์แห่งคดีจึงเป็นเรื่องร้ายแรง อีกทั้งคดีมีอัตราโทษสูง พนักงานสอบสวนก็คัดค้านการปล่อยชั่วคราว เชื่อว่าหากให้ปล่อยชั่วคราวแล้วผู้ต้องหาอาจหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้องของผู้ต้องหาที่ยื่นประกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพและทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14597</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตเงินทอนวัด, พนม ศรศิลป์, อดีตบิ๊กพศ., โกงเงินทอนวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180802/image_big_5b62e92f917b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2018 14:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2018 14:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก๊วนเงินทอนวัดออกใบปลิวเถื่อนโจมตี &#039;พงศ์พร&#039; หาใช้คำราชาศัพท์ผิดลดพระเกียรติสมเด็จพระสังฆราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;12 พ.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการเผยแพร่ใบปลิวโจมตี พ.ต.ท.พงศ์พร อย่างรุนแรงกรณีใช้คำศัพท์ผิดต่อ สมเด็จพระสังฆราช ระหว่างการประชุมพระระดับสังฆาธิการ ทั่วประเทศ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่าใบปลิวฉบับดังกล่าวมีพระสงฆ์ ระดับเจ้าคณะจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือเป็นคนเผยแพร่ออกมา โดยพระสงฆ์รูปดังกล่าว มีความสนิทสนมกับ 1 ในพระผู้ใหญ่ที่ถูกแจ้งความในคดีเงินทอนวัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อต้นสัปดาห์มีการประชุมพระระดับสังฆาธิการ ซึ่งในการประชุมเจ้าหน้าที่ พศ. ได้เตรียมเอกสารกล่าวเปิดประชุมให้กับสมเด็จพระสังฆราช และนายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่จะกล่าวบรรยายพิเศษ แต่กลับไม่ได้มีการเตรียมเอกสารคำกล่าวให้กับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. ทั้งที่โดยปกติจะต้องมีการเตรียมไว้ให้ ผอ.พศ. เหตุนี้ทำให้ พ.ต.ท.พงศ์พร ใช้คำราชาศัพท์ผิดหลายคำ เนื่องจากต้องกล่าวสด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับใบปลิวดังกล่าว ระบุว่า &amp;quot;ผอ.พศ.ส่อเจตนาร้ายหรือจงใจผิด&amp;quot;&amp;nbsp; ช่วงหนึ่งว่าการใช้ราชาศัพท์ที่ไม่ถูกต้อง เช่นคำขึ้นต้นที่ต้องใช้คำว่า ขอประทานกราบทูลทราบฝ่าพระบาท ฯลฯ เกล้ากระหม่อมขอประทานพระอนุญาตกราบทูลถวายรายงาน แต่ท่านผอ.พศ. กลับใช้ศัพท์สามัญว่า นมัสการพระมหาเถระ พระเถรานุเถระ และพระสังฆาธิการ ท่านองคมนตรี ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เคารพทุกรูป ทุกท่านครับ ซึ่งเป้นความผิดที่ให้อภิยไม่ได้แม้แต่น้อย เพราะเมื่อสมเด็จพระสังฆราชฯ มาเป็นองค์ประธานในพิธี ไม่บังควรเอ่ยถึงบุลคคลอื่นแม้แต่น้อย&amp;nbsp; การกล่าวนามผู้อื่นตามหลังพระนามของพระองค์ ถือว่าเป็นการลดพระเกียรติของพระองค์ให้ต่ำลงมาเสมอกับพระเถระรูปอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ใบปลิวระบุด้วยว่า &amp;quot;คำลงท้ายที่ควรใช้คำว่า เกล้ากระหม่อมขอกราบทูลฝ่าพระบาท ให้ทรงเมตตาประทานกล่าวสัมโมทนียกถา และทรงเปิดการประชุมฯ&amp;quot; &amp;nbsp;ก็กลับไปใช้คำว่า &amp;quot;ท้ายที่สุด กระผมขอกราบนมัสการอีกครั้งหนึ่ง เพื่อโปรดเมตตาให้กระผมได้พบปะพระคุณเจ้าและเปิดการ....(เอ่อ)....ฝึกอบรมหลักสูตรในวันนี้ฯ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผู้เขียนใบปลิว ระบุต่อว่า &amp;quot;ท่านผอ.พศ.ไม่มีความรู้จริงๆ หรือว่ามีเจตนาร้ายหรือจงใจหมิ่นพระเกียรติสมเด็จพระสังฆราช เพื่อให้โลกรู้ว่าข้าพเจ้าไม่ได้เคารพ จึงอึดอัดขัดข้องใจที่จะกล่าวอย่างผู้ดี ผู้มีเกียร ติผู้มีคุณธรรมเขากล่าวกัน&amp;nbsp; กระทำกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ท่านผอ.พศ.ไม่ได้เป็นผอ.พศ. เสมือนผอ.พศ.ในอดีตที่ผ่านมาทุกๆคน เพราะท่านเป็นพ.ต.ท.ผู้ที่มียศ พันตำรวจโท มีหรือจะไม่รู้เรื่องการใช้ราชาศัพท์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;นอกจากนี้ในตอนท้ายใบปลิวระบุด้วยว่า&amp;nbsp; &amp;quot;พิจารณาความผิดของตนเองเถิด&amp;nbsp; อย่าไปมองความผิดผู้อื่นเลย&amp;nbsp; เพื่อสภาวะจิตรจะได้ลดโทสจริต โมหะจริต ให้เบาบางลงได้บ้าง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9046</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผอ.พศ., พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์, มหาเถรสมาคม, โกงเงินทอนวัด, ใบปลิวเถื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeb21ed25df8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
