<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรรมของเกษตรกร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เคยท่องตั้งแต่เด็กๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีเกษตรกรเป็นกระดูกสันหลังของชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่...ไม่น่าเชื่อว่า นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่มีรัฐบาลไหนเลยที่สามารถแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรได้อย่างยั่งยืน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีการวางรากฐานให้เกษตรกรลืมตาอ้าปากได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีแค่กลืนไปกับระบบราชการ กับนโยบายหวือหวาเช่นจำนำข้าวทุกเมล็ด สุดท้ายนำไปสู่ปัญหาคอร์รัปชัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และสร้างความเสียหายให้งบประมาณแผ่นดินอย่างมหาศาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเกิดขึ้นของม็อบชาวสวนยาง ซึ่งกำลังชุมนุมที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างว่า รัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมา รวมทั้งรัฐบาล คสช. ไม่ได้มีความประสงค์จะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากมองโยงว่าม็อบเกิดช่วงก่อนเลือกตั้ง จะต้องมีการเมืองอยู่เบื้องหลังก็มองไป แต่ที่รัฐบาลมองข้ามไปไม่ได้เลยคือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำจนเกษตรกรจะอยู่ไม่ได้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหน ต้องแก้ไขอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไปดูยอดส่งออกยางพาราในปี ๒๕๖๐ ประเทศที่มียอดการส่งออก ๕ อันดับแรกของโลกมีดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๑.ไทย ๑๙๗,๑๐๐ ล้านบาท (๓๖.๒%)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๒.อินโดนีเซีย ๑๖๗,๕๓๕ ล้านบาท (๓๐.๗%)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๓.โกตดิวัวร์ ๓๖,๑๓๕ ล้านบาท (๖.๗%)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๔.มาเลเซีย ๓๖,๐๐๐ ล้านบาท (๖.๖%)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;๕.เวียดนาม ๓๒,๘๕๐ ล้านบาท (๖.๐%)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่ประเทศไทยส่งออกเยอะที่สุดในโลกอาจไม่ใช่เรื่องน่ายินดี เพราะลึกๆ แล้วมีปัญหาให้มองได้ &amp;nbsp;๒ มิตินั่นคือ...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลูกจนล้น กับ แปรรูปในประเทศน้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้ง ๒ ข้อนี้คือหายนะของเกษตรกรชาวสวนยาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนกลับไปช่วงรัฐบาลทักษิณ ผู้ให้กำเนิดนโยบายเพิ่มพื้นที่ปลูกยางในภาคเหนือและภาคอีสาน ๑ &amp;nbsp;ล้านไร่ เพราะขณะนั้นราคายางพาราต่อกิโลกรัมเกิน ๑๐๐ บาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฐานความคิดที่ว่าปลูกเยอะก็ขายได้เยอะ ช่วงตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ จึงมีการปลูกยางพารากันอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เคยผลิตยางพาราได้ประมาณ ๑.๕ ล้านตันต่อปี จากพื้นที่ปลูกในภาคใต้เป็นส่วนใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปี ๒๕๕๖ ไทยผลิตยางได้ประมาณ ๔.๑ ล้านตันต่อปี เพราะเพิ่มพื้นที่ปลูกทั่วทุกภาค เกือบทั้งประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพิ่มขึ้นเกือบ ๔ เท่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แค่ใช้หลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น &amp;quot;ดีมานด์-ซัพพลาย&amp;quot; มาจับ ก็เห็นหายนะแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเพิ่มผลผลิตกันอย่างมโหฬารก็ตรงกับช่วงที่ราคายางพาราตกต่ำอย่างหนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่การแปรรูปใช้เองในประเทศ รัฐบาลรับปากไปก็เหมือนผายลม ถนนยางพาราผ่านมากี่ปีแล้วทำได้กี่กิโลเมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวเลขทั้งหมดนี้รัฐบาลรู้ เกษตรกรก็น่าจะรู้ ถ้าจะแก้ปัญหากันจริงๆ ต้องลดพื้นที่ปลูก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถามว่า เกษตรกรยอมหรือเปล่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วรัฐบาลกล้าหรือไม่ที่จะประกาศโซนปลูกยางพาราเสียใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอบได้คำเดียวว่า &amp;quot;ยากมาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่พูดเรื่องยางพารา ถึงเวลาต้องพูดให้หมดและครอบคลุม ทั้งปัญหาและวิธีการแก้ไข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าใช้มาตรการเอาใจเกษตรกรมากเกินไปจนกลายเป็นดินพอกหางหมู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรัฐบาลถ้ายังไม่จริงจังที่จะแก้ปัญหา โดยเฉพาะ &amp;quot;ลุงตู่&amp;quot; หากกลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบท่านจะโดนหนักกว่านี้เยอะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฝีมันเจ็บถ้าไม่ผ่าออก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนผ่าก็ยิ่งเจ็บกว่า แต่เจ็บแล้วหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พืชผลทางการเกษตรก็เช่นกัน หากถึงเวลาบังคับปลูกเป็นโซนก็ต้องทำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เช่นนั้นจะติดกับราคาที่ตกต่ำ และการชุมนุมไม่จบไม่สิ้น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21986</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, อ่านเอาเรื่อง, เวียดนาม, โกตดิวัวร์, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
