<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใช้กฎหมาย &#039;สื่อความ&#039; ครึ่งเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เก่งใหญ่แล้วนะ..ปิยบุตร!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พูดจาแต่ละคำ ใหญ่เกินตัวขึ้นทุกวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อายุ-อานามก็เพิ่งจะ ๔๐ ไม่ใช่หรือ?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรียกว่าไม่หนุ่ม-ไม่แก่ พอดีๆ &amp;quot;กำลังแกง&amp;quot; ฉะนั้น อย่าเพิ่งห้าวให้มันเกินลิมิตไปนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ได้รัก-ไม่ได้เกลียดอะไรคุณหรอก ก็เข้าใจในความที่คุณเป็น &amp;quot;ตัวที่ถูกเลือก&amp;quot; ของขบวนการ ที่เขาให้ออกเล่นบทนี้ ในเกมโยกคลอนสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปูทาง &amp;quot;ถอน&amp;quot; หรือพูดอีกที &amp;quot;โค่นล้ม&amp;quot; ในวันข้างหน้า!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ด้วยมีมหาลัยและแก๊งเป็นกระดอง ยิ่งตอนนี้มีสภาคุ้มกะลาหัวอีกใบ จึงหลงว่าตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทึกทักโลกจินตนาการเด็กวานซืน เป็นโลกและสังคมจริงที่กำลังจะเป็น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุปโลกน์ตัวเองเป็นพระเอก........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งที่จริงๆ แล้ว เขาถีบหลังออกมาตายแทน ยังไปหลงหอมกลิ่นเกือก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ลองเหลียวหลังไปมองบ้างล่ะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งตายซาก กำลังตายซาก และเซซัดเป็นผีไม่มีญาติกลาดเกลื่อนอยู่ตอนนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระเอกประชาธิปไตย &amp;quot;แดงทั้งแผ่นดิน&amp;quot; ทักษิณสถาปนาทั้งนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าจะเป็น &amp;quot;ไอ้ตี๋หน้าอ่อน&amp;quot; ตายซากตัวต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้ายังขืนผยองว่า.....&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้า...&amp;quot;รองศาสตราจารย์&amp;quot; ทางกฎหมาย สาวกแซ็ง-ฌุสต์แล้วตีโวหารรานรุกทุกสถาบัน ตะบัน-ตะแบงกฎหมายแบบครึ่งๆ กลางๆ ชนิดไม่เห็นหัวใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเจ้าพูดเมื่อวาน (๓๐ ส.ค.๖๒) นี้ซิ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;....กรณีวันนี้ ที่นายโกวิทถูกเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญเรียกตัวไป ผมก็นั่งสงสัยอยู่ว่า หนังสือเรียกตัวนายโกวิทนั้น สถานะทางกฎหมายคืออะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญอาศัยอำนาจตามกฎหมายข้อไหนเรียกคนไปชี้แจง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราอยู่ในหลักนิติรัฐ องค์กรผู้ใช้อำนาจรัฐจะมีอำนาจรัฐต้องมีกฎหมายให้อำนาจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจเรียกเราไป ก็ต้องมีหมายเรียก กกต.ก็ปฏิบัติตามกฎหมายของ กกต.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาคือ เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ ทำจดหมายเรียกนายโกวิทไปชี้แจงวันนี้ อาศัยอำนาจตามกฎหมายอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมดูกฎหมายฉบับนั้น ก็ไม่เห็นอ้างกฎหมายอะไรเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอีกคดีที่กำลังจะเปิดกระบวนการพิจารณาคดีในวันที่ ๙ กันยายน คือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีของนางสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการ เป็นการดำเนินคดีในศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง โดยใช้เรื่องละเมิดอำนาจศาลตาม ป.วิฯ แพ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ใช้มาตรา ๓๒ &amp;nbsp;ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องหนังสือ สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ในระหว่างที่การพิจารณาคดียังไม่จบ &amp;nbsp;แต่กรณีนางสฤณีเป็นการวิจารณ์คำพิพากษาที่จบไปแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น จึงอยากฝากว่า ศาลเป็นองค์กรตุลาการ เป็นองค์กรผู้ใช้อำนาจอธิปไตยเคียงคู่ไปกับรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และรัฐมนตรี ทั้ง ๓ องค์กรนี้ อยู่ในระนาบเดียวกัน ไม่มีใครใหญ่กว่าใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคุณใช้อำนาจอธิปไตยผ่านกระบวนการตุลาการ ก็จำเป็นที่จะต้องให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยมีโอกาสตรวจสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตรวจสอบที่ดีที่สุดคือการวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งกันและกัน ท่านต้องระวังเรื่องการใช้กรณีละเมิดอำนาจศาลมาดำเนินคดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะต่อไปในอนาคต จะทำให้เข้าใจว่า ศาลเป็นองค์กรที่แตะต้องไม่ได้เลยหรือเปล่า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การวิพากษ์วิจารณ์ซึ่งกันและกันตามข้อกฎหมายและวิชาการ ไม่มีใครว่า และศาลก็ไม่ได้ห้าม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การวิพากษ์วิจารณ์หรือทำไปในทางดูหมิ่น จ้วงจาบหยาบช้า ไม่ต้องมีการศึกษาหรอก แค่คนที่มีความเป็นคน ก็ต้องรู้ว่า ศาลนั้นตัดสินในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณี &amp;quot;นายโกวิท วงศ์สุรวัฒน์&amp;quot; ทวีตเกี่ยวกับการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้อง ๓๒ &amp;nbsp;ส.ส. ปมหุ้นสื่อ แต่ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ด้วยการใช้คำว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น่าจะเกินคำว่า &amp;quot;ด้าน&amp;quot; เสียแล้ว อย่างนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ด้วยแง่กฎหมายทางวิชาการ หรือว่าเป็นการใช้ &amp;quot;อารมณ์ดิบ&amp;quot; บ่งบอกถึงการดูหมิ่นศาล?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปิยบุตรพูดว่า......
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญอาศัยอำนาจตามกฎหมายข้อไหนเรียกคนไปชี้แจง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลไม่ได้เรียกไปชี้แจง ควรพูดให้ตรง เพื่อสื่อความให้คนฟังเข้าใจตรงตามเป็นจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการศาลเพียง &amp;quot;เชิญตัว&amp;quot; นายโกวิทไปพบ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงและเจตนาตามที่โพสต์ด้วยคำว่า &amp;quot;ด้าน&amp;quot; กับศาลเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้ำ...แค่เชิญไปสอบถามเยี่ยงวิญญูชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่เป็นการดำเนินคดี และยังไม่มีข้อหาใดๆ ทั้งสิ้น ในตอนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่ปิยบุตรถือหลัก &amp;quot;ไม่มีใครใหญ่กว่าใคร&amp;quot; แล้วออกมาเบ่งกล้ามนั้น ทางที่ดี ปิยบุตรน่าสอบถามนายโกวิทย์ก่อนว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุยกับเลขาฯ ศาลเป็นที่สรุปด้วยทัศนคติไหน?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้ความแล้วค่อยออกมาพูด บางที &amp;quot;ทัศนคติปฏิปักษ์&amp;quot; ในการแสดงออกของปิยบุตร เมื่อเข้าใจ อาจคลายสู่ความเป็นผู้เป็นคนได้มากกว่านี้ก็ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโกวิทย์ ศึกษาสูง เป็นอาจารย์ เป็นสมาชิกบัณฑิตยสภา และวัยก็ไม่ใช่เด็ก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น ผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี คำไหนควร-ไม่ควรใช้กับศาล ต้องรู้ &amp;quot;ด้วยภาวะแห่งวิญญูชน&amp;quot; อยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ถ้าไม่รู้ ก็อย่าตำหนิ &amp;quot;โกวิท-วิญญูชน&amp;quot; เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องตำหนิ ข้าวและน้ำข้าวไทย ที่ยางไม่สามารถสร้างสำนึกให้ &amp;quot;ไทย&amp;quot; คนหนึ่งได้!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกรณีนางสาวสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอะไรนั่น ปิยบุตรสำแดงบทพระเอกปกป้องเฟอะฟะ กว้างขวาง ผิดวิสัยคนเป็นอาจารย์สอนกฎหมายที่ควรรู้ ควรเข้าใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็นางสาวคนนั้น เธอเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ เรื่อง &amp;quot;อันตรายนิติศาสตร์ล้นเกิน(อีกที)กรณีหุ้นสื่อของผู้สมัครสส.&amp;quot; มีข้อความที่ศาลเห็นแล้วเข้าข่ายละเมิดอำนาจศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขานุการแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา จึงเป็นผู้กล่าวหา มีหมายเรียกบรรณาธิการและผู้เขียน ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา ไปให้การเท่านั้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าใจหรือเปล่าท่านรองศาสตราจารย์ทางกฎหมาย? ระหว่างคำว่า &amp;quot;ผู้กล่าวหา&amp;quot; กับ &amp;quot;ผู้ถูกกล่าวหา&amp;quot; และคำว่า &amp;quot;โจทก์-จำเลย&amp;quot; ว่าอยู่ในขั้นไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยังไม่ต้องรีบตีโพย-ตีพายเป็นนางเอกอ้อนแฟนคลับหรอก แค่เรียกไปให้การก่อนเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำคนไขว้เขวว่าทำไมใช้มาตราเกี่ยวกับสื่อสิ่งพิมพ์ ก็เพราะเขียนลงหนังสือพิมพ์ เขาจึงใช้มาตรานี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และไม่ใช่นางสาวสฤณีคนเดียว บ.ก.เขาก็โดนด้วย ทำไมไม่พูดถึงบ้างล่ะ ชงแต่บทส่ง &amp;quot;นางเอก&amp;quot; คนเดียว?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วดูนะ พ่อแม่พี่น้อง คุณผักกาดหอม เขียนเมื่อวานว่านางสาวสฤณี เรียนสูงระดับฮาร์วาร์ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และด้วยทัศนคติฮาร์วาร์ด ใช้ถ้อยคำว่า &amp;quot;มักง่ายและตะพึดตะพือ&amp;quot; ต่อศาล ตามมีบันทึกศาล ดังนี้..........
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตัวอย่างหนึ่งของอันตรายจากทวิภาวะนี้ที่ผู้เขียนยกมาสาธิตในตอนที่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คือกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำสั่งถอนชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.สกลนคร จากพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ในเดือนมีนาคม ๒๕๖๒&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยตีความอย่างน่าตกใจว่าลำพังการมีคำที่เกี่ยวกับกิจการสื่อสารมวลชน เช่น &amp;#39;กิจการสถานีวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์&amp;#39; อยู่ในรายการวัตถุประสงค์ของกิจการ (แบบฟอร์มมาตรฐานในการยื่นจดทะเบียนตั้งบริษัทซึ่งระบุกิจการหลายสิบประเภทเอาไว้ทั้งที่ไม่ได้ทำจริงๆ)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แปลว่าผู้สมัคร ส.ส.&amp;#39;เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ&amp;#39; ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร ส.ส.ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.๒๕๖๐ ผู้เขียนเห็นว่าการตีความเช่นนี้มักง่ายและอันตรายอย่างยิ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากตีขลุมเหมารวมว่า &amp;#39;วัตถุประสงค์&amp;#39; เท่ากับ &amp;#39;การประกอบกิจการจริงๆ&amp;#39; โดยไม่ดูทั้งข้อเท็จจริงและเจตนารมณ์ของกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าตีความมักง่ายเช่นนี้ ก็ไม่มีอะไรเลยที่จะป้องกันไม่ให้เลยเถิดไปตัดสิทธิผู้สมัครที่ซื้อหุ้นบริษัทจดทะเบียนในบริษัทตลาดหลักทรัพย์หรือลงทุนในทุนรวมที่ซื้อหุ้นของบริษัทจดทะเบียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะบริษัทจดทะเบียนจำนวนมากก็ระบุเรื่องกิจการสื่อไว้ในรายการวัตถุประสงค์ของบริษัทเช่นกัน ทั้งที่บริษัททำแต่ธุรกิจอื่นที่ไม่เกี่ยวกับสื่อ อาทิ ซุปเปอร์มาเก็ต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้าตีความมักง่ายเช่นนี้ หลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นเรื่องปกติธรรมดาก็จะผิดกฎหมายไปโดยอัตโนมัติ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยกตัวอย่างเช่น เราก็ตีความได้ว่าลำพังการมีมีดทำครัวอยู่ในบ้าน เท่ากับการเอามีดไปจ้วงแทงคนอื่น ดังนั้นการมีมีดในบ้านจึงผิดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งในกรณีข้างต้น จึงนับเป็นตัวอย่างที่ดีของภาวะ &amp;#39;นิติศาสตร์นิยมล้นเกิน&amp;#39; คือใช้กฎหมายแบบตะพึดตะพือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตีความตัวบทอย่างเกินเลย โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริง และไม่คำนึงถึงเจตนารมณ์ของกฎหมาย...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ....
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สฤณี เห็นเขาเรียก &amp;quot;ปัญญาชน&amp;quot; แต่การเขียนด้วยทัศนคติอย่างนี้ เป็นปัญญาชน หรือปัญญาสามานย์ชน ก็ช่วยกันพิจารณาดู?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริง ระดับสฤณีต้องรู้ ว่าจริงๆ แล้วการจดทะเบียนตั้งบริษัทนั้น ไม่ตีขลุมเหมารวม อย่างที่เขียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บอกว่า &amp;quot;วัตถุประสงค์&amp;quot; เท่ากับ &amp;quot;การประกอบกิจการจริงๆ&amp;quot; โดยไม่ดูทั้งข้อเท็จจริงและเจตนารมณ์ของกฎหมาย นั่น ไม่จริงหรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีใบจดครอบจักรวาลมันใบหนึ่ง ยังต้องมีใบ &amp;quot;ประกอบกิจการใด&amp;quot; คือที่ทำจริงๆ ต้องเขียนอีกใบ ที่เรียก สสช.๑
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วยังมีใบ ว.คือใบระบุวัตถุประสงค์อีกใบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วยังใบนำส่งงบการเงิน ที่เรียก ส.บช.๓ อีกใบ ที่ต้องระบุว่าเป็นรายได้มาจากประเภทธุรกิจใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือ ที่พูดว่าตีขลุมมักง่ายอะไรนั่น คนเขียนนั่นแหละมักง่าย ที่หยิบหลักเกณฑ์ตามขั้นตอนต่างๆ สรุปแบบ &amp;quot;ความจริงครึ่งเดียว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จบดีกว่า...ไม่อยากพูดมาก เจ็บกึ๋น!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44665</URL_LINK>
                <HASHTAG>สฤณี อาชวานันทกุล, โกวิท วงศ์สุรวัฒน์, โกวิทย์ ศึกษาสูง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180511/image_big_5af4fe504cfd9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
