<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตู้สล็อตเกลื่อนเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องเรียกว่าตีแสกหน้าเข้ากลางหน้าผาก &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ผู้นำสีกากี 2 แสนกว่านาย แบบเต็มๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในฐานะทำหน้าที่ &amp;quot;ผู้รักษากฎหมาย&amp;quot; ของบ้านเมือง!!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังถูกตอกหน้าความบกพร่องซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่ปล่อยให้บ่อนการพนัน ตู้ม้า ตู้สล็อต เกลื่อนเมือง ทั้งๆ ที่ &amp;quot;นายกฯ ตู่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กำกับดูแลงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับหลายครั้งถึงความเข้มงวดไม่ให้มีบ่อนการพนัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากเป็นสิ่งผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นแหล่งบ่มเพาะเชื้อโรคโควิด-19 จากการรวมกลุ่มเล่นการพนันของคนจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายคำสั่งนายกฯ ถึง &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; และคำสั่ง &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; ถึงตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชา กลายเป็นเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บ่อนเกลื่อนเมือง!!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขนาด &amp;quot;โกศล ปัทมะ&amp;quot; ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ออกมาแฉ ออกมาเรียกร้องรัฐบาล ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ช่วยมาปราบปรามบ่อนการพนันในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาให้ที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กำลังมีปัญหาลักลอบเล่นการพนัน ตู้ม้า ตู้สล็อต และตู้ผลไม้ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย แพร่ระบาดในแทบทุกอำเภอ แม้กระทั่งในพื้นที่ กทม.ย่านดินแดงและห้วยขวาง ต่างได้รับการร้องเรียนเข้ามาว่าลูกหลานเสพติดการพนัน เล่นตู้ม้าตู้สล็อตกันอย่างหนัก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญ &amp;quot;ส.ส.โกศล&amp;quot; บอกในพื้นที่โคราชเกลื่อนแทบทุกอำเภอ พอ ส.ส.แจ้งไปที่หน่วยงาน ก็อ้าง...
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นของผู้ใหญ่!!!!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ &amp;quot;ส.ส.โกศล&amp;quot; ไม่ยอมบอกว่า &amp;quot;ผู้ใหญ่&amp;quot; คือใคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.3 เจ้าของพื้นที่ คงต้องหาคำตอบมาอธิบาย &amp;quot;ผู้ใหญ่&amp;quot; รายนี้คือใคร ใหญ่ขนาดทำผิดกฎหมายบ้านเมืองได้หรืออย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพียงแค่คำพูดว่ามี บ่อนเกลื่อนเมือง &amp;quot;โคราช&amp;quot; และในเมืองกรุง จาก &amp;quot;ส.ส.โกศล&amp;quot; อาจจะดูเป็นการกล่าวอ้าง ไม่น่าจะถึงขั้นตีแสกหน้า &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่าถ้าย้อนไปเพียงไม่กี่วันช่วงวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา ครั้งนี้ต้องเรียกว่า &amp;quot;จั๋งหนับ&amp;quot;!!!&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองบุกจับกุมโกดังเก็บตู้สล็อต บริเวณริมถนนเลี่ยงเมืองอุบลราชธานี หมู่ 9 ต.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี พบตู้สล็อตจำนวน 34 ตู้ พบแผงวงจรตู้สล็อตหลายร้อยชิ้น จอภาพและอะไหล่อุปกรณ์ซ่อมบำรุงเต็มโกดัง เงินเหรียญสิบ จำนวน 220,000 บาท และสมุดบัญชีคุมตู้สล็อต ซึ่งระบุตำแหน่งที่ตั้งของตู้สล็อต 700 แห่งกระจายทั่วจังหวัดอุบลราชธานี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ขยายผลจับยึดตู้สล็อตอีก 6 จุด บริเวณตลาดสดเทศบาล 5 ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี ทั้งร้านอาหารตามสั่ง ร้านขายชาโบราณ ร้านขายกวยจั๊บ ร้านเช่าพระ ร้านตัดผม ร้านขายของชำ จำนวน 6 ร้าน ที่เปิดให้ประชาชนเข้าเสี่ยงโชคอย่างโจ่งแจ้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตู้สล็อต บ่อนการพนัน เกลื่อนเมืองขนาดนี้ ตำรวจพื้นที่ไม่รู้ไม่เห็นปล่อยให้ฝ่ายปกครองเข้าจับกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;งานนี้เห็นที &amp;quot;ผบ.แป๊ะ&amp;quot; คงต้องใช้ปี๊บคลุมหน้า แทนใช้หน้ากากอนามัยป้องกันโควิดเสียแล้วกระมัง.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67935</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เสียบซึ่งหน้า, โกศล ปัทมะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a58935cc4fc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62837</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2020 18:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2020 18:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.เพื่อไทยจี้รัฐบาลขยายเงื่อนไขผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาเดือนละ 5,000 บาทโดยไม่ต้องแบ่งแยก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.63 - นายโกศล ปัทมะ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ออกมาให้ความชัดเจนเกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนในช่วงภัยพิบัติ ที่มีกฎหมายกำหนด ถ้าพรรคการเมืองช่วยเหลือเกิน 3 ล้าน ส.ส.ให้ความช่วยเหลือเกิน 3 แสน จะนำวงเงินดังกล่าวไปคิดรวมกับการใช้จ่ายในการเลือกตั้งครั้งต่อไปว่า เมื่อกฎหมายกำหนดมาเช่นนี้ พวกตนที่เป็นนักการเมืองก็ต้องปฏิบัติตามโดยช่วยเหลือประชาชนเท่าที่กฎหมายกำหนด แต่ถ้ามีการแก้ไขกฎหมายขึ้นมาเราก็พร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมตามกรอบกฎหมาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเมื่อมีกรอบกฎหมายมาควบคุมนักการเมืองเช่นนี้ ตนก็อยากเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนให้ได้มากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ เช่นการขยายเงื่อนไขผู้มีสิทธิได้รับเงินเยียวยาเดือนละ 5,000 บาท ให้ได้ในทุกกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาโควิด โดยไม่ต้องแบ่งแยก เพราะวันนี้มีประชาชนซึ่งได้รับความเดือดร้อนจากโรคไวรัสโควิด-19 จำนวนมากที่เข้าไม่ถึงมาตรการเยียวยาจากรัฐบาล เมื่อรัฐจะเยียวยาแล้วก็ควรให้อย่างทั่วถึงไม่เลือกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโกศล กล่าวด้วยว่า จากการลงพื้นที่พบว่าเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขเช่น กลุ่มโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อสม. ที่ทำหน้าที่ใกล้ชิดประชาชนบางส่วนยังไม่มีเครื่องมือทางการแพทย์เช่นหน้ากากอนามัย n95 เครื่องตรวจวัดอุณหภูมิ ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นก็อยากวิงวอนไปยังภาครัฐให้เร่งจัดหาเพราะคนกลุ่มนี้ถือเป็นด่านหน้าที่ต้องช่วยเหลือประชาชนถ้าเขาไม่พร้อมการช่วยเหลือประชาชนจะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62837</URL_LINK>
                <HASHTAG>ส.ส.พรรคเพื่อไทย, เยียวยา5พันบาท, โกศล ปัทมะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200411/image_big_5e91a853d2642.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2020 12:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2020 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยบี้รัฐบาลเร่งจัดสรรหน้ากากอนามัยให้บุคลากรทางการแพทย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปจากเฟซบุ๊ค โกศล ปัทมะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เมษายน 2563 นายโกศล ปัทมะ ส.ส.นครราชสีมาพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าจากการลงพื้นที่นครราชสีมา พบว่าหน้ากากอนามัย ยังเป็นสิ่งที่ประชาชนขาดแคลน หมอพยาบาลบ่นมาว่ารัฐบาลจัดสรรให้ไม่เพียงพอ จึงอยากเรียกร้องว่ารัฐบาลต้องเร่งจัดสรรหน้ากากอนามัยให้บุคลากรทางการแพทย์ในพื้นที่ต่างจังหวัดให้เพียงพอด้วย เพราะวันนี้การระบาดเชื้อโควิด ไปทั่วทั้งประเทศแล้ว บุคลากรทางการแพทย์จำเป็นต้องใช้เพื่อดูแลประชาชน ถ้ายังไม่เพียงพอจะทำให้การแพร่ระบาดของไวรัสดังกล่าวกระจายจนควบคุมไม่ได้ วันนี้ตนและส.ส.พรรคเพื่อไทยภาคอีสานเกือบทุกคนระดมเงินเดือนของตัวเองเป็นเวลา3 เดือน เพื่อมาจัดซื้อสิ่งของจำเป็นทั้งหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล้างมือ เพื่อแจกจ่ายบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไปเพื่อป้องกันไวรัส วันนี้ถือว่าเราต้องช่วยกันทุกคนไม่เช่นนั้นประเทศจะผ่านวิกฤติไปไม่ได้ และอีกอย่างที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขคือผลกระทบในด้านเศรษฐกิจของประชาชน เพราะไวรัสดังกล่าวทำให้ประชาชนทำมาหากินได้ยากลำบากกว่าเดิม วันนี้เขากำลังควักต้นทุนเก่ามากิน ถ้ารัฐบาลไม่เร่งแก้ปัญหาปากท้องควบคู่กับการแก้ปัญหาไวรัส ถ้าปล่อยไปแบบนี้ ปัญหาสังคม ปัญหาอาชญากรรมจะตามมาอีก ดังนั้นเพื่อตัดไฟแต่ต้นลมรัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62128</URL_LINK>
                <HASHTAG>#หน้ากากอนามัย, โกศล ปัทมะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200405/image_big_5e896e35c2aaa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56581</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>22ขุนพลลากไส้ฝ่ายแค้น พท.ยํ้าเป้าหลัก&#039;ประยุทธ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ป้อม&amp;quot; ออกตัว ถ้าฝ่ายค้านอภิปรายเรื่องส่วนตัวจะไม่ตอบ &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ระบุ อนค.ถูกยุบยังอภิปรายและโหวตได้ ยกเว้นส.ส.ถูกตัดสิทธิ์ โฆษก พปชร.ยันสามมิตรสลายไปแล้วเหลือแต่พปชร.ที่เป็นหนึ่งเดียว ขู่ฝ่ายค้านจะโดนย้อนศรเสียเอง &amp;quot;แรมโบ้อีสาน&amp;quot; นัดทีม 22 อรหันต์ถกวอร์รูมสาวไส้ฝ่ายค้านวันอาทิตย์นี้ &amp;nbsp;ขณะที่ พท.เตือน ถ้าใส่ร้ายบิดเบือนจะดำเนินการตาม กม. เผยถกเนื้อหาซักฟอกเรียบร้อยแล้ว มุ่งถล่ม &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เป็นหลัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เขาถามมาเราก็ตอบไป เราตอบแต่เรื่องจริง ไม่ต้องใช้เทคนิคอะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงการสัมมนาคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ในวันที่ 22-23 ก.พ.นี้ จะมีการกำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ต้องกำชับอะไร ถามมาก็ตอบไป เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด ให้ ส.ส.ดำเนินการไป และตนก็อาจจะไปเยี่ยมเยียน ส.ส.ที่ร่วมสัมมนา แต่ยังไม่รู้ว่าเขาจะทำอย่างไร แต่เราจะเอาความจริงสู้ เพราะทุกคนมีความจริงทั้งนั้นที่จะตอบ เพราะไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย ตนรู้ว่าทำอะไรบ้าง และไม่จำเป็นต้องเก็งข้อสอบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หากมีการยั่วยุ ใช้เรื่องส่วนตัวมาอภิปราย จะรับมืออย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า หากอภิปรายในเรื่องส่วนตัวจะไม่ตอบ และตนจะไม่อารมณ์เสีย ถามมาดีๆ ก็ตอบไปดีๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการหารือกับรัฐมนตรีและตัวแทนรัฐมนตรีที่ชื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเมื่อวันที่ 6 ก.พ.ว่า เราต่างเป็นหน้าใหม่กันทั้งนั้น เป็นมือใหม่หัดขับ ฉะนั้นจึงต้องให้นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานวิปรัฐบาล มาช่วยอธิบายขั้นตอนธุรการ เนื่องจากเราทำไม่เป็น ซึ่งเนื้อหาที่แต่ละคนถูกอภิปรายคือของใครของมัน รับผิดชอบกันเอง ส่วนเรื่ององครักษ์ก็ไม่ได้มีการพูดคุยแต่อย่างใด และไม่ได้มอบหมายประธานวิปรัฐบาลไปดำเนินการอะไรเพิ่มเติม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าจะไปสัมมนาวันที่ 22-23 ก.พ.นี้ที่พัทยาหรือไม่ เพราะ 24 ก.พ.ตอนเช้ามีประชุมคณะรัฐมนตรี และในช่วงบ่ายมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลสามารถทำหน้าที่ประท้วงได้ เพราะมีหน้าที่แบบนี้ ไม่ถือว่าเป็นองครักษ์ ขณะเดียวกันฝ่ายค้านมีสิทธิ์ประท้วงหากรัฐมนตรีพูดจาวกวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เคยระบุว่าจะจับตาการอภิปรายของฝ่ายค้าน หากมีอะไรเกินเลยต้องดำเนินคดี นายวิษณุกล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งมีการบันทึกเทปอยู่ เกิดมีใครมาสะกิดว่าตรงนั้นตรงนี้เสียหายค่อยเอามาดูทีหลังก็ได้ มีรัฐมนตรีบางคนถามว่าถ้าเขาถามมาแล้วตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้อยู่ดีๆ ฝ่ายค้านไปขุดอดีตขึ้นมาเทคนิคในสภาทำกันอย่างไร เรื่องนี้มีโอกาสเกิดขึ้น เพราะฝ่ายค้านสามารถยกมาได้ทั้งจักรวาล จึงมีผู้แนะนำว่าถ้าตอบไม่ได้ก็บอกไปว่าไม่ทราบ จะไปตรวจสอบและแจ้งมาภายหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีหากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่(อนค.) 21 ก.พ.นี้ ส.ส.อนค.จะอภิปรายหรือลงมติได้หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ได้ เพราะแม้ว่าจะถูกยุบพรรคเขาก็สามารถหาพรรคใหม่สังกัดได้ภายในกี่วันที่กำหนด หรือระหว่างที่ยังหาไม่ได้ก็ยังเป็น ส.ส.อยู่ สมาชิกภาพยังอยู่ ดังนั้นยังโหวตลงมติได้ยกเว้นคนที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง เหมือนกรณีของนางศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ ที่แม้ออกมาแล้วยังสามารถโหวตได้&amp;nbsp;
สามมิตรสลายไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีกลุ่มสามมิตรนัด ส.ส.ทานข้าวกว่า 40 คน โดยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเพราะกลัวเก้าอี้รัฐมนตรีจะหลุดหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ตนเคยเป็นโฆษกกลุ่มสามมิตรมาก่อน ทราบเรื่องนี้ดี และนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร.ก็ชวนตนไปด้วย แต่เนื่องจากตนติดธุระจึงไม่ได้ไป ซึ่งการนัดทานข้าวก็เพื่อเตรียมความพร้อมในการรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะ ส.ส.ในกลุ่มสามมิตรมีประสบการณ์อย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็นนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม หรือนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เพราะต่างรู้ไส้รู้พุงฝ่ายค้านดี จึงได้นัดทานข้าวเพื่อหารือในการช่วยเตรียมข้อมูลสนับสนุนนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย ไม่ได้มีการต่อรองอะไร เพราะทุกอย่างลงตัวแล้ว รัฐมนตรีทุกคนก็ทำงานดี ตั้งใจทำงาน และเพิ่งทำงานมา 7 เดือนเท่านั้น ยังมีงานที่ต้องทำต่ออีกมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้กลุ่มสามมิตรได้สลายไปแล้ว มีเพียงพรรคพลังประชารัฐที่เป็นหนึ่งเดียว ส่วนที่ ส.ส.มากันเยอะนั้น เพราะต่างให้เกียรติและเคารพนายสุริยะและนายสมศักดิ์ เพราะทั้ง 2 ท่านเป็นกันเอง เข้าใจ ส.ส.ดี ทำให้ ส.ส.ส่วนใหญ่ให้ความเคารพ พรรคพลังประชารัฐมีความเป็นเอกภาพ และได้รับการดูแลอย่างดีจาก พล.อ.ประวิตร ดังนั้น แกนนำทุกคนจึงรักใคร่กัน และจะช่วยดูแลการอภิปรายอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ระบบการบริหารภายในพรรคนั้น นายอุตตมและนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค สามารถประสานได้กับทุกกลุ่ม รวมถึงพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ดังนั้นระวังว่าฝ่ายค้านอาจจะถูกย้อนศร โดนอภิปรายเสียเองก็ได้&amp;quot; นายธนกรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้นัดแนะประชุมทีมวอร์รูม ที่เป็นอดีตรัฐมนตรี อดีตส.ส.นักการเมืองที่เคยสังกัดพรรคไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย จำนวน 22 คน หรือ 22 อรหันต์ มาประชุมร่วมกัน หารือเตรียมข้อมูลของฝ่ายค้านเพื่อให้ ส.ส.พปชร.ได้ตอบโต้อภิปรายสวนหมัดฝ่ายค้านในสภาในช่วงวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทุกท่านที่มาร่วมประชุมวอร์รูมล้วนมีข้อมูลของพรรคฝ่ายค้านที่ในอดีตเคยทำความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนมากมายอย่างไร และหาข้อมูลตรวจสอบข้อมูลบรรดา ส.ส.ผู้อภิปรายของพรรคฝ่ายค้านที่เคยมีประวัติด่างพร้อยในอดีตอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจะคอยป้อนข้อมูลให้กับบรรดา ส.ส.พปชร.แล้ว ทีมวอร์รูม 22 อรหันต์ที่อยู่นอกสภาจะคอยแถลงข่าวตอบโต้ฝ่ายค้านในกรณีใส่ร้ายป้ายสี ขุดคุ้ย แต่งเรื่องสร้างเรื่องอันเป็นเท็จ ปั้นน้ำเป็นตัวใส่ร้ายป้ายสีนายกรัฐมนตรีและคณะ ซึ่งเรายืนยันว่าฝ่ายค้านต้องอภิปรายอยู่ในกรอบการบริหารงานของรัฐบาล 7 เดือนที่ผ่านมา ไม่ควรที่ย้อนกลับไปอภิปรายเรื่องในอดีตยุครัฐบาล คสช. ไม่งั้นเราก็จะย้อนแถลงตอบโต้ในยุคอดีตรัฐบาลทักษิณ ไทยรักไทยและยุครัฐบาลพลังประชาชนสมชาย และยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์เช่นกันว่าใครมีพฤติกรรมสร้างความเดือดร้อนเสียหายต่อประเทศชาติประชาชนย้อนศรกลับฝ่ายค้านเช่นกัน&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;quot;สุภรณ์&amp;quot;เปิดตัว22อรหันต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุภรณ์ระบุว่า ทีมวอร์รูมทั้ง 22 อรหันต์ จะมีการนัดประชุมกันในวันอาทิตย์ที่ 16 ก.พ. เวลา 09.00 น. ที่ทำการพรรคพลังประชารัฐ มี 22 คน ได้แก่ 1.นายสุภรณ์ 2.นายจำลอง ครุฑขุนทด 3.นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล 4.นายอำนวย คลังผา 5.นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา 6.นายทวี สุระบาล 7.นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ 8.นายสิทธิชัย จรูญเนตร 9.นายฉลอง เรี่ยวแรง 10.นายเวียง วรเชษฐ์ 11.นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ 12.นายภิรมย์ พลวิเศษ 13.นายธีระยุทธ วานิชชัง 14.นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ 15.นายพิกิฏ ศรีชนะ 16.นายทศพล เพ็งส้ม 17. นายเอกภาพ พลซื่อ 18.นายสมเกียรติ ศรลัมพ์ 19.นายรณฤทธิชัย คานเขต 20.นายประนอม โพธิ์คำ 21.นายวัชระ กรรณิการ์ และ 22.นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่นายโกศล ปัทมะ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวตอบโต้นายสุภรณ์ว่า นายสุภรณ์เคยได้ดี มีตำแหน่งสมัยอยู่พรรคไทยรักไทย จนถึงพรรคเพื่อไทย มาวันนี้เมื่อมีขั้วอำนาจใหม่ก็กระโดดไปอยู่ คนแบบนี้น่าเชื่อถือหรือไม่ประชาชนรู้ดี การเลือกตั้งที่ผ่านมาก็ไม่ได้รับเลือกเข้าสภา ถ้าเขามีข้อมูลจริงคงนำมาใช้ตอนหาเสียงและได้กลับเข้าสภา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การจะตั้งวอร์รูม รวบรวม ส.ส.สอบตกมาแฉพรรคเพื่อไทย มองว่าไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะข้อมูลต่างๆ คงนำเรื่องเก่ามาบิดเบือนสร้างวาทกรรมใส่ร้ายพรรคเพื่อไทย เชื่อว่าประชาชนมีวิจารณญาณรู้ว่ารัฐบาลใดบริหารแล้วประชาชนกินดีอยู่ดี หรือทำให้ประชาชนยากลำบาก ดังนั้นเขาคงไม่หลงเชื่อคำพูดของนายสุภรณ์ ถ้านายสุภรณ์ใส่ร้ายพรรคเพื่อไทย ใช้ข้อมูลบิดเบือนจนเกิดความเสียหาย พรรคจะรวบรวมหลักฐานดำเนินการทางกฎหมายต่อไป&amp;quot; นายโกศลกล่าว &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พรรคพลังประชารัฐเตรียมวางแผนตั้งองครักษ์พิทักษ์ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าความกลัวทำให้เสื่อม เพียงเพื่อจะปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ให้รอดพ้นจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ วุ่นวายกันทั้งพรรค สะท้อนเสถียรภาพพรรคร่วมรัฐบาลวิกฤติหนัก พรรคที่ไม่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เตรียมวางเฉย ลอยแพไม่ช่วย พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนจะทำการเมืองน้ำเน่า ขู่อภิปรายกลับฝ่ายค้าน สารพัดกลุ่มองครักษ์ที่ตั้งขึ้นมา คงต้องอภิปรายกันเองก่อนว่าใครอยู่มุ้งไหน กลุ่มไหน เอาบิลรายชื่อไปเบิกที่ใคร วางบิลเบิกอย่างไรไม่ให้ซ้ำซ้อน นี่คือภาพสะท้อนว่าการปฏิรูปการเมืองไม่มีอยู่จริง มือใครยาวสาวได้สาวเอา ฝ่ายค้านถาม รัฐบาลก็ตอบ พล.อ.ประยุทธ์ กลัวอะไรกับการตรวจสอบของตัวแทนประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ฝ่ายค้านเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ไม่ใช่ให้รัฐบาลมาขู่อภิปรายกลับฝ่ายค้าน คนพวกนี้คิดว่าจะทำตัวน่าเกลียดอย่างไรก็ได้ เคารพประชาชนให้มาก ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา อย่าทำให้ประชาชนเบื่อหน่ายการเมืองในวังวนน้ำเน่ามากไปกว่านี้เลย&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว
ถกเนื้อหาซักฟอกเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะนี้คณะทำงานร่วมฝ่ายค้านพูดคุยกับผู้ควบคุมเนื้อหาของทุกพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการจัดเรียงเนื้อหาและผู้อภิปราย คาดว่าในสัปดาห์หน้าคงแล้วเสร็จ และจากที่ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเชื่อมั่นในข้อมูลและเนื้อหาที่จะใช้อภิปรายว่าจะสามารถทำให้ประชาชนเห็นข้อบกพร่องผิดพลาดของรัฐบาลได้อย่างแน่นอน ตัวเลขผู้อภิปรายอยู่ที่ประมาณ 30 คน โดยส่วนใหญ่จะพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์เป็นหลัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยคดีกู้เงินของพรรคอนาคตใหม่ น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า เชื่อว่าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้อภิปรายและเนื้อหาที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้คงไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากคณะทำงานร่วมได้หารือกับผู้อภิปรายที่อาจได้รับผลกระทบจากคำวินิจฉัยไว้แล้ว โดยเตรียมแผนสำรองเผื่อกรณีฉุกเฉินเอาไว้ เช่น นำข้อมูลที่จะอภิปรายมอบให้กับสมาชิกพรรคที่ยังสามารถทำหน้าที่ได้ไปดำเนินการต่อ จึงเชื่อว่าการอภิปรายของพรรคร่วมฝ่ายค้านจะมีเนื้อหาครบถ้วนและมีคุณภาพเหมือนเดิมทุกประการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายรัฐบาลออกมาโจมตีและห้ามฝ่ายค้านพูดเรื่องเก่า อยากให้ไปอ่านญัตติให้ดี เขียนครอบคลุมไว้ รวมไปถึงผู้อภิปรายต้องอภิปรายตามข้อกล่าวหาเท่านั้น ห้ามอภิปรายนอกประเด็น ดังนั้นผู้อภิปรายจะอยู่ในเนื้อหาเท่านั้น ส่วนการอภิปรายจำเป็นต้องแตะเรื่องเก่าหรือไม่ ก็ไม่จำเป็น ยกเว้นว่าเป็นผลสืบเนื่องมาจนก่อให้เกิดปัญหาในปัจจุบัน ส่วนกรณีที่ฝ่ายรัฐบาลมีการเตรียมตั้งองครักษ์พิทักษ์รัฐบาลนั้น ไม่เป็นกังวล ฝ่ายค้านมุ่งในการอภิปรายที่เป็นเนื้อหาสาระ ไม่นอกประเด็นตามญัตติที่ยื่น ดังนั้นถ้าฝ่ายค้านอยู่ในกรอบข้อบังคับ เชื่อว่าประชาชนจะได้ประโยชน์จากการอภิปรายในครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้จะพุ่งเป้าไปที่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นหลัก ส่วนรัฐมนตรีท่านอื่นๆ ก็ว่ากันตามข้อมูลที่มีอยู่ เพราะเป้าใหญ่คือ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งนี้ มีหลักฐานพิสูจน์ได้ การอภิปรายครั้งนี้จะมีหลักฐานชัดเจน ทั้งการทุจริต เอื้อประโยชน์ให้นายทุนใกล้ชิดรัฐบาลที่ส่งผลให้ประเทศเสียหายนับแสนล้านบาท ฝ่ายค้านจะชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของรัฐบาลที่ส่งผลให้ประเทศฯล้มเหลวในที่สุด&amp;rdquo; นพ.ชลน่านกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่ม นปช. กล่าวว่า การตั้งทีมต่างๆ ขึ้นมาของแต่ละฝ่าย ตั้งแต่ทีม อ.ส.ว. ทีมดาวยั่ว เหล่านี้ เป็นการสร้างสีสันและแก้ปัญหาภายในพรรค เพราะทุกคนก็รู้ว่าหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล จะมีการปรับ ครม. ดังนั้นคนที่จะมีโอกาสเป็นรัฐมนตรีทั้งหลายก็ต้องโชว์บทบาท รวมถึงคนที่เป็นรัฐมนตรีก็ต้องโชว์บทบาทเพื่อไม่ให้ถูกปรับออก จึงต้องแสดงกันอย่างเต็มที่ เพราะพรรค พปชร.อยู่ได้เพราะ 3 ป. หากวันหนึ่ง 3 ป. ต้องถอยออกจาก พปชร. สภาพของพรรค พปชร.ก็จะบ้านแตกสาแหรกขาด ดังนั้นเขาก็รู้ว่าการปรับ ครม.ครั้งนี้อาจเป็นการปรับครั้งสุดท้ายก็ได้ ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือส่วนที่เป็นเนื้อหาของฝ่ายค้านในการอภิปราย ไม่ควรใช้วิธีการยิงกราด คือไปอภิปรายรัฐมนตรีคนอื่นที่ไม่มีชื่อในการอภิปราย เพราะเท่ากับไปเปิดโอกาสให้รัฐมนตรีคนอื่นลุกขึ้นมาชี้แจงแทน ดังนั้นวิปฝ่ายค้านจะต้องล็อกเป้า ไม่เกิน 6 คนตามที่กำหนดไว้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56581</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, ธนกร วังบุญคงชนะ, น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, วิษณุ เครืองาม, สุภรณ์ อัตถาวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, โกศล ปัทมะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200207/image_big_5e3d6096986b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยหยาม&#039;แรมโบ้อีสาน&#039;ไร้ข้อมูลลับแฉเพื่อไทย บอกถ้ามีจริงคงไม่สอบตกส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุภรณ์ อุตถาวงศ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ.63 - &amp;nbsp;นายโกศล ปัทมะ ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เตรียมตั้งวอร์รูมตอบโต้ฝ่ายค้านโดยจะนำข้อมูลระหว่างที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลออกมาแฉว่า นายสุภรณ์ เคยได้ดี มีตำแหน่งสมัยอยู่พรรคไทยรักไทย จนถึงพรรคเพื่อไทย มาวันนี้เมื่อมีขั้วอำนาจใหม่ก็กระโดดไปอยู่ คนแบบนี้น่าเชื่อถือหรือไม่ประชาชนรู้ดี การเลือกตั้งที่ผ่านมาก็ไม่ได้รับเลือกเข้าสภาฯ ถ้าเขามีข้อมูลจริงคงนำมาใช้ตอนหาเสียงและได้กลับเข้าสภาฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การจะตั้งวอร์รูม รวบรวมส.ส.สอบตกมาแฉพรรคเพื่อไทย มองว่าไม่มีอะไรน่าห่วง เพราะข้อมูลต่างๆคงนำเรื่องเก่ามาบิดเบือนสร้างวาทกรรมใส่ร้ายพรรคเพื่อไทย เชื่อว่าประชาชนมีวิจารณญาณ รู้ว่ารัฐบาลใดบริหารแล้วประชาชนกินดีอยู่ดี หรือทำให้ประชาชนอยากลำบาก ดังนั้นเขาคงไม่หลงเชื่อคำพูดของนายสุภรณ์ ถ้านายสุภรณ์ ใส่ร้ายพรรคเพื่อไทยใช้ข้อมูลบิดเบือนจนเกิดความเสียหายพรรคจะรวบรวมหลักฐานดำเนินการทางกฎหมายต่อไป&amp;quot;นายโกศล &amp;nbsp;ระบุ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56554</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, องครักษ์พิทักษ์บิํ๊กตู่, แรมโบ้อีสาน, โกศล ปัทมะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200205/image_big_5e3a74144086b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เช็กบิล55ส.ส.ฝ่ายค้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หุ้นสื่อลามถึงสภาสูง &amp;quot;เรืองไกร&amp;quot; อ้างอาจมี 21 ส.ว.เข้าข่ายถือหุ้นอันมีลักษณะต้องห้าม ร้อง กกต.จันทร์นี้ รัฐบาล-ฝ่ายค้านสู้กันมันหยด หมัดต่อหมัด พปชร.พบ 55 ส.ส.ปีก 7 พรรคฝ่ายค้านถือหุ้นกิจการสื่อ &amp;quot;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; ติดโผ ส่งเรื่องให้ &amp;quot;ชวน&amp;quot; ส่งต่อศาล รธน.สัปดาห์นี้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. นายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าทีมต่อสู้คดีกรณี 27 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถูกร้องถือครองหุ้นและเป็นเจ้าของกิจการสื่อ เปิดเผยว่า สำหรับการต่อสู้คดีในส่วนของ 27 ส.ส.พรรค พปชร.ที่ทางพรรคได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญไปก่อนหน้านี้ เพื่อขอให้ศาลมีมติคุ้มครองชั่วคราวนั้น เพราะต้องการขอให้ศาลมีการไต่สวนพยานหลักฐาน ก่อนจะรับไว้พิจารณาหรือมีคำสั่งวินิจฉัย ซึ่งศาลอาจจะไม่มีการไต่สวนก็ได้ แต่เราเพียงขอโอกาสชี้แจง ส่วนกรณีที่พรรค พปชร.จะยื่นให้ตรวจสอบการถือหุ้นสื่อมวลชนของ 7 พรรคฝ่ายค้าน ขณะนี้คณะทำงานได้ส่งรายชื่อที่เข้าข่ายมาแล้วมากกว่า 30 รายชื่อ เพื่อให้ตรวจสอบในรายละเอียด พร้อมจัดทำคำร้องให้ถูกต้อง ไม่ให้ตกม้าตายเหมือนพรรคอนาคตใหม่ ที่ยื่นให้มีการตรวจสอบ ส.ส.พรรค พปชร.ผิดช่องทาง คาดว่าภายในสัปดาห์หน้า ระหว่างการประชุมสภา จะสามารถยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐแจ้งถึงความคืบหน้าการรวบรวมรายชื่อ ส.ส.ฝั่ง 7 พรรคการเมือง ที่นำโดยพรรคเพื่อไทยและอนาคตใหม่ เพื่อยื่นให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ก่อนยื่นเรื่องให้ศาลพิจารณากรณีถือหุ้นสื่อนั้น จะดำเนินการให้เสร็จในสัปดาห์นี้ โดยล่าสุดอยู่ที่จำนวน 55 คน เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ระบุว่ามี 20-30 คน โดยปรากฏว่าในส่วนของพรรคอนาคตใหม่ มี 33 คนที่อยู่ในข่าย อาทิ พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายชำนาญ จันทร์เรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายวินท์ สุธีรชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่มีชื่อในข่ายประมาณ 10 คน อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่, นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย, นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ส.ส.เชียงใหม่, นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ส.ส.ลำปาง, &amp;nbsp;นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร, นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์, นางอาภรณ์ สาราคำ ส.ส.อุดรธานี, นายนิยม ช่างพินิจ ส.ส.พิษณุโลก และนายโกศล ปัทมะ ส.ส.นครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในส่วนของพรรคเพื่อชาติ จำนวน 4 คน ได้แก่ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนางลินดา เชิดชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ส่วนพรรคเสรีรวมไทย จำนวน 4 คน อาทิ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรค ส่วนพรรคประชาชาติ 2 คน ได้แก่ นายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส.ยะลา และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส ขณะที่พรรคเศรษฐกิจใหม่และพรรคพลังปวงชนไทย มีพรรคละ 1 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานระบุเพิ่มเติมว่า ทีมงานของ พปชร.ได้ตรวจสอบพบว่า นอกจาก 33 คนของพรรคอนาคตใหม่ที่อยู่ในข่ายนั้น ปรากฏว่ามีอีกประมาณ 10 คน มีการดำเนินการแก้ไขวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการ จึงเป็นเหตุให้ควรเชื่อได้ว่าบุคคลเหล่านี้ถือหุ้นและประกอบกิจการสื่ออย่างชัดเจนหรือไม่ ซึ่งต้องดูว่าจะมีการตรวจสอบย้อนหลังต่อไป ทั้งนี้ สำหรับการยื่นให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ จะเป็นหน้าที่ของนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค พปชร.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ ฝ่ายเพื่อไทยก็มีการเคลื่อนไหวเช่นกัน โดยที่ สภ.เมืองสกลนคร อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร นายนิยม เวชกามา ส.ส.สกลนคร เขต 2 พรรคเพื่อไทย หอบเอกสารหลักฐานหนังสือคำให้การต่อ กกต.ในกรณีถือหุ้นสื่อ และหลักฐานการจดแจ้งยกเลิกบริษัท มติไท จำกัด ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์ เล่มที่ 10759 เลขที่ 537914 ลงวันที่ 7 ก.ค.2547 พร้อมคำร้องทุกข์ เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.สมจิตร เบ็ญเจิด พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทศพล เพ็งส้ม หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ ร้อยเอกทรงกลด ชื่นชูผล หรือ &amp;ldquo;ผู้กองปูเค็ม&amp;rdquo; ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นแจ้งข้อความแก่เจ้าหน้าที่พนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิยมกล่าวว่า จากการเข้าแจ้งความครั้งนี้เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีความผิดในการถือหุ้นสื่อ บริษัท มติไท จำกัด และการหาหลักฐานมาใส่ร้ายตนเอาแต่หลักฐานจดแจ้งแต่ไม่เอาหลักฐานจดยกเลิก &amp;nbsp;จึงมีเจตนากลั่นแกล้งหวังผลทางการเมือง เรื่องนี้ตนได้เข้าชี้แจงต่อ กกต.แล้วตั้งแต่วันที่ 6 &amp;nbsp;มิถุนายนที่ผ่านมา กกต.มีมติยุติการไต่สวนตามที่ชี้แจง ดังนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นส่งผลเสียหายอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้ก็ผู้กองปูเค็มก็นำเรื่องดังกล่าวไปลงในสื่อโซเชียล และล่าสุดนายทศพล ฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชารัฐ นำรายชื่อในฝั่งของ 7 พรรคการเมือง ประมาณ 30 คน ไปยื่นถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการส่งเรื่องให้ศาลพิจารณา โดยมีชื่อตนเองด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งตนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้ได้รับโทษทางอาญา ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น จึงทำให้ได้รับความเสียหาย อับอาย ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะอภิปรายเพื่อให้ที่ประชุมสภาได้รับทราบต่อไป&amp;quot; ส.ส.เพื่อไทยกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าของสมาชิกวุฒิสภาจำนวนหนึ่ง พบว่า มี 21 รายที่อาจเข้าข่ายต้องสิ้นสุดสมาชิกภาพ เพราะการเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ อันเข้าลักษณะต้องห้ามตามความในรัฐธรรมนูญมาตรา 111 (4) ประกอบมาตรา 108 (ข.) และมาตรา 98 (3) หรือไม่ เพราะเมื่อพิจารณาตามคำสั่งศาลฎีกาที่ 8475/2561 และตามข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญที่ 10/2562 มีเหตุที่ต้องขอให้ กกต.รีบส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยและขอให้ศาลสั่งให้ ส.ว.หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วยตามแนวทางที่ กกต.ใช้กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ มาแล้ว ดังนั้นจากข้อเท็จจริงที่ตรวจพบ จะไปยื่นหนังสือให้ กกต.ตรวจสอบเรื่องนี้ว่า ส.ว. 21 รายดังกล่าวจะเข้าข่ายเป็นผู้ถือหุ้นสื่อและต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เหมือนนายธนาธรหรือไม่ ในวันที่ 24 มิถุนายนนี้ เวลา 11.00 น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39264</URL_LINK>
                <HASHTAG>จักรพล ตั้งสุทธิธรรม, จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์, ทศพล เพ็งส้ม, นิยม ช่างพินิจ, นิยม เวชกามา, วิสาร เตชะธีราวัฒน์, ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ, สมพงษ์ อมรวิวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อาภรณ์ สาราคำ, เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, โกศล ปัทมะ, ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190623/image_big_5d0f86cd83196.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21050</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อำนาจเก่าป่วนรปช. ส่งคนตามด่ากำนันสุเทพ &#039;บิ๊กตู่&#039;ยังกั๊กเล่นการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; เผยนัดคุยพรรคการเมืองต้องดูเวลาเหมาะสม อาจเป็น พ.ย.หรือต้น ธ.ค. ยังกั๊กเปิดตัว อ้างไม่มีกำหนดเวลา เอือมเสียงหมอดูเชียร์นั่งนายกฯ ต่อ &amp;ldquo;หญิงหน่อย&amp;rdquo; เปิดหน้าชนเต็มสูบ เลือกโคราชบ้านเกิด &amp;ldquo;ลุงตู่&amp;rdquo; หาสมาชิก พร้อมชูสโลแกน &amp;ldquo;ลูกอีสาน หลานย่าโม&amp;rdquo; หวังใช้บารมีพ่อขยายฐานเสียง ชาติพัฒนาแพแตก &amp;ldquo;สิริพงศ์&amp;rdquo; เลือดใหม่ลาออกไปซบภูมิใจหนู อ้างไม่ใช่แนวทางเดียวกัน &amp;ldquo;กำนัน&amp;rdquo; โดนลองของ ชี้กลุ่มอำนาจเก่าส่งคนป่วน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนในการนัดพรรคการเมืองพูดคุยเพื่อปลดล็อกภายในเดือน พ.ย.ว่า มีการเตรียมการไว้อยู่แล้ว จะเป็น พ.ย.หรือต้น ธ.ค.เดี๋ยวดูกันอีกที ต้องดูเวลาที่เหมาะสม ช่วงนี้ก็รับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ในสื่อโซเชียลมีเดียก็พูดกันเยอะแยะไปหมด โดยได้มอบหมายนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รวบรวมไว้ทั้งหมด และหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งก็คงรับฟัง
&amp;quot;ต่างคนก็ต้องต่างฟัง ผมก็จะทนและฟังให้มากที่สุด ถ้าท่านพูดสิ่งที่เป็นประโยชน์ แม้แต่การเลือกตั้ง แต่ไม่ใช่พูดทำนองที่ทำให้การเลือกตั้งสับสนอลหม่าน เพราะวันนี้ประเทศเดินหน้าไปด้วยดี&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) เริ่มเปิดรายชื่อผู้จะถูกเสนอเป็นนายกฯ บ้างแล้ว พล.อ.ประยุทธ์พร้อมเปิดตัวหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า พรรคการเมืองไหนจะเสนอใครก็ว่ากันไป ส่วนตนเองยังไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับใคร และยังไม่มีกำหนดเวลา ว่าต้องเมื่อไหร่ อย่างไร &amp;nbsp;ตอนนี้ถ้าถึงเวลาจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับทางการเมือง ก็ค่อยว่ากันอีกที อย่าไปให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากนัก อยากให้ดูว่ารัฐบาลนี้ทำอะไรมากกว่า และไปดูว่ารัฐบาลต่อไปจะทำอะไรอีกบ้าง ได้มากกว่าที่ตนเองทำหรือไม่ เพราะฉะนั้นขอร้องว่าอย่าไปฟังว่าไอ้นั่นจะทำ ไอ้นี่จะไม่ทำ เลิกเสียที ทำใหม่ เพราะมันไม่ง่ายนักหรอก ถ้าทุกคนเข้ามาอยู่ในระบบการบริหารราชการแผ่นดิน อย่างที่ตนเองทำอยู่ในเวลานี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามว่า ขณะนี้มีเสียงสะท้อนในเชิงลบจะมีผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาลและ คสช.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ฟังเสียงสะท้อนทั้งเชิงลบและเชิงบวก และแม้เสียงสะท้อนเชิงบวกจะมีมากมาย แต่สื่อก็ไปขยายในเชิงลบมากกว่า ผลสะท้อนเชิงบวกสื่อขยายให้บ้างหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ แต่ก็ไม่ค่อยเห็น ส่วนใหญ่สื่อมักขยายเรื่องเชิงลบมากกว่า แต่ยืนยันว่าไม่ว่าเสียงสะท้อนเชิงลบจะมีมากหรือน้อย ก็ไม่มีผลต่อการตัดสินใจของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นบวกเป็นลบ ทั้งนี้ เหตุผลที่จะทำให้ตัดสินใจก็อยู่ที่ความสงบเรียบร้อยเป็นหลัก การดำเนินการ การบริหารประเทศ ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บท เป็นสิ่งที่ติดตามอยู่ตลอดเวลา ก็หวังว่าประชาชนและข้าราชการจะเข้าใจ ว่าวันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่&amp;nbsp;
ลุงตู่ขี้เกียจตอบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถามถึงคำทำนายหมอดูที่ระบุว่าจะได้เป็นนายกฯ ต่อ รวมถึงแฟนคลับชาวเชียงใหม่ต้องการให้ไปลงพื้นที่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายว่า &amp;quot;คำถามที่พวกท่านถามมาเวิ่นเว้อ เป็นการเมืองทั้งสิ้น ผมขี้เกียจตอบ และไม่ได้โมโหใคร แต่ขี้เกียจตอบ เพราะมันไม่มีประโยชน์กับผมหรือใครเลยทั้งสิ้น&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ถามอีกว่า จะปรับช่องทางการสื่อสารหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้มีการบิดเบือนข้อมูล นายกฯ กล่าวว่า ทุกอย่างก็จะเป็นเหมือนเดิม เพราะคนเสนอข่าวข้อมูลก็เป็นคนเดิม โดยเฉพาะสื่อมวลชนก็เป็นแบบเดิม ก็ไม่สามารถแก้อะไรได้ทั้งนั้น แต่ก็ขอขอบคุณทุกคน&amp;nbsp;
เมื่อซักว่า ถึงวันนี้นายกฯ เหนื่อยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธว่า ไม่เหนื่อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาการบาดเจ็บจากนิ้วมือด้านขวาซ้นของ พล.อ.ประยุทธ์ คาดว่าจะมีอาการหนักขึ้น เนื่องจากพยาบาลได้พันผ้าลักษณะเฝือกอ่อนเต็มฝ่ามือ ซึ่งคาดว่ามาจากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้โล้ชิงช้าระหว่างลงพื้นที่ รวมทั้งได้พบปะชาวบ้านมีการจับมือ ซึ่งชาวบ้านบางคนไม่ทราบว่านายกฯ มีอาการบาดเจ็บมาก่อนจึงจับมืออย่างแน่น จนบางครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับแสดงอาการบาดเจ็บให้เห็นอย่างชัดเจน พร้อมบอกว่ายังเจ็บมืออยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวถึงการประชุมร่วม คสช.กับพรรคการเมือง ว่ายังไม่ชัดเจน เพราะเดือน พ.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเดินทางไปต่างประเทศ 3-4 ครั้ง แต่การประชุมน่าจะเกิดขึ้นในเดือน พ.ย. โดยเป็นช่วงที่ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ในประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุยังกล่าวถึงกระแสนักการเมืองย้ายพรรคกันไปมาจำนวนมากในช่วงนี้ว่า ไม่เป็นไร โดยคนที่จะลงรับสมัคร ส.ส.ต้องมีสภาพสมาชิกพรรค 90 วันก่อนวันเลือกตั้ง ถ้าวันเลือกตั้งคือ 24 ก.พ.2562 ต้องเป็นสมาชิกภายในวันที่ 26 พ.ย.นี้ แต่หลังวันดังกล่าวก็ย้ายพรรคได้อยู่ แต่ลงสมัคร ส.ส.ไม่ได้แล้ว ถ้าพอใจเป็นแค่สมาชิกพรรคไม่เป็นไร ซึ่งก็มีบางคนที่ไม่ได้จะลงสมัครเป็น ส.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนา (ชพน.) ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกต่อนายพิสิษฐ์ พิทยฐากุลเจริญ นายทะเบียนพรรค เพื่อไปร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โดยจะไปสมัครเป็นสมาชิก ภท.ในวันเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ระหว่างนายสิริพงศ์ยื่นใบลาออก มีนายภราดร ปริศนานันทกุล และนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล อดีต ส.ส.อ่างทอง พรรค ชพน. มาให้กำลังใจ โดยต่างสวมกอด ขณะที่นายสิริพงศ์มีน้ำตาคลอเบ้า ซึ่งนายสิริพงศ์กล่าวภายหลังยื่นลาออกว่า แม้ลาออกจากพรรค ชพน.แล้วยังเป็นพวกเดียวกันเหมือนเดิม ยังสามารถทำงานร่วมกันกับอดีต ส.ส.พรรค ชพน.ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ก่อนตัดสินใจลาออก ได้คุยกับผู้ใหญ่หลายคน ซึ่งเขาบอกว่าให้อยู่ช่วยงานพรรคก่อน แต่ผมมองว่าแนวทางของพรรค ชพน.ตอนนี้ไม่ใช่แนวทางของผมอีกต่อไป และไม่พร้อมทำงานให้กับพรรคในสภาพของผมที่เป็นแบบนี้ ยืนยันไม่ใช่ความขัดแย้ง แต่เป็นเรื่องแนวทางทางการเมือง ซึ่งการตัดสินใจดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนบุคคล ที่ผ่านมาเข้าสังกัดนี้เพียงคนเดียว ดังนั้นเมื่อวันนี้ไปก็ไปคนเดียว ไม่มีชวนใครออกตาม&amp;rdquo; นายสิริพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงบทบาทที่จะทำในพรรค ภท. นายสิริพงศ์ตอบว่า มี 2-3 โครงการที่อยากเข้าไปทำ โดยเฉพาะการนำโมเดลบุรีรัมย์ด้านกีฬาไปพัฒนาและต่อยอดในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ และเสนอตัวทำคนรุ่นใหม่ให้พรรค ภท. ส่วนการลงเลือกตั้งเป็น ส.ส.ของ ภท.นั้น ก็มีความพร้อม แม้การต่อสู้ในพื้นที่กับพรรคเพื่อไทย (พท.) นั้นจะยาก แต่เมื่อลงสนามแล้วต้องสู้ เปรียบเหมือนนักมวยที่ลงสนามแล้วต้องสู้กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ก่อนยื่นใบลาออกได้คุยกับนายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำกลุ่มคนรุ่นใหม่ ชพน.แล้วหรือไม่ นายสิริพงศ์รับว่า ไม่ได้คุยกัน แต่หลังจากนี้จะเข้ามาลาผู้ใหญ่ทุกคนอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ส่วนเหตุผลที่ไม่คุย ไม่ใช่เพราะโกรธหรือขัดแย้งกัน แต่ไม่อยากให้มองเป็นการต่อรอง หลังจากนี้ในอนาคตพร้อมนั่งดื่มกาแฟ เพื่อพูดคุยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้&amp;nbsp;
ชี้ ชพน.เสียคนอนาคตไกล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายภราดรกล่าวว่า รู้สึกเสียใจ แต่ยอมรับกับการตัดสินใจของนายสิริพงศ์ เพราะเชื่อว่าคิดมาอย่างดีแล้ว ส่วนการทำงานการเมืองนั้นมั่นใจว่ายังทำงานร่วมกันได้ แม้เป็นคนละพรรค แต่เราคือพวกเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนายสิริพงศ์ได้ยื่นหนังสือลาออกไม่กี่นาที นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองหัวหน้าพรรคในฐานะผู้ชักนำนายสิริพงศ์ให้ทำงานร่วมกับพรรคได้เดินทางเข้าพรรค เพื่อมาส่งนายสิริพงศ์พร้อมระบุว่า เสียใจที่พรรค ชพน.ขาดบุคคลที่เป็นความหวังและอนาคตของพรรค แต่เมื่อนายสิริพงศ์ตัดสินใจลาออกแล้ว ก็เคารพการตัดสินใจ เพราะการเมืองคือเรื่องของอาสาสมัคร และสมัครใจ เมื่อใจไม่ไป ก็อยู่ยาก และอาจทำงานร่วมกันได้ยาก และไม่ต้องอวยพรให้นายสิริพงศ์ เพราะเชื่อมือว่าคนเก่งอยู่ที่ไหน ย่อมทำงานได้ และประสบความสำเร็จ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมเสียดายที่พรรคชาติไทยพัฒนาเสียโอกาส แต่ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า ไม่ว่าสิริพงศ์จะอยู่ที่ไหนก็ต้องสู้ เชื่อว่าประชาชนฉลาดว่าจะเลือกคนแบบไหนที่สามารถทำประโยชน์ให้ได้&amp;rdquo; นายสมศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวของพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) นั้น ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรค รปช. พร้อมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมจัดตั้งพรรค และคณะยังคงเดินคารวะแผ่นดินหาสมาชิกพรรคเป็นวันที่ 5 ในเส้นทางถนนสีลม-เจริญกรุง-บางรัก โดยตลอดเส้นทางได้รับการตอบรับดี โดยนายสุเทพกล่าวว่า จากการเดินมา 5 วันได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี แต่ก็มีคนที่มาจ้องป่วน ซึ่งมีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นกลุ่มอำนาจเก่า เพราะเห็นหน้าชัดเจนเป็น 2 คนเดิมที่มาก่อกวนที่ย่านเยาวราช ยืนยันว่าไม่ใช่กลุ่ม กปปส.เก่าที่ไม่พอใจที่มาตั้งพรรคการเมือง ดังนั้นขอฝากถึงกลุ่มการเมืองเก่า ขอให้ใจกว้าง อย่าใจแคบ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้หวั่นไหว และฝากทีมงานไปว่าอย่าตอบโต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุเทพยังชี้แจงถึงกรณีหลายคนมองว่า ม.ร.ว.จัตุมงคล หัวหน้าพรรค ไม่มีบทบาทและประชาชนสับสนว่าใครเป็นหัวหน้าพรรคตัวจริง ว่าไม่สับสน ม.ร.ว.จัตุมงคลเป็นหัวหน้าพรรคชุดแรก และ รปช.จะประชุมสมัชชาพรรคเพื่อเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ในวันที่ 15 ธ.ค นี้ ซึ่งขึ้นอยู่กับสมาชิกจะเลือกใคร ถ้าประชาชนเห็นว่า ม.ร.ว.จัตุมงคลเหมาะสม ก็เลือกเป็นหัวหน้าเช่นเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าวว่า หากได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคก็พร้อม เพราะเชื่อว่ามีความรู้ความสามารถเพียงพอจากผลงานที่ผ่านมาในการคิดเมกะโปรเจ็กต์ สมัยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และปลัดกระทรวงการคลัง แม้หลายคนมองว่าไม่ติดดินก็ตาม ก็เชื่อมั่นว่าจะบริหารพรรคต่อไปได้ เพราะสามารถใช้คนให้ถูกกับงานได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในเวลา 11.30 น. ระหว่างที่ขบวนของนายสุเทพเดินทางมาถึงซอยศรีเวียง หน้าโรงแรมแชงกรี-ลา มีผู้หญิงรายหนึ่งได้พูดเสียงดังเชิงต่อว่านายสุเทพว่า &amp;quot;ไม่ห่มผ้าเหลืองมาเหรอคะ ไหนว่าจะบวชไม่สึก คิดว่าประชาชนโง่หรือคะ กินข้าวนะ ไม่ได้กินหญ้า รู้ไว้ด้วย&amp;quot; โดยนายสุเทพไม่ได้ตอบโต้อะไร และเมื่อเวลา 13.00 น. ระหว่างคณะนายสุเทพอยู่ฝั่งตรงข้ามซอยเจริญกรุง 44 มีผู้หญิงอายุประมาณ 60 ปี เดินชูป้ายภาพถ่ายคู่ของนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกฯ ไปมาในซอยดังกล่าว แต่เมื่อขบวนของนายสุเทพเดินผ่าน หญิงคนดังกล่าวก็เดินกลับเข้าไปในซอย โดยไม่มีเหตุวุ่นวายใดๆ
เปิดตัวชน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีรายงานแจ้งว่า ในวันที่ 31 ต.ค. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรค มีกำหนดลงพื้นที่ จ.นครราชสี มารับสมัครสมาชิกพรรค และรับฟังความคิดเห็นประชาชนใน อ.เมืองฯ อ.สีคิ้ว ซึ่งสาเหตุที่คุณหญิงสุดารัตน์เดินทางมานครราชสีมาเป็นจุดแรก เพราะต้องการปรับภาพลักษณ์ฐานเสียงที่มีอยู่เฉพาะในพื้นที่ กทม. เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง อีกทั้งพื้นที่อีสานมีจำนวน ส.ส.มากที่สุด และนครราชสีมาก็มีจำนวน ส.ส.เขตถึง 14 ที่นั่ง เป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจาก กทม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายสมพล เกยุราพันธุ์ บิดาคุณหญิงสุดารัตน์มีพื้นเพเป็นคนนครราชสีมา เคยเป็น ส.ส.นครราชสีมาเมื่อการเลือกตั้งปี 2512 ในนามอิสระ คุณหญิงสุดารัตน์จึงให้ความสำคัญ พร้อมกับจะชูคำขวัญลูกอีสาน หลานย่าโม ที่สะท้อนความเป็นทายาทของนายสมพล รวมทั้งเป็นการส่งสัญญาณชักธงรบถึง พล.อ.ประยุทธ์ ที่เกิดในนครราชสีมา และประกาศตัวเป็นคนโคราชมาโดยตลอดด้วย&amp;rdquo; รายงานระบุ และว่า หลังจากนี้คุณหญิงสุดารัตน์จะลงพื้นที่ต่างๆ โดยในการเลือกตั้งคุณหญิงสุดารัตน์จะเป็น 1 ใน 3 รายชื่อพรรคจะเสนอเป็นนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโกศล ปัทมะ อดีต ส.ส.นครราชสีมา พท. กล่าวในเรื่องนี้ว่า จะมีการรับฟังความคิดเห็นจากหอการค้าจังหวัด และกลุ่มเกษตรกรชาวไร่อ้อย ซึ่งเป็นอาชีพหลัก เพราะนครราชสีมาปลูกอ้อยมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของภาคอีสาน แต่ที่ผ่านมานโยบายรัฐบาลมักเอื้อประโยชน์ให้นายทุนที่นำอ้อยไปแปรรูป เราจึงต้องการแก้ปัญหาดังกล่าวให้เกษตรกรได้รับผลประโยชน์มากที่สุด โดยสิ่งที่ประชาชนสะท้อนมาจะรวบรวมเพื่อไปปรับเป็นนโยบายสำหรับการเลือกตั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพงศกร อรรณนพพร เลขาธิการพรรคเพื่อธรรม (พธ.) กล่าวว่า พรรคมีจุดยืนชัดเจนในแนวทางประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการ ตามที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคประกาศไว้ ส่วนการคัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งนั้น พรรคตั้งใจส่งผู้สมัครให้ได้มากที่สุดเกือบครบ 350 เขต เพราะผู้สมัครบางรายคุณสมบัติไม่ครบถ้วน จึงทำให้ส่งไม่ครบ แต่จะส่งครบทุกภาค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ประเด็นที่วิจารณ์กันว่าพรรคเพื่อธรรมเป็นนอมินีหรือเป็นสาขารองรับให้พรรคเพื่อไทยกรณีเกิดอุบัติเหตุการเมืองนั้น ขอเรียนว่าพรรคเพื่อไทยก็คือพรรคเพื่อไทย &amp;nbsp; พรรคเพื่อธรรมก็คือพรรคเพื่อธรรม เราไม่ได้เป็นนอมินีให้ แต่ถ้าแนวทางอุดมการณ์การเมืองตรงกัน เราก็โอเค ไม่มีปัญหา ที่ยืนยันได้ชัดเจนวันนี้คือ เราไม่เอาเผด็จการ&amp;rdquo; นายพงศกรกล่าว
พธ.ย้ำไม่ใช่นอมินี พท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า พร้อมรองรับสมาชิกพรรค พท.หรือไม่ หากเกิดอุบัติเหตุการเมืองจริงๆ นายพงศกรกล่าวว่า คงไม่ใช่ โครงสร้างพรรคใดก็เป็นโครงสร้างตามพรรคนั้น เพียงแต่ถ้าแนวทางเราไปคล้ายกัน ถ้าเขาจะมา เราก็ไม่ได้ว่า สิ่งที่ยืนยันได้คือ พรรคเพื่อธรรมไม่ใช่นอมินีพรรคเพื่อไทย แต่ถ้าแนวคิดตรงกัน ผู้ที่จะมามีคุณสมบัติครบถ้วนสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งก็พร้อมรับ แต่ต้องตรวจคุณสมบัติก่อน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า พรรค พธ.เน้น ส.ส.ระบบเขตหรือระบบบัญชีรายชื่อมากกว่ากัน นายพงศกรกล่าวว่า เน้นทั้ง 2 ระบบ ซึ่งเราส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในระบบเขต ก็หวังระบบเขตมาก่อนในลำดับต้นๆ แต่ผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็อยู่ที่พี่น้องประชาชนตัดสิน เมื่อผลออกมาค่อยมาดูกันอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรค ปชป.กล่าวว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรค ได้ทำหนังสือเชิญประชุมใหญ่วิสามัญครั้งที่ 2 ในวันที่ 11 พ.ย.นี้ เพื่อลงมติเลือกหัวหน้าพรรค, คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง 11 คน ที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ โดยองค์ประชุมจะมีประมาณ 302 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เชื่อว่าการเลือกหัวหน้าพรรคจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งในข้อบังคับพรรคระบุไว้ว่า การเลือกหัวหน้าพรรคต้องเลือกจากที่ประชุมใหญ่ โดยให้คำนึงถึงผลการหยั่งเสียงที่สมาชิกพรรคได้เลือก ส่วนจะมีบุคคลใดถอนตัวหรือไม่นั้น ขณะนี้มีการแสดงเจตจำนงกันไว้บ้างแล้ว หากได้รับผลการหยั่งเสียงจากสมาชิกทั่วประเทศเป็นที่ 2 และ 3 อาจถอนตัว แต่ต้องยอมรับว่าสมาชิกมีอิสระในการลงคะแนน และสุดท้ายผลการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคต้องเป็นไปตามที่ประชุมใหญ่&amp;quot; นายราเมศกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรองหัวหน้าพรรค ปชป.โพสต์เฟซบุ๊ก ในหัวข้อ &amp;ldquo;ทำไมถึงต้องเป็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ&amp;rdquo; ในการเลือกหัวหน้าพรรค ปชป.ว่า ในการดีเบตระหว่างผู้สมัครหัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์พูดว่า ปชป.จะไม่เป็นรัฐบาลเพียงเพื่อคนของพรรค แต่จะเป็นรัฐบาลหากเราสามารถขับเคลื่อนนโยบายเพื่อประชาชน ประโยคอย่างนี้ใครๆ ก็พูดได้ แต่มีใครบ้างที่เรามั่นใจว่าพร้อมทำตามนี้จริง นายอภิสิทธิ์เป็นนักการเมืองที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุดคนหนึ่ง แต่ก็เป็นนักการเมืองคนหนึ่งที่รอบรู้ ซื่อสัตย์ และอดทน รวมทั้งแอ่นอกยอมรับกระแสกดดันมาโดยตลอด ไม่เคยออกอาการตัดพ้อ น้อยใจ หรือถอดใจ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดในการเลือกหัวหน้าพรรค คือต้องมั่นใจว่าหัวหน้ามีจุดยืนที่หนักแน่นและชัดเจนในการรักษาอุดมการณ์ของพรรคในการปกป้องประโยชน์ของประเทศ และนี่คือสาเหตุหลักที่ประกาศยืนยันสนับสนุนนายอภิสิทธิ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคเราโชคดีที่มีผู้สมัครหัวหน้าพรรคที่มีคุณภาพทั้งสามคน แต่หากถามว่าใครพร้อมที่สุดที่จะเป็นนายกฯ ในสถานการณ์ปัจจุบัน ผมว่าคำตอบชัดเจนคือคุณอภิสิทธิ์ เราต้องเลือกคนที่เป็นไปได้มากที่สุด เพราะหากเราตั้งใจเพียงเลือกหัวหน้าพรรคที่จะพร้อมยอมให้คนนอกพรรคเป็นนายกฯ ผมว่านั่นคือความคิดที่จะยิ่งทำให้พรรคอ่อนแอ และสุดท้ายมีสิทธิ์ล่มสลาย ดังนั้นในสถานการณ์ปัจจุบันต้องเป็นอภิสิทธิ์เท่านั้น&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง กล่าวว่า ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาคำขอจดทะเบียนจัดตั้งพรรค 5 พรรค ประกอบด้วย พรรคแผ่นดินธรรม, พรรคประชาชาติ, พรรคพลังชาติไทย, พรรคประชาธรรมไทย และพรรคคลองไทย ซึ่งคำขอจดทะเบียน เอกสารและหลักฐานของทั้ง 5 พรรคครบถ้วน จึงรับจดทะเบียน นอกจากนี้ กกต.ยังประกาศให้พรรคคนไทยสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง โดยทั้ง 2 กรณีจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ทำให้ปัจจุบันมีพรรคการเมือง 81 พรรค จดทะเบียนพรรคการเมืองใหม่ 16 พรรค และพรรคการเมืองเดิม 65 พรรค.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21050</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรณ์ จาติกวณิช, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พงศกร อรรณนพพร, พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, สมพล เกยุราพันธุ์, สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โกศล ปัทมะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd86c0065526.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
