<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นวดไทยผงาดมรดกโลก ชง‘สงกรานต์-ต้มยำกุ้ง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;นวดไทย&amp;rdquo; ผงาดเป็นมรดกโลกที่จับต้องไม่ได้ต่อจาก &amp;ldquo;โขน&amp;rdquo; แล้ว &amp;ldquo;ยูเนสโก&amp;rdquo; ประกาศรับรอง &amp;ldquo;อิทธิพล&amp;rdquo; เผยมีฝรั่งกว่า 2 แสนรายจบคอร์สฝึกนวดจากวัดโพธิ์ เล็งส่ง &amp;ldquo;สงกรานต์-ต้มยำกุ้ง&amp;rdquo; ขึ้นบัญชีปี 2563-2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม ที่วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม &amp;nbsp;ราชวรมหาวิหาร หรือวัดโพธิ์ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้แถลงข่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมระหว่างรัฐบาลตามภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ครั้งที่ 14 ระหว่างวันที่ 8-14 ธ.ค.2562 ณ กรุงโบโกตา สาธารณรัฐโคลอมเบีย ซึ่งมีวาระประกาศผลการพิจารณาขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ The Intangible Cultural Heritage(ICH) ประจำปี 2019 จำนวนรวม 51 รายการ&amp;nbsp;
นายอิทธิพลแถลงอีกว่า 51 รายการประกอบด้วย Urgent List จำนวน 6 รายการ Representative List จำนวน 42 รายการ และ Good Practice List จำนวน 3 รายการ ซึ่งนวดไทยจัดอยู่ในกลุ่ม Representative List of ICH หรือรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ซึ่งในที่ประชุมมีมติรับรองและประกาศให้นวดไทย (NUAD THAI) ขึ้นทะเบียนในรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ซึ่งถือเป็นรายการที่สองที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกต่อจากโขนที่ขึ้นไปแล้วเมื่อปี 2561
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นวดไทย ถือเป็นมรดกภูมิปัญญาที่เป็นศาสตร์และศิลป์ทางการแพทย์ดั้งเดิมเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่น รวมทั้งเป็นการรักษาทางเลือกควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพตามแบบแผนตะวันตกสมัยใหม่ มีองค์กรที่ส่งเสริมและพัฒนาการนวดมากกว่า 50 องค์กร โดยมีหมอนวดที่ผ่านมาเรียนแล้วเกือบ 3 แสนคน นอกจากนี้ การที่ยูเนสโกขึ้นทะเบียนนวดไทยเป็นการกระตุ้นให้เกิดการอนุรักษ์ สืบทอด สร้างความหวงแหนมรดกทางวัฒนธรรมนวดไทย อันจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทยด้วย&amp;rdquo; นายอิทธิพลระบุ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.วัฒนธรรมกล่าวอีกว่า นวดไทยนอกจากได้รับความนิยมในไทยแล้ว เว็บไซต์เดลีเมล์ สำนักข่าวชื่อดังของอังกฤษ รายงานว่าก่อนที่ยูเนสโกจะประกาศให้นวดไทยเป็นมรดกโลกทางภูมิปัญญาอย่างเป็นทางการนั้น การนวดไทย ศาสตร์การแพทย์แผนโบราณที่มีอายุมากกว่า 2,000 ปี เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความนิยมเดินทางมาใช้บริการแล้ว ยังมีจำนวนมากที่สมัครเรียนนวดแผนไทยในสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะที่วัด ซึ่งวัดโพธิ์มีผู้สำเร็จวิชานวดแผนไทยตำรับวัดโพธิ์ไปแล้วกว่า 2 แสนคน จาก 145 ประเทศทั่วโลก นอกจากนั้นนวดไทยยังเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่หมอนวดตามเมืองใหญ่ทั่วโลก เช่น นิวยอร์ก ลอนดอน และฮ่องกง เป็นต้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในปี 2563 เตรียมเสนอประเพณีสงกรานต์ หรือ Songkran festival เป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้ โดยจะเสนอควบคู่กับรัฐบาลจีน เนื่องจากเมืองสิบสองปันนาของจีนก็มีประเพณีสงกรานต์เหมือนกัน รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ลาว และเมียนมา ซึ่งมีประเพณีสงกรานต์ โดยเป็นเจ้าภาพร่วมในการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้ โดยเหตุผลที่เสนอประเพณีสงกรานต์ขึ้นมรดกโลกร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีจุดเชื่อมโยงร่วมกันเป็นประเพณีที่แสดงถึงการขึ้นศักราชใหม่ในรูปแบบของการนับปีปฏิทิน มีการเฉลิมฉลองโดยใช้น้ำเป็นสื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชน ส่วนต้มยำกุ้งขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดทำข้อมูลเพื่อเสนอขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี 2564 ถ้าหากต้มยำกุ้งได้ขึ้นทะเบียน จะทำให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เชื่อว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยแล้วสั่งเมนูนี้ด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.ปราโมทย์ เสถียรรัตน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า กรมการแพทย์ฯ ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์การส่งเสริมและพัฒนานวดไทย (ฉบับที่ 1) พ.ศ.2563-2565 ซึ่งผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อเป็นกำหนดทิศทางขับเคลื่อนการดำเนินงานให้สอดคล้องตามแผนปฏิรูปประเทศ โดยมีแนวทางสำคัญคือ การสร้างมาตรฐานนวดไทยทั้งในด้านองค์ความรู้หลักสูตร รวมถึงระบบบริการนวดไทยให้เป็นที่ยอมรับตั้งแต่ในระดับชุมชน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดภูมิปัญญานวดไทย สถานพยาบาล สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ และในระดับสากล มีการสร้างอัตลักษณ์นวดไทยสู่ระดับโลก ได้แก่ การยกย่องเชิดชูเกียรติหมอไทยแห่งชาติ สาขานวดไทย สร้างพิพิธภัณฑ์การนวดไทยและรูปหล่อฤาษีดัดตนขนาดใหญ่เป็นแลนด์มารค์ของกรุงเทพฯ ที่สำคัญคนไทยและทั่วโลกจะได้จดจำว่า 12 ธ.ค.2562 ยูเนสโกประกาศนวดไทยขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปรีดา ตั้งตรงจิตร ผู้อำนวยการโรงเรียนแพทย์แผนโบราณวัดพระเชตุพนฯ ระบุว่า ย้อนกลับไป ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชกระแสรับสั่งถามโรงเรียนไม่มีสอนนวดไทยหรือ จึงสนองพระราชดำริ โดยเริ่มจัดการเรียนการสอนนวดไทยเมื่อปี 2505 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่พระราชทานแนวทางไว้ ทางโรงเรียนพยายามสืบทอดอย่างเต็มที่ การประกาศขึ้นทะเบียน นวดไทยนับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดี ทำให้นวดไทยมีเกียรติ มีคุณค่ามีศักดิ์ศรี เพราะที่ผ่านมาคนบางกลุ่มนำนวดไทยไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ขณะที่ผู้ประกอบอาชีพนวดไทยอีกกลุ่มพยายามรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิมสร้างรายได้ให้ตนเองและชาติ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52430</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้มยำกุ้ง, นวดไทย, ยูเนสโก, สงกรานต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อิทธิพล, โขน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191213/image_big_5df391024cdfb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โขนไทย&#039;ที่คนไทยต้องรู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โขน&amp;quot; กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง เมื่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศรับรอง &amp;ldquo;โขนไทย&amp;rdquo; มรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และ &amp;ldquo;ละครโขน&amp;rdquo; (Lkhon Khol Wat Svay Andet) โขนรูปแบบหนึ่งจากประเทศกัมพูชา เป็นมรดกวัฒนธรรมอันจับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ที่ต้องได้รับการปกป้องอย่างเร่งด่วนด้วย เมื่อแยกกันชัดเจนเช่นนี้ ประเด็นโขนเป็นของประเทศไหนจึงไม่มีประโยชน์ที่จะมาถกเถียงให้ขัดแย้งกันอีกต่อไป จึงมีเพียงประเด็นคนไทยควรทำความรู้จักโขนไทยให้มากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มหรสพสมโภช&amp;quot; โดย &amp;quot;เสาวณิต วิงวอน&amp;quot; ตีพิมพ์ใน นิตยสารศิลปากร ปีที่ ๕๖ ฉบับที่ ๖ เล่าถึงประวัติศาสตร์โขนไทยเอาไว้อย่างรอบด้าน และครบถ้วน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โขนเป็นเสมือนเครื่องราชูปโภคอย่างหนึ่งของพระมหากษัตริย์ไทย ในอดีตพระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ฝึกหัดบรรดามหาดเล็กหลวงไว้เพื่อแสดงโขนในงานพิธีหลวงต่างๆ ทั้งในและนอกพระราชวัง โขนจึงเป็นของต้องห้ามสำหรับผู้อื่นที่จะแสดง แต่ในชั้นหลังปรากฏความนิยมว่าการฝึกหัดโขนนั้นทำให้ชายหนุ่มที่ได้ฝึกหัดแคล่วคล่องว่องไวในกระบวนรบ จึงมีพระบรมราชานุญาตให้เจ้านาย ขุนนางผู้ใหญ่ และเจ้าเมืองมีโขนในครอบครองได้ เพราะเป็นประโยชน์ต่อราชการแผ่นดิน โอกาสที่แสดงโขนจึงกว้างขวางขึ้นกว่าเดิม ดังมีหลักฐานต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.มหกรรมบูชา ได้แก่ การฉลองหรือสมโภชทางพระพุทธศาสนา เช่น ในสมัยอยุธยารัชกาลสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ มีโขนสมโภชพระบรมธาตุชัยนาท รัชกาลสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ มีโขนสมโภชพระพุทธบาทสระบุรี ครั้งสมโภชพระแก้วมรกตในรัชกาลสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมีโขน ๗ โรง เป็นโขนโรงใหญ่ ๒ โรง และโขนช่องระทา ๕ โรง ในสมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชครั้งฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีโขนชุดหนุมานลักท้าวมหาชมพู ครั้งฉลองวัดพระเชตุพนฯ มีโขนชุดพิธีอุโมงค์ และมีโขนบนรถล้อเลื่อนในงานผนวชสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงเสนานุรักษ์ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีโขนสมโภชพระแก้วมรกต ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีโขนฉลองผ้าป่าคราวเสด็จบางปะอิน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒.เนื่องในพระราชพิธีในสมัยอยุธยารัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีออกสนามคือ คเชนทรัศวสนาน และมีมหรสพต่างๆ สมโภช และกล่าวถึงโขนเป็นการแสดงอย่างหนึ่งในนั้น โขนมีความเกี่ยวข้องกับพระราชพิธีดังที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระนิพนธ์ไว้ในตำนานละครอิเหนา ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...การเล่นแสดงตำนานเป็นส่วนหนึ่งในการพิธี เกิดเพิ่มเติมขึ้นโดยลำดับมาจนการเล่นแสดงตำนานกลายเป็นการที่มีเนืองๆ จึงเป็นเหตุให้ฝึกหัดโขนหลวงขึ้นไว้สำหรับเล่นในการพระราชพิธี และเอามหาดเล็กหลวงมาหัดเป็นโขนตามแบบแผนซึ่งมีอยู่ในตำราพระราชพิธีอินทราภิเษก เพราะเป็นลูกผู้ดี ฉลาดเฉลียว ฝึกหัดเข้าใจง่าย ใครได้เลือกก็ยินดีเสมอได้รับความยกย่องอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นจึงได้เป็นประเพณีสืบมาจนชั้นกรุงรัตนโกสินทร์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสมัยประชาธิปไตยยังคงมีการแสดงโขนในงานรัฐพิธีหลายครั้ง นายธนิต อยู่โพธิ์ กล่าวไว้ในหนังสือโขนว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดูประหนึ่งถือเป็นประเพณีที่ต้องจัดให้มีแสดงโขนเป็นประจำปี ณ ท้องสนามหลวงปีละ ๓ คราว คือ ในวันมีงานฉลองรัฐธรรมนูญ ในงานฉลองวันขึ้นปีใหม่ ในรัฐพิธีฉลองวันสงกรานต์&amp;rdquo; นอกจากนี้ยังมีการแสดงโขนรวมอยู่ในนาฏศิลป์ประเภทอื่นๆ ไปเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ณ ต่างประเทศ เป็นเสมือนทูตสันถวไมตรีกับนานาประเทศจนกระทั่งทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓.งานศพ จดหมายเหตุลาลูแบร์กล่าวว่า &amp;ldquo;โขนและระบำนั้นมักหากันไปเล่น ณ งานปลงศพและบางทีก็หาไปเล่นในงานอื่นๆ บ้าง&amp;rdquo; แสดงว่ามีการแสดงโขนในงานศพมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ในสมัยธนบุรีมีโขนในงานพระศพกรมขุนอนิทรพิทักษ์เป็นโขนโรงใหญ่ ๒ โรง โขนช่องระทา ๗ โรง รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชคราวงานถวายพระเพลิงพระบรมอัฐิสมเด็จพระชนกาธิบดี พระราชพงศาวดารกล่าวว่า&amp;nbsp;
เมื่อเชิญพระบรมอัฐิออกสู่พระเมรุแล้ว มีการมหรสพครบทุกสิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...โขนชักรอกโรงใหญ่ ทั้งโขนวังหลวงและวังหน้า แล้วประสมโรงเล่นกลางแปลง เล่นเมื่อศึกทศกัณฐ์ยกทัพกับ ๑๐ ขุน ๑๐ รถ โขนวังหลวงเป็นทัพพระราม ยกไปแต่ทางพระบรมมหาราชวังโขนวังหน้าเป็นทัพทศกัณฐ์ยกออกจากพระราชวังบวรฯ มาเล่นรบกัน ในท้องสนามหน้าพลับพลา ถึงมีปืนบาเหรี่ยมรางเกวียนลากออกมายิงกันดังสนั่นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โคลงของกรมหมื่นศรีสุเรนทร์บันทึกไว้ว่า มีโขนโรงประชันกัน โรงหนึ่งเล่นชุดถวายแหวนอกี โรงหนึ่งเล่นชุดศึกอนิทรชิตงานพระเมรุพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็มีโขนงานพระเมรุสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์ งานพระศพพระองค์เจ้าดวงจันทร์ พระองค์เจ้าสำอางในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวล้วนมีโขนด้วยกันทั้งสิ้น ความนิยมเรื่องการแสดงโขนในงานศพยังคงอยู่กระทั่งปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔.งานบรมราชาภิเษกและอภิเษกสมรสในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวงานบรมราชาภิเษกครั้งหลัง ปีระกา พุทธศักราช ๒๔๑๖ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในวัน ๑๓ - ๑๔ - ๑๕ ค่ำมีโขน...&amp;rdquo; &amp;nbsp;และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๔๕๔ &amp;ldquo;เวลาค่ำวันนี้
มีมหรศพวิเศษโขนหลวงเฉพาะการบรมราชาภิเษกสมโภชเฉลิมพระเกียรติยศที่โรงโขนหลวง ณ สวนมิสกวัน&amp;rdquo; ส่วนงานอภิเษกสมรสปรากฏในบทละคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ตอนงานอภิเษกบุษบากับจรกา
กล่าวว่ามีการแสดงโขนในมหรสพสมโภช ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกโขนเบิกโรงแล้วจับเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อเมืององคตพดหาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลกเล่นเจรจาเป็นท่าทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสองข้างอ้างอวดฤทธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเรื่องพระอภัยมณี กล่าวถึงโขนเป็นหนึ่งในมหรสพสมโภชตอนพระอภัยมณีอภิเษกกับนางสุวรรณมาลี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕.งานบันเทิงและบำรุงศิลปะการแสดงโขนมีจุดประสงค์อย่างหนึ่งคือเพื่อความบันเทิง ในขณะเดียวกันเป็นการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมไปด้วย เช่น โขนสมัครเล่นของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ แสดงในงานเปิดโรงเรียนนายร้อย (ทหารบก) ชั้นมัธยม พุทธศักราช ๒๔๕๒ ระบุจุดประสงค์ในการแสดงว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...จะให้ผู้ที่คุ้นเคยชอบพอกันและที่เป็นคนชั้นเดียวกันมีความรื่นเริง และเพื่อจะได้ไม่หลงลืมว่าศิลปวิทยาการเล่นเต้นรำไม่จำจะต้องเป็นของฝรั่งจึงจะดูได้ ของโบราณของไทยเรามีอยู่ไม่ควรจะให้เสื่อมสูญไปเสีย...ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงจัดแสดงโขนชุดนางลอย ณ สวนจิตรลดารโหฐาน พุทธศักราช ๒๔๖๔เพื่อเก็บเงินบำรุงเสือป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในรัชกาลที่ ๙ &amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชประสงค์ที่จะทรงอนุรักษ์การแสดงโขนให้คงอยู่เป็นสมบัติอันทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการแสดงโขนพระราชทานตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๕๐ เป็นต้นมา ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พุทธศักราช ๒๕๕๐ และพุทธศักราช ๒๕๕๒ ชุดพรหมาศ พุทธศักราช ๒๕๕๓ ชุดนางลอย พุทธศักราช ๒๕๕๔ ชุดศึกมัยราพณ์ และพุทธศักราช ๒๕๕๕ ชุดจองถนน ทั้งนี้ มีพระราชเสาวนีย์ให้จัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนขึ้นใหม่ ปรับปรุงวิธีการแต่งหน้าโขนให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ด้วยหน่วยงานของรัฐ คือกรมศิลปากรมีหน้าที่จัดการแสดงโขนให้ประชาชนชมเป็นประจำ นับแต่ตั้งโรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์ ในพุทธศักราช ๒๔๗๗ และเปลี่ยนเป็นโรงเรียนนาฏศิลป ในพุทธศักราช ๒๔๘๘ นักเรียนได้มีส่วนร่วมแสดงโขนในงานสำคัญหลายครั้ง รายการที่กรมศิลปากรจัดแสดงให้ประชาชนชม เช่น ในพุทธศักราช ๒๔๙๐ แสดงชุดนางลอย ในพุทธศักราช ๒๔๙๕ แสดงชุดหนุมานอาสา เป็นต้น การแสดงโขนสำหรับประชาชนยังมีต่อเนื่องมาถึง ปัจจุบัน เช่นในปฏิทินการแสดงประจำปี ๒๕๕๖ ของกรมศิลปากร โดยสำนักการสังคีต กำหนดแสดงโขนชุดหนุมานชาญสมรและชุดอินทรชิตฤทธี ที่โรงละครแห่งชาติ กรุงเทพฯ และมีการแสดงโขนชุดนางลอย-ยกรบ ที่โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก สุพรรณบุรี เป็นต้น ทั้งนี้เป็นการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของชาติโดยเฉพาะการแสดงโขนจะบรรจุอยู่ในรายการประจำปีตลอดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖.งานรับรอง เมื่อมีอาคันตุกะจากต่างประเทศมาเยือนประเทศไทย โขนมักเป็นการแสดงที่ใช้ในการรับรองเสมอ เช่น พุทธศักราช ๒๕๐๕ แสดงโขนชุดหนุมานอาสา รับรอง ฯพณฯ พลเอกเนวิน ประธานสภาปฏิวัติแห่งสหภาพพม่า พุทธศักราช ๒๕๐๗ แสดงโขนชุดมัยราพณ์สะกดทัพถวายสมเด็จพระราชาธิบดีโบดวงและสมเด็จพระราชินีฟาบิโอลาแห่งเบลเยียมเมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๐ แสดงโขนชุดศรเหราพตรับรอง ฯพณฯ ฟรานซ์ โยนาส ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐออสเตรีย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากรับรองอาคันตุกะแล้ว โขนยังใช้แสดงรับบุคคลสำคัญของชาติด้วย เพราะถือเป็นเครื่องหมายแสดงความยินดี ดังในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช ๒๔๔๐ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับจากเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก พระบรมวงศานุวงศ์และข้าทูลละอองธุลีพระบาท ซึ่งมีกรมหมื่นปราบปรปักษ์ (พระยศขณะนั้น) กับเจ้าพระยาเทเวศรวงศ์วิวัฒน์เป็นแม่งานจัดโขนกลางแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ท้องสนามหลวงสมโภช และกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร โขนแสดงในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ จับตอนเสร็จศึกลงกา พระรามคืนนครอยุธยา พระชนนีเสด็จออกไปรับพระรามเข้าเมืองแล้วให้มีงานสมโภช หนังสือพิมพ์สยามไมตรีฉบับวันอังคารที่ ๘ และวันอังคารที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ร.ศ.๑๑๖ รายงานว่างานโขนกลางแปลงนี้ใหญ่กว่างานอื่นๆ เท่าที่เคยมีมามีผู้แสดงถึง ๘๐๐ คนเศษ เครื่องแต่งตัวทำขึ้นใหม่ทั้งหมด การตกแต่งสถานที่ทำเหมือนจริงทุกอย่าง เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายกรุงศรีอยุธยานั้น ทำเป็นปราสาทราชฐาน มีกำแพงเมือง มีประตู หอรบ ป้อม เสมาธง เหมือนเมืองจริงๆ ถึงเวลาใครมีบทปีนต้นไม้ก็ปีนต้นไม้ขึ้น ไปจริงๆ ถึงตอนที่พวกกะเหรี่ยงได้ยินเสียงเป่าเขาควาย ก็มีพวกกะเหรี่ยงออกมาจากช่องเขาตอนพระรามจะยกเข้าเมือง พวกชาวเมืองมีความยินดี จัดให้ยกเอาโต๊ะตั้งเครื่องบูชาออกมาตั้งจริงๆ และในเมืองนั้นก็ได้ทำการรับเสด็จผูกผ้าแดงมีธงทวิ เช่นที่นิยมปฏิบัติในปัจจุบันอาจมีผู้เข้าใจว่าโขนแสดงแต่เฉพาะในงานศพ ที่จริงตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้วเห็นว่ามีการแสดงโขนในหลายโอกาสอย่างกว้างขวาง กล่าวได้ว่าทุกคราวที่มีงานใหญ่และสำคัญจะมีโขนอยู่ด้วยเสมอ ควรนับว่าเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดสวัสดิมงคล ประการหนึ่งเพราะจากต้นกำเนิดของโขนคือการชักนาคดึกดำบรรพ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือการเล่นดึกดำบรรพ์นั้นเป็นสิ่งที่เป็นมงคลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพยังทรงกล่าวไว้ว่า การเล่นในพระราชพิธีอินทราภิเษกนี้ &amp;ldquo;ก็คือการเล่นแสดงตำนานในไสยศาสตร์เพื่อแสวงสวัสดิมงคล มาแต่มูลเหตุอันเดียวกันกับที่เล่นโขนเรื่องรามเกียรติ์...&amp;rdquo; ดังนั้นการแสดงโขนซึ่งเป็นตำนานของพระนารายณ์อวตารจึงไม่มีความอัปมงคลอันใด การแสดงโขนนั้นเกี่ยวกับการสมโภช แม้ในงานศพดังที่ปรากฏในงานพระเมรุตั้งแต่อดีตก็เรียกว่า &amp;ldquo;มหรสพสมโภช&amp;rdquo;&amp;nbsp;
เช่น คราวงานถวายพระเพลิงพระบรมอัฐิสมเด็จพระชนกาธิบดี พระราชพงศาวดารกล่าวว่า &amp;ldquo;เครื่องมหรสพสมโภชเหมือนอย่างการพระบรมศพพระเจ้าแผ่นดินครั้งกรุงเก่า&amp;rdquo; ในเรื่องอิเหนา ตอนงานพระเมรุหมันหยา มีกลอนตอนกล่าวถึงการมหรสพในงานว่า &amp;ldquo;สมโภชพระศพเสร็จเจ็ดทิวา&amp;rdquo; การจัดงานเป็นการบูชาผู้ที่เคารพนับถือและรักใคร่ของคน ผู้ที่มีชีวิตอยู่ย่อมกระทำสิ่งที่ดีไม่ใช่สิ่งอัปมงคลให้แก่ผู้ตาย อีกประการหนึ่งผู้ประดิษฐ์ศิลปะใดๆ คงไม่มีจุดมุ่งหมายให้ศิลปะของตนเป็นสิ่ง อัปมงคลอย่างแน่นอน ที่มีผู้รังเกียจว่าโขนแสดงในงานศพไม่บังควรนำมาแสดงในงานมงคลเป็นความคิดของคนชั้นหลังทั้งสิ้น.
------------------
อ้างอิง ..โขน : มหรสพสมโภช เสาวณิต วิงวอน, นิตยสารศิลปากร &amp;nbsp;ปีที่ ๕๖ ฉบับที่ ๖&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23568</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประวัติโขน, มรดกโลก, ยูเนสโก, โขน, โขนไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181205/image_big_5c07915798674.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23172</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 16:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ท่านใหม่&#039;แนะนักเลือกตั้งถอดหัวโขนออกได้แล้วเกรงใจยูเนสโกบ้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย.61-ม.จ. จุลเจิม ยุคล หรือท่านใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Chulcherm Yugala ว่า เมื่อ ICH องค์การยูเนสโก ได้พิจารณาและเห็นชอบให้รับรอง โขนในประเทศไทย เป็นตัวแทนของมรดก ICH ของมนุษยชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น นักการเมือง นักเลือกตั้ง ข้าราชการ ควรจะถอดหัวโขนออกได้แล้วครับ เกรงใจ องค์การยูเนสโก บ้าง เพราะพวกท่านได้แต่สวมหัวโขน เต้นกินรำกินเท่านั้น แต่มิได้เป็นตัวแทนมนุษย์ชาติ โดยเฉพาะประเทศชาติ ตามที่ ยูเนสโกประกาศไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้พวกตู ใส่หัวโขน ได้เต้นกิน รำกินงบประมาณแผ่นดิน และภาษี ก็พอใช่ไหมครับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23172</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยูเนสโก, หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล, โขน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c010634f2a76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/10/2018 11:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2018 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯชวนชมการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ต.ค.61- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) &amp;nbsp;นายอนุชา ทีรคานนท์ คณะกรรมการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ นำนักแสดงโขนจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ประจำปี 2561 ตอน &amp;ldquo;พิเภกสวามิภักดิ์&amp;rdquo; เข้าพบเพื่อมอบของที่ระลึก คือประติมากรรมนูนต่ำ รูปพระจันทร์ทรงรถ โดยอาจารย์สุดสาคร ชายเสม อาจารย์ผู้สร้างฉาก และผู้ออกแบบ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนร่วมชมการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 พ.ย. ถึง วันที่ 5 ธ.ค. 2561 ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเชิญชวนให้ทุกคนชมการแสดงโขนฯ ตอน &amp;ldquo;พิเภกสวามิภักดิ์&amp;rdquo; ซึ่งมีจำนวน 50 รอบ รัฐบาลจะจัดรอบพิเศษให้กับข้าราชการทุกกระทรวงได้เข้าชม ขอให้ความสำคัญกับประเพณีและอัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทย โขนตอนนี้เป็นของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สมัยที่ตามเสด็จฯได้รับชมโขนอยู่เป็นประจำ การแสดงโขนรามเกียรติ์ถือว่างดงามและสวยงามเป็นอย่างมาก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 ทรงมีรับสั่งให้ช่วยกันอนุรักษ์วัฒนธรรมและศิลปะเหล่านี้ไว้ รวมทั้งเครื่องแต่งกายต่างๆ จึงขอให้ทุกคน ช่วยกันอนุรักษ์วัฒนธรรม ศิลปะ และอัตลักษณ์ของวัฒนธรรมไทยไว้ให้ยืนยาว และโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไปเราอาจจำเป็นต้องหาวิธีการนำเสนอให้คนเข้าใจ เนื่องจากวิถีชีวิตปัจจุบันเป็นเรื่องของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการรู้อะไรที่เข้าใจได้ง่าย แต่จะต้องไม่ไปเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นเนื้อหาสาระ เพียงแต่ต้องหาวิธีการนำเสนอให้เข้ากับยุคสมัย ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้แนะนำให้นักแสดงรักษาสุขภาพร่างกาย ไม่ให้อ้วนเนื่องจากจะทำให้รูปร่างไม่สวย พร้อมให้กำลังใจกับนักแสดงทุกคน ก่อนที่จะนำเยี่ยมชมห้องประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ชั้น 5 ตึกบัญชาการ 1&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โอกาสนี้ นายกฯมอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าภาพรอบการแสดงในวันที่ 6 &amp;nbsp;พ.ย.61 รอบ 19.30 น. เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่าย หน่วยงาน ภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ประชาชน และสื่อมวลชน ร่วมเข้าชมโดยไม่ค่าเสียค่าใช้จ่าย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20586</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ, โขน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bcfedcf702b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2018 13:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2018 13:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดราม่าโขนวัฒนธรรมใคร!โซเชียลไทยจับผิดถ่ายกัมพูชาใช้อ้าง ก่อนโลกมีกล้องถ่ายรูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2ก.ย.61- หลังเกิดปมดราม่าระดับชาติในสื่อสังคมออนไลน์ เมื่อชาวกัมพูชาไม่พอใจจากกรณีข่าว กระทรวงวัฒนธรรมขอไทย เสนอการแสดงโขน ต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เพื่อพิจารณาขึ้นบัญชีมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ ในปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสังคมออนไลน์ของในพูชา ยืนกรานว่าการแสดงโขนเป็นการแสดงและวัฒนธรรมของชาวกัมพูชา ไม่ใช่ของไทย ทั้งยังระบุว่า ประเทศไทยได้นำการแสดงโขนมาจากกัมพูชา ซึ่งเป็นวัฒนธรรมของกัมพูชาช่วงศตวรรษที่ 15-16 ซึ่ง &amp;nbsp;โดยอ้างภาพถ่ายที่ถ่ายโดยชาวฝรั่งเศสประมาณ 300 ปีที่ผ่านมาเป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีนี้สื่อสังคมออนไลน์ในไทยแย้งว่า หลักฐานดังกล่าวไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะ ช่วง 300 ปีที่แล้วซึ่งตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์นั้นยังไม่มีกล้องถ่ายรูป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;lrm;Kittipong Apichatmaetee&amp;lrm; โพสต์ภาพและข้อความลงในกลุ่มสาธารณะ &amp;quot; ภาพเก่าในอดีต&amp;quot;
ว่าภาพถ่ายเจ้าปัญหาในวิวาทะเรื่องโขน โดยมีการอ้างถึงปีที่ถ่ายภาพเหล่านี้ คือ 1659 ซึ่งผู้อ้างเข้าใจผิดว่าเป็นปี ค.ศ. ที่ถ่ายภาพ หากลองบวกลบแปลงเป็น พ.ศ.จะเท่ากับ พ.ศ.2202 ซึ่งเป็นยุคสมัยในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในตอนนั้นเทคโนโลยีการถ่ายภาพยังไม่เกิดขึ้น กว่าจะมีภาพถ่ายใบแรกเกิดขึ้นในโลก ก็เป็นปี พ.ศ.2369 (ค.ศ.1826) โดย Joseph Nicephore Niepce และอีก 13 ปีต่อมา ในปี พ.ศ.2382 (ค.ศ.1839) Jacques Daguerre จึงได้ประดิษฐ์วิธีการถ่ายภาพแบบ Dagurreotype (ดาแกโรไทป์) อันลือลั่นขึ้นมาได้สำเร็จ ทั้ง 2 เหตุการณ์นี้เกิดในสมัยแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ รัชกาลที่ 3 ของกรุงรัตนโกสินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นไว้น่าสนใจว่า เลข 1659 น่าจะเป็นลำดับภาพ ไม่ใช่จะใช่ปีที่ถ่ายแต่อย่างใด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16643</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภาพถ่ายโขน, ยูเนสโก, วัฒนธรรม, โขน, ไทย-กัมพูชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180902/image_big_5b8b8798f0f49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไอเดียของขวัญวันแม่ ถูกใจผู้รับสุขใจผู้ให้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(ความสุขที่แท้จริงของผู้สูงอายุ คือการอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาลูกหลานในวันแม่แห่งชาติ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ว่ากันด้วยเรื่องของขวัญวันแม่ ที่ลูกๆ หลานๆ ควรหามามอบให้แด่ผู้ให้กำเนิดในโอกาสที่ 12 สิงหาคม จะเวียนมาบรรจบอีกครั้ง จริงอยู่ที่วัยหลัก 5 หลัก 6 อาจจะไม่อยากได้สิ่งของในวันสำคัญดังกล่าว นอกเหนือจากการมาเยี่ยมเยือนท่านและโอบกอดกัน แต่ทว่าข้าวของเครื่องใช้เพื่อสุขภาพก็เป็นสิ่งที่สำคัญในการเติมเต็มคุณภาพชีวิตของคุณพ่อคุณแม่ได้เช่นกัน เพราะบางครั้งผู้สูงอายุหลายท่านเป็นกังวลในเรื่องของความสิ้นเปลืองในการใช้จ่าย จึงไม่กล้าซื้อของใช้จำเป็นในบางครั้งคราว พี่เตี่ยง-มณทิพา กานต์วรัญญู พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.โพธาราม จ.ราชบุรี ให้ข้อมูลในการเลือกของขวัญเพื่อคุณแม่ไว้น่าสนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(มณทิพา กานต์วรัญญู)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พยาบาลมณทิพา ให้ข้อมูลว่า &amp;ldquo;ในความเป็นจริงแล้ว ของขวัญที่ผู้ใหญ่ต้องการมากที่สุด คือการได้อยู่กับลูกหลาน ได้กอดและใช้เวลาร่วมกันในวันแม่แห่งชาติ โดยส่วนตัวพี่ที่ผ่านมาก็จะพาคุณแม่ไปทำบุญที่วัดในวันแม่ ส่วนในช่วงเย็นก็จะพาท่านไปรับประทานอาหาร หรือถ้าเป็นไปได้ การทำอาหารกินกันที่บ้านก็เป็นอีกกิจกรรมที่ดีมากๆ ในวันแม่ เพราะผู้สูงอายุจะรู้ภูมิใจ เนื่องจากตัวท่านเป็นจุดศูนย์กลางที่ทำให้ลูกหลานมารวมตัวกัน และอย่างที่รู้กันดีว่าผู้สูงอายุเป็นวัยที่ค่อนข้างมีความพร้อมในหลายๆ เรื่อง แต่การที่ลูกหลานจะให้ของขวัญก็ไม่ใช่เรื่องผิด และจะยิ่งส่งเสริมกันไปอีกหากว่านำของขวัญไปกราบไหว้ท่านด้วยตัวเองในวันแม่แห่งชาติที่จะมาถึงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;เงิน&amp;rdquo; ถือเป็นของขวัญที่คุณแม่สามารถนำไปซื้อของใช้ที่เป็นประโยชน์กับสุขภาพ เช่น เก้าอี้นวดฝ่าเท้า ฯลฯ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับของขวัญอันดับแรกคือ &amp;ldquo;อาหารเสริม&amp;rdquo; โดยเฉพาะนมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะช่วยเสริมสร้างแคลเซียม ป้องกันกระดูกพรุน นอกจากนี้ ปัจจัยสำคัญอย่าง &amp;ldquo;เงิน&amp;rdquo; ก็สามารถให้ท่านได้ เนื่องจากบางครั้งคุณแม่อยากได้เก้าอี้นวดเท้าเพื่อแก้อาการปวดเมื่อย แต่เป็นกังวลเรื่องราคาที่แพงเกินไป ดังนั้นถ้าลูกหลานให้ของขวัญเป็นเงินก็ทำให้ท่านสามารถที่จะซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกได้ด้วยตนเอง เมื่อบุตรหลานไม่ได้อยู่ด้วยในเวลานั้น แต่หากบุตรหลานบางคนที่ไม่ได้ให้ของขวัญเป็นเงิน ก็สามารถขับรถพาท่านไปซื้อของที่อยากได้ ตรงนี้ก็เท่ากับเป็นการมอบของขวัญโดยการให้เวลากับคุณแม่ที่เรารักค่ะ หรือหากบ้านไหนที่มีลูกหลายคน แต่มีพี่คนโตเป็นผู้จ่ายเงินซื้ออาหารเพื่อมารับประทานร่วมกัน ในส่วนของลูกๆ ที่ไม่ได้สมทบเรื่องเงินซื้อวัตถุดิบ ก็สามารถมาลงแรงโดยการช่วยปรุงอาหารให้กับคุณแม่และสมาชิกท่านอื่นๆ รับประทานร่วมกันในวันที่ 12 สิงหา.ก็ได้เหมือนกันค่ะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;12 สิงหา.&amp;rdquo; พาผู้สูงอายุไปดูภาพยนตร์ตลก หรือหนังครอบครัว ก็ช่วยสร้างความผูกพันตายายได้ไม่น้อย)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ของขวัญที่สำคัญอีกอย่างคือ ชวนผู้สูงอายุไป &amp;ldquo;ดูภาพยนตร์&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;โขน-ละคร&amp;rdquo; ซึ่งจะมีประโยชน์ในแง่ของการทำให้ผู้สูงอายุได้เปิดหูเปิดตา และยังทำให้ท่านรู้สึกภูมิใจจากการที่ลูกหลานไม่ได้ทอดทิ้งท่าน และทำให้คุณแม่รู้สึกว่าตัวเองก็ไม่น้อยหน้าเพื่อนวัยเดียวกัน เพราะมีลูกหลานพามานอกบ้าน ปิดท้ายกันที่ของขวัญวันแม่สุดคลาสสิก แต่ทว่าก็สร้างความผูกพันและเปลี่ยนบรรยากาศให้กับผู้สูงวัยที่มักอยู่ตามลำพัง 2 สามีภรรยา อย่างการ &amp;ldquo;พาไปเที่ยวทะเล&amp;rdquo; เพราะผู้ใหญ่ก็คงคล้ายกับทุกเพศทุกวัย ที่บางครั้งการได้เปลี่ยนสถานที่ ได้สัมผัสน้ำทะเลใสๆ หรือได้จูงมือลูกหลานเดินย้ำหาดทรายขาวสะอาดยามเช้าและเย็น ก็ทำให้สดใสและกระปรี้กระเปร่าไม่น้อยค่ะ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt; text-align: center;&quot;&gt;(&amp;ldquo;เที่ยวทะเล&amp;rdquo; ของขวัญสุดคลาสสิก ช่วยให้บุพการีได้สูดอากาศบริสุทธิ์จากสายลมและแสงแดด)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากการมอบขวัญแล้ว ถ้าสังเกตให้ดี ทุกอย่างที่แนะนำมานั้นล้วนแล้วแต่กระตุ้นให้บุตรหลานไปกราบไหว้คุณแม่ที่รักในช่วง 12 สิงหา.ที่จะมาถึงนี้...ลูกๆ หลานๆ ทราบแล้วเปลี่ยนจ้า...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14996</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิต, ทะเล, ภาพยนตร์, มณทิพา กานต์วรัญญู, ละคร, อาหารเสริม, เงิน, โขน, โลกวัยเกษียณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6af3745b267.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11608</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2018 17:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2018 17:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จัดเทศกาลโขนรับยูเนสโกขึ้นทะเบียนมรดกวัฒนธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม &amp;nbsp;เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 4/2561 ว่า &amp;nbsp;ตามที่ประเทศไทยได้เสนอ โขนต่อองค์การยูเนสโกเพื่อพิจารณาขึ้นบัญชีมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ ในปี 2561 &amp;nbsp;ที่ประชุมจึงได้เห็นชอบโครงการเทศกาลโขน ในฐานะรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการประกาศขึ้นบัญชีจากยูเนสโก โดยเป็นการดำเนินงานตามพันธกรณีของอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมจับต้องไม่ได้ ค.ศ.2003 &amp;nbsp;โดยกำหนดให้มีการจัดแผนงานและกิจกรรมสำหรับเฉลิมฉลอง ในช่วงเดือนธันวาคมนี้ &amp;nbsp;แบ่งออกเป็น 3 &amp;nbsp;ส่วน ได้แก่ 1 .กิจกรรมสร้างความภาคภูมิใจด้วยการยกย่องเชิดชูเกียรติให้กับบุคคล องค์กรผู้ทำคุณประโยชน์ต่อวงการโขน 2.การเผยแพร่องค์ความรู้ในรูปแบบต่างๆ เช่น การเสวนา การผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ จัดพิมพ์หนังสือองค์ความรู้เกี่ยวกับโขน การผลิตสื่อภาพยนตร์แอนิเมชันรามเกียรติ์ ตอน รามาวตาร นิทรรศการเผยแพร่ความรู้ รวมทั้งการจัดทำคลังข้อมูลโขนในรูปแบบดิจิทัล และ 3.มหกรรมการแสดงโขน ใน 4 ภูมิภาค และในส่วนกลางที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณาข้อเสนอและความเห็นของคณะกรรมาธิการศาสนาศิลปะ วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สภานิติบัญญัติแห่งชาติ จากการจัดกิจกรรมและการเสวนาทาง วิชาการเกี่ยวกับการอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ตลอดจนองค์ความรู้แขนงต่างๆ ที่ได้รับการบันทึกไว้ในจารึกวัดโพธิ์ โดยที่ประชุมมีความเห็นว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) สามารถดำเนินการตามภารกิจในส่วนที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;ทั้งในด้านสนับสนุนให้มีส่วนจัดแสดงเกี่ยวกับฤาษีดัดตนและการนวดแผนไทยในพิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทยและให้กรมศิลปากรออกแบบป้ายมรดกความทรงจำแห่งโลก &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังให้พิจารณาและทบทวน กฎหมายว่าด้วยมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ซึ่งให้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันให้อนุรักษ์และคุ้มครองเอกสารตำราแพทย์แผนไทย ตำราหลวง ตำราในแต่ละภูมิภาค รวมถึงส่งเสริมให้ความรู้ภูมิปัญญาด้านพิธีกรรมด้วย &amp;nbsp;นอกจากนี้ ให้ส่งเสริมผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมด้านภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย รวมทั้งจัดสวัสดิการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11608</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นทะเบียนนวดแผนไทย, จารึกวัดโพธิ์, มรดกภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย, มรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมวลมนุษยชาติ, ยูเนสโก, อนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้่ของมวลมนุษยชาติ, โขน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180618/image_big_5b278a1d2107e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
