<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23568</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โขนไทย&#039;ที่คนไทยต้องรู้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โขน&amp;quot; กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง เมื่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ประกาศรับรอง &amp;ldquo;โขนไทย&amp;rdquo; มรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และ &amp;ldquo;ละครโขน&amp;rdquo; (Lkhon Khol Wat Svay Andet) โขนรูปแบบหนึ่งจากประเทศกัมพูชา เป็นมรดกวัฒนธรรมอันจับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ที่ต้องได้รับการปกป้องอย่างเร่งด่วนด้วย เมื่อแยกกันชัดเจนเช่นนี้ ประเด็นโขนเป็นของประเทศไหนจึงไม่มีประโยชน์ที่จะมาถกเถียงให้ขัดแย้งกันอีกต่อไป จึงมีเพียงประเด็นคนไทยควรทำความรู้จักโขนไทยให้มากขึ้น &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;มหรสพสมโภช&amp;quot; โดย &amp;quot;เสาวณิต วิงวอน&amp;quot; ตีพิมพ์ใน นิตยสารศิลปากร ปีที่ ๕๖ ฉบับที่ ๖ เล่าถึงประวัติศาสตร์โขนไทยเอาไว้อย่างรอบด้าน และครบถ้วน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โขนเป็นเสมือนเครื่องราชูปโภคอย่างหนึ่งของพระมหากษัตริย์ไทย ในอดีตพระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ฝึกหัดบรรดามหาดเล็กหลวงไว้เพื่อแสดงโขนในงานพิธีหลวงต่างๆ ทั้งในและนอกพระราชวัง โขนจึงเป็นของต้องห้ามสำหรับผู้อื่นที่จะแสดง แต่ในชั้นหลังปรากฏความนิยมว่าการฝึกหัดโขนนั้นทำให้ชายหนุ่มที่ได้ฝึกหัดแคล่วคล่องว่องไวในกระบวนรบ จึงมีพระบรมราชานุญาตให้เจ้านาย ขุนนางผู้ใหญ่ และเจ้าเมืองมีโขนในครอบครองได้ เพราะเป็นประโยชน์ต่อราชการแผ่นดิน โอกาสที่แสดงโขนจึงกว้างขวางขึ้นกว่าเดิม ดังมีหลักฐานต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.มหกรรมบูชา ได้แก่ การฉลองหรือสมโภชทางพระพุทธศาสนา เช่น ในสมัยอยุธยารัชกาลสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ มีโขนสมโภชพระบรมธาตุชัยนาท รัชกาลสมเด็จพระเจ้าบรมโกศ มีโขนสมโภชพระพุทธบาทสระบุรี ครั้งสมโภชพระแก้วมรกตในรัชกาลสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีมีโขน ๗ โรง เป็นโขนโรงใหญ่ ๒ โรง และโขนช่องระทา ๕ โรง ในสมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชครั้งฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีโขนชุดหนุมานลักท้าวมหาชมพู ครั้งฉลองวัดพระเชตุพนฯ มีโขนชุดพิธีอุโมงค์ และมีโขนบนรถล้อเลื่อนในงานผนวชสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงเสนานุรักษ์ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีโขนสมโภชพระแก้วมรกต ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีโขนฉลองผ้าป่าคราวเสด็จบางปะอิน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒.เนื่องในพระราชพิธีในสมัยอยุธยารัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการพระราชพิธีออกสนามคือ คเชนทรัศวสนาน และมีมหรสพต่างๆ สมโภช และกล่าวถึงโขนเป็นการแสดงอย่างหนึ่งในนั้น โขนมีความเกี่ยวข้องกับพระราชพิธีดังที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระนิพนธ์ไว้ในตำนานละครอิเหนา ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...การเล่นแสดงตำนานเป็นส่วนหนึ่งในการพิธี เกิดเพิ่มเติมขึ้นโดยลำดับมาจนการเล่นแสดงตำนานกลายเป็นการที่มีเนืองๆ จึงเป็นเหตุให้ฝึกหัดโขนหลวงขึ้นไว้สำหรับเล่นในการพระราชพิธี และเอามหาดเล็กหลวงมาหัดเป็นโขนตามแบบแผนซึ่งมีอยู่ในตำราพระราชพิธีอินทราภิเษก เพราะเป็นลูกผู้ดี ฉลาดเฉลียว ฝึกหัดเข้าใจง่าย ใครได้เลือกก็ยินดีเสมอได้รับความยกย่องอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นจึงได้เป็นประเพณีสืบมาจนชั้นกรุงรัตนโกสินทร์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในสมัยประชาธิปไตยยังคงมีการแสดงโขนในงานรัฐพิธีหลายครั้ง นายธนิต อยู่โพธิ์ กล่าวไว้ในหนังสือโขนว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดูประหนึ่งถือเป็นประเพณีที่ต้องจัดให้มีแสดงโขนเป็นประจำปี ณ ท้องสนามหลวงปีละ ๓ คราว คือ ในวันมีงานฉลองรัฐธรรมนูญ ในงานฉลองวันขึ้นปีใหม่ ในรัฐพิธีฉลองวันสงกรานต์&amp;rdquo; นอกจากนี้ยังมีการแสดงโขนรวมอยู่ในนาฏศิลป์ประเภทอื่นๆ ไปเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ณ ต่างประเทศ เป็นเสมือนทูตสันถวไมตรีกับนานาประเทศจนกระทั่งทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓.งานศพ จดหมายเหตุลาลูแบร์กล่าวว่า &amp;ldquo;โขนและระบำนั้นมักหากันไปเล่น ณ งานปลงศพและบางทีก็หาไปเล่นในงานอื่นๆ บ้าง&amp;rdquo; แสดงว่ามีการแสดงโขนในงานศพมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ในสมัยธนบุรีมีโขนในงานพระศพกรมขุนอนิทรพิทักษ์เป็นโขนโรงใหญ่ ๒ โรง โขนช่องระทา ๗ โรง รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชคราวงานถวายพระเพลิงพระบรมอัฐิสมเด็จพระชนกาธิบดี พระราชพงศาวดารกล่าวว่า&amp;nbsp;
เมื่อเชิญพระบรมอัฐิออกสู่พระเมรุแล้ว มีการมหรสพครบทุกสิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...โขนชักรอกโรงใหญ่ ทั้งโขนวังหลวงและวังหน้า แล้วประสมโรงเล่นกลางแปลง เล่นเมื่อศึกทศกัณฐ์ยกทัพกับ ๑๐ ขุน ๑๐ รถ โขนวังหลวงเป็นทัพพระราม ยกไปแต่ทางพระบรมมหาราชวังโขนวังหน้าเป็นทัพทศกัณฐ์ยกออกจากพระราชวังบวรฯ มาเล่นรบกัน ในท้องสนามหน้าพลับพลา ถึงมีปืนบาเหรี่ยมรางเกวียนลากออกมายิงกันดังสนั่นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โคลงของกรมหมื่นศรีสุเรนทร์บันทึกไว้ว่า มีโขนโรงประชันกัน โรงหนึ่งเล่นชุดถวายแหวนอกี โรงหนึ่งเล่นชุดศึกอนิทรชิตงานพระเมรุพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็มีโขนงานพระเมรุสมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพ็ชรรัตน์ งานพระศพพระองค์เจ้าดวงจันทร์ พระองค์เจ้าสำอางในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวล้วนมีโขนด้วยกันทั้งสิ้น ความนิยมเรื่องการแสดงโขนในงานศพยังคงอยู่กระทั่งปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔.งานบรมราชาภิเษกและอภิเษกสมรสในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คราวงานบรมราชาภิเษกครั้งหลัง ปีระกา พุทธศักราช ๒๔๑๖ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในวัน ๑๓ - ๑๔ - ๑๕ ค่ำมีโขน...&amp;rdquo; &amp;nbsp;และในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว งานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๔๕๔ &amp;ldquo;เวลาค่ำวันนี้
มีมหรศพวิเศษโขนหลวงเฉพาะการบรมราชาภิเษกสมโภชเฉลิมพระเกียรติยศที่โรงโขนหลวง ณ สวนมิสกวัน&amp;rdquo; ส่วนงานอภิเษกสมรสปรากฏในบทละคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องอิเหนา พระราชนิพนธ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ตอนงานอภิเษกบุษบากับจรกา
กล่าวว่ามีการแสดงโขนในมหรสพสมโภช ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกโขนเบิกโรงแล้วจับเรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อเมืององคตพดหาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลกเล่นเจรจาเป็นท่าทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสองข้างอ้างอวดฤทธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเรื่องพระอภัยมณี กล่าวถึงโขนเป็นหนึ่งในมหรสพสมโภชตอนพระอภัยมณีอภิเษกกับนางสุวรรณมาลี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๕.งานบันเทิงและบำรุงศิลปะการแสดงโขนมีจุดประสงค์อย่างหนึ่งคือเพื่อความบันเทิง ในขณะเดียวกันเป็นการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมไปด้วย เช่น โขนสมัครเล่นของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ แสดงในงานเปิดโรงเรียนนายร้อย (ทหารบก) ชั้นมัธยม พุทธศักราช ๒๔๕๒ ระบุจุดประสงค์ในการแสดงว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...จะให้ผู้ที่คุ้นเคยชอบพอกันและที่เป็นคนชั้นเดียวกันมีความรื่นเริง และเพื่อจะได้ไม่หลงลืมว่าศิลปวิทยาการเล่นเต้นรำไม่จำจะต้องเป็นของฝรั่งจึงจะดูได้ ของโบราณของไทยเรามีอยู่ไม่ควรจะให้เสื่อมสูญไปเสีย...ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงจัดแสดงโขนชุดนางลอย ณ สวนจิตรลดารโหฐาน พุทธศักราช ๒๔๖๔เพื่อเก็บเงินบำรุงเสือป่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในรัชกาลที่ ๙ &amp;nbsp;สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชประสงค์ที่จะทรงอนุรักษ์การแสดงโขนให้คงอยู่เป็นสมบัติอันทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการแสดงโขนพระราชทานตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๕๐ เป็นต้นมา ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พุทธศักราช ๒๕๕๐ และพุทธศักราช ๒๕๕๒ ชุดพรหมาศ พุทธศักราช ๒๕๕๓ ชุดนางลอย พุทธศักราช ๒๕๕๔ ชุดศึกมัยราพณ์ และพุทธศักราช ๒๕๕๕ ชุดจองถนน ทั้งนี้ มีพระราชเสาวนีย์ให้จัดสร้างเครื่องแต่งกายโขนขึ้นใหม่ ปรับปรุงวิธีการแต่งหน้าโขนให้เหมาะสมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ด้วยหน่วยงานของรัฐ คือกรมศิลปากรมีหน้าที่จัดการแสดงโขนให้ประชาชนชมเป็นประจำ นับแต่ตั้งโรงเรียนนาฏดุริยางคศาสตร์ ในพุทธศักราช ๒๔๗๗ และเปลี่ยนเป็นโรงเรียนนาฏศิลป ในพุทธศักราช ๒๔๘๘ นักเรียนได้มีส่วนร่วมแสดงโขนในงานสำคัญหลายครั้ง รายการที่กรมศิลปากรจัดแสดงให้ประชาชนชม เช่น ในพุทธศักราช ๒๔๙๐ แสดงชุดนางลอย ในพุทธศักราช ๒๔๙๕ แสดงชุดหนุมานอาสา เป็นต้น การแสดงโขนสำหรับประชาชนยังมีต่อเนื่องมาถึง ปัจจุบัน เช่นในปฏิทินการแสดงประจำปี ๒๕๕๖ ของกรมศิลปากร โดยสำนักการสังคีต กำหนดแสดงโขนชุดหนุมานชาญสมรและชุดอินทรชิตฤทธี ที่โรงละครแห่งชาติ กรุงเทพฯ และมีการแสดงโขนชุดนางลอย-ยกรบ ที่โรงละครแห่งชาติภาคตะวันตก สุพรรณบุรี เป็นต้น ทั้งนี้เป็นการอนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของชาติโดยเฉพาะการแสดงโขนจะบรรจุอยู่ในรายการประจำปีตลอดมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๖.งานรับรอง เมื่อมีอาคันตุกะจากต่างประเทศมาเยือนประเทศไทย โขนมักเป็นการแสดงที่ใช้ในการรับรองเสมอ เช่น พุทธศักราช ๒๕๐๕ แสดงโขนชุดหนุมานอาสา รับรอง ฯพณฯ พลเอกเนวิน ประธานสภาปฏิวัติแห่งสหภาพพม่า พุทธศักราช ๒๕๐๗ แสดงโขนชุดมัยราพณ์สะกดทัพถวายสมเด็จพระราชาธิบดีโบดวงและสมเด็จพระราชินีฟาบิโอลาแห่งเบลเยียมเมื่อพุทธศักราช ๒๕๑๐ แสดงโขนชุดศรเหราพตรับรอง ฯพณฯ ฟรานซ์ โยนาส ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐออสเตรีย เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากรับรองอาคันตุกะแล้ว โขนยังใช้แสดงรับบุคคลสำคัญของชาติด้วย เพราะถือเป็นเครื่องหมายแสดงความยินดี ดังในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พุทธศักราช ๒๔๔๐ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับจากเสด็จประพาสยุโรปครั้งแรก พระบรมวงศานุวงศ์และข้าทูลละอองธุลีพระบาท ซึ่งมีกรมหมื่นปราบปรปักษ์ (พระยศขณะนั้น) กับเจ้าพระยาเทเวศรวงศ์วิวัฒน์เป็นแม่งานจัดโขนกลางแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ท้องสนามหลวงสมโภช และกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร โขนแสดงในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ จับตอนเสร็จศึกลงกา พระรามคืนนครอยุธยา พระชนนีเสด็จออกไปรับพระรามเข้าเมืองแล้วให้มีงานสมโภช หนังสือพิมพ์สยามไมตรีฉบับวันอังคารที่ ๘ และวันอังคารที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ร.ศ.๑๑๖ รายงานว่างานโขนกลางแปลงนี้ใหญ่กว่างานอื่นๆ เท่าที่เคยมีมามีผู้แสดงถึง ๘๐๐ คนเศษ เครื่องแต่งตัวทำขึ้นใหม่ทั้งหมด การตกแต่งสถานที่ทำเหมือนจริงทุกอย่าง เช่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายกรุงศรีอยุธยานั้น ทำเป็นปราสาทราชฐาน มีกำแพงเมือง มีประตู หอรบ ป้อม เสมาธง เหมือนเมืองจริงๆ ถึงเวลาใครมีบทปีนต้นไม้ก็ปีนต้นไม้ขึ้น ไปจริงๆ ถึงตอนที่พวกกะเหรี่ยงได้ยินเสียงเป่าเขาควาย ก็มีพวกกะเหรี่ยงออกมาจากช่องเขาตอนพระรามจะยกเข้าเมือง พวกชาวเมืองมีความยินดี จัดให้ยกเอาโต๊ะตั้งเครื่องบูชาออกมาตั้งจริงๆ และในเมืองนั้นก็ได้ทำการรับเสด็จผูกผ้าแดงมีธงทวิ เช่นที่นิยมปฏิบัติในปัจจุบันอาจมีผู้เข้าใจว่าโขนแสดงแต่เฉพาะในงานศพ ที่จริงตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้วเห็นว่ามีการแสดงโขนในหลายโอกาสอย่างกว้างขวาง กล่าวได้ว่าทุกคราวที่มีงานใหญ่และสำคัญจะมีโขนอยู่ด้วยเสมอ ควรนับว่าเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดสวัสดิมงคล ประการหนึ่งเพราะจากต้นกำเนิดของโขนคือการชักนาคดึกดำบรรพ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือการเล่นดึกดำบรรพ์นั้นเป็นสิ่งที่เป็นมงคลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพยังทรงกล่าวไว้ว่า การเล่นในพระราชพิธีอินทราภิเษกนี้ &amp;ldquo;ก็คือการเล่นแสดงตำนานในไสยศาสตร์เพื่อแสวงสวัสดิมงคล มาแต่มูลเหตุอันเดียวกันกับที่เล่นโขนเรื่องรามเกียรติ์...&amp;rdquo; ดังนั้นการแสดงโขนซึ่งเป็นตำนานของพระนารายณ์อวตารจึงไม่มีความอัปมงคลอันใด การแสดงโขนนั้นเกี่ยวกับการสมโภช แม้ในงานศพดังที่ปรากฏในงานพระเมรุตั้งแต่อดีตก็เรียกว่า &amp;ldquo;มหรสพสมโภช&amp;rdquo;&amp;nbsp;
เช่น คราวงานถวายพระเพลิงพระบรมอัฐิสมเด็จพระชนกาธิบดี พระราชพงศาวดารกล่าวว่า &amp;ldquo;เครื่องมหรสพสมโภชเหมือนอย่างการพระบรมศพพระเจ้าแผ่นดินครั้งกรุงเก่า&amp;rdquo; ในเรื่องอิเหนา ตอนงานพระเมรุหมันหยา มีกลอนตอนกล่าวถึงการมหรสพในงานว่า &amp;ldquo;สมโภชพระศพเสร็จเจ็ดทิวา&amp;rdquo; การจัดงานเป็นการบูชาผู้ที่เคารพนับถือและรักใคร่ของคน ผู้ที่มีชีวิตอยู่ย่อมกระทำสิ่งที่ดีไม่ใช่สิ่งอัปมงคลให้แก่ผู้ตาย อีกประการหนึ่งผู้ประดิษฐ์ศิลปะใดๆ คงไม่มีจุดมุ่งหมายให้ศิลปะของตนเป็นสิ่ง อัปมงคลอย่างแน่นอน ที่มีผู้รังเกียจว่าโขนแสดงในงานศพไม่บังควรนำมาแสดงในงานมงคลเป็นความคิดของคนชั้นหลังทั้งสิ้น.
------------------
อ้างอิง ..โขน : มหรสพสมโภช เสาวณิต วิงวอน, นิตยสารศิลปากร &amp;nbsp;ปีที่ ๕๖ ฉบับที่ ๖&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23568</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประวัติโขน, มรดกโลก, ยูเนสโก, โขน, โขนไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181205/image_big_5c07915798674.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.ลุ้นปีหน้าชง นวดไทย-ต้มยำ ขึ้น&#039;มรดกโลก&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ภูมิใจยูเนสโกขึ้นบัญชี &amp;ldquo;โขนไทย&amp;rdquo; เป็นมรดกวัฒนธรรมของมนุษยชาติ ขอให้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ใน ร.9 ที่ทรงฟื้นฟูโขนให้เป็นที่รู้จักสู่สายตาชาวไทยและต่างประเทศ เล็งจัดแสดงบนเวทีอาเซียนปี 62 วธ.ลุ้นต่อ &amp;quot;นวดไทย-ต้มยำกุ้ง&amp;quot; ขึ้นทะเบียนมรดกโลก &amp;quot;ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์&amp;quot; ย้ำคนไทยต้องตื่นตัวรักษาโขนให้รุ่นลูกรุ่นหลาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณียูเนสโกขึ้นบัญชีการแสดงโขนไทยเป็นตัวแทนมรดกวัฒนธรรมของมนุษยชาติที่จับต้องไม่ได้ว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดี ซึ่งเรื่องนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ได้ทรงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อยู่แล้ว และรัฐบาลนี้ได้นำเสนอเข้าไปสู่การพิจารณาของยูเนสโก ซึ่งรัฐบาลทำอย่างเต็มที่ เพราะถือว่าเป็นสมบัติของคนไทยของชาติไทย และจะมีกิจกรรมอย่างมากมายต่อจากนี้ ทั้งการสร้างการรับรู้ การมีส่วนร่วมของประชาชน ของเด็กและเยาวชนต่างๆ ที่มีต่อโขน และในการต้อนรับแขกต่างประเทศ จะมีจัดแสดงโขนด้วย รวมทั้งจะจัดแสดงในช่วงของการประชุมอาเซียนที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในปี 62 ด้วย แต่จะจัดแสดงให้กระชับขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ช่วงนี้มีการแสดงโขนของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 โขนรามเกียรติ์ ตอน พิเภกสวามิภักดิ์ ระหว่างวันที่ 3 พ.ย.-5 ธ.ค. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ก็ขอเชิญชวนไปดูกัน โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่ ขอให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้คนไปชมการแสดง รัฐบาลภูมิใจที่เราได้รับการยอมรับ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำ นายกฯ กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ตอนหนึ่งว่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่หาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงอนุรักษ์ ฟื้นฟู ส่งเสริมการแสดงโขนในทุกมิติมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน คงความเป็นมรดกของชาติไทยมาจนถึงปัจจุบัน อาทิ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างเครื่องแต่งกายเครื่องประดับโขนชุดใหม่, พัฒนาการแต่งหน้าให้งดงาม ดึงดูดความสนใจ, พัฒนาเทคนิคการแสดง ฉากเวที แสง สี เสียง อันเป็นที่มาของโขนพระราชทานที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น เป็นต้น จึงทำให้โขนไทยยิ่งใหญ่อลังการ สร้างความตื่นตาประทับใจ แก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ อีกทั้งสร้างอัตลักษณ์ไทยในเวทีโลกได้อย่างสง่างาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากข่าวดีส่งท้ายปีดังกล่าว รัฐบาลมีแผนงานจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองโขนตลอดปี 2561-2562 อาทิ การแสดงโขนรอบพิเศษ ตอน &amp;ldquo;พิเภกสวามิภักดิ์&amp;rdquo; และงานมหกรรมการแสดงโขน ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ &amp;nbsp;พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 การจัดสร้างภาพยนตร์แอนิเมชั่นรามเกียรติ์ ตอน &amp;ldquo;รามาวตาร&amp;rdquo; เพื่อฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ การเผยแพร่องค์ความรู้ในรูปแบบต่างๆ เช่น การสาธิตงานช่างฝีมือโขน, สาธิตการแสดงโขน, การเสวนาความรู้คุณค่าของโขน, จัดพิมพ์หนังสือองค์ความรู้เกี่ยวกับโขนฉบับเยาวชน, สารคดีโขน และคลังข้อมูลโขนในรูปแบบดิจิทัล เป็นต้น รวมทั้งการจัดกิจกรรมยกย่องเชิดชูเกียรติแก่บุคคล- องค์กรผู้ทำคุณประโยชน์ต่อวงการโขนอีกด้วย&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวถึงผลการประกาศผลของยูเนสโกว่า นายกรัฐมนตรีได้แสดงความยินดีต่อการขึ้นทะเบียนดังกล่าว และขอให้ประชาชนได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ที่ทรงฟื้นฟูโขนให้เป็นที่รู้จักของเยาวชนรุ่นใหม่ และเผยแพร่สู่สายตาชาวไทยและต่างประเทศผ่านการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ที่ยิ่งใหญ่ ตระการตา พร้อมทั้งได้สั่งการให้ วธ.ดำเนินการสงวน รักษา คุ้มครอง และสืบสานการแสดงโขนให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวีระกล่าวว่า การนำเสนอมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ในครั้งนี้ ประเทศไทยได้นำเสนอมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ไปจำนวน 2 รายการ ประกอบด้วย การแสดงโขนในประเทศไทย และนวดไทย เพื่อให้ยูเนสโกได้พิจารณาประกาศรับรองให้เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ซึ่งการประชุมครั้งนี้ ยูเนสโกได้ให้คณะกรรมการของประเทศไทยเลือกเสนอรายการใดรายการหนึ่ง ทางไทยจึงได้เสนอรายการแสดงโขนในประเทศไทยเป็นอันดับแรกก่อน และให้รายการนวดไทยรอการพิจารณาขึ้นทะเบียนในครั้งถัดไป ถือว่าขณะนี้ประเทศไทยมีรายการเตรียมเสนอขึ้นทะเบียนดังกล่าวแล้ว หลังจากนวดไทยจะนำเสนอรายการสำรับอาหารไทย-ต้มยำกุ้ง ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางภูมิปัญญาที่จับต้องไม่ได้ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในครั้งถัดไป ประเทศไทยจะเสนอภาพรวมของนวดไทย ไม่ว่าจะเป็นวิธีการนวดไทย การนวดไทยต้นตำรับวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ ที่มีตำรามาจากฤาษีดัดตน รวมถึงจารึกวัดโพธิ์ที่รัชกาลที่ 1 และรัชกาลที่ 3 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้จัดทำขึ้น เนื่องจากนวดไทยเป็นเอกลักษณ์ทางภูมิปัญญา และมีการสืบทอดมาถึงปัจจุบัน อีกทั้งเป็นที่ยอมรับของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เดินทางมายังประเทศไทย ต่างต้องมาสัมผัสการนวดไทยที่วัดโพธิ์ ที่สำคัญคนไทยได้นำองค์ความรู้นวดไทยไปต่อยอดเปิดกิจการร้านนวดไทยในหลายประเทศทั่วโลก ทาง วธ.จึงเห็นว่านวดไทยควรจะได้รับการสืบสานให้คนรุ่นต่อไปให้เรียนรู้ และเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติต่อไป&amp;rdquo; นายวีระ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ เลขานุการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และประธานคณะกรรมการจัดการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจที่โขนได้รับการประกาศขึ้นบัญชีจากยูเนสโกเป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ที่สำคัญเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงสนับสนุนให้มีการจัดแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ขึ้นทุกปี เพื่อเผยแพร่มรดกชั้นสูงอันเก่าแก่ของไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อีกเรื่องสำคัญ การแสดงทุกปีมีนักเรียน นักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป์ทั่วประเทศอยากเข้ามาคัดเลือกเป็นนักแสดงตัวเอกในการแสดงโขนมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ตลอด 11 ปีที่ผ่านมา การจัดแสดงโขนฯ ได้รับการสนับสนุนจากคนไทยเสมอมา ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงอายุ มาดูโขนกันทั้งครอบครัว ทั้งยังมีเด็กเล็กสนใจเรียนนาฏศิลป์โขน โขนไทยได้รับการยกย่องในเวทีโลก จะทำให้คนไทยตื่นตัวมากขึ้น และตระหนักว่าโขนเป็นสมบัติล้ำค่าของไทย ไม่ใช่ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เป็นสมบัติแผ่นดิน จะช่วยกันดูแลรักษาและสืบต่ออย่างยั่งยืน&amp;quot; ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23197</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โขนไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c01527eecba3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2018 07:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2018 07:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นายกฯภูมิใจ&#039;โขนไทย&#039;เป็นตัวแทนมรดกวัฒนธรรมของมนุษยชาติที่จับต้องไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30พ.ย.61-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) รับรอง &amp;ldquo;การแสดงโขนในประเทศไทย&amp;rdquo; (Khon masked dance drama in Thailand) ให้เป็นตัวแทนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติอย่างเป็นทางการ ว่าด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่หาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ ๙ทรงอนุรักษ์ ส่งเสริม ฟื้นฟู สืบสาน และพัฒนาการแสดงโขนในทุกมิติ ผมขอประกาศอย่างภาคภูมิใจว่า การแสดงโขนในประเทศไทยได้รับการขึ้นบัญชีเป็นตัวแทนมรดกวัฒนธรรมของมนุษยชาติที่จับต้องไม่ได้จากยูเนสโก เป็นสมบัติให้คนไทยและทั่วโลกรุ่นหลังได้ศึกษาวัฒนธรรมอันสวยงามจากประเทศของเราครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23142</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha, โขนไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c00835c03dba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
