<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 13:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ลงพื้นที่อุบลฯจ้อนักเรียนยันจะดูแลให้ดีที่สุดเพื่อประเทศเดินหน้า ชาวบ้านเชียร์&#039;ลุงตู่สู้ๆ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.64 - เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 15 ต.ค.ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมืองกรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะ ออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานทหารกองบิน 21 ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี เพื่อตรวจราชการโดยมี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน นายอนุชา นาคาศัยรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายชัยวุฒิ ธมาคนานุสรณ์รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์รมช.ศึกษาธิการ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยเวลา 10.40 น. นายกฯเดินทางด้วยรถตู้โตโยต้า อัลพาร์ดสีขาว เลขทะเบียน กฉ 1111 ศรีสะเกษ มายังวัดป่าศรีแสงธรรม ต.ห้วยยาง อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี เพื่อตรวจเยี่ยมแหล่งเรียนรู้พลังงานทดแทน&amp;ldquo;โคกอีโด่ยวัลเล่ย์&amp;rdquo; ณ โรงเรียนศรีแสงธรรม และศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ โคกหนองนา โดยมี พระครูวิมลปัญญาคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม ต้อนรับพร้อมนำชมแหล่งเรียนรู้&amp;ldquo;โคกอีโด่ยวัลเล่ย์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นการสืบสาน รักษา ต่อยอด ตามพระราโชบายของในหลวงรัชกาลที่ 10 ตามพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยยืนยันว่ารัฐบาลจะทำให้ดี ทำให้ต่อเนื่องและทันสมัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ทั้งนี้ตนดีใจและชื่นใจ นี่คือการสร้างพลังจากท้องที่ ท้องถิ่นขึ้นมา ในการสร้างความเข้มแข็งริเริ่ม ส่วนความเดือดร้อนปัญหาต่างๆจะมอบหมายให้รมว.มหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแล โดยตนจะประสานให้ทั้งหมด เพื่อสร้างฐานการเรียนรู้และใช้ประโยชน์ไปด้วย เป็นการใช้บ้าน วัด โรงเรียนหรือเรียกว่าบวร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้มีปัญหาหลายอย่างที่รัฐบาลต้องดูแลช่วยเหลือ เพราะอยากให้ศูนย์เรียนรู้เช่นนี้เกิดขึ้นในพื้นที่อื่นๆ ส่วนเรื่องไฟฟ้าพลังงานวันหน้าเราต้องประหยัดพลังงานเพื่อลดโลกร้อน จึงต้องศึกษาและดำเนินการต่อไปให้ใหญ่ขึ้นและทำต่อจากสิ่งที่ทำไว้ แต่ประชาชนต้องเข้าใจด้วย นอกจากนี้ขอชื่นชมเด็กนักเรียนที่ได้ทุนการศึกษาไปเรียนต่อที่เกาหลีใต้ซึ่งมีหลายคนไปเกาหลีอย่างลิซ่า อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะดูแลและขับเคลื่อนให้ฐานการเรียนรู้นี้ขยายต่อ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับเด็กและเกิดประโยชน์กับชาวบ้าน นายกฯยังกล่าวด้วยว่า อยู่กรุงเทพฯอากาศไม่เหมือนต่างจังหวัด มีความสุขอยู่กับธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ต่อจากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ พบปะและมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนโรงเรียนศรีแสงธรรมโดยมีตัวแทนนักเรียนอ่านกลอนต้อนรับ จากนั้นนายกฯกล่าวขอบคุณพร้อมกล่าวว่า ถ้ามีเวลาจะแต่งกลอนตอบไปแล้ว วันนี้ทุกเรื่องที่เป็นปัญหาตนรับไปแล้วยืนยันจะดูแลให้ดีที่สุด เพราะเราเป็นรัฐบาลแต่ต้องทำให้ถูกต้องเพราะมีกฎระเบียบกฎหมายต่างๆ ย้ำว่ารัฐบาลมีจุดมุ่งหมายทำอย่างไรให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า สิ่งที่วางไว้ยุทธศาสตร์ 20 ปีต้องเดินไปทุกปีไม่ใช่วางไว้ 20 ปีจะอยู่กับที่ตามที่นายกฯพูด มันไม่ใช่ จึงขอให้ทุกคนเข้าใจและเรียนรู้ว่ายุทธศาสตร์ชาติ 6 ด้านคืออะไรซึ่งถือเป็นโจทย์เท่านั้น แต่มีแผนแม่บทและแผนงานโครงการที่ต้องทำต่อเนื่องทุกปี และรวมผลงาน5 ปีว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกคนเป็นทรัพยากรที่ต้องพัฒนาไปสู่อนาคต อนาคตอยู่ที่ทุกคนเราต้องหาวิธีการให้ทุกคนมีอนาคตที่ดี นี่คือหน้าที่ของรัฐบาลในการดูแลเรื่องการศึกษาเรียนรู้และทำให้ทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยทั้งหมดอยู่ในพื้นฐานของความพอเพียง วันหน้าพวกเราจะเป็นคนใช้ประโยชน์และพัฒนาต่อจากสิ่งที่ทำไว้วันนี้ ยืนยันว่านายกฯจะทำให้ดีที่สุด ทั้งนี้ครูเปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่ 2 ซึ่งเรา สังคมเรา จะดีขึ้นได้เริ่มจากครอบครัว ต่อมาคือครูอาจารย์ผู้อบรมสั่งสอน และเราอยู่ในกลุ่มคนที่คิดดีทำดีไปด้วยกัน สิ่งเหล่านี้คิดว่าไม่มีทางที่จะไม่ก้าวหน้าและวันนี้อยากให้ตั้งเป้าไว้ว่าเราอยากเป็นอะไร และวันนี้ลุงอยู่ลุงทำให้ วันหน้าข้าราชการต้องเข้มแข็งอยู่แล้ว ขณะเดียวกันวันนี้โซเชียลมีเดียเป็นสิ่งที่เป็นปัญหาทั้งโลก ตนเปิดไปดูไม่เคยโกรธอาจจะว่าลุงเยอะหน่อย แต่ลุงรู้ว่าลุงทำอะไรอยู่ ไม่ได้ทำอะไร ลุงไม่เคยโกรธอยู่แล้ว เพราะห้ามยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ได้เยี่ยมชม พร้อมพบปะกับชาวบ้านในบูทกิจกรรมต่างๆ และถ่ายรูปอย่างอารมณ์ดี และรับปากว่าจะทำถนนต่างๆให้กับชาวบ้าน โดยช่วงหนึ่งระหว่างเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ของชาวบ้าน นายกฯได้สวมงอบชาวนาและหาบสาแหรกโพสต์ท่าถ่ายรูป รวมทั้งกล่าว&amp;ldquo;ขอบคุณนะจ๊ะ&amp;rdquo; หลังชาวบ้านบอกให้สู้ๆ พร้อมกล่าวว่า ขอให้ช่วยกันดูแลประเทศชาติ และครอบครัว รวมทั้งต่อยอดหนองนาโมเดล ซึ่งต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกันสร้างการเรียนรู้ให้กับชาวบ้าน ก่อนที่นายกฯจะขึ้นรถรางเพื่อเยี่ยมชมฐานการเรียนรู้ต่างๆภายในศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ โคกหนอง นา โดยช่วงหนึ่งเจ้าอาวาสวัดศรีแสงธรรม ระบุว่า ได้ปลูกทุเรียนไว้ประมาณ 50 ต้น คาดว่าอีก5 ปีคงจะได้กินผล แล้วจะเอาไปฝากนายกฯ ซึ่งเชื่อว่าคงจะได้เจอกันอีก 5 ปีแน่นอน ซึ่งเมื่อพูดถึงตรงนี้ทำให้บรรดาคณะรัฐมนตรีที่ร่วมคณะมาด้วยหัวเราะ ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้แต่ทำหน้านิ่งๆสงวนท่าที และกล่าวว่า &amp;ldquo;ขอบพระคุณจ๊ะ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ได้มีกลุ่มชาวบ้านมาถือป้ายสนับสนุนและให้กำลังใจ อาทิ &amp;ldquo;ลุงตู่สู้ๆ&amp;rdquo; &amp;ldquo;เรารักลุงตู่&amp;rdquo; ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ สีหน้ายิ้ม ก่อนจะทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูและมินิฮาร์ท กล่าวขอบคุณชาวบ้านกลุ่มดังกล่าว พร้อมระบุว่า ขอให้ทุกคนร้องเพลงรักกันไว้เถิดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงพื้นที่ของนายกฯครั้งนี้ นายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร ในฐานะรองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำส.ส.พปชร. ร่วมต้อนรับ อาทิ นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ส.ส.อุบลราชธานี เขต 6 นายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ส.ส.สุรินทร์เขต 2 นายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ เขต 3 นายมานัส อ่อนอ้าย ส.ส.พิษณุโลก เขต 5 นายพรชัย อินทร์สุข ส.ส. พิจิตร เขต 1 นายภูดิท อินสุวรรณ์ ส.ส.พิจิตร เขต 2 นายสุรชาติ ศรีบุศกรส.ส.พิจิตร เขต 3 นายจิรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยาเขต 3 นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ส.ส.เขต 3 ลำปางนายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง เขต 4 นายเชิงชัย ชาลีรินทร์ ส.ส.ชัยภูมิ เขต 2 นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ส.ส. ชัยภูมิ เขต 3 นายอรุณ สงขลา ส.ส.สงขลา เขต 4 และนายสมัคร ป้อมวงษ์ส.ส.สมุทรสาคร เขต 2 พรรคชาติพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119807</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ยุทธศาสตร์20ปี, ลงพื้นที่น้ำท่วม, วัดศรีแสงธรรม, โคกหนองนาโมเดล, โคกอีโด่ยวัลเล่ย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_6169223b65c8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2021 07:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2021 07:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แชร์สนั่น! &#039;โคกหนองนา&#039; สุโขทัย ศาสตร์พระราชา รอดพ้นน้ำท่วมได้อย่างน่าทึ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ย.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ รวมทั้งจังหวัดสุโขทัย แต่ปรากฏว่ามีพื้นที่แห่งหนึ่งรอดพ้นอุทกภัย&amp;nbsp;โดยสังคมออนไลน์ได้แชร์กระหน่ำเฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;หม่อมหลง&amp;quot; โพสต์รูปภาพโคกหนองนา สุโขทัย พร้อมข้อความว่า #ศาสตร์ของพระราชา โคกหนองนา สุโขทัย รอดพ้นมหาอุทกภัยได้อย่างน่าทึ่ง โคก-หนอง-นา โมเดล คือ การจัดการพื้นที่ซึ่งเหมาะกับพื้นที่การเกษตร ซึ่งเป็นผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่ เข้ากับภูมิปัญญาพื้นบ้านที่อยู่อย่างสอดคล้องกับธรรมชาติในพื้นที่นั้นๆ โคก-หนอง-นา โมเดล เป็นการที่ให้ธรรมชาติจัดการตัวมันเองโดยมี มนุษย์เป็นส่วนส่งเสริมให้มันสำเร็จเร็วขึ้น อย่างเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โคก-หนอง-นา โมเดล ซึ่งเป็นแนวทางทำเกษตรอินทรีย์และการสร้างชีวิตที่ยั่งยืน โดยมีองค์ประกอบดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. โคก: พื้นที่สูง
&amp;ndash; ดินที่ขุดทำหนองน้ำนั้นให้นำมาทำโคก บนโคกปลูก &amp;ldquo;ป่า 3อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง&amp;rdquo; ตามแนวทางพระราชดำริ
&amp;ndash; ปลูกพืช ผัก สวนครัว เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา ทำให้พออยู่ พอกิน พอใช้ พอร่มเย็น เป็นเศรษฐกิจพอเพียงขั้นพื้นฐาน ก่อนเข้าสู่ขั้นก้าวหน้า คือ ทำบุญ ทำทาน เก็บรักษา ค้าขาย และเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย
&amp;ndash; ปลูกที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. หนอง: หนองน้ำหรือแหล่งน้ำ
&amp;ndash; ขุดหนองเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้งหรือจำเป็น และเป็นที่รับน้ำยามน้ำท่วม (หลุมขนมครก)
&amp;ndash; ขุด &amp;ldquo;คลองไส้ไก่&amp;rdquo; หรือคลองระบายน้ำรอบพื้นที่ตามภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยขุดให้คดเคี้ยวไปตามพื้นที่เพื่อให้น้ำกระจายเต็มพื้นที่เพิ่มความชุ่มชื้น ลดพลังงานในการรดน้ำต้นไม้
&amp;ndash; ทำ ฝายทดน้ำ เพื่อเก็บน้ำเข้าไว้ในพื้นที่ให้มากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อพื้นที่โดยรอบไม่มีการกักเก็บน้ำ น้ำจะหลากลงมายังหนองน้ำ และคลองไส้ไก่ ให้ทำฝายทดน้ำเก็บไว้ใช้ยามหน้าแล้ง
&amp;ndash; พัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ ทั้งการขุดลอก หนอง คู คลอง เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้ง และเพิ่มการระบายน้ำยามน้ำหลาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. นา:
&amp;ndash; พื้นที่นานั้นให้ปลูกข้าวอินทรีย์พื้นบ้าน โดยเริ่มจากการฟื้นฟูดิน ด้วยการทำเกษตรอินทรีย์ยั่งยืน คืนชีวิตเล็กๆ หรือจุลินทรีย์กลับคืนแผ่นดินใช้การควบคุมปริมาณน้ำในนาเพื่อคุมหญ้า ทำให้ปลอดสารเคมีได้ ปลอดภัยทั้งคนปลูก คนกิน
&amp;ndash; ยกคันนาให้มีความสูงและกว้าง เพื่อใช้เป็นที่รับน้ำยามน้ำท่วม ปลูกพืชอาหารตามคันนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย ได้มีการขับเคลื่อนโครงการ ตามแนวทาง &amp;ldquo;โคก หนอง นา โมเดล&amp;rdquo; ทุกหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118289</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วมสุโขทัย, เกษตรทฤษฎีใหม่, โคกหนองนาสุโขทัย, โคกหนองนาโมเดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210930/image_big_61550453dfa41.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 20:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 17:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อธิบดี พช. กำชับทุกจังหวัด เร่งรัดการจัดซื้อจัดจ้างโครงการ &quot;โคก หนอง นา โมเดล&quot; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า จากที่มีการนำเสนอข่าวโครงการโคกหนองนาโมเดล ในพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม พบการขุดปรับพื้นที่แปลงของเกษตรกร ตำบลแคน อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ผู้รับเหมาขุดผิดแบบ จึงมีข้อสงสัยว่า เหตุใดทางอำเภอจึงเลือกผู้รับเหมาที่ไม่มีความสามารถมาทำโครงการ ซึ่งเป็นการจัดซื้อจัดจ้างวิธีเฉพาะเจาะจง ขณะที่ผู้รับเหมาโครงการระบุว่า ปัญหาการคิดคำนวณค่าจ้างขุด เป็นปัญหาสำคัญของโครงการนี้ พร้อมอ้างว่า เจ้าหน้าที่ขอร้องให้นำรถขนดิน มาถ่ายภาพกับแปลงที่ขุด เพื่อเบิกเงินค่าทอยดินเพิ่ม ทั้งที่การทำงานจริงบางพื้นที่ ใช้รถขนดินไม่ได้ รวมทั้งการเบิกจ่ายที่มีความล่าช้า แม้จะมีการส่งมอบงานไปแล้ว นั้น กรมการพัฒนาชุมชน ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง จากจังหวัดมหาสารคามแล้ว พบว่า โครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ &amp;quot;โคกหนองนาโมเดล&amp;quot; (งบเงินกู้) จังหวัดมหาสารคาม ได้รับการจัดสรรงบประมาณดำเนินการในพื้นที่ 11 อำเภอ 85 ตำบล รวมทั้งสิ้น 635 แปลง (พื้นที่ 3 ไร่) ดำเนินการขุดปรับพื้นที่เรียบร้อยแล้ว 587 แปลง เบิกจ่ายเงินแล้ว 390 แปลง อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารส่งเบิก 197 แปลง กำลังดำเนินการขุดปรับพื้นที่ 12 แปลง และยังไม่ดำเนินการขุด 36 แปลง และโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปีงบประมาณ พ. ศ. 2564 จังหวัดมหาสารคาม ได้รับการจัดสรรงบประมาณดำเนินการทั้งสิ้น 324 แปลง แยกเป็นพื้นที่ 3 ไร่ จำนวน 105 แปลง และพื้นที่ 1 ไร่ 219 แปลง ดำเนินการขุดปรับพื้นที่เรียบร้อยแล้ว 316 แปลง เบิกจ่ายเงินแล้ว 237 แปลง อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารส่งเบิก 79 แปลง กำลังดำเนินการขุดปรับพื้นที่ 4 แปลง และยังไม่ดำเนินการขุด 4 แปลง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการดำเนินงานโครงการดังกล่าว พบว่าได้มีการดำเนินการขุดปรับพื้นที่เสร็จเรียบร้อยแล้วเป็นจำนวนมาก แต่ผลจากการเบิกจ่ายงบประมาณยังน้อยและมีความล่าช้า ในขั้นตอนการรวบรวมเอกสารรายงานผลจากช่างผู้ควบคุมงาน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ได้สั่งการให้นายอำเภอดำเนินการติดตามเร่งรัดผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเบิกจ่ายงบประมาณให้กับผู้รับจ้างโดยเร็ว พร้อมทั้งชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้รับจ้างทุกราย โดยในเบื้องต้น ผู้รับจ้างมีความเข้าใจเป็นอย่างดีแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบกับผู้เข้าร่วมโครงการที่ถูกนำมาอ้างในข่าว คือ นางหนูเกิด ศรีนนเรือง บ้านแวงชัย หมู่ 3 ตำบลแคน อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งได้ยืนยันแล้วว่าการดำเนินการเสร็จเรียบร้อย เป็นไปตามแบบที่ตนเองต้องการหรือตามหลักภูมิสังคมแล้ว และเมื่อมีการดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็สวยงามถูกใจตนเองมาก ที่สำคัญสามารถกักเก็บนำ้ไว้ใช้ในการเพาะปลูกหรือเลี้ยงปลาได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ทางคณะกรรมการก็ตรวจรับไปแล้ว ไม่ได้มีปัญหาตามที่ถูกนำไปอ้างถึงแต่อย่างใด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีที่ นายโชคชาย โฆตะมะ ตัวแทนผู้รับเหมาโครงการโคก หนอง นา จังหวัดมหาสารคาม ที่ออกมาให้ข่าวว่า ตนได้รับเงินค่าขุดดินตามโครงการฯ น้อยจากงบประมาณที่ตั้งไว้นั้น ทางจังหวัดมหาสารคาม ก็ได้ตรวจสอบข้อมูลการขุดปรับพื้นที่แปลงที่ถูกกล่าวถึงแล้ว พบว่า แปลงดังกล่าวมีพื้นที่ขนาด 3 ไร่ เป็นของผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ คือ นางบัวพัน ทัดวงษ์ บ้านโนนทอง หมู่ที่ 7 ตำบลสันป่าตอง อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม มีรายละเอียดงานขุดปรับพื้นที่ตามรูปแบบรายการ งบประมาณ 104,000 บาท มีปริมาตรดินขุด 4,000 ลูกบาศก์เมตร ( งานขุดดินด้วยเครื่องจักร บ่อที่ 1 จำนวน 516 ลูกบาศก์เมตร งานขุดดินขนย้ายระยะทางไม่เกิน 1 กิโลเมตร พร้อมเปรียบปรับแต่งบ่อที่ 1 จำนวน 384 ลูกบาศก์เมตร และงานขุดดินด้วยเครื่องจักร บ่อที่ 2 จำนวน 503.25 ลูกบาศก์เมตร งานขุดดินขนย้ายระยะทางไม่เกิน 1 กิโลเมตร พร้อมเตรียมปรับแต่งบ่อที่ 2 จำนวน 3 96.75 ลูกบาศก์เมตร งานขุดดินด้วยเครื่องจักร ขุดร่องน้ำ คลองส่งน้ำ คลองไส้ไก่ ความยาว 1.100 เมตร จำนวน 2,200 ลูกบาศก์เมตร) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งทางอำเภอนาเชือกได้ทำสัญญาจ้างกับห้างหุ้นส่วนจำกัด บางแก้ว 2009 โดยทางห้างหุ้นส่วนฯ มอบหมายให้ นายโชคชัย โฆตะมะ เป็นผู้นำเครื่องจักรเข้าไปขุดปรับพื้นที่ตามโครงการดังกล่าว และจากการตรวจสอบผลการดำเนินงานขุดปรับพื้นที่ พบว่า ผู้รับจ้างได้ทำงานขุดดินตามโครงการ ได้ปริมาตรดินขุดรวมทั้งสิ้น 2,016 ลูกบาศก์เมตร โดยคิดคำนวณปริมาตรจากงานขุดดินด้วยเครื่องจักร บ่อที่ 1 และบ่อที่ 2 และงานขุดคลองไส้ไก่ โดยไม่มีปริมาตรดินจากงานดินขุดขนย้าย ระยะทางไม่เกิน 1 กิโลเมตร พร้อมเกลี่ยปรับแต่ง บ่อที่ 1 และบ่อที่ 2 ตามที่ระบุในรูปแบบรายการมาคิดคำนวณร่วมด้วย แต่เนื่องจากผู้รับจ้างไม่ได้มีการขุดขนย้ายดินดังกล่าวจริง และจากการตรวจแนะนำของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดมหาสารคาม (สตง.) ได้ระบุว่า การเบิกจ่ายค่าขนย้ายดินจะเบิกจ่ายได้ต่อเมื่อ ผู้รับจ้างบริการขนย้ายโดยมีรถบรรทุกมาขนย้ายดินในการทำงานจริงเท่านั้น และต้องมีภาพถ่ายขณะดำเนินการไว้เป็นหลักฐานสำหรับการตรวจสอบด้วย แต่ในแปลงนี้ ผู้รับจ้างไม่มีการขุดขนย้ายดินจริง จึงทำให้ไม่สามารถนำมาเบิกจ่ายเงินให้กับผู้รับจ้างได้ จึงเป็นเหตุให้ผู้รับจ้างไม่พอใจและออกมาเรียกร้องต่อสื่อมวลชนตามข่าวที่ปรากฏ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ได้เชิญประชุมหัวหน้าส่วนราชการและนายอำเภอ เพื่อหารือข้อราชการที่สำคัญ โดยได้ติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ โคกหนองนาโมเดล และโครงการพัฒนาหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นย้ำให้เร่งรัด การเบิกจ่ายงบประมาณให้กับผู้รับจ้างโดยเร็ว และหากมีปัญหา อุปสรรค หรือข้อจำกัดใดๆ ให้รายงานจังหวัด ทราบโดยด่วน เพื่อจะได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพต่อไปด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กรมการพัฒนาชุมชน ยังได้กำชับให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด เร่งรัดการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามขั้นตอนและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมทั้งให้ปฏิบัติตามกลไกเฝ้าระวังการใช้จ่ายงบประมาณตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ &amp;quot;โคกหนองนาโมเดล&amp;quot; มีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง นายสุทธิพงษ์กล่าวย้ำในตอนท้าย &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112093</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการพัฒนาชุมชน, การจัดซื้อจัดจ้าง, ขุดผิดแบบ, งบเงินกู้, จังหวัดมหาสารคาม, นางหนูเกิด ศรีนนเรือง, นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ, นายโชคชาย โฆตะมะ, สตง., สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดมหาสารคาม, เคร่งครัด โปร่งใส ตรวจสอบได้, โคกหนองนาโมเดล, โครงการโคกหนองนาโมเดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6109205ca13e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38570</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2019 14:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2019 09:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ชุบชีวิต&#039;ดินแก่นมะกรูด&#039;  สู้วิกฤต&#039;ชะล้างพังทลาย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาพปัญหาการชะล้างพังทลายของดินรุนแรงที่แก่นมะกรูด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยอัตราการพังทลายของดินในพื้นที่แก่นมะกรูด อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี สูงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ละปีเกษตรกรสูญเสียปริมาณดินในพื้นที่มากกว่า 10-12 &amp;nbsp;ตันต่อไร่ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ไม่มีธาตุอาหารที่พืชต้องการ ผลผลิตที่ได้หลังเพาะปลูกไม่เป็นไปตามเป้า มีการคาดการณ์ว่าภายใน 3-5 ปี ข้างหน้า ดินบนแก่นมะกรูดจะเสื่อมโทรมพังทลายลงมามากกว่านี้ &amp;nbsp;วิกฤตถึงขั้นไม่สามารถเพาะปลูกได้หากไม่เร่งแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้วยเหตนี้ โครงการ&amp;rdquo;หยุดการชะล้างพังทลายของดิน &amp;nbsp;คืนชีวิตให้แผ่นดินแก่นมะกรูด&amp;rdquo; โดยบริษัทบางจากคอร์ปอเรชั่นจำกัด(มหาชน) สมาคมดินโลก(World Soil Association) กรมพัฒนาที่ดินและสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ &amp;nbsp;จึงเกิดขึ้น &amp;nbsp;ถือเป็นโครงการด้านดินโดยเฉพาะเพื่อฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่ตำบลแก่นมะกรูดซึ่งการชะล้างพังทลายของดินเป็นปัญหาที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวหลายประเทศรณรงค์และแก้ปัญหาอย่างจริงจังนอกจากนี้งานวันดินโลกวันที่5 ธันวาคมพ.ศ.2562 จะจัดภายใต้ธีม&amp;ldquo;Stop Soil Erosion, Save Our Future &amp;rdquo; หรือปกป้องอนาคตหยุดการชะล้างพังทลายของดินเพื่อตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร และเกียรติชัย ไมตรีวงษ์ ปลูกหญ้าแฝกในแปลงเกษตรกรแก่นมะกรูดที่ร่วมโครงการ&amp;rdquo;หยุดการชะล้างพังทลายของดินฯ&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;และนายกสมาคมดินโลกกล่าวว่าประเทศไทยเผชิญปัญหาการชะล้างพังทลายของดินเพราะสภาพดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนยิ่งมีการเปิดหน้าดินโล่ง &amp;nbsp;บวกกับความลาดชัน &amp;nbsp;เมื่อมีฝนตกหรือลมแรงจะมีโอกาสชะล้างพังทลายของดินสูงมากการเพาะปลูกไม่ได้ผลมีการเก็บศึกษาวิจัยเก็บข้อมูลพื้นที่เกษตรกรรมของประเทศกว่า150 ล้านไร่สูญเสียหน้าดินจากการชะล้างของฝนประมาณ108 ล้านไร่ &amp;nbsp;เป็นตัวเลขที่ไม่น้อยมูลค่าความสูญเสียสองล้านล้านบาทต่อปีหากไม่ทำให้ดินกลับคืนความอุดมสมบูรณ์ประเทศจะไม่เหลืออะไรเลย &amp;nbsp;ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงงานหนักด้านดินมาตลอดพระชนมชีพเพื่อพลิกฟื้นดินให้สมบูรณ์และอุ้มน้ำได้รวมถึงปลูกพืชโดยไม่มีต้นทุนทรงเผยแพร่แนวพระราชดำรินี้ทั่วโลกให้รางวัลพระองค์เชิดชูพระอัจฉริยภาพด้านการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ทั่วโลกวิตกกังวลความเสื่อมโทรมของดินต่อไปผู้คนจะอดอยากขาดแคลนอาหารเพราะดินเพาะปลูกไม่ได้การพัฒนาที่ยั่งยืนต้องไม่ทิ้งใครให้อดอยาก &amp;nbsp;หรือZero Hunger &amp;nbsp;สมาคมดินโลกมีมติตรงกันภายใน3 ปีนี้ต้องหยุดมลพิษในดิน แม้กระทั่งพลาสติกหยุดการชะล้างพังทลายดินปีหน้าต้องร่วมกันทำให้ดินมีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพืชพรรณจุลินทรีย์ไส้เดือนไม่ใช่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่เห็นกัน&amp;ldquo; ดร.วิวัฒน์ย้ำ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พื้นที่เกษตรกรรมสูญเสียหน้าดินจากการชะล้างพังทลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับพื้นที่ ต.แก่นมะกรูดที่มีปัญหาคุณภาพดินวิกฤต ดร.วิวัฒน์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีโครงการพื้นที่ต้นแบบบูรณาการแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่ ต.แก่นมะกรูดอ.บ้านไร่จ.อุทัยธานีตามแนวพระราชดำริโดยมีความร่วมมือจากเครือข่ายที่ศรัทธาในแนวพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยมีสถาบันปิดทองหลังพระฯเป็นแม่งานหลั กแก้ปัญหาชะล้างพังทลายของดินตามศาสตร์พระราชา &amp;nbsp;มีการอบรมหลักกสิกรรมธรรมชาติให้เกษตรกร &amp;nbsp;ใช้จอบแทนรถไถเพื่อไถพรวนหน้าดินทำไร่ ทำนาขั้นบันไดและคลองไส้ไก่กักเก็บน้ำเก็บตะกอนไม่หลากไปที่อื่น ปลูกหญ้าแฝกฝายชะลอน้ำ &amp;nbsp;และปลูกป่า 5 ระดับสูงกลางเตี้ยเรี่ยดิน จนถึงระดับใต้ดิน ซึ่งวิธีการนี้ความอุดมสมบูรณ์ของดินกลับมาผลผลิตสูงขึ้น 3-4 เท่าและสามารถปลดหนี้ได้จากที่คิดฆ่าตัวตายที่สำคัญไม่บุกรุกป่าเพิ่มเพื่อหาที่ๆดินดีกว่าเมื่อมีตัวอย่างเกษตรกรที่เพาะปลูกผลผลิตงอกงามเกิดการขยายผลในพื้นที่สืบสานศาสตร์พระราชาและส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรียกว่า&amp;ldquo;เกษตรกรรมยั่งยืน&amp;rdquo; รัฐจะต้องส่งเสริมและพัฒนาอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; องค์กรอาหารและเกษตรแห่งสหประชาติ(FAO) ร่วมกับรัฐบาลไทยจัดให้มีการมอบรางวัลวันดินโลก หรือWorld Soil Day Award ให้แก่ประเทศองค์กรบุคคลที่อนุรักษ์ดินปีแรกองค์กรจากบังคลาเทศได้รางวัลจากการแก้ดินเค็มและกัดเซาะชายฝั่งปี62 นี้หวังจะให้พื้นที่แก่นมะกรูดเป็นต้นแบบการชุบชีวิตดินที่เสื่อมสภาพโดยมีเครือข่ายรัฐเอกชน อบจ. กลุ่มเกษตรกรชนเผ่ากระเหรี่ยงร่วมทำระบบอนุรักษ์ดินน้ำทำเกษตรกรรมยั่งยืนหยุดชะล้างพังทลายของดินอนาคตมีองค์กรทั่วโลกเดินทางมาศึกษาเรียนรู้และน้อมนำศาสตร์พระราชาไปปรับใช้&amp;ldquo; ดร.วิวัฒน์ กล่าวย้ำให้แก่นมะกรูดนำร่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สร้างฝายเก็บกักน้ำในพื้นที่สูงเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดินตามศาสตร์พระราชา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เกียรติชาย&amp;nbsp;ไมตรีวงษ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มงานวางแผนยุทธศาสตร์และพัฒนาความยั่งยืนองค์กรบางจากฯ กล่าวว่า บางจากฯได้รับคำชักชวนจากสถาบันปิดทองหลังพระฯ ร่วมพัฒนาพื้นที่แก่นมะกรูดในเรื่องสำคัญประกอบด้วยการแปรรูปผลิตภัณฑ์และตั้งกลุ่มอาชีพมีการแปรรูปกล้วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตจากระบบเกษตรกรรมยั่งยืนรวมถึงจะส่งเสริมการปลูกอ้อยชนิดคั้นน้ำในแก่นมะกรูด &amp;nbsp;ส่งมาจำหน่ายให้ร้านของบางจากได้เป็นช่องทางกระจายสินค้าเกษตรและต่อยอดท่องเที่ยววิถีเกษตรและวัฒนธรรมในพื้นที่นักท่องเที่ยวมาเที่ยวอุดหนุนสินค้าชุมชนช่วยให้ชาวบ้านซึ่งเป็นชุมชนบนพื้นที่สูงให้มีรายได้มากขึ้น &amp;nbsp;และล่าสุดในปีนี้ร่วมโครงการด้านดินเพราะดินเป็นแหล่งเพาะปลูกเกิดอาชีพเนื่องในโอกาส35 ปีจะร่วมแก้ปัญหาชะล้างพังทลายของดินด้วยศาสตร์พระราชาพาไปอบรมทำโคกหนองนาเก็บน้ำทุกหยดที่ตกลงมา เราติดอาวุธให้เกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; &amp;nbsp;ความรุนแรงของปัญหาชะล้างพังทลายของดินทำให้ปีนี้ต้องเร่งรักษาหน้าดินให้ดีเลี้ยงดินให้ดินเลี้ยงพืชทำดินให้ดีให้มีปุ๋ยมากขึ้นโดยไม่ใช้สารเคมี &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการนี้จะน้อมนำศาสตร์พระราชาทำงานนำร่องกับ4 ครอบครัวพื้นที่4 แปลงรวม22 ไร่ทำลักษณะโครงการวิจัย มีติดตามวัดผลและติดตามการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการหยุดชะล้างหน้าดินร่วมกับกรมพัฒนาที่ดินตลอด3 ปีออกแบบพื้นที่ทำโคกปลูกป่า3 อย่างประโยชน์4 อย่างนาขั้นบันไดขุดหลุมขนมครกสวนเกษตรมีฝายกักเก็บน้ำในที่สูง&amp;ldquo; &amp;nbsp;เกียรติชายกล่าวถึงการคืนชีวิตให้&amp;rdquo;ดิน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิกออฟโครงการ&amp;rdquo;หยุดการชะล้างพังทลายของดิน &amp;nbsp;คืนชีวิตให้แผ่นดินแก่นมะกรูด&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีร่วมประกาศเจตนารมณ์หยุดชะล้างพังทลายของดินแก่นมะกรูด กล่าวว่า อุทัยธานีเป็นแหล่งต้นน้ำสะแกกรังพื้นที่80% ของจังหวัดเป็นป่าและเขาสูงมีศักยภาพด้านทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพทั้งยังเป็นที่ตั้งของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ &amp;nbsp;8 อำเภอในจังหวัดยึดอาชีพเกษตรกรสำหรับการดำเนินโครงการพื้นที่ต้นแบบบูรณาการแก้ปัญหาและพัฒนาพื้นที่ต.แก่นมะกรูดเป็นกระบวนการพัฒนาตามแนวพระราชดำริรัชกาลที่9 &amp;nbsp;บูรณาการแก้ไขปัญหายากจนสอดคล้องกับทิศทางพัฒนาจังหวัดเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเกษตรปลอดภัยการต่อยอดสู่โครงการหยุดการชะล้างพังทลายของดินตามแนวพระราชดำริจะเกิดประโยชน์ มีการปรับปรุงบำรุงดิน &amp;nbsp;ลดการรุกป่าหากดึงเกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นจะสร้างภูมิคุ้มกันด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เผด็จ นุ้ยปรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี กล่าวว่า พื้นที่แก่นมะกรูดมีชาวกะหรี่ยงอยู่อาศัยมาตั้งแต่ปี2518 &amp;nbsp;ถือเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติรอยต่อพื้นที่อนุรักษ์3 ป่า &amp;nbsp;อดีตชาวบ้านอยู่แบบคู่ขนานกับเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;มีความขัดแย้งไม่ได้รับอนุญาตทำกิน และกำลังจะเผชิญปัญหาเขาหัวโล้นเช่นเดียวกับภาคเหนือและจ.น่าน &amp;nbsp; หากไม่หยุดบุกรุกทำลายป่าเพื่อทำไร่ &amp;nbsp; กระทั่งอบจ. ร่วมกับชาวบ้านและสถาบันปิดทองหลังพระฯ &amp;nbsp;ทำโครงการพื้นที่ต้นแบบบูรณาการฯสภาพความเป็นอยู่แก่นมะกรูด เปลี่ยนแปลงทางที่ดีขึ้น &amp;nbsp;ชาวบ้านสามารถใช้ประโยชน์จากป่า &amp;nbsp;โดยอาศัยบทบัญญัติในมาตรา19 ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติเป็นฐานในการสร้างความถูกต้องทางกฎหมายให้กับการทำกินบนพื้นที่21,600 ไร่เมื่อกำหนดพื้นที่ได้แล้วก็ขอความร่วมมือ2,000 คนจาก500 ครัวเรือนไม่ให้บุกรุกป่าเพิ่ม &amp;nbsp;และเริ่มทำเกษตรยั่งยืนสืบสานศาสตร์พระราชายังมีเรื่องท่องเที่ยวฤดูหนาวมีนักท่องเที่ยวตอบรับดีมาก &amp;nbsp;ทำรายได้เข้าชุมชนใช้สโลแกน&amp;rdquo;หนาวสุดกลางสยาม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; การหยุดชะล้างพังทลายของดินจะช่วยลดต้นทุนเกษตรกรเพราะทุกวันนี้บางครัวเรือนต้องหว่านข้าวโพด3 ครั้งเมื่อฝนตก &amp;nbsp;เมล็ดพันธุ์ไหลลงคลองต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ใหม่อย่างไรก็ตามทิศทางบ้านแก่นมะกรูดจะลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเช่น อ้อย มันสำปะหลัง &amp;nbsp;แล้วก็สนับสนุนให้ปลูกพืชหลากหลายหลังปลูกพืชไร่กรมพัฒนาที่ดินยังแนะนำให้ปลูกพืชขวางทางลาดเทของพื้นที่ปลูกหญ้าแฝกตามแนวพระราชดำริ ไถกลบตอซังแทนเผาสร้างปัญหาฝุ่นพิษ&amp;ldquo; นายก อบจ. ย้ำต้องร่วมมือลดตัวเร่งการพังทลายดิน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้จอบแทนรถไถปรับพื้นที่เกษตรลดการชะล้างพังทลาย ขุดคลองไส้ไก่ในแปลงเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันมีเกษตรกรแก่นมะกรูดน้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้มากขึ้นเลิกทำเกษตรเชิงเดี่ยวชีวิตเปลี่ยนคุณภาพดินฟื้นคืน &amp;nbsp;วันนบ ขอสุข ประธานกลุ่มแก่นมะกรูดโมเดล กล่าวว่า เคยทำไร่ข้าวโพดมีแต่หนี้สินจนได้ไปอบรมศาสตร์พระราชากับมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาตินำโคกหนองนาโมเดลกับเกษตรทฤษฎีใหม่มาใช้กับพื้นที่ของตัวเองเมื่อปี2559 ปลูกกล้วย ส้ม &amp;nbsp;สตอเบอรี่ และพืชผักสวนครัวเ ช่น ฟักข้าว ชะอม ผักหวานบ้าน &amp;nbsp;ผักหวานป่า &amp;nbsp;พื้นที่ของตน23 ไร่ห่มดินด้วยฟาง &amp;nbsp;ทำคลองไส้ไก่ขุดหลุมขนมครก เก็บน้ำฝนไว้ในพื้นที่ได้มากกว่า80% &amp;nbsp;ล่าสุดปลูกกาแฟรัฐสนับสนุนต้นกล้ากาแฟปัจจุบันแปรรูปขายชื่อกาแฟ&amp;rdquo;ไร่อุ๊ยกื๋อ&amp;rdquo; นักท่องเที่ยวนิยมมากซึ่งต้นกาแฟเป็น1 ในการปลูกป่า5 ระดับ &amp;nbsp;ตามศาสตร์พระราชา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; ช่วงแรกที่ทำเกษตรผสมผสานคนไม่เชื่อจนได้ผลผลิตเก็บกินและขายมีรายได้มากขึ้นพืชผลเติบโตได้ดีเมื่อเทียบกับแปลงที่ไม่ได้ทำเพราะดินและน้ำเราดีกว่าคนเริ่มทำตามแต่ยังมีเกษตรกรอีกมากขาดความเข้าใจต้องทำงานขยายผลต่อไปเพราะอนาคตจะต้องเจอกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงมลพิษสารเคมี &amp;nbsp;ปัญหาชะล้างหน้าดินรุนแรงหากทำตามศาสตร์พระราชาจะมีชีวิตอยู่รอดและยั่งยืน&amp;ldquo; วันนบ ชาวกะเหรี่ยงโปว์บ้านแก่นมะกรูดกล่าวในท้ายต้องขับเคลื่อนหยุดชะล้างพังทลายพร้อมเดินหน้าพัฒนาพื้นที่ตามแนวพระราชดำริต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38570</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.อุทัยธานี, ดร.วิวัฒน์ศัลยกำธร, นสพ.ไทยโพสต์, บริษัทบางจากคอร์ปอเรชั่นจำกัด(มหาชน), ปัญหาชะล้างพังทลายของดิน, ปิดทองหลังพระ, วันนบ ขอสุข, ศาสตร์พระราชา, สถาบันปิดทองหลังพระฯ, สมาคมดินโลก, เกียรติชัย ไมตรีวงษ์, แก่นมะกรูด, โคกหนองนาโมเดล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d03796ae8f95.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
