<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109402</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 00:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2021 21:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;เมสซี่&quot;ทำได้! ฟ้าขาวแชมป์โคปา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
อกหักมาหลายครั้ง ลิโอเนล เมสซี่ ในที่สุด ก็ได้กอดถ้วยแชมป์ระดับทีมชาติชุดใหญ่เป็นครั้งแรกกับ อาร์เจนติน่า หลังชัยชนะเหนือ บราซิล ในนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอล โคปา อเมริกา เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ตามเวลาประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เจนติน่า ได้ประตูขึ้นนำในครึ่งแรก จาก อังเคล ดิ มาเรีย ฉวยโอกาสจากช่วงที่ฝั่งซ้ายของ บราซิล ยังไม่ทันระวังตัว สามารถเจาะเข้าไปชิบข้ามผู้รักษาประตู เอแดร์สัน เข้าไปเป็นตุงตาข่ายและกลายเป็นประตูตัดสินแชมป์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประตูนี้ยังเปิดทางให้ เมสซี่ ก้าวขึ้นสัมผัสถ้วยแชมป์ระดับทวีป จากการเข้าถึงนัดชนะเลิศ 5 ครั้งรายการเมเจอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังผู้ตัดสินเป่านกหวีดจบการแข่งขัส เมสซี่ ร้องไห้คุกเข่าดีใจ โดยมีเพื่อนร่วมทีมฟ้าขาวรุมเข้าไปร่วมฉลองการเป็นแชมป์ ท่ามกลางเสียงยินดีของแฟนบอลในสนามมาราคานา ความจุ 78,000 ที่นั่ง ซึ่งทางฝ่ายจัดการแข่งขันอนุญาติให้มีผู้ชมได้ 10 เปอร์เซนต์ เนื่องจากการแพร่ระบาดของ โควิด-19
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยชนะนัดนี้&amp;nbsp; นับเป็นแชมป์ โคปา อเมริกา ได้เป็นสมัยที่ 15 ของ อาร์เจนติน่า แต่เป็นการคว้าถ้วยรายการเมเจอร์หนแรกในรอบ 28 ปี หลังเคยได้ฉลองความสำเร็จครั้งล่าสุดคือ โคปา อเมริกา ปี 1993
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมสซี่ จบทัวร์นาเมนท์นี้ โดยครองอันดับดาวซัลโซร่วมกับ ลุยซ์ ดิอัซ ที่ยิงได้เท่ากัน 4 ประตู รับมอบรางวัลส่วนตัวนี้ไปก่อนได้สัมผัสถ้วยแชมป์กับทีมชาติหนแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย สตาร์กองหน้าจาก บาร์เซโลน่า ยิงได้ในเกมกับ ชิลี ในแมทช์เปิดทัวร์นาเมนท์ ก่อนที่จะส่งท้ายรอบแบ่งกล่มด้วยการทำ 2 ประตูในเกมกับ โบลิเวีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นมาทำได้อีกหนึ่งประตูในนัดที่ถล่ม เอกวาดอร์ 3-0 ในรอบควอร์เตอร์ไฟนอล และร่วมทำหน้าที่สังหารจุดโทษชู๊ตเอาท์ ในการดวลกับ โคลอมเบีย ในรอบเซมิไฟนอล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังชัยชนะนัดนี้ เมสซี่ ยังได้รับการยกย่องให้เป็นผู้เล่นที่ดีที่สุดของทัวร์นาเมนท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดิ มาเรีย แมนออฟเดอะ แมทช์ กล่าวด้วยความตื่นเต้นดีใจหลังจบเกมการแข่งขัน &amp;quot;ผมดีใจมาก เราฝันที่จะคว้าสิ่งนี้กลับไป เราต่อสู้อย่างเต็มที่ หลายคนวิพากษ์วิจารณ์เรา และไม่อยากเห็นเรากลับมาเล่นให้กับทีมชาติ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์เจนติน่า ยืดสถิติไม่แพ้ใครออกไปเป็น 20 นัดภายใต้การคุมทีมของ ลิโอเนล สโกลารี่ และหยิบยื่นความพ่ายแพ้นัดแรกให้กับ บราซิล ในแมทช์การแข่งขันได้ถึงในบ้าน นับตั้งแต่ทีมแซมบ้าพ่ายให้กับ เบลเยี่ยม ในเกมรอบควอร์เตอร์ไฟนอล ศึกเวิลด์ คัพ ปี 2018
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นี่คือถ้วยแชมป์รายการใหญ่ที่มากสำคัญมาก&amp;quot; สโกลารี่ กล่าว &amp;quot;ผมหวังว่า ชาวอาร์เจนไตน์จะมีความสุขกบมัน แฟนๆรักทีมโดยปราศจากเงื่อนไข และผมคิดว่าพวกเขาแสดงให้เห็นด้วยการสู้เต็มที่และไม่เคยลดการ์ดง่ายๆ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากเปรียบเทียบ เมสซี่ กับคู่แข่งตลอดกาลในยุคเดียวกันอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (อายุ 36) ถือว่าตอนนี้ความสำเร็จสูสีกันขึ้นอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมสซี่ (อายุ 34) ได้แชมป์อเมริกาใต้ หนึ่งครั้ง ขณะที่ โรนัลได้ เคยได้แชมป์ยูโร มาหนึ่งครั้ง เมื่อปี 2016 โดยอดีตกองหน้าเรอัล มารดิด ได้แชมเปี้ยนส์ลีกมากกว่ากันอยู่หนึ่งสมัย แต่ เมสซี่ ที่กำลังกลายเป็นอดีตกองหน้าบาร์เซโลน่า ได้ บัลลงดอร์มากกว่ากันอยู่หนึ่งครั้ง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ ที่เซอร์ไพรส์ คือ โรนัลโด้ ได้แชมป์ยูโร วันที่ 10 ก.ค. ขณะที่ เมสซี่ ได้แชมป์โคปา อเมริกา วันที่ 10 ก.ค. วันเดียวกัน แต่ห่างกัน 5 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109402</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติบราซิล, ทีมชาติอาร์เจนติน่า, ฟุตบอล, ลิโอเนล เมสซี่, โคปา อเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210711/image_big_60eafbd2b1742.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/07/2019 12:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/07/2019 12:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;แซมบ้า&quot; 10 ตัวคว้าแชมป์โคปาหนแรกในรอบกว่าทศวรรษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ต่อหน้าแฟนบอลกว่า 70,000 คนที่ สนามมาราคาน่า ทีม&amp;quot;แซมบ้า&amp;quot;บราซิล ประกาศศักดาคว้าแชมป์ ฟุตบอลโคปา อเมริกาได้สำเร็จเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2007 โดยการเอาถล่มเอาชนะ เปรู ไป 3-1 เมื่อคืนวันอาทิตย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้สนามแห่งนี้ จะได้ชื่อว่าเป็นเมกกะแห่งโลกลูกหนัง แต่นี่ก็เป็นเพียงครั้งที่สามเท่านั้นที่ถูกใช้จัดการแข่งขัน นับตั้งแต่แมทช์กระชับมิตรกับ อังกฤษ เมื่อปี 2013 และ ศึกคอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ นัดชิงชนะเลิศ ที่ชนะ สเปน ในปีเดียวกัน แต่ บราซิล ที่เอาชนะ แชมป์ยูโร และแชมป์โลกได้ในปีนั้นกลับยังล้มเหลวเมื่อถึงทัวร์นาเมนท์ใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟุตบอลโคปา อเมริกา หนนี้ จึงเป็นโอกาสที่ทีมแซมบ้าจะได้แก้ตัวและเรียกความเชื่อมั่นหลังผิดหวังจากศึกเวิลด์คัพ ล่าสุด และ ติเต้ ที่มีข่าวว่าจะลาตำแหน่งไม่ว่าทีมจะคว้าชัยในเกมนี้ได้หรือไม่ ก็สามารถพาทีมเข้าป้ายคว้าแชมป์ที่รอคอยได้สำเร็จในรายการนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บราซิล ออกสตาร์ทได้ดีอีกครั้งในเกมเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และ เอฟเวอร์ตัน โชว์ฟอร์มแมนออฟเดอะแมทช์ให้เห็นกันตั้งแต่ต้นเกม และเป็นคนเบิกสกอร์แรกให้ทีมปลดล็อคได้เร็วตั้งแต่นาทีที่ 16
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ เปรู มาจุดโทษ นาทีที่ 44 และ เปาโล เกร์เรโร่ อดีตสตาร์โครินเธียนส์ และสตาร์ฟลาเมนโก้ ที่ แฟนบอลแซมบ้ารู้จักดี สังหารเข้าไปไม่เหลือ หยุดสถิติคลีนชีทของ นายทวาร ลิเวอร์พูล ไว้ที่ 9 นัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บราซิล กลับขึ้นนำได้อีกครั้งอย่างรวดเร็วก่อนพักครึ่ง จาก กาเบรียล เฮซุส วิ่งไปจบสกอร์ในเขตโทษ นาทีที่ 45 ช่วยให้ทีมเจ้าภาพ เดินกลับสู่ห้องพักด้วยความมั่นใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงไม่ถึงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย เฮซุส ที่กำลังจะโดนเปลี่ยนตัวออกให้ ริชาร์ลิสัน ลงไปแทน มาได้ใบเหลืองที่สอง ทำให้ทีมลุยต่อในช่วงกว่า 20 นาทีที่เหลือด้วยจำนวนผู้เล่น 10 คนในสนาม ขณะที่ สตาร์กองหน้าจากซิตี้ วัย 22 เดินออกจากสนามด้วยโมโห เตะขวดน้ำสาดกระจาย และไปเงื่้อหมัดใส่บริเวณจุดตั้ง VAR ที่ข้างสนาม กลับไปนั่งร้องให้ที่บันไดของสนาม ภาวนาให้ทีมเดินหน้าคว้าแชมป์ให้ได้ หลัง เปรู ได้เปรียบตัวผู้เล่นและมีโอกาสได้ทดสอบ อลิสซอน นายทวารแซมบ้าอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่นาทีสุดท้าย บราซิล มาได้จุดโทษ และ ริชาร์ลิสัน ที่ได้ลงไปแทน ฟีร์มิโน่ รับหน้าที่สังหารเข้าไป ช่วยให้เจ้าภาพได้ฉลองแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ในบ้านของตัวเองได้สำเร็จ และผงาดเป็นแชมป์ทวีปหนแรกนับตั้งแต่ปี 2007 เป็นครั้งที่ 9 ในประวัติศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40418</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, บราซิล, ฟุตบอล, เปรู, โคปา อเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190708/image_big_5d22d588ebf59.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40393</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2019 23:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2019 19:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมสซี่แดงส่งท้ายฟ้าขาวคว้าที่3 ส.ลูกหนังลาตินโต้ครหาคอร์รัปชั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

กัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่า ลิโอเนล เมสซี่ โดนใบแดงเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี หลังมีเรื่องกับ แกรี่ เมเดล มิดฟิลด์ขาโหดของ ชิลี ก่อนถูกตะเพิดออกจากสนามด้วยกันทั้งคู่ตั้งแต่ครี่งแรก ในเกมเพลย์ออฟ ชิงที่สาม ศึกฟุตบอลโคปา อเมริกา เมื่อคืนวันเสาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในนาทีที่ 37 ขณะที่ อาร์เจนติน่า นำอยู่ 2-0 เมสซี่ ไล่บอลเข้าเขตโทษ และบอลออกโดยที่ เมเดล อดีตกองกลางคาร์ดิฟฟ์บังและโดนเบียดแย่ง&amp;nbsp; เมเดล แสดงอาการโมโหเดินปรี่เข้าหา เมสซี่ ก็เดินใส่พร้อมกันทั้งคู่เอาหน้าอกกระแทกกันอยู่หลายครั้งแบบไม่มีใครยอมใคร กระทั้่ง มาริโอ ดิอาซ เด วิวาร์ ผู้ตัดสิน ควักใแบแดงให้ทั้งคู่ออกจากสนามไปพร้อมกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวะนี้บางคนบอกว่า เมเดล ควรโดนใบเหลือง ขณะที่ เมสซี่ แค่เตือน เพราะเขาก็ไม่ได้เอามือแตะฝ่ายตรงข้าม อีกอย่างก็ไม่ได้เป็นคนเริ่มเหตุการณ์ ใบแดงนี้เป็นใบแดงที่สองของ เมสซี่ ตั้งแต่เล่นอาชีพ โดนใบแดงเกิดขึ้นขณะที่เล่นให้ อาร์เจนติน่า ในนัดประเดิมทีมชาติของตัวเองในเกมกับ ฮังการี ในปี 2005
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน อาร์เจนติน่า ที่พ่าย เจ้าภาพ บราซิล ในรอบเซมิไฟนอล แมทช์นี้ได้ประตูขึ้นนำเร็วจาก แซร์โจ้ อเกวโร่ กองหน้าจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ เปาโล ดิบาล่า บวกสกอร์เป็น 2-0 นาทีที่ 22 ชิลี มาได้ประตูตีไข่แตกจาก จุดโทษของ อาร์ตูโร่ วิดัล ช่วงต้นครึ่งหลัง แต่ก็ไม่สามาถไล่ได้ทัน จบเกม อาร์เจนติน่า ชนะไป 2-1 คว้าอันดับสาม ฟุตบอลโคปา อเมริกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมสซี่ อ้างว่า อาร์เจนติน่า ได้รับการปฏิบัติด้วยอย่างไม่ยุติธรรม ในศึกโคปา อเมริกา และหลังเกมในพิธีมอบรางวัล เขาก็ไม่มารับเหรียญกับเพื่อนร่วมทีมด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กัปตันทีมฟ้าขาว ดูเหมือนจะกล่าวโจมตี ผู้ตัดสินอย่างโจ่งแจ้ง นับตั้งแต่ ทีมแพ้ เจ้าภาพ บราซิล ในรอบเซมิไฟนอล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ต้องการที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการคอรัปชั่นที่เราประสบในทัวร์นาเมนท์นี้&amp;quot; เมสซี่ กล่าว &amp;quot;เมเดล สามารถทำได้ทุกอย่างภายใต้ข้อจำกัด อย่างมากก็น่าจะแค่ใบเหลืองสำหรับเราทั้งคู่ บางทีนี่อาจถูกกำหนดมา และบางทีสิ่งที่ผมเคยพูดไว้เมื่อเร็วๆนี้ มีผลต่อเกมอีก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งสำคัญคือทีมปิดทัวร์นาเมนท์ได้ดีในรายการนี้ บางทีนี่ก็ถูกกหนดมาและผมสุดท้ายก็อาจโดนเล่นจากสิ่งที่ผมเคยพูด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถูกถามถึงความเห็นเกี่ยวกับนัดชิงชนะเลิศ ในคืนวันอาทิตย์ เมสซี่ กล่าว &amp;quot;หวังว่าผู้ตัดสินกับ VAR จะไม่สร้างอิทธิพลต่อรูปเกมนักและปล่อยให้ เปรู ได้สู้อย่างเต็มที่ แต่ผมคิดว่าคงเป็นไปได้ยาก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้จะยังไม่สามารถนำทีมชาติของตัวเองประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์ได้ เมสซี่ บอกว่า &amp;quot;ผมไม่ได้รู้สึกเครียดอะไร ผมจบทัวร์นาเมนท์นี้โดยสามารถเชิดหน้าได้อย่างเต็มที่ และภูมิใจในทีมนักเตะชุดนี้ที่ทุ่มเททุกอย่างแล้ว ผมหวังว่า ทุกคนจะให้เกียรติกับทัพนักเตะชุดนี้ของเรา พวกเขามีหลายสิ่งหลายอย่างที่สามารถทำเพื่ออาร์เจนติน่าได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน สหพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ หรือ คอนมีโบล ออกมาแสดงความกังวลหลังมีการวิจารณ์เรื่องมาตรฐานการตัดสินในศึก โคปา อเมริกา หนนี้ ที่ล่าสุด เมสซี่ ออกมาอ้างว่าตัวเองเป็นเหยื่อของการคอร์รัปชั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัญหาเดิมๆยังคงเป็นเรื่องของการตัดสิน มันรับไม่ได้จากผลพวงต่างๆ จาก 12 ทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน การที่มีใครบางคนกำลังกล่าวหา แสดงให้เห็นถึงการที่เขาไม่ให้เกียรติการแข่งขันรายการนี้ ผู้เล่นต่างๆที่เข้าร่วม เจ้าหน้าที่หลายร้อยคนของ คอนมีโบล องค์การที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยนับตั้งแต่ปี 2016 เพื่อแสดงให้เห็นความโปร่งใส ความเป็นมืออาชีพ เพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลอเมริกาใต้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40393</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ชิลี, ฟุตบอล, อาร์เจนติน่า, โคปา อเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190707/image_big_5d221c795be45.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/06/2019 18:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/06/2019 18:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซัวเรซบอดโทษอุรุกวัยดวลเป้าแพ้เปรูร่วงศึกโคปา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปรู ทะยานเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ศึกโคปา อเมริกา หลังเอาชนะ อุรุกวัย ได้ในการดวลจุดโทษ หลุยส์ ซัวเรซ รับไปเต็มๆคนเดียวยิงเป้าพลาด ขณะที่ นักเตะเปรูเวียน ซัดตุงตาข่ายได้หมดทั้ง 5 คน ผ่านเข้าไปเจอจ ชิลี ในรอบรองฯ เตะคืนวันพุธนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลุยส์ ซัวเรซ พลาดในช่วงดวลจุดโทษ หลัง อุรุกวัย กับ เปรู เสมอกันในเวลา 90 นาที 0-0 ไม่มีต่อเวลาพิเศษ ก่อนทีมแชมป์เก่า 15 สมัย จะพ่ายไปในช่วงยิงเป้าวัดดวงด้วยสกอร์ 4-5 ในศึก รอบควอร์เตอร์ไฟนอล กับ เปรู เมื่่อคืนวันเสาร์ (เช้าวันอาทิตย์ตามเวลาไทย)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซัวเรซซ ทำหน้าที่สังหารเป็นคนแรก และก็พลาดไปก่อน หลังหวดบอลโดน เปโดร กาเยเซ ผู้รักษาประตูเซฟไว้ได้ด้วยอก เป็นการผิดหวังซ้ำสองในแมทช์นี้สำหรับดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของอุรุกวัย ที่ในเวลาปกติส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้แต่โดนจับออฟไซด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้นักเตะอุรุกวัยคนอื่นๆจะยิงจุดโทษเข้าได้หมด แต่ เปรู ไม่มีใครพลาดแม้แต่คนเดียว และคนสุดท้ายเป็น เอดิสัน ฟลอเรศ สังหารปิดท้ายพาทีมทะยานเข้าสู่รอบเซมิไฟนอลอย่างเด็ดขาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปรู จะเข้าไปเจอทีมเพื่อนบ้าน คือ ชิลี ในรอบ 4 ทีมสุดท้าย ขณะที่ ชาติเจ้าภาพ บราซิล เจอคู่ปรับตลอดกาลอย่าง อาร์เจนติน่า ในเกมอีกคู่ของรอบรองชนะเลิศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมภูมิใจมาก ผมดีใจจนพูดอะไรไม่ออกเลยจริงๆ&amp;quot; เปาโล เกร์เรโร่ กองหน้าเปรู กล่าว &amp;quot;หลายคนบอกว่าเราขาดความมุ่งมั่น บางคนพยายามที่จะทำให้ทีมของเราแตกกัน แต่เราแสดงให้เห็นว่าเราสามารถทำอะไรได้ในสนาม เราแสดงงงให้เห็นว่าเราสู้ด้วยสปิริตและความกล้า&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีคนกล่าวก่อนเกมว่า อุรุกวัย เป็นทีมเต็งที่จะผ่านเข้าสู่รอบต่อไป แต่การเป็นทีมเต็งไม่ได้มีความหมายอะไรในการแข่งขันฟุตบอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปอเมริกาใต้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อุรุกวัย ครองเกมได้เหนือกว่าในนัดนี้ก็จริง แต่พวกเขาก็พลาดกันเองในจังหวะจบสกอร์ไม่ว่าจะเป็น จอรเจียน เด อาร์ราสเคต้า, เอดินสัน คาวานี่ และ ซัวเรซ และกลายเป็นทีมที่สามในทัวร์นาเมนท์นี้ที่ตกรอบควอร์เตอร์ไฟนอลในการดวลจุดโทษหลังเสมอในเกมแบบไร้สกอร์&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับฟุตบอลโคปา อเมริกา เตะ 90 นาที หาผู้ชนะไม่ได้ไปดวลจุดโทษทันที ไม่มีต่อเวลาพิเศษ แต่ในรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ จะมีหากหมดเวลายังตัดสินไม่ได้ จะให้มีการต่อเวลา 30 นาที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดิเอโก โกดิน กองหลังอุรุกวัย ชี้ ทีมตกรอบเพราะไม่สามารถเปลี่ยนโอกาสที่มีหลายครั้งให้กลายเป็นประตูได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราอดได้ไปหนึ่งประตู แต่เราก็พยายามต่อแล้ว แต่ก็ไม่เกิดสกอร์ขึ้นมา และเราทำประตูได้เกมจะไม่ลงเอยแบบนี้แน่&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราเล่นดี แต่โชคร้ายที่โดนเขี่ยตกรอบ เรายิงไม่ได้ และพวกเขามาทำได้ดีกว่าในตอนดวลจุดโทษ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39803</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ฟุตบอล, อุรุกวัย, เปรู, โคปา อเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190630/image_big_5d18a063e5980.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2019 00:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2019 00:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอสแซมบ้าบ่นสนามแย่ดวลโทษเข้าเซมิฯศึกโคปา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
ทีม&amp;quot;แซมบ้า&amp;quot;บราซิล คว้าชัยในการดวลจุดโทษกับ ปารากวัย ได้ทะลุผ่านเข้าสู่รอบเซมิไฟนอล ศึก โคปา อเมริกา ได้หวุดหวิด เมื่อศุกร์ที่ผ่านมา แฟนบอลชาติเจ้าภาพยังโล่งอกได้ที่ ทีมได้ไปต่อ และยังคงเป็นทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนท์นี้ ขณะที่ ติเต้ บอสทีมชาติ ค่อนข้างฉุนเฉียวกับสภาพพื้นสนามแข่งขัน ถึงขี้นสบถด่าว่ารายการใหญ่แมทช์สำคัญไม่น่ามีสนามแย่ๆแบบนี้ให้เห็นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกมรอบควอร์เตอร์ไฟนอล ที่เกรมิโฮ อารีน่า จบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ซึ่ง บราซิล ไปเฉือนชนะได้หวุดหวิด ในการดวลจุดโทษ ด้วยสกอร์ 4-3 ติเต้ แสดงความไม่พอใจกับสภาพสนามแข่งขันที่มีผลทำให้ทีมเล่นได้ไม่ค่อยดีนัก &amp;quot;มันแย่มากในฟุตบอลรายการใหญ่ที่เราต้องมาเล่นสนามที่มีสภาพแย่ขนาดนี้ ซึ่งทำให้การคอนโทรลบอลเป็นไปได้ยาก&amp;quot; ก่อนเกมนี้ เรนาโต้ ปอร์ตาลุปปี โค้ชเกรมิโอ ได้ให้สัมภาษณ์ไว้หนึ่งสัปดาห์ ยอมรับว่าสภาพสนามของสโมสรในเวลานี้ไม่อยู่ในสภาพที่ดีนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ลิโอเนล สโกลานี่ บอสทีมชาติอาร์เจนติน่า บอกว่า &amp;quot;ผมเคยประท้วงเรื่องนี้แล้ว แต่พวกเขาหาว่าผมเอาเรื่องนี้เป็นข้ออ้าง แต่คุณเล่นบนพื้นสนามที่แย่ขนาดนี้ไม่ได้&amp;quot; ทางฝ่ายจัดตอนนั้นได้แต่ปฏิเสธ และยืนยันว่า สนามอยู่ในสนามที่ราบเรียบสมบูรณ์ดี และเหมาะสำหรับการแข่งขันในระดับทัวร์นาเมนท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39721</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, บราซิล, ปารากวัย, ฟุตบอล, โคปา อเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190629/image_big_5d164e6da1d19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 21:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 21:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมสซี่เชื่อความมั่นใจมาแล้วหลังอัดกาตาร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
อาร์เจนติน่า ผ่านเข้าสู่รอบควอร์เตอร์ไฟนอล ศึก โคปา อเมริกา ได้สำเร็จ ด้วยเกมกับ กาตาร์ เก็บชัยชนะได้เป็นนัดแรกของทัวร์นาเม้นท์ เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยตีตั๋วเข้าไปอันดับสองของ กลุ่ม บี หลังอีกสนาม โคลอมเบีย คว้าชัย 3 นัดรวด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากเก็บได้เพียงแค่แต้มเดียวจากการลงสนาม 2 นัดก่อนหน้านี้ อาร์เจนติน่า จำเป็นต้องชนะให้ได้สถานเดียวเพื่อเข้ารอบต่อไป และพวกเขาก็ทำได้สำเร็จจาก 2 ประตู ซึ่งเป็นผลงานของ โลตาโร่ มาร์ติเนซ กับ แซร์โจ้ อเกวโร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาร์ติเนซ เบิกสกอร์แรกของเกมหลังเล่นไปได้ 4 นาที โดยกองหน้าจากอินเตอร์ มิลาน ฉวยจังหวะจากความผิดพลาดของแนวรับกาตาร์ ก่อนเข้าไปทิ่มบอลสู่ก้นตาข่าย คลายล็อคให้กับทีมฟ้าขาวได้เร็วเกินคาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อเกวโร่ มีโอกาสทองที่จะบวกสกอร์ให้ อาร์เจนติน่า หลังจากนั้น แต่ดาวยิงจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วัย 31 หวดหลุดนอกกรอบไปเองจากระยะ 12 หลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ท้ายเกม อเกวโร่ มาแก้ตัวได้ ย้ำชัยให้ อาร์เจนติน่า ได้สำเร็จ หลังเก็บบอลได้จากแดนมิดฟิลด์แล้วกระชากหลุดกองหลัง 2 คน ก่อนหวดบอลหนีมือผู้รักษาประตูเสียบตาข่ายอย่างเด็ดขาดในนาทีที่ 82
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลิโอเนล เมสซี่ ของ บาร์เซโลน่า เกือบมีชื่อเป็นคนทำสกอร์ได้ในเกมนี้อีกคน แต่ซัดบอลข้ามคานจากระยะเผาขน ซึ่ง่แฟนบอลกับผู้เล่นคนอื่นๆที่ อารีน่า โด เกรมิโน่ ก็แทบไม่เชื่อสายตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาร์เจนติน่า มารอดตายด้วยชัยชนะในเกมสุดท้ายของกลุ่ม หลังเสมอและแพ้มาอย่างละนัด โดยในรอบควอร์เตอร์ไฟนอล ทีมฟ้าขาว จะเข้าไปเจอ เวนซุเอล่า เตะวันศุกร์นี้ หรือเช้าวันเสาร์ตามเวลาในไทย แข่งที่ ริโอเดอ จาเนโน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วน โคลอมเบีย เข้ารอบเป็นทีมแชมป์กลุ่ม บี หลังชนะ 3 นัดรวด โดยเชือด ปารากวัย ส่งท้าย ด้วยสกอร์ 1-0 ที่ อารีน่า ฟอนเต้ โนวา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลิโอเนล เมสซี่ หลังจากที่ อาร์เจนติน่า ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบควอร์เตอร์ไฟนอลต่อไปได้สำเร็จหลังทำท่าจะร่วงจากทัวร์นาเม้นท์นี้เพราะเก็บได้เพียงแค่แต้มเดียวจาก 2 นัด เชื่อว่า ชัยชนะนัดนี้ จะช่วยให้ทีมมีความมั่นใจมากขึ้น ก่อนเกมนัดตัดเชือกในรอบ 8 ทีมสุดท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เราต้องการเกมอย่างนี้ เพื่อเรียกความมั่นใจและกลับมาสงบไม่ตื่นตระหนกกับอะไรอีก เมื่อแต่ละเกมผ่านไป ทีมต่างๆจะเริ่มเล่นเข้าที่ขึ้น และแมทช์นี้ก็มีไว้เพื่อจุดประสงค์แบบนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39374</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติกาตาร์, ทีมชาติอาร์เจนติน่า, ฟุตบอล, ลิโอเนล เมสซี่, โคปา อเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190624/image_big_5d10e52dd74db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39069</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2019 22:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2019 22:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมสซี่เชื่อฟ้าขาวไม่ตกรอบแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เส้นทางของ อาร์เจนติน่า ในศึกโคปา อเมริกา มีสิทธิปิดฉากเร็วอย่างเหนือความคาดหมาย ผ่านไป 2 นัด ยังเก็บชัยชนะไม่ได้ รั้งบ๊วยของกลุ่ม หลังเก็บหนึ่งคะแนนได้อย่างหวุดหวิดในการเจอ ปารากวัย เมื่อวันพุธ (เช้าวันพฤหัสฯ) จากจุดโทษของ ลิโอเนล เมสซี่ นัดหน้าต้องวัดกับ กาตาร์ ขณะเดียวกันก็อาจต้องลุ้นให้ โคลอมเบีย ช่วยพาเข้ารอบต่อไปด้วยในแมทช์สุดท้าย ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังจาก บาร์เซโลน่า รับว่าเรื่องบ้าบอถ้าทีมของตน จะกระเด็นตกรอบแรก แต่เชื่อว่าคงไม่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อาร์เจนติน่า ชาติมหาอำนาจลูกหนังของทวีปอเมริกาใต้ เก็บได้เพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้นจาก 2 นัดแรก เวลานนี้ รั้งอันดับสุดท้ายของกลุ่ม บี ตามหลัง โคลอมเบีย, ปารากวัย และ กาตาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากรอดตายได้จุดโทษของ เมสซี่ เซฟหนึ่งคะแนนไว้ได้ ในการเจอกับ ปารากวัย ที่ เบโล ฮอริซอนจี เมื่อคืนวันพุธ ทัพ&amp;quot;ฟ้าขาว&amp;quot;อาร์เจนติน่า รู้ดีว่าพวกเขาต้องเอาชนะ กาตาร์ เจ้าภาพเวิลด์คัพ 2022 ให้ได้สถานเดียว เพื่อไม่ต้องตกรอบเร็วอย่างน่าอับอายขายหน้า หรือไม่หากยังแย่ถึงขนาดเสมอ ก็ต้องหวังให้ ปารากวัย พ่ายยับอีกสนาม เพื่อยังสามารถตบเท้าเข้าไปแก้ตัวต่อในรอบต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;พูดอย่างเปิดอก มันเป็นผลการแข่งขันที่น่าผิดหวังนิดหน่อย ที่ไม่สามารถเก็บชัยชนะที่เราต้องการเพื่อสเต็ปต่อไปได้&amp;quot; เมสซี่ ให้สัมภาษณ์หลังเกมกับ ปารากวัย จบลงด้วยผลเสมอ 1-1
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เรารู้ดีว่าแมทช์นี้ไม่ง่าย เรายังรอคอยการกลับมาโชว์ฟอร์มที่ดีที่สุดของทีม และยกระดับการเล่นขึ้นในแต่ละนัดได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ทีมของเราเสียใจมากกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้ เพราะนึกกันไม่ออกจริงๆว่าเรายังชนะสักเกมไม่ได้ได้อย่างไร เรารู้วันนี้เป็นกุญแจสำคัญสำหรับเรา เรารู้ว่าเราต้องชนะเกมต่อไปให้ได้เท่านั้นเพื่อเข้ารอบ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชัยชนะของ โคลอมเบีย เหนือ กาตาร์ 1-0 ในเกมก่อนหน้าเมื่อวันพุธ การันตีการเข้ารอบในฐานะอันดับหนึ่งของกลุ่มแน่นอนแล้ว นัดสุดท้ายกับ ปารากวัย ไม่จำเป็นต้องเน้นมาก สามารถพักนักเตะไว้สำหรับรอบต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ เมสซี่ กับนักเตะฟ้าขาว แมทช์ต่อไป ต้องชนะเท่านั้น ไม่งั้นก็เตรียมปิดฉากอย่างน่าอดสูที่สุด ขณะที่ สตาร์จาก บาร์ซ่า แม้กับสโมสรกวาดแชมป์มาแล้วมากมายในทุกรายการ แต่ในระดับทีมชาติ ยังไม่เคยทำได้สำเร็จยังไม่เคยได้สัมผัสถ้วยแชมป์แม้แต่ครั้งเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เรารู้ว่าเราจะต้องเล่นเพื่อความอยู่รอดของเราเอง&amp;quot; เมสซี่ กล่าวเพิ่มเติม &amp;quot;มันคงเป็นเรื่องบ้าบอที่สุดหากเราไม่สามารถผ่านจากรอบแบ่งกลุ่มไปได้ จากที่ 3 ทีมผ่านเข้ารอบ ผมไม่สงสัยเพราะเราจะต้องทำได้อยู่แล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจาก ริชาร์ด ซานเชซ ยิงให้ ปารากวัย ขึ้นนำ ตั้งแต่ น.37 เล่นเอา อาร์เจนติน่า ก็ถึงกับเครื่องดับไปพักใหญ่ กระทั่ง เมสซี่ ได้ทำหน้าที่สังหารจุดโทษ จากการช่วยเหลือของ VAR ที่ชี้ชัดว่ามีการทำแฮนด์บอลเกิดขึ้น น.57 เป็นสกอร์ตีเสมอที่ช่วยให้ ฟ้าขาว ไม่แพ้รวด 2 นัดแรก ซึ่งที่จริงแฟนฟ้าขาวก็ต้องขอบคุณผู้รักษาประตูของทีม ฟรังโก้ อาร์มานี ด้วยที่ช่วยให้ทีมไม่แพ้หลังเซฟจุดโทษได้ในช่วงท้าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลิโอเนล สกาโลนี่ โค้ชรักษาการณ์ทีมฟ้าขาว ยอมรับว่า ทีมของตนเล่นได้ไม่ดี และมีปัญหาในการรับมือกับสถานการณ์ที่เสียประตูไปก่อนในครึ่งแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;ครึ่งแรกของเราไม่ดีเลย เราเล่นแบบกระเสือกกระสนลนลานอยู่หลายครั้ง และเราไม่สามารถควบคุมจังหวะการเล่น หรือสร้างโอกาสโจมตีคู่แข่งได้ เรามีแผนการเล่นที่ชัดเจน แต่ไม่สามารถนำมาปฏิบัติได้เมื่อถึงเวลาจริง และเรายังเอาแต่เสียบอลอยู่ตลอด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;พวกเขาได้ประตูจากการบุกครั้งแรก และนั่นทำให้เราเกิดความไม่มั่นใจขึ้นมา สำหรับทีมอย่าง อาร์เจนติน่า ซึ่งรู้ว่าเราเล่นนัดไหนก็ต้องชนะ การโดนยิงไปก่อนในนัดนี้มีผลอย่างมากต่อสภาพจิตใจที่แย่อยู่แล้วจากที่แพ้นัดแรก เราพยายามเรียกความเชื่อมั่นของนักเตะกลับคืนมาตอนพักครึ่งว่าแค่ประตูเดียวเท่านั้นที่เราตามหลัง&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39069</URL_LINK>
                <HASHTAG>กีฬา, ทีมชาติอาร์เจนติน่า, ฟุตบอล, ลิโอเนล เมสซี่, โคปา อเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190620/image_big_5d0ba228d3c2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
