<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2021 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2021 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของสวนปาล์มผงะ!พบโครงกระดูกมนุษย์ปริศนาลำห้วยริมสวน (มีคลิป)</HEADLINE>
                <CONTENT>



&lt;p&gt;9 มิ.ย.2564 &amp;ndash; พนักงานสอบสวนเวร สภ.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบโครงกระดูกมุษย์ปริศนาอยู่ในสวนปาล์มน้ำมัน จึงออกตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.วีรยุทธ สิทธิรัตนกุล ผกก.สภ.ท้ายเหมือง พ.ต.ท.ญาณิสร ประสงค์ รอง ผกก.พิสูจน์หลักฐานพังงา และผู้นำท้องที่ ในที่เกิดอยู่ในลำห้วยเล็กๆริมสวนปาล์มน้ำมัน พื้นที่บ้านคลองห้าง ม.7 ต.ลำภี อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา พบชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์จำนวนหนึ่ง พร้อมด้วยเสื้อคลุมผู้หญิงแขนยาว ขวดน้ำดื่มและถุงพลาสติก เจ้าหน้าที่จึงเป็นหลักฐานทั้งหมดพร้อมกับส่งโครงกระดูกไปตรวจดีเอ็นเอที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จ.สงขลา เพื่อติดตามหาผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.วีรยุทธเผยว่า จากการสอบสวนพบว่าทางเจ้าของสวนปาล์มน้ำมันได้ตัดปาล์มไปไปจำหน่ายขณะที่ตัดปาล์มต้นริมห้วย ทลายปาล์มได้ตกลงมาแล้วไหลกลิ้งลงไปในลำห้วย เมื่อตามไปเก็บก็พบกับโครงกระดูกดังกล่าว ซึ่งเป็นว่าเป็นชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์บางส่วน ดูจากโครงสร้างแล้วน่าจะเป็นผู้หญิงประกอบกับพบเสื้อคลุมผู้หญิงแขนยาวอีก 1 ตัว เมื่อตรวจสอบในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียงไม่พบมีการแจ้งคนหายที่เป็นเพศหญิงแต่อย่างใด จึงเก็บหลักฐานส่งตรวจพิสูจน์ และฝากประชาสัมพันธ์ว่าหากผู้ใดพบว่าญาติพี่น้องหรือใครสูญหายไปให้รีบติดต่อมาที่ สภ.ท้ายเหมือง จ.พังงาทันที
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105742</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปาล์มน้ำมัน, พังงา, สภ.ท้ายเหมือง, โครงกระดูก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210609/image_big_60c0280a00dea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2020 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2020 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พบโครงกระดูกเพศชายป่าละเมาะข้างทางรถไฟเลี่ยงเมืองหนองคาย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.63-ร.ต.อ.กฤษณะ ธรรมจิตร รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย รับแจ้งเหตุพบศพผู้เสียชีวิตบริเวณป่าละเมาะข้างทางรถไฟ ใกล้กับถนนเลี่ยงเมือง หนองคาย - เวียงจันทน์ จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย, พ.ต.อ.ญ.เพียงหทัย สุพล พิสูจน์หลักฐานจังหวัดหนองคาย แพทย์เวรโรงพยาบาลหนองคาย หน่วยกู้ภัยชบา 191 , เจ้าหน้าที่รถไฟหนองคาย พร้อมตำรวจชุดสืบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่เกิดเหตุห่างจากรางรถไฟประมาณ 20 เมตร พบร่างผู้เสียชีวิต เหลือแต่โครงกระดูก ถูกดินคลุมทับร่างเล็กน้อย สูงประมาณ 170 ซม. คาดว่าเป็นผู้ชาย สวมเสื้อยืดโปโลสีฟ้า ขนาด XL กางเกงวอร์มขายาวสีเขียว ไม่ใส่กางเกงใน รองเท้าแตะแบบคีบ เบอร์ 9 ครึ่ง สีดำพื้นรองเท้าสีน้ำเงิน สวมนาฬิกาข้อมือแบบดิจิตอลสายยางสีดำ สวมสร้อยเชือกร่มห้อยตะกรุด แพทย์ระบุเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 เดือน กระดูกศีรษะอยู่ในสภาพปกติไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามนายอู๊ด ทราบว่า ขณะที่ตนต้อนวัวมาเลี้ยงบริเวณดังกล่าว ก็เห็นโครงกระดูกมนุษย์แล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ ซึ่งเบื้องต้นไม่มีใครทราบว่าผู้ตายเป็นใคร และไม่มีเอกสารติดตัว โดยจะได้ส่งโครงกระดูกไปตรวจพิสูจน์ที่นิติเวชขอนแก่น พร้อมทั้งติดตามว่าในช่วงที่ผ่านมามีผู้แจ้งความคนหายไว้ในพื้นที่ สภ.ใดบ้างหรือไม่ หรือหากผู้ใดสงสัยว่าอาจเป็นญาติขอให้ติดต่อที่ สภ.เมืองหนองคาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78787</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.หนองคาย, ตำรวจ, โครงกระดูก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f705b823c33b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2020 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2020 20:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮือฮาพบอีกแล้วโครงกระดูกมนุษย์อายุ3พันปี วอนเจ้าหน้าที่เร่งสำรวจพื้นที่ประกาศเป็นแหล่งท่องเที่ยว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค.63 - ที่บริเวณกลางทุ่งนา หมู่ 5 ติดด้านข้างองค์การบริหารส่วนตำบลสีบัวทอง อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง พบร่างกายมนุษย์ เป็นโครงกระดูก เป็นฟอสซิล สมบูรณ์มากลักษณะเป็นรูปคนในอยู่ภายในหลุมขนาดกว้าง1.20 เมตร ยาว 2เมตร ลึกลงไป 50ซม.มีหัวกะโหลกมนุษย์ พร้อมฟัน 6ซี่&amp;nbsp;พร้อมด้วย ซี่โครงแขนขา เป็นฟอสซิล สร้างความฮือฮาแก่ผู้พบเห็น และมีชาวบ้านในพื้นที่พร้อมนักท่องเที่ยวแห่เดินทางเข้าดูถ่ายรูปส่งขึ้นสังคมออนไลน์กันอย่างคึกคัก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสมเกียรติ บริบูรณ์ อายุ 54ปี เจ้าของที่ดินเล่าให้ฟังว่า ที่ผ่านมานั้นตนเองได้ขุดหน้าดินในพื้นนาจำนวน 17ไร ขายหน้าดินลึกลงไป 1.50 เมตร ได้พบวัตถุโบราณ มีภาชนะดินเผาบรรจุอาหาร เครื่องมือหินและเครื่องประดับจากหิน กระดูกหรืองาช้าง หลุมศพด้วย ภาชนะเครื่องปั้นดินเผา ขวานสำริด จำนวนมากได้เก็บไว้ที่บ้านตนเอง ทางนักโบราณคดี และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ได้เข้าตรวจสอบ แจ้งให้ทราบว่าเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่ &amp;nbsp;ยุคก่อนประวัติศาสตร์ อายุกว่า 3,000ปี &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้แจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่นักโบราณคดี และเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ได้เข้าตรวจสอบเพิ่มเติม และมีชาวบ้านได้เดินทางเข้ามาดูกันอย่างต่อเนื่องถ่ายรูปส่งขึ้นสังคมออนไลน์ พบว่ามีนัก ซึ่งชาวบ้านที่เดินทางมาดูต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า &amp;nbsp;อยากให้ทางเจ้าหน้าที่เร่งสำรวจ และทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72578</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยุคก่อนประวัติศาสตร์, อ่างทอง, โครงกระดูก, โบราณคดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200726/image_big_5f1d7f157c1a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2019 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2019 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดีเอสไอ&#039;พบชิ้นส่วนกะโหลก&#039;บิลลี่&#039;แล้ว ถูกเผา ซ่อนเร้นอำพรางศพ ทิ้งใต้น้ำเขื่อนแก่งกระจาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย.62- &amp;nbsp;พ.ต.อ.ไพสิฐ &amp;nbsp;วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) &amp;nbsp; พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท. เสฏฐ์สถิตย์ สุวรรณกูด รองผอ.กองปฏิบัติการคดีพิเศษภาค นพ.วรวีย์ ไวยวุฒิ ผอ.กองสารพันธุกรรม สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ นายสว่างทิตย์ &amp;nbsp;ศรีกิจสุวรรณ หัวหน้าศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมอวกาศและทะเล คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าการสอบสวนคดีการหายตัวของนายพอลละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า บิลลี่ได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย.2557 โดยคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2561 ให้รับคดีดังกล่าวไว้เป็นคดีพิเศษ และโอนสำนวนคดีจากกองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 แต่เนื่องจากคดีมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ดีเอสไอจึงต้องส่งสำนวนไปให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) &amp;nbsp;ไต่สวน จากนั้นในเดือนธ.ค.2561 ป.ป.ช.ได้ส่งสำนวนกลับมาให้ดีเอสไอสอบสวน โดยแยกการสอบสวนออกเป็น 2 สำนวน คดีแรกเป็นคดีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ส่งตัวบิลลี่ให้ตำรวจดำเนินคดีข้อหาลักลอบเก็บของป่า &amp;nbsp;และคดีการหายตัวไปของบิลลี่ &amp;nbsp; โดยรูปแบบการสอบสวนเป็นการบูรณาการความร่วมมือกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมแต่งตั้งอัยการ และผู้เชี่ยวชาญจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ &amp;nbsp;เป็นที่ปรึกษาคดีพิเศษ จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องดีเอสไอได้รับเบาะแสจากพยานบุคคล จึงประสานผู้เชี่ยวชาญจาก ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ &amp;nbsp;ให้นำหุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำมาตรวจสอบพื้นที่ที่พยานบุคคลระบุพิกัด ซึ่งผลการตรวจสอบดีเอ็นเอจากชิ้นส่วนกะโหลกศรีษะที่พบ ตรงกับดีเอ็นเอของแม่บิลลี่ สำหรับแม่และภรรยาของบิลลี่ดีเอสไอได้นำตัวเข้าสู่โครงการคุ้มครองพยานแล้ว และเปลี่ยนจากคดีการหายตัวไปเป็นคดีฆาตกรรม ซ่อนเร้นอำพรางศพ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจพิสูจน์เริ่มต้นขึ้น จากเวลาที่พยานบุคคลอ้างว่าพบบิลลี่ที่บ้านหนองมะเรว จากนั้นก็ไม่มีใครพบตัวบิลลี่อีกเลย ดีเอสไอใช้เวลานานมากในการตรวจพยานหลักฐานจนทราบจุดพิกัดที่เชื่อว่า คนร้ายน่าจะนำสิ่งของหรือวัตถุต้องสงสัยไปทิ้ง เพราะบิลลี่หายตัวไปพร้อมรถจักรยานยนต์ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2562 และวันที่ 22 - 24 พ.ค. 2562 &amp;nbsp;ดีเอสไอได้ร่วมกับม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าฯ ใช้โดรนสำรวจทางอากาศ ร่วมกับหุ่นยนต์ใต้น้ำ หรือยานยนต์สำรวจใต้น้ำ สแกนด้วยคลื่นโซนาร์ เพื่อตรวจค้นวัตถุพยานใต้น้ำบริเวณสะพานแขวน เขื่อนแก่งกระจาน นาน 6 ชม. พบวัตถุต้องสงสัย 3-4 จุด จึงนำนักประดาน้ำ จากตชด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มนุษย์กบ พบถังน้ำมันขนาด &amp;nbsp;200 ลิตร จำนวน 1 ถัง มีการเจาะรู มีลักษณะผุดำ ไหม้เป็นบางส่วน และยังพบเหล็กเส้น จำนวน 2 เส้น ถ่านไม้ จำนวน 4 ชิ้น เศษฝาถังน้ำมัน ในถังน้ำมันมีชิ้นส่วนกระดูก 2 ชิ้น บริเวณใกล้ถังน้ำมันยังพบเศษกระดูกคล้ายกระดูกมนุษย์ จึงได้รวบรวมส่งให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ทำการตรวจพิสูจน์พบว่า &amp;ldquo;วัตถุเป็นชิ้นส่วนกระดูกกะโหลกศีรษะข้างซ้ายของมนุษย์ มีรอยไหม้สีน้ำตาล ร่วมกับรอยแตกร้าว และการหดตัวของกระดูกจากการถูกความร้อนหรือถูกเผาด้วยความร้อนที่อุณหภูมิประมาณ 200 - 300 องศาเซลเซียส ตรวจพบสารพันธุกรรมตรงกับนางโพเราะจี รักจงเจริญ แม่ของบิลลี่ เป็นไมโตรคอนเดียดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นสารพันธุกรรมที่ถ่ายทอดจากแม่สู่ลูกเท่านั้น จึงยืนยันได้ว่ากะโหลกศีรษะที่พบเป็นของบิลลี่ และบิลลี่เสียชีวิตจากเหตุฆาตกรรมแล้ว&amp;rdquo;พ.ต.ท.กรวัชร์กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวอีกว่า สำหรับถังน้ำมันที่ใช้บรรจุกะโหลกศรีษะของบิลลี่ ดีเอสไอได้ส่งให้ศูนย์พิสูจน์หลักฐานภาค 7 ตรวจพิสูจน์หาร่องรอยการผ่านความร้อนและการผุกร่อน ส่วนชิ้นส่วนกระดูกเพิ่มเติมอีก &amp;nbsp;20 ชิ้น ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ &amp;nbsp;แม้จะสรุปได้ว่าบิลลี่เสียชีวิตแล้ว แต่ยังไม่ทราบวิธีที่ทำให้ตาย โดยศพถูกนำมาเผาทำลายเพื่ออำพรางคดี &amp;nbsp;แม้จะพอรู้ตัวกลุ่มผู้ต้องสงสัย แต่ยังขอเวลาให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานให้ชัดเจน และจะเชื่อมโยงวัตถุพยานในที่เกิดเหตุว่าเกี่ยวข้องกับบุคคลใดบ้าง โดยเฉพาะเหล็กเส้น 2 เส้นจากเสาตอม่อ &amp;nbsp;และพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายที่กระทำผิดครั้งนี้เข้าข่ายลักษณะเป็นการฆาตกรรมโดยทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหายที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงตามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ (International Convention for the Protection of All Persons from Enforced Disappearance: CED)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วรวีร์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ได้ส่งชิ้นส่วนมนุษย์ที่ได้รับจากดีเอสไอไปตรวจพิสูจน์และวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ พบว่าเป็นกะโหลกมนุษย์ด้านท้ายทอยค่อนมาทางหูชั้นใน ตรงนี้เป็นส่วนสำคัญหากไม่ได้อยู่ในร่างกายแสดงว่าผู้นั้นเสียชีวิตแล้ว กระดูกมีรอยไหม้แตกร้าว โดยเจ้าหน้าที่ได้ใช้เวลานานในการสกัดสารพันธุกรรมจากกระดูกเนื่องจากถูกเผาไหม้และทิ้งอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานาน ผลการตรวจสอบพบความสัมพันธ์สืบทอดทางสายโลหิตกับมารดา จึงสรุปได้ว่ากะโหลกที่พบเป็นของบิลลี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสว่างทิตย์ กล่าวว่า การตรวจค้นใต้น้ำตามพิกัดที่ดีเอสไอแจ้งในพื้นที่ 100 เมตร โดยใช้เวลา 6 ชั่วโมง พบชิ้นส่วนกระดูกขนาดใหญ่ 4 ชิ้น จึงขยายพื้นที่ค้นหาออกไปอีก 30 เมตร และพบชิ้นส่วนหลักฐานความยาวขนาด 30 ซ.ม.ขึ้นไป ซึ่งยังไม่สามารถระบได้ว่าเป็นวัตถุประเภทใด แต่ถือว่าเป็นชิ้นส่วนต้องสงสัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจได้อย่างไรว่าเป็นกะโหลกของบิลลี่ไม่ใช่ของญาติพี่น้องคนอื่นๆ พ.ต.ท. เสฏฐ์สถิตย์ กล่าวว่า ดีเอสไอกังวลถึงข้อโต้แย้งดังกล่าวมาตลอด จึงได้รวบรวมหลักฐานให้ชัดเจนที่สุด โดยยืนยันได้ว่าพี่น้องร่วมสายโลหิตของบิลลี่ ยังมีชีวิตอยู่ครบทุกคน จนถึงปัจจุบันยังไม่มีใครเสียชีวิต มีเพียงบิลลี่เท่านั้นที่หายตัวไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44916</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีบิลลี่, ดีเอสไอ, แก่งกระจาน, โครงกระดูก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190903/image_big_5d6e25a4456f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝรั่งเศสเปิดประมูลโครงกระดูกไดโนเสาร์ ตัวละ 54 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จัดประมูลโครงกระดูกไดโนเสาร์ &amp;quot;ไดพลอโดคัส&amp;quot; และ &amp;quot;อัลโลซอรัส&amp;quot; ที่กรุงปารีส เคาะที่ราคาตัวละกว่า 1.4 ล้านยูโร หรือราว 54 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงกระดูกไดโนเสาร์ยุคจูราสสิก (161-145 ล้านปีก่อน) ขวาคือไดพลอโดคัส และซ้าย อัลโลซอรัส จัดแสดงเมื่อวันที่ 6 เมษายน ก่อนเปิดให้ประมูลที่กรุงปารีส เมื่อวันพุธที่ผ่านมา&amp;nbsp; / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปารีส (เอเอฟพี) / บริษัทประมูล ดูร์โอต์ ของฝรั่งเศสจัดประมูลโครงกระดูกไดโนเสาร์ 2 ตัวที่กรุงปารีส เมื่อวันพุธที่ 11 เมษายน 2561 โดยผู้ชนะประมูลโครงกระดูกไดโนเสาร์ทั้ง 2 ตัวเป็นผู้ซื้อชาวต่างชาติ ประมูลไปด้วยราคาที่ยอดเยี่ยมสำหรับโครงกระดูกไดโนเสาร์ แม้จะไม่ได้ทำลายสถิติโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงกระดูกของไดพลอโดคัส ที่เป็นไดโนเสาร์กินพืช มีความยาวตั้งแต่จมูกถึงหาง 12 เมตร ชนะประมูลไปด้วยราคา 1.44 ล้านยูโร หรือราว 55.43 ล้านบาท ส่วนโครงกระดูกของอัลโลซอรัส ที่เป็นไดโนเสาร์นักล่าขนาดเล็ก โครงกระดูกที่นำออกประมูลความยาวเพียง 3.8 เมตร ผู้ชนะประมูลรายนี้ซื้อไปด้วยราคา 1.41 ล้านยูโร ไดโนเสาร์ทั้ง 2 ชนิดอาศัยอยู่ในโลกช่วงปลายยุคจูราสสิก หรือราว 150 ล้านปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแต่ละปีมีโครงกระดูกไดโนเสาร์นำออกประมูลราว 5 ตัว ส่วนใหญ่ผู้ชนะประมูลเป็นนักสะสมที่เป็นมหาเศรษฐีหรือพิพิธภัณฑ์ในยุโรปและสหรัฐ ด้านลาโคโพ บรีอาโน ผู้เชี่ยวชาญในการขายฟอสซิล เผยกับเอเอฟพีว่า ปัจจุบันการสะสมโครงกระดูกไดโนเสาร์กลายเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมไม่ต่างจากการสะสมภาพจิตรกรรม ดาราฮอลลีวูดอย่างลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ และนิโคลัส เคจ ก็เป็นนักสะสมโครงกระดูกไดโนเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2540 แมคโดนัลด์และวอลท์ดิสนีย์ร่วมกันบริจาคเงิน 8.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซื้อโครงกระดูกไดโนเสาร์ชื่อ &amp;quot;ซู&amp;quot; ที่เป็นโครงกระดูกไทรันโนซอรัสที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุด โดยนำมาตั้งโชว์ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาในชิคาโก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7013</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประมูล, อัลโลซอรัส, โครงกระดูก, ไดพลอโดคัส, ไดโนเสาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180412/image_big_5acf641e73678.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
