<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 06:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 06:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ที่ปรึกษาศบค.เปิดเบื้องหลังเหตุ&#039;โมเดอร์น่า&#039;โก่งราคาให้ซื้อในราคาแพงและรอนานมากโดยยังไม่ได้ของ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15ต.ค.64-ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ทีมโควิด ของรัฐบาลไบเด้น ออกมาขู่โมเดอร์น่า ว่าให้ผลิตวัคซีนให้มากขึ้น ไม่อย่างนั้นอาจต้องใช้กฎหมายบังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดวิด เคสเลอร์ หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ทีมโควิด ของรัฐบาลไบเด้น บอกว่าได้ย้ำเตือนความจำของบริษัทโมเดอร์น่าไปแล้ว ทวงบุญคุณกันตรงๆ ว่าที่บริษัทผลิตวัคซีนออกมาสำเร็จ ก็ด้วยเงินช่วยเหลือจำนวน 10,000 ล้านดอลล่าร์ จากภาษีคนอเมริกัน ดังนั้นขอให้หยุดผลิตวัคซีนเพื่อขายให้เฉพาะประเทศรวย แล้วให้มาผลิตวัคซีนในราคาทุนให้กับรัฐบาลอเมริกาเพื่อนำไปบริจาคให้ประเทศยากจน และส่งเข้าช่วยโครงการ COVAX ซึ่งโมเดอร์น่ามีศักยภาพที่จะผลิตได้ถึงพันล้านโดสในระยะเวลาไม่นาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อย่าคิดว่ารัฐบาลไม่มีอำนาจที่จะบังคับ...บริษัทวัคซีนต่างๆรู้ดีว่าเรามีอำนาจ และไม่กลัวที่จะใช้&amp;quot; ซึ่งอเมริกาได้ออกกฎหมายชื่อ Defense Production Act ที่ให้อำนาจประธานาธิบดีในการจัดสรรวัคซีนของบริษัทเอกชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการที่รัฐบาลไบเด้นต้องออกโรงมาข่มขู่ ก็เพราะได้รับแรงกดดันมากขึ้นทุกทีจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะ NGO ภาคประชาชน และสื่อฟากลิเบอรัล (เช่น NY Times) ที่เป็นฐานเสียงสนับสนุนสำคัญของพรรคเดโมแครต ว่าไม่ทำอะไรมากพอในการกดดันให้บริษัทวัคซีนช่วยประเทศยากจนให้มากกว่านี้&amp;nbsp; โดยที่ผ่านมา มีประเทศรายได้ต่ำได้วัคซีนโมเดอร์น่าไปเพียง 1 ล้านโดสเท่านั้น ส่วนประเทศรายได้ปานกลางอย่างไทยและอีกหลายประเทศก็ถูกโก่งราคาให้ซื้อในราคาแพงกว่าที่ขายในสหรัฐ และอย่างที่เรารู้ก็คือ ... รอนานมากโดยยังไม่ได้ของ แต่ประเทศที่ได้ไปคือประเทศรวย เช่นยุโรป
...................
ดังนั้นใครที่รอโมเดอร์น่าว่าทำไมไม่มาเสียที ด่ารัฐบาล ด่าองค์การเภสัชฯ ว่าทำงานห่วยแตก เสียเงินไปแล้วไม่ได้ของ และก็ไม่รู้จะได้เมื่อไหร่ วางแผนอนาคตตัวเองไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรุณาช่วยอ่านข่าวต่างประเทศกันด้วยนะครับ ว่าทั่วโลกเขาก็รอเหมือนกัน รัฐบาลอเมริกาก็ยังต้องรอจนต้องออกมาขู่ ... จนตอนนี้ ในสายตาของหลายๆคน โมเดอร์น่า จะกลายร่างจาก &amp;quot;เทพ&amp;quot; เป็น &amp;quot;ผู้ร้าย&amp;quot; ไปแล้ว สภาพพพพพ!
https://www.axios.com/covid-vaccine-moderna-biden-global...
https://www.nytimes.com/.../moderna-covid-vaccine.html&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119774</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายDefense Production Act, ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต, วัคซีน โมเดอร์น่า, โครงการ COVAX</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_6168be6c82ba4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111457</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 21:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 21:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อังกฤษ&#039; ประกาศบริจาควัคซีนแอสตราฯ 4.1 แสนโดส ส่งถึงไทยเดือนส.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.64 - เพจเฟซบุ๊ก UK in Thailand ของสถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย โพสต์คลิปวิดีโอ &amp;quot;มาร์ค กูดดิ้ง&amp;quot; ว่าที่เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย พร้อมข้อความระบุว่า อังกฤษประกาศบริจาควัคซีนแอสตราเซเนกา 415,000 โดส แก่ประเทศไทย พร้อมนำส่งถึงไทยในเดือนหน้า⁣&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัปดาห์นี้สหราชอาณาจักรจะเริ่มส่งออกวัคซีนโควิด-19 จำนวน 9 ล้านโดสบริจาคให้ทั่วโลกเพื่อช่วยรับมือปัญหาการระบาด ในจำนวนนี้ 5 ล้านโดสจะบริจาคเข้าโครงการ COVAX ส่วนอีก 4 ล้านโดสแบ่งบริจาคโดยตรงให้ประเทศต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทั่วโลกเข้าถึงวัคซีนได้อย่างเท่าเทียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เว็บไซต์&amp;nbsp;https://www.gov.uk/government/news/uk-begins-donating-millions-of-covid-19-vaccines-overseas.th&amp;nbsp;ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโดมินิก ราบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาของสหราชอาณาจักรประกาศวันนี้ (28 ก.ค. 64) ว่าสัปดาห์นี้สหราชอาณาจักรจะเริ่มส่งออกวัคซีนโควิด-19 จำนวน 9 ล้านโดสให้ทั่วโลกเพื่อช่วยรับมือปัญหาการระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในจำนวนนี้ 5 ล้านโดสจะบริจาคเข้าโครงการ COVAX ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทั่วโลกเข้าถึงวัคซีนได้อย่างเท่าเทียม โดย COVAX จะเร่งแจกจ่ายวัคซีนเหล่านี้ให้ประเทศรายได้ต่ำผ่านระบบการจัดสรรอย่างเป็นธรรม ซึ่งให้ความสำคัญกับการจัดหาวัคซีนแก่ผู้ที่มีความจำเป็นมากที่สุดก่อน ส่วนอีก 4 ล้านโดสจะบริจาคให้กับประเทศต่าง ๆ ที่มีความจำเป็นโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยจะได้รับบริจาคจำนวน 415,000 โดส อินโดนีเซีย 600,000 โดส จาเมกา 300,000 โดส และเคนยา 817,000 โดส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนที่บริจาคนี้เป็นวัคซีนออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า ผลิตโดย Oxford Biomedica และบรรจุในเมือง Wrexham ในตอนเหนือของเวลส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัคซีนที่บริจาคนี้เป็นชุดแรกจากจำนวนทั้งสิ้น 100 ล้านโดสที่นายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันประกาศในการประชุมสุดยอดผู้นำจี 7 เมื่อเดือนที่แล้วว่าสหราชอาณาจักรจะบริจาคให้ครบภายในปีหน้า โดยจะบริจาคให้ได้ 30 ล้านโดสภายในปีนี้ และจากในจำนวนนี้ 80 ล้านโดสจะบริจาคเข้าโครงการ COVAX ทั้งนี้บรรดาผู้นำจี 7 ต่างให้คำมั่นว่าจะช่วยกันให้ทั่วโลกได้ฉีดวัคซีนและหยุดยั้งการระบาดให้ได้ในปี 2022&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายโดมินิก ราบ รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศและการพัฒนาแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวว่า สหราชอาณาจักรจะจัดส่งวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าจำนวน 9 ล้านโดส ซึ่งเป็นชุดแรกจากทั้งสิ้น 100 ล้านโดสที่เราสัญญาไว้ว่าจะบริจาค เพื่อให้ประชาชนในส่วนต่าง ๆ ของโลกที่เปราะบางที่สุดได้รับวัคซีนโดยเร่งด่วน เราบริจาควัคซีนเพื่อช่วยประชาชนกลุ่มเปราะบางที่สุด แต่ขณะเดียวกันก็เพราะเราทราบดีว่าเราจะไม่มีทางปลอดภัยจนกว่าทุกคนจะปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักรยืนอยู่แนวหน้าของโลกในการรับมือกับการระบาดของโควิด-19 รวมทั้งด้วยการทุ่มเงิน 90 ล้านปอนด์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาวัคซีนออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า จนถึงปัจจุบันได้มีการจัดส่งวัคซีนนี้ให้ทั่วโลกไปแล้วกว่า 500 ล้านโดสในราคาทุนโดยไม่มีผลกำไร และในจำนวนนี้ถึงสองในสามได้จัดส่งให้แก่กลุ่มประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สหราชอาณาจักรเองเป็นผู้ริเริ่มความพยายามในการจัดตั้ง COVAX เมื่อปี 2020 โดยได้มอบเงินไปทั้งสิ้น 548 ล้านปอนด์เพื่อสนับสนุนการจัดหาวัคซีนให้กับกลุ่มประเทศรายได้ต่ำ โครงการนี้จัดส่งวัคซีนไปแล้วกว่า 152 ล้านโดสในกว่า 137 ประเทศและดินแดน รวมทั้งประเทศรายได้ปานกลาง-ต่ำ 83 ประเทศ โดยร้อยละ 65 ของวัคซีนชุดแรกที่บริจาคก็คือวัคซีนออกซฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า ทั้งนี้ โครงการ COVAX มีเป้าหมายจัดส่งวัคซีน 1,800 ล้านโดสให้ประเทศรายได้ต่ำทั่วโลกภายในต้นปี 2022&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111457</URL_LINK>
                <HASHTAG>มาร์ค กูดดิ้ง, วัคซีนแอสตราเซเนกา, สถานทูตอังกฤษ, สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย, สหราชอาณาจักร, โครงการ COVAX, โครงการโคแวกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_61016bba98401.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 08:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 06:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;จาตุรนต์&#039;ฟันธงแผนการฉีดวัคซีนล่มแล้ววิกฤติใหญ่กำลังจะมา ชง4ข้อหาวัคซีน  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ก.ค.64 -&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ(ทษช.) โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า
แผนวัคซีนล่มแล้ว
วิกฤตใหญ่กำลังจะมา &amp;nbsp;
รัฐบาลจะนิ่งเฉยไม่ได้ &amp;nbsp;
.
รัฐบาลอนุมัติซื้อวัคซีนครั้งล่าสุดเป็นเงินประมาณ 6,000 ล้านบาท ตามแผนที่ลักไก่ประกาศมาทีละขั้นๆ รัฐบาลจะใช้วัคซีนซิโนแวคประมาณ 40 ล้านโด๊ส ซึ่งหมายความว่ายังจะให้อีกกว่า 30 ล้านโดส
แต่วงการแพทย์ก็พบว่าซิโนแวค ทำให้เกิดภูมิต้านทานไวรัสชนิดสายพันธุ์ต่างๆ ได้ไม่ดี ล่าสุดประชาชนก็ไม่ยอมรับและไม่ยอมฉีดวัคซีนยี่ห้อนี้กันแล้ว
เท่ากับเราอาจไม่สามารถใช้วัคซีนซิโนแวค 30 กว่าล้านโดสนี้ตามแผนได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดที่ รมช.สาธารณสุข ออกมาชี้แจงว่าแอสตราเซเนกาขยายเวลาส่งมอบเป็น พ.ค. 65 .. นี่เรื่องใหญ่มาก
ที่น่าแปลกประหลาดมาก &amp;ldquo;ข้อแรก&amp;rdquo; คือ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมให้รัฐมนตรีช่วยฯ มาชี้แจงแทนที่จะเป็นรัฐมนตรีว่าการฯ หรือนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้อที่สอง&amp;rdquo; รมช.สาธารณสุข บอกว่า ที่ทำสัญญากันไว้ไม่ได้กำหนดเวลาส่งมอบ ซึ่งก็แปลกประหลาดอีก และที่ขยายเวลาไปจนถึง พ.ค.65 ก็ไม่มี timeline ว่าจะส่งมอบเดือนไหนและจำนวนเท่าไหร่
คำนวณคร่าวๆ ก็อาจเป็นไปได้ว่าในปีนี้ แอสตราเซเนกา คงส่งมอบวัคซีนได้ประมาณครึ่งหนึ่งหรือ 30 ล้านโด๊ส
จนถึงป่านนี้ยังไม่มีใครในรัฐบาลออกมาบอกว่าจะแก้ปัญหานี้ยังไง ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีคนเสนอให้รัฐบาลใช้อำนาจตามกฎหมาย ห้ามส่งออกวัคซีนไปต่างประเทศจนกว่าจะส่งมอบให้ไทยได้ ก็ไม่ทราบว่าจะเป็นผลดีหรือไม่ และ ไม่ทราบว่าถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จะสามารถผลิดวัคซีนตามแผนที่ขยายเวลาออกไปได้หรือไม่ด้วย
บางคนก็เสนอให้ฟ้องแอสตราเซเนกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อไม่ได้กำหนดในสัญญาว่าจะต้องส่งมอบภายในเมื่อไหร่ ก็ไม่ทราบจะฟ้องว่ายังไง หากฟ้องได้ก็ไม่ทราบว่าฟ้องแล้วจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แอสตราเซเนกาก็คงไปไล่เบี้ยเอากับ สยามไบโอไซเอนซ์ ถ้าจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้รัฐบาลไทยก็คงต้องไปบังคับให้บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์จ่ายเงินให้รัฐบาล แล้วถ้าสยามไบโอไซเอนซ์ไม่มีเงิน จะมีอยู่ 600 ล้านบาทก็เป็นเงินที่รัฐบาลให้ไป
กลายเป็นสยามไบโอไซเอนซ์ตกเป็นตัวประกันของเรื่องนี้ไปเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางออกในเรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นรัฐบาลจะหาวัคซีนให้ได้เร็วที่สุดได้อย่างไรมากกว่า
เมื่อรวมวัคซีนซิโนแวค 30 กว่าล้านโดสที่มีปัญหากับแอสตราเซเนกาที่ถูกเลื่อนออกไปอีกประมาณ 30 ล้านโด๊ส หมายความว่าในปี 64 นี้เราจะขาดวัคซีนไปประมาณ 60 ล้านโดส ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก
เท่ากับแผนการฉีดวัคซีนของรัฐบาลล่มแล้ว
ถ้าไม่รีบแก้ไข ไม่ว่าการจะฉีดให้ประชาชน 70% หรือแม้แต่ 50% ในปีนี้หรือต้นปีหน้าก็ไม่มีทางเป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่รัฐบาลต้องรีบทำด่วนที่สุดก็คือการหาวัคซีน 60 ล้านโดสมาแทนวัคซีนที่ขาดไป และถ้ายังไม่พอที่จะควบคุมการแพร่ระบาดและเปิดประเทศได้ ก็อาจต้องหาวัคซีนมาให้มากกว่านั้นด้วยวิธีการดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เจรจากับแอสตราเซเนกาและสยามไบโอไซเอนซ์ว่าจะช่วยกันแก้ปัญหาได้อย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เข้าร่วมโครงการ COVAX เพื่อขอความร่วมมือช่วยหลือในการหาวัคซีนโดยอาจเริ่มจากการขอแลกวัคซีนอื่นกับซิโนแวค 30 ล้านโดสซึ่งสามารถใช้ในประเทศที่ไม่มีสายพันธุ์แรงๆ หรือรัฐบาลไทยอาจจะบริจาควัคซีนนี้ให้ประเทศยากจนไป แล้วขอให้ COVAX ช่วยหาช่องทางในการซื้อวัคซีนอื่นให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. รัฐบาลลงมือประสานติดต่อกับประเทศต่างๆ ที่มีวัคซีนคุณภาพ โดยใช้ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ดีต่อกัน ทั้งระหว่างรัฐต่อรัฐ รัฐกับเอกชนและเอกชนกับเอกชน รวมทั้งช่องทางทางธุรกิจเพื่อซื้อวัคซีนคุณภาพมาให้ได้มากที่สุดเร็วที่สุด วิธีนี้น่าจะได้วัคซีนมากกว่าที่ภาคเอกชนไทยทำอยู่อีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.สั่งให้ อย. เป็นฝ่ายริเริ่มทำงานเชิงรุกรับรองวัคซีนคุณภาพยี่ห้อต่างๆ ให้มากขึ้นโดยเร็ว และรัฐบาลสนับสนุนให้ภาคเอกชนและหน่วยงานของรัฐนำเข้าวัคซีนคุณภาพเข้ามาได้โดยไม่จำกัดว่าจะซ้ำกับที่รัฐบาลนำเข้าหรือไม่ สั่งให้หน่วยงานของรัฐหยุดทำตัวเป็นอุปสรรคขัดขวางภาคเอกชนและหันมาสนับสนุนให้บริการภาคเอกชนและประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์มาถึงขั้นนี้ เข้าขั้นวิกฤตสุดๆ แล้ว ถ้ารัฐบาลไม่ทำอะไร ประเทศไทยกำลังจะเป็นประเทศเดียวที่ไม่ถึงกับยากจน แต่กลับจะรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยไม่ฉีดวัคซีนให้ประชาชนส่วนใหญ่ไปอีกเป็นปี ซึ่งจะเกิดความเสียหายใหญ่หลวงแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลับจากสมุย รีบมาวางแผนได้แล้ว นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109892</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉานแสง, วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า, แผนการฉีดวัคซีน, โครงการ COVAX</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_6084c107b9813.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105536</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 12:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘โควิด-19’ สัญญาณเตือนว่าอนาคตกำลังไล่ล่า ไม่เหลือเวลาให้ความเปราะบางในชุมชนอีกต่อไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มหันตภัยด้านสุขภาพที่กำลังคุกคามมนุษยชาติอยู่ในขณะนี้ กำลังบอกกับเราว่า โลกใบเก่าที่เราคุ้นชินอยู่ในขณะนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และในอนาคตอันใกล้ อาจเกิดวิกฤตการณ์ครั้งใหม่ขึ้นได้ทุกเมื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โควิด-19 คือภาพสะท้อนของ One World, One Destiny หรือ &amp;ldquo;โลกที่มีชะตากรรมเดียวกัน&amp;rdquo; ทุกคนถูกผูกติดกันอย่างไม่อาจแยกขาด ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในซีกโลกหนึ่งสามารถส่งผลกระทบมาถึงอีกซีกโลกหนึ่งได้อย่างทันทีทันใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การดำรงอยู่ในยุคสมัยที่อนาคตกำลังไล่ล่าจึงไม่ง่าย การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือวิกฤตการณ์ในทุกระดับคือหนทางเดียวที่จะช่วยให้เราหยัดอยู่บนโลกใบใหม่นี้ต่อไปได้ ซึ่งแน่นอนว่า คงไม่ใช่การดำเนินการโดยใครหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เพราะนั่นมีขนาดเล็กเกินไป เมื่อเทียบกับขนาดของปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โควิด-19 จึงเรียกร้องให้เกิดการสานพลังความร่วมมือ หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือโครงการ COVAX ขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ระดมสรรพกำลังในการผลิต-กระจายวัคซีนอย่างเป็นองค์รวม ตลอดจนการเปิดโครงการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวัคซีนภายในโครงการ COVAX ซึ่งเป็นกลไกการเยียวยาระดับโลก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาพเล็กลงมาระดับประเทศ เราได้เห็นรูปธรรมการข้ามผ่านสถานการณ์อันเลวร้ายของ &amp;ldquo;ชุมชนแออัดคลองเตย&amp;rdquo; คลัสเตอร์การแพร่ระบาดขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งก็เป็นผลพวงมาจากจับมือร่วมแรงร่วมใจกันในการสู้วิกฤตของทุกภาคส่วน ทั้งชุมชน ประชาสังคม เอกชน และรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในห้วงยามที่เราต้องหันกลับมาพูดเรื่อง &amp;ldquo;กระบวนการการมีส่วนร่วม&amp;rdquo; เพื่อฝ่าฟันวิกฤต ปรากฏชื่อของ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) องค์กรสานพลังที่จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มีหน้าที่ชักชวนภาคีเครือข่ายเข้ามาร่วมขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ เพื่อทำให้เรื่องที่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้-ให้เป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) บอกว่า โควิด-19 ทำให้เรามองเห็นสภาพความเป็นจริงของประเทศไทย มองเห็นโอกาสและข้อจำกัด ที่สำคัญคือมองเห็นความสำคัญของกระบวนการการมีส่วนร่วมอย่างที่ถึงที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ทุกวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงโควิด-19 เราจะพบว่าประชาชน-ภาคีระดับพื้นที่คือกำลังสำคัญในการหนุนเสริมให้มาตรการของรัฐบาลประสบผลสำเร็จ เพราะลำพังรัฐบาลหรือการสั่งการแบบบนลงล่างเพียงอย่างเดียว อาจไม่สอดคล้องกับความจริงในปัจจุบันสักเท่าใดนัก&amp;rdquo; เลขาธิการ คสช.ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ประทีป ยกตัวอย่างโดยอ้างอิงการดำเนินการใน 2 พื้นที่ชุมชนแออัด ได้แก่ ชุมชนคลองเตย และชุมชนวังทองหลาง ซึ่ง สช. ได้มีส่วนเข้าไปช่วยสนับสนุนและสานพลังความร่วมมือในสถานการณ์วิกฤต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในขณะที่ชุมชนคลองเตยเกิดการระบาดเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ เรารับรู้ทันทีว่าหากไม่สามารถตัดวงจรการระบาดได้ สถานการณ์จะบานปลายเกินกว่าการควบคุม เราจึงชักชวน กทม. กระทรวงสาธารณสุข สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ภาคประชาสังคม และผู้นำชุมชนคลองเตยมาวางแผนกันอย่างเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สิ่งแรกที่ต้องทำคือการแยกตัวผู้ติดเชื้อโควิด-19 ออกมาจากครัวเรือนก่อน ทางชุมชนก็ได้ใช้พื้นที่ในวัดสะพานตั้งเป็นศูนย์พักคอยใกล้บ้านใกล้ใจ ทำหน้าที่เป็นจุดรับรองผู้ติดเชื้อเพื่อรอการส่งต่อไปรักษาต่อในโรงพยาบาล ศูนย์แห่งนี้บริหารงานโดยคณะกรรมการชุมชน มีการจัดระบบการสื่อสาร จัดระบบการประสานเตียง เก็บข้อมูล ขณะเดียวกันก็มีการประสานความร่วมมือจากองค์กรภายนอกเพื่อขอรับการสนับสนุน เช่น อาหาร อุปกรณ์ป้องกันโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;การเกิดขึ้นของศูนย์พักคอยฯ จึงเป็นการหนุนเสริมให้ภาครัฐทำงานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น สามารถจัดรถพยาบาลเข้ามารับตัวผู้ป่วยออกไปรักษาต่อได้ทันที โดยที่ไม่ต้องฝ่าเข้าไปในชุมชน มากไปกว่านั้นคือสามารถประสานงานกับชุมชนได้อย่างรวดเร็ว ทราบสถานการณ์และความต้องการที่แท้จริง นำไปสู่การวางแผนหรือตระเตรียมมาตรการในลำดับต่อไปได้&amp;rdquo; นพ.ประทีป อธิบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ.ประทีป บอกเล่าต่อไปถึงการดำเนินงานของชุมชนวังทองหลาง ซึ่งมีจุดแข็งคือความพร้อมของ &amp;ldquo;ระบบฐานข้อมูลชุมชน&amp;rdquo; โดยชุมชนแห่งนี้ได้จัดทำฐานข้อมูลขึ้นมาตั้งแต่เกิดการระบาดในระลอกแรก และถึงแม้ว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย แต่ทางชุมชนยังได้ติดตามและอัพเดทฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบันเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ฐานข้อมูลเหล่านั้นมีทั้งที่ตั้งของครัวเรือน จำนวนประชากร อายุ อาชีพ รายได้ ฉะนั้นทันทีที่เกิดการระบาดในระลอก 3 ชุมชนวังทองหลางจึงนำฐานข้อมูลเหล่านั้นมาต่อยอดไปสู่การกำหนดมาตรการต่างๆ ตลอดจนการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกเพื่อขอรับการสนับสนุนอย่างตรงจุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;จากที่ได้คุยกับผู้นำชุมชนวังทองหลาง ท่านบอกว่าฐานข้อมูลคือสิ่งสำคัญที่สร้างความเชื่อมั่นให้คนภายนอกสามารถเข้ามาสนับสนุน และยังเป็นเครื่องมือสำหรับใช้จัดสรรงานให้กับจิตอาสาได้ตรงตามความชำนาญของแต่ละคนด้วย นี่เป็นอีกตัวอย่างของความเข้มแข็งชุมชนที่ช่วยหนุนเสริมการทำงานของรัฐบาลในภาวะวิกฤตได้เป็นอย่างดี&amp;rdquo; นพ.ประทีป อธิบาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เลขาธิการ คสช. กล่าวต่อไปว่า นอกเหนือจากการรับมือวิกฤตการณ์แบบเฉพาะหน้าโดยมีชุมชนเป็นฐานที่มั่นสำคัญดังที่ได้ยกตัวอย่างแล้ว ในระยะยาวจำเป็นต้องมีการพัฒนานโยบายสาธารณะขึ้นมา ซึ่งในปี 2564 สช.ได้ชักชวนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเข้ามาถกแถลงและร่อนตะแกรงความคิด เพื่อร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์และความท้าทายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายตกผลึกมาเป็น 3 เรื่องสำคัญ หรือ 3 ระเบียบวาระ ที่จะเข้าสู่การพิจารณาในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 14 ประกอบด้วย 1. การสร้างเสริมสุขภาวะสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนในวิกฤตโควิด-19 2. การคุ้มครองการเข้าถึงบริการสุขภาพของกลุ่มประชากรเฉพาะในภาวะวิกฤตอย่างเป็นธรรม 3. การจัดการการสื่อสารอย่างมีส่วนร่วมในวิกฤตสุขภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งสามประเด็นนี้ จะได้รับการพิจารณาและได้รับข้อเสนอแนะจากสมาชิกสมัชชาสุขภาพฯ และผู้เข้าร่วม ทั้งในห้องประชุม (On-site) และผ่านทางระบบ Online จากทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 15-16 ธันวาคมนี้ ณ ห้องประชุมใหญ่ ทีโอที ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. ก่อนแสวงหาฉันทมติร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อความเข้มแข็งของชุมชนคือยุทธศาสตร์ในการตอบโต้วิกฤตการณ์ ผมคิดว่าเวทีสมัชชาสุขภาพฯ จะทำหน้าที่เชื่อมร้อยการทำงานและถักทอความสัมพันธ์ระหว่าง &amp;ldquo;ระดับชาติ-ส่วนกลาง&amp;rdquo; เข้ากับ &amp;ldquo;ระดับพื้นที่-ชุมชน&amp;rdquo; อย่างเป็นเนื้อเดียวกันได้&amp;rdquo; นพ.ประทีป ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สุดแล้ว หากที่ประชุมให้ฉันทมติร่วมกัน และมีพันธะสัญญาร่วมกันในการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพฯ ทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่ เชื่อมั่นว่า ชุมชนและประเทศไทยจะมีความเข้มแข็ง และมีความพร้อมในการรับมือวิกฤตการณ์ที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105536</URL_LINK>
                <HASHTAG>One World One Destiny, กทม., กระจายวัคซีน, กระทรวงสาธารณสุข, กระบวนการการมีส่วนร่วม, การสานพลังความร่วมมือ, คุกคามมนุษยชาติ, นพ.ประทีป ธนกิจเจริญ, พ.ร.บ. สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550, มหันตภัยด้านสุขภาพ, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.), สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 14, สัญญาณเตือน, สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.), องค์การอนามัยโลก (WHO), เยียวยาระดับโลก, เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ, โครงการ COVAX, โควิด-19, โลกที่มีชะตากรรมเดียวกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bda5b500c6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;แรมโบ้&#039;ซัด&#039;จาตุรนต์&#039;บิดเบือนข้อมูลวัคซีนจนกลายเป็นนักการเมืองไร้คุณภาพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 มิ.ย.64 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี​ กล่าวถึงกรณีนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์ถึงการไม่เข้าร่วมโครงการ COVAX ของประเทศไทยว่า​ เรื่องนี้ทั้งนายกฯและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงไปแล้วว่าไม่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้วัคซีนฟรี ขณะเดียวกันตนเองก็มองว่าขณะนี้ประเทศไทยได้มีวัคซีนที่ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งวัคซีนซิโนแวค ที่องค์การเภสัชกรรม หรือ อภ.ได้ชี้แจงแล้วว่าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม จัดหาและนำเข้าวัคซีนซิโนแวคมาแล้ว 6 ล้านโดส และภายในเดือนมิถุนายนนี้จะนำเข้ามาอีก 3 ล้านโดส และมีอีก 10-15 ล้านโดสที่ได้ทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลจีนบริจาคอีก 1 ล้านโดส ซึ่งจะทยอยส่งมอบในระยะต่อไป​ รวมถึงขณะนี้ยังมีวัคซีนแอสตราเซนเนกา ที่เลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิต และเป็นวัคซีนหลักที่รัฐบาลจัดหาเพื่อกระจายแก่ประชาชน จะทยอยส่งมอบในปีนี้ตั้งแต่เดือน มิ.ย.-ธ.ค. 2564 จำนวน 61 ล้านโดส&amp;nbsp; มีวัคซีนที่ อย.อนุมัติการขึ้นทะเบียนแล้ว คือจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน&amp;nbsp; วัคซีนโมเดอร์นา และวัคซีนซิโนฟาร์ม นอกจากนี้ยังมีวัคซีนไฟเซอร์ จำนวน 20 ล้านโดส&amp;nbsp; ขณะนี้อยู่ระหว่างต่อรองเงื่อนไขสัญญา คาดว่าจะเข้ามาประเทศไทยในช่วงไตรมาสที่ 3 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล​ กล่าวว่า ยืนยันว่าวัคซีนมีเพียงพอสำหรับประชาชนคนไทยอย่างแน่นอน และจะเป็นไปตามแผนที่รัฐบาลได้วางเอาไว้อย่างแน่นอน เฉพาะปีนี้รัฐบาลจะจัดหาวัคซีนทั้งสิ้น 100 ล้านโดส ครอบคลุมประชาชน 50 ล้านคน หรือ 70% ของประชาชนทั้งประเทศ และครบทั้ง 100% ในปีต่อไป และจะมีการจัดหาให้ครอบคลุมถึงชาวต่างชาติที่ทำงานและอาศัยในประเทศไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับการจัดหาวัคซีน ที่จะให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกัน&amp;nbsp; และขอนายจาตุรนต์อย่ากังวล นายกฯ รัฐบาล จัดหาวัคซีนให้กับประชาชนเพียงพออย่างแน่นอน พร้อมขออย่าตำหนินายกฯ รัฐบาล เพียงอย่างเดียว ทั้งที่ผ่านมานายจาตุรนต์ก็เห็นแล้วว่านายกฯ รัฐบาล ได้ทำงานหนักอย่างไรบ้าง และทำทุกอย่างอย่างเต็มที่ ซึ่งแตกต่างกับคนที่ไม่ได้ทำอะไรเพื่อชาติบ้านเมือง วันๆ มีแต่ออกมาตำหนิ กล่าวหาคนทำงาน ซึ่งนายจาตุรนต์ควรหัดทำตัวเป็นประโยชน์ต่อชาติ บ้านเมืองบ้างเช่นกัน​ อย่าเอาวัคซีนมาตีกินทางการเมืองเลย ฝ่ายค้านฝ่ายแค้นคงตกงานว่างงานมากจึงพยายามตีกินเรื่องวัคซีน ประชาชนเข้าใจรัฐบาลดีประชาชนไม่ได้โง่ เห็นฝ่ายค้านพยายามให้ข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริงตลอดมา และนายจาตุรนต์เองก็เกาะกระแสบิดเบือนไปด้วยจนกลายเป็นนักการเมืองที่ไร้คุณภาพไปในสายตาประชาชน&amp;quot;นายเสกสกล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105229</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดหาวัคซีนโควิด, จาตุรนต์ ฉานแสง, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, โครงการ COVAX</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210604/image_big_60b9a04151216.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2021 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2021 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกรัฐบาลแจงเหตุผลไทยไม่ได้สิทธิ์&#039;โคแวกซ์&#039;ลุยเจรจากับผู้ผลิตโดยตรง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14​ ก.พ.2564 &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าไทยตกขบวนรับวัคซีนฟรีจากโครงการโคแวกซ์ หรือ COVAX (ย่อมาจาก Covid-19 Vaccines Global Access Facility หรือโครงการเพื่อการเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ระดับโลก) ว่าโครงการ COVAX นั้นเกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของกลุ่มพันธมิตรความร่วมมือด้านนวัตกรรมเพื่อรับมือโรคระบาด (Coalition for Epidemic Preparedness Innovations: CEPI), องค์กรกาวี (Gavi, the Vaccine Alliance) และองค์การอนามัยโลก ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ของประเทศต่างๆ ทั่วโลกอย่างเท่าเทียมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ส่งหนังสือแสดงเจตนารมณ์เข้าร่วมตั้งแต่ช่วงต้นของโครงการแล้ว แต่เนื่องจากกรอบการจัดสรรวัคซีนและข้อตกลงการจองวัคซีนที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลกในช่วงเวลานั้น เป็นช่วงต้นของการพัฒนาวัคซีนทั้งสิ้น ซึ่งหมายความว่าแม้ว่าทำการจองไปแล้ว จะยังไม่ทราบว่าวัคซีนที่จองไปแล้วนั้นจะประสบความสำเร็จหรือไม่ การตัดสินใจของรัฐบาลเป็นการตัดสินใจอย่างรอบคอบท่ามกลางข้อจำกัดและบริบทหลายด้าน ผ่านคณะทำงานที่กระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งขึ้น ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญ ทั้งในและนอกกระทรวง ทั้งด้านวิชาการ กฎหมาย การเงิน เพื่อร่วมกันพิจารณาเงื่อนไขของการทำข้อตกลงสั่งจองวัคซีน จึงเป็นการตัดสินใจบนพื้นฐานระหว่างผลประโยชน์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เพราะอาจจะไม่ได้รับวัคซีนหากการพัฒนาไม่สำเร็จ ล่าช้า และจำเป็นต้องเสียเงินค่าจองล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ หากประเทศในอาเซียนที่จัดอยู่ในระดับที่มีรายได้ปานกลางจนถึงระดับสูง อย่างเช่น ไทย บรูไน สิงคโปร์ และมาเลเซีย จะไม่เข้าข่ายได้รับความช่วยเหลือให้ได้รับวัคซีนฟรี หรือให้ซื้อได้ในราคาถูกจากโครงการ COVAX เนื่องจากรายได้ของไทยอยู่ในระดับปานกลาง ทั้งนี้ มี 6 ประเทศในอาเซียนที่ได้รับวัคซีนฟรี ได้แก่ กัมพูชา อินโดนีเซีย ลาว เมียนมา ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ประเทศไทยหากต้องการเข้าร่วมโครงการการจัดซื้อจัดหาวัคซีนผ่าน COVAX จะต้องจ่ายเงินซื้อวัคซีนเองด้วยงบประมาณที่สูงและมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก โดยเป็นการจ่ายเงินจองล่วงหน้าไปก่อนแต่ไม่ทราบแหล่งที่มาของผู้ผลิต และไม่สามารถระบุวันเวลาที่แน่ชัดสำหรับการรับวัคซีนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุชา​ กล่าวว่า เมื่อพิจารณาถึงข้อจำกัดที่มีทั้งหมดในการเข้าร่วมโครงการ COVAX แล้ว การที่ประเทศไทยทำความตกลงซื้อวัคซีนโควิด-19 จากผู้ผลิตโดยตรงจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ เนื่องจากมีความยืดหยุ่นกว่า สามารถต่อรองราคาและเงื่อนไขได้โดยตรงกับผู้ผลิต อย่างไรก็ตาม โฆษกรัฐบาลยืนยันว่า เมื่อคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนไทยเป็นหลัก รัฐบาลไม่ปิดกั้นการเจรจากับที่ใดหาก COVAX ปรับเงื่อนไขรวมถึงข้อเสนอต่างๆ ซึ่งหากไทยเห็นว่าเป็นประโยชน์ก็ยังสามารถทำข้อตกลงผ่าน COVAX ได้ในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92956</URL_LINK>
                <HASHTAG>จัดหาวัคซีนโควิด, อนุชา บูรพชัยศรี, โครงการ COVAX, โควิด19, โคแวกซ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210126/image_big_600fe4d76e3d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
