<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 22:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สสว. เดินหน้าดันแคมเปญออนไลน์ “ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด”  ผนึกกำลัง Shopee ช่วยผู้ประกอบการ SME กว่า 1,000 ราย ฝ่าวิกฤติโควิด-19 เผยน้ำใจคนไทยช้อปสินค้าจำเป็นส่งไปจัดทำถุงยังชีพกับเครือข่ายจิตอาสา Food For Fighters ช่วยผู้เดือดร้อนในชุมชนต่างๆ ทั่วกรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายวีระพงศ์&amp;nbsp; มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ปีนี้ สสว. ได้ร่วมกับ 6 หน่วยงานพันธมิตรร่วมดำเนินการ ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์&amp;nbsp;มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา&amp;nbsp;และสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ปีงบประมาณ 2564 กิจกรรมเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการออนไลน์ด้วยดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านธุรกิจออนไลน์ให้กับผู้ประกอบการ โดยระดมความรู้ทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ&amp;nbsp; การทำตลาดออนไลน์ในทุกมิติ พร้อมกลยุทธ์การตลาดแบบดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง แพลน เชิงลึก โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้สามารถเปิดร้านค้าใหม่ได้ 2,500 ร้านค้า อบรมเชิงลึกอีกจำนวน 3,400 ราย และเพิ่มศักยภาพด้วย ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง แพลน ติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิดอีกจำนวน 280 ราย โดยมีเป้าหมายสร้างยอดขายได้ไม่น้อยกว่า 350 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ภายใต้โครงการนี้มีกิจกรรมส่งเสริมการตลาดให้ผู้ประกอบการอย่างหลากหลาย โดยหนึ่งในนั้นคือแพลตฟอร์ม Shopee ได้จัดแคมเปญ &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; ซึ่งขณะนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 1,000 ราย มีสินค้ากว่า 60,000 รายการ ให้เลือก พร้อมด้วยส่วนลดพิเศษ ซึ่งจะมีไปจนถึง 3 กันยายน 2564 และยังได้เตรียมขยายระยะเวลาออกไปเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการให้มีช่องทางจำหน่ายในช่วงวิกฤติโควิด-19 จึงขอเชิญชวนช่วยอุดหนุนผู้ประกอบการผ่านช่องทางออนไลน์ นอกจากนี้ผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าร่วมแคมเปญก็สามารถติดต่อผ่าน 6 หน่วยร่วมดำเนินการของโครงการนี้ได้เช่นกัน&amp;rdquo; ผอ.สสว. กล่าวเชิญชวน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านตัวแทน ช้อปปี้ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่าแคมเปญพิเศษ &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; ในครั้งนี้ ด้วยศักยภาพของแพลตฟอร์มของ Shopee ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานในทั่วประเทศ จึงมั่นใจว่าจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยส่งเสริมความมุ่งมั่นและตั้งใจของ สสว. ในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านธุรกิจออนไลน์ให้กับผู้ประกอบการ ทั้งนี้ด้วยพันธกิจองค์กรของ Shopee ในการมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทยผ่านเทคโนโลยี จึงมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยผลักดันและเสริมศักยภาพให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่สำคัญนี้ได้อย่างแข็งแรงและเติบโตยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร ผู้ก่อตั้งโครงการข้าวเพื่อหมอ (Food For Fighters) ซึ่งเป็นเครือข่ายจิตอาสาที่รับบริจาคเงินและสิ่งของเพื่อนำไปมอบให้บุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัคร และประชาชนผู้ได้รับความเดือนร้อนจากโควิด-19 ซึ่งขณะนี้มีศูนย์ประสานงานอยู่ที่ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) เปิดเผยว่า นอกจากข้าวกล่องปรุงสุกที่ได้รับบริจาคซึ่งนำส่งต่อให้บุคลากรทางการแพทย์และประชาชนในชุมชนที่เดือดร้อนซึ่งต้องกักตัวนับหมื่นคนแล้ว ยังได้จัดทำถุงยังชีพเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือด้วย โดยส่วนหนึ่งมีผู้ร่วมสมทบสิ่งของจำเป็นโดยการสั่งซื้อของผ่านแคมเปญ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; บนแพลตฟอร์ม Shopee แล้วจัดส่งที่ศูนย์ประสานงาน ทำให้ได้ช่วยทั้งผู้ประกอบการ SME และผู้ที่เดือนร้อนจากโควิด-19 ในชุมชนต่างๆ ไปพร้อมกันด้วย ผู้สนใจสามารถร่วมสนับสนุนและสอบถามได้ที่หมายเลข 0-2016-9910 (ทุกวัน 9.00-17.00 น.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ แคมเปญ&amp;nbsp; &amp;ldquo;ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด&amp;rdquo; บนแพลตฟอร์ม Shopee จัดขึ้นตั้งแต่ 4 มิถุนายน 2564 พบกับสินค้าคุณภาพดีที่ได้คัดสรรจากผู้ประกอบการ SME ทั่วประเทศ ให้ได้เลือกช้อปกันอย่างจุใจในราคาพิเศษลดสูงสุด 15% โค้ดส่วนลด SME21 ที่ https://shopee.co.th/OSMEP โดยสามารถดาวน์โหลดช้อปปี้แอพพลิเคชั่นได้ฟรีจาก App Store หรือ Google Play Store&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112468</URL_LINK>
                <HASHTAG>SHOPEE, ช้อปของดี SME ไทย ไฟต์โควิด, ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง, ถุงยังชีพ, ธุรกิจออนไลน์, นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร, นายวีระพงศ์  มาลัย, ผู้ประกอบการ SME, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์, สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, สสว., สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, เครือข่ายจิตอาสา, แคมเปญออนไลน์, โครงการ Food For Fighters, โครงการข้าวเพื่อหมอ, โครงการเพิ่มศักยภาพในการประกอบธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรายย่อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610d583654472.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/08/2021 22:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 22:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกรท วอลล์ มอเตอร์ จับมือ Food For Fighters  ร่วมฝ่าวิกฤติโควิด-19 พร้อมสนับสนุนเงินทุน 1 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกรท วอลล์ มอเตอร์ ร่วมยืนหยัดเคียงข้างคนไทยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วยโครงการ &amp;ldquo;GWM : GO WITH ME, GO TOGETHER รวมหัวใจพร้อมก้าวผ่านทุกวิกฤติไปด้วยกัน&amp;rdquo; พร้อมมอบเงินจำนวน 1,000,000 บาท ให้แก่เครือข่ายอาสาสมัคร Food For Fighters (FFF) เพื่อเป็นทุนสำหรับจัดเตรียมอาหารและของอุปโภคบริโภค เพื่อส่งมอบแก่บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รวมถึงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือตามพื้นที่ชุมชนต่างๆ พร้อมสนับสนุนรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV จำนวน 5 คันเพื่อใช้ในการส่งมอบอาหารและถุงยังชีพอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเปิดพื้นที่ออนไลน์เพื่อช่วยโปรโมทร้านอาหารและกิจการของผู้ประกอบการรายย่อย และเชิญชวนสื่อมวลชน พาร์ทเนอร์ ลูกค้าและแฟนๆ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ร่วมบริจาคและทำกิจกรรมเพื่อสังคม พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือให้คนไทยก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปด้วยกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอลเลียต จาง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 เรายังคงเห็นน้ำใจของคนไทยที่มีให้แก่กันอย่างไม่ขาดสาย เกรท วอลล์ มอเตอร์ มีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะยืนหยัดเคียงข้างคนไทยในช่วงเวลานี้ เรายินดีที่จะให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ อย่างเต็มที่เพื่อเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้คนไทยสามารถก้าวผ่านสถานการณ์อันยากลำบากนี้ไปด้วยกัน และเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เราได้ร่วมมือและสนับสนุนการทำงานกับ Food For Fighters (FFF) ผ่านโครงการ GWM : GO WITH ME, GO TOGETHER ด้วยการมอบเงินทุนและให้การสนับสนุนรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV เพื่อใช้ในการขนส่งอาหารและสิ่งจำเป็นต่างๆ นอกจากนี้ เรายังได้มีการเปิดพื้นที่ออนไลน์บน Social Media ของเรา เพื่อให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้ามาประชาสัมพันธ์ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย อีกทั้ง เราจะเชิญชวนพนักงานของเรา รวมไปถึงพันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้า และแฟนๆ ของเรา ให้มาร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมกับเกรท วอลล์ มอเตอร์ ทั้งการบรรจุและส่งมอบอาหารและถุงยังชีพให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในพื้นที่ต่างๆ เรายินดีและขอขอบคุณทาง FFF ที่เปิดโอกาสให้เราได้เข้ามามีส่วนช่วยเหลือคนไทย รวมไปถึงช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงานของ FFF ให้ราบรื่นด้วยผลิตภัณฑ์ของเราที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการกระจายความช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น พร้อมส่งเสริมการทำงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการ GWM : GO WITH ME, GO TOGETHER รวมหัวใจพร้อมก้าวผ่านทุกวิกฤติไปด้วยกัน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้สนับสนุนเงินทุน จำนวน 1,000,000 บาท ให้แก่ Food For Fighters ในการบริหารจัดการซื้อวัตถุดิบประกอบอาหารหรืออาหารกล่องจากร้านค้าท้องถิ่นหรือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และสนับนสนุนรถยนต์อเนกประสงค์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV จำนวน 5 คัน เพื่อใช้ในการส่งมอบอาหารและถุงยังชีพ รวมถึงการดำเนินงานอื่นๆ ของทางองค์กร โดยรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV มาพร้อมกับเครื่องยนต์ไฮบริด ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงาน และประหยัดค่าใช้จ่ายในการขนส่งอาหาร  มีเทคโนโลยีที่มอบความปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยคณะผู้บริหารระดับสูงของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย ได้เดินทางไปยังหน่วยงานของ Food For Fighters เพื่อส่งมอบการสนับสนุนดังกล่าว โดยมีนางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร ผู้ก่อตั้งโครงการ Food For Fighters และนายมกร พงษ์ธนพฤกษ์ เลขาธิการสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนจ.) เป็นผู้รับมอบและให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ร่วมด้วยสื่อมวลชน พาร์ทเนอร์ ลูกค้า และแฟนๆ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่มาร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ ทั้งการช่วยเตรียมอาหาร แพ็คอาหารและถุงยังชีพ รวมไปถึงช่วยขับรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV เพื่อขนส่งอาหารและสิ่งจำเป็นไปส่งมอบยังสถานที่ต่างๆ ซึ่งคณะผู้บริหารของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ สื่อมวลชน พาร์ทเนอร์ ลูกค้า และแฟนๆ จะทยอยกันหมุนเวียนมาลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือการทำงานของ FFF ตลอดเดือนสิงหาคม ภายใต้มาตรการการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังเปิดพื้นที่ใน Facebook Page : GWM Thailand โดยการเปิดโพส &amp;ldquo;ฝากร้าน&amp;rdquo; เป็นประจำทุกสัปดาห์ตลอดเดือนสิงหาคม เพื่อให้เจ้าของร้านอาหารและผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้ามาประชาสัมพันธ์ได้ภายใต้คอมเม้นท์ของโพส โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น โดยแฟนๆ ในเพจสามารถช่วยอุดหนุนร้านที่ถูกใจได้เช่นกัน นอกจากนี้ แฟนๆ สามารถร่วมบริจาคสบทบทุนให้กับ Food For Fighters ได้ โดยเกรท วอลล์ มอเตอร์ขอเป็นส่วนหนึ่งในการมอบคะแนน GWM Point ให้กับลูกค้าและแฟนๆ ของเรา โดยทุกๆ การบริจาค 1 บาท เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยินดีมอบคะแนน GWM Point ให้ 1 คะแนน ซึ่งลูกค้าสามารถส่งสลิปการบริจาคมาที่ Inbox ของเพจ GWM Thailand เพื่อรับคะแนนสำหรับแลกของที่ระลึกและบริการต่างๆ ใน GWM Application ได้ &amp;nbsp;ผู้ที่สนใจยังสามารถร่วมบริจาคสมทบทุนให้กับทาง Food For Fighters ได้ที่ มูลนิธิคุวานันท์ ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่บัญชี 109-249780-3 และสามารถส่งหลักฐานการบริจาคเงินได้ที่ Line ID : @foodforfighters เพื่อขอเอกสารการลดหย่อนภาษี และยังสามารถร่วมบริจาคอาหาร วัตุดิบสำหรับการประกอบอาหาร สิ่งของเครื่องใช้ เต้นท์สนาม รวมไปถึงยาสมุนไพร หน้ากากอนามัย ถังออกซิเจน หรือสิ่งอุปโภคบริโภคอื่นๆ เพิ่มเติม ได้ที่ Food For Fighters สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (สนจ.) เลขที่ 254 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 และสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Food For Fighters ได้ที่ Call Center : 02-016-9910 ทุกวัน เวลา 9.00 &amp;ndash; 17.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112256</URL_LINK>
                <HASHTAG>เกรท วอลล์ มอเตอร์ส ., โครงการ Food For Fighters</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610aaf2e93be4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ครบรอบ 63 ปี Stay Strong เข้มแข็ง แล้วไปต่อด้วยกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เปิดเผยว่า ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาการไฟฟ้านครหลวง ครบ 63 ปี วันที่ 1 สิงหาคม 2564 นี้ MEA มีภารกิจที่สำคัญในการขับเคลื่อนพลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร พร้อมสนับสนุนทุกภาคส่วนรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในทุกมิติ ภายใต้แนวทาง &amp;ldquo;63 Year MEA Stay Strong เข้มแข็ง&amp;hellip;แล้วไปต่อด้วยกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง กล่าวต่อไปว่า MEA เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจประเภทสาธารณูปโภคสังกัดกระทรวงมหาดไทย ที่ได้รับการสถาปนาขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2501 ถือเป็นการไฟฟ้าแห่งแรกในประเทศไทย ดูแลรับผิดชอบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ โดยในปีที่ 63 นี้ MEA พร้อมเดินหน้าพัฒนาระบบไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องให้มีความเพียงพอ มั่นคงปลอดภัย สอดรับกับความต้องการใช้ไฟฟ้าของเมืองมหานคร ทั้งภารกิจการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน พัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Metro Grid) ขับเคลื่อนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ส่งเสริมโครงการ Solar Rooftop รวมถึงพัฒนาต่อยอดนวัตกรรมที่ทันสมัยในอนาคตรองรับการเป็นมหานครอัจฉริยะ &amp;quot;Smart Metro&amp;quot; สู่การเป็น Smart City ตามนโยบายรัฐบาล อีกทั้ง ยังให้ความสำคัญกับวิกฤตการณ์ COVID-19 โดยมีภารกิจเร่งด่วนออกแบบติดตั้งจัดการระบบไฟฟ้าให้เพียงพอต่อการใช้ไฟฟ้าของอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในโรงพยาบาลสนาม ทั้งในด้านระบบแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ระบบปั๊มน้ำและอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ และแผนรองรับการจ่ายไฟฟ้าในอนาคตอีกด้วย ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการให้กับโรงพยาบาลสนามต่าง ๆ เช่น รพ.สนามศูนย์กีฬาบางกอกอารีนา (เอราวัณ 2) รพ.สนามพลังแผ่นดิน รพ.สนามสมุทรปราการรวมใจ 5 (WHA) รพ.สนามราชพิพัฒน์ ศูนย์พักคอยตันปัน เป็นต้น นอกจากนี้ MEA ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ทุกภาคส่วนโดยสนับสนุนงบประมาณการบริหารจัดการพลังไฟฟ้าให้กับ รพ.บุษราคัม ส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์และสิ่งของจำเป็นให้กับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสนามในพื้นที่ต่าง ๆ ส่งมอบอาหารกล่องจำนวน 100,000 กล่อง ในโครงการ Food For Fighters รวมถึงการเร่งลงพื้นที่ส่งมอบถุงยังชีพและหน้ากากอนามัยจำนวนกว่า 300,000 ชิ้น ให้แก่ชุมชนในพื้นที่บริการ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ขณะเดียวกัน MEA ยังพร้อมสนับสนุนหน่วยงานฯ โรงพยาบาลสนามทุกแห่ง โดยเฉพาะในด้านระบบไฟฟ้า พร้อมจัดให้มีเจ้าหน้าที่ดูแลความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและให้บริการแก้ไขไฟฟ้าขัดข้องตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าจากผลกระทบ COVID-19 นั้น ล่าสุด MEA ได้ดำเนินการตามมาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานสำหรับประชาชน ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 13 กรกฎาคม 2564 โดยให้ส่วนลดค่าไฟฟ้าประจำเดือนกรกฎาคม และสิงหาคม 2564 สำหรับบ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก (ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ) ซึ่งผู้ใช้ไฟฟ้าจะได้รับส่วนลดโดยอัตโนมัติ โดยสามารถตรวจสอบค่าไฟฟ้าและสิทธิ์ส่วนลดในแต่ละรอบเดือนได้ในใบแจ้งค่าไฟฟ้า MEA Smart Life Application หรือผ่าน Line : MEA Connect อีกทั้ง ยังมีมาตรการขยายระยะเวลายกเว้นการเรียกเก็บอัตราค่าไฟฟ้าต่ำสุด (Minimum Charge) สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 3 -7 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ถึงเดือนธันวาคม 2564 อีกด้วย นอกจากนี้ MEA มีมาตรการผัดชำระค่าไฟฟ้าโดยขอให้ผู้ใช้ไฟฟ้าติดต่อเพื่อแจ้งความประสงค์ อีกทั้ง อำนวยความสะดวกให้ชำระค่าไฟฟ้าบางบิลผ่านระบบออนไลน์ผ่านช่องทาง MEA Smart Life Application หรือช่องทาง MEA e-Service เว็บไซต์ https://eservice.mea.or.th โดยนำรหัส QR Code/Barcode ไปชำระผ่านระบบ Internet Banking (ไม่จำกัดวงเงิน) หรือ ชำระได้ที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส ในร้าน 7-Eleven (จำกัดวงเงินไม่เกิน 30,000 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านงานบริการ MEA มุ่งมั่นพัฒนานำเทคโนโลยี มาปรับใช้ในการทำงานทั้งภายใน และให้บริการภายนอกแก่ประชาชนอย่างต่อเนื่องด้วย MEA Smart Service โดยพัฒนาเว็บไซต์ www.mea.or.th รวมถึงแอปพลิเคชันต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ไม่ว่าจะเป็น MEA Smart Life Application หรือ Line MEA Connect ที่สามารถตรวจสอบและชำระค่าไฟ แจ้งไฟฟ้าขัดข้อง อีกทั้งยังมีบริการด้านไฟฟ้าออนไลน์ ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยระบบ MEASY รวมทุกบริการทั้งขอติดตั้งไฟฟ้าใหม่ ขอติดตั้งไฟฟ้าเพิ่มชั่วคราว ขอเพิ่ม-ลดขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า ตลอดจนการของดการใช้ไฟฟ้าชั่วคราวก็สามารถรับบริการได้ง่ายยิ่งขึ้น ที่สำคัญได้พัฒนาระบบให้เป็นช่องทางในการขอคืนเงินประกันการใช้ไฟฟ้าที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยในช่วงสถานการณ์ COVID-19 อีกด้วย นอกจากนี้ MEA ยังได้ปรับเปลี่ยนงานบริการต่าง ๆ เพื่อให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงในเชิงเศรษฐกิจ และสังคมในรูปแบบ New Normal ทั้งในด้านการยกระดับคุณภาพงานบริการต่าง ๆ ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อลดความเสี่ยงในการสัมผัสกระดาษ โดยเฉพาะบริการ MEA e-Bill ให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารับเอกสารในรูปแบบออนไลน์ ผ่านทาง SMS หรือ Email เพื่อลดการใช้กระดาษ พร้อมช่องทางการติดต่อ ผ่านโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้แก่ Facebook : การไฟฟ้านครหลวง MEA, Line : MEA Connect, Twitter : @mea_news, Instagram : meafanclub และศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA Call Center 1130 ตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ใช้ไฟฟ้ายุคใหม่อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านความมั่นคงระบบไฟฟ้า MEA มีหน่วยพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าสะสม ปี 2564 เท่ากับ 50,558.43 ล้านหน่วย (คาดการณ์ ณ เดือน ก.ค. 2564) โดย MEA ได้ดำเนินการตามแผนปรับปรุงและขยายระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าให้เหมาะสมกับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น สามารถให้บริการครอบคลุมพื้นที่ร้อยละ 100 มีสถิติความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุด (Maximum Demand) ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2562 จำนวน 9,525.93&amp;nbsp;เมกะวัตต์ และได้พัฒนาระบบจำหน่ายพลังไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อเสริมความมั่นคงและความเชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้า ส่งผลให้มีจำนวนครั้งที่ไฟฟ้าขัดข้องเฉลี่ย (SAIFI) เท่ากับ 0.414 ครั้ง/ผู้ใช้ไฟฟ้า 1 ราย/6 เดือน และระยะเวลาที่ไฟฟ้าขัดข้องเฉลี่ย (SAIDI) เท่ากับ 13.349 นาที/ผู้ใช้ไฟฟ้า 1 ราย/6 เดือน (ข้อมูลสะสมถึงเดือน มิถุนายน 2564) นอกจากนี้ MEA ยังคงเดินหน้าโครงการเปลี่ยนระบบสายไฟฟ้าอากาศเป็นสายไฟฟ้าใต้ดินในพื้นที่สำคัญทางเศรษฐกิจตามแผนงาน โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ รวมทั้งสิ้น 29 โครงการ ระยะทางรวม 187.5 กิโลเมตร ตัวอย่างเช่น โครงการตามแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน-เหลือง-ส้ม-เขียว-ชมพู-ม่วง ถนนพระรามที่ 3 ถนนรัชดาภิเษก ถนนวิทยุ ถนนพหลโยธิน ถนนลาดพร้าว ถนนรามคำแหง ถนนสุขุมวิท ถนนเพชรบุรี ถนนอรุณอมรินทร์ ถนนพรานนก ถนนบรมราชนนี ถนนวงศ์สว่าง และถนนนครอินทร์ เป็นต้น เพื่อเพิ่มความมั่นคงของระบบไฟฟ้า รองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นในอนาคต เพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอันเนื่องมาจากรถชน/เกี่ยวเสาไฟฟ้าล้ม หรือจากภัยธรรมชาติ พร้อมทั้งปรับปรุงทัศนียภาพให้เกิดความเป็นระเบียบ เรียบร้อยและสวยงาม อีกทั้ง ล่าสุด MEA ได้เปิดใช้งานสถานีต้นทางบางซื่อ พร้อมส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้ารองรับสถานีกลางบางซื่อและโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) รวมถึงรองรับการใช้ไฟฟ้าพื้นที่เมืองมหานครในอนาคต เพื่อร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รับเทรนด์การเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดปัญหาการปล่อยมลพิษทางอากาศ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนการพัฒนาระบบไฟฟ้าไปสู่การเป็นมหานครอัจฉริยะนั้น MEA ได้ดำเนินโครงการ Smart Metro Grid ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสำหรับเมืองมหานคร ซึ่งเป็นโครงข่ายสำหรับการส่งข้อมูลการใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะแบบดิจิทัลครบวงจร โดยใช้เทคโนโลยีสมาร์ทมิเตอร์วัดพารามิเตอร์ด้านไฟฟ้าที่จ่ายให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าและหม้อแปลงจำหน่าย ร่วมกับระบบบริหารจัดการที่มีการรับส่งข้อมูลได้แบบสองทาง (Two-way Communication) มีคุณสมบัติในการ Monitor และแสดงผลได้ทันที (Real-time) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ไฟฟ้าในภาวะวิกฤตด้านพลังงาน และเป็นเครื่องมือสนับสนุนการวิเคราะห์บริเวณที่เกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้องเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าแก้ไขได้อย่างตรงจุดและรวดเร็วมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนการขับเคลื่อนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้นในประเทศ รวมถึงการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด นั้น ล่าสุด MEA ได้ดำเนินการส่งมอบเครื่องอัดประจุไฟฟ้า MEA EV Chargerในโครงการศึกษาวิจัย MEA EV Smart Charging System จำนวน 50 เครื่อง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายให้กับผู้ผ่านการคัดเลือกในเขตพื้นที่ให้บริการ โดยปัจจุบันได้ดำเนินการติดตั้งพร้อมใช้งานให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, MBK CENTER, CP Tower และ Riverine Place Condominium เป็นต้น รวมถึงมีความร่วมมือกับภาคเอกชน เช่น บริษัท พลังงานมหานคร จำกัด หรือ EA ในการพัฒนาระบบการให้บริการและขยายแผนการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) ในพื้นที่ของ บริษัท บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งสามารถชาร์จผ่าน QR Code ที่สถานีฯ หรือผ่าน MEA EV Application ได้ทันที นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับ วิจิตรา ดิเวลลอปเม้นท์ ให้บริการออกแบบติดตั้งระบบไฟฟ้าใต้ดินโครงการ เธอ ลาดพร้าว 93 เป็นการให้บริการในรูปแบบเบ็ดเสร็จในจุดเดียว (One-Stop Service) รวมถึงติดตั้ง EV Charging Station ในโครงการฯ เพื่อยกระดับความมั่นคง ปลอดภัย ระบบไฟฟ้าหมู่บ้านจัดสรรแบบครบวงจร ซึ่งผู้ประกอบการหมู่บ้านจัดสรรที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลและรับบริการในรูปแบบดังกล่าวได้&amp;nbsp; สำหรับด้านพลังงานสะอาด MEA พร้อมขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐ ส่งเสริมให้ผู้ใช้ไฟฟ้าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ภายในบ้านอยู่อาศัย อาคารหรือสถานประกอบการ ในเขตพื้นที่ให้บริการ ซึ่งหากต้องการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าต้องขออนุญาตเชื่อมต่อกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าและติดตั้งอุปกรณ์ตามมาตรฐานของ MEA เพื่อความปลอดภัย ขณะเดียวกัน MEA ยังมีโครงการช่างไฟฟ้ามืออาชีพ ซึ่งผู้ที่ผ่านการอบรมยังมีโอกาสได้รับการอบรมการติดตั้งระบบชาร์จไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า EV Charger รวมถึงร่วมให้บริการด้านไฟฟ้าแบบครบวงจรผ่าน Application MEA e-Fix เสริมสร้างรายได้เป็นเครือข่ายตัวแทน MEA ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในด้านการบริหารองค์กร MEA ได้รับรางวัล Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2021 Regional Edition ในสาขา Master Entrepreneur Award ในฐานะผู้นำองค์กรที่มีความมุ่งมั่นและสามารถสร้างความเติบโตทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และสาขา Inspirational Brand Award ที่มอบให้กับองค์กรชั้นนำที่มีความโดดเด่นในด้านการบริหารงานอย่างยั่งยืนและเป็นรูปธรรมจนได้รับการยอมรับในระดับภูมิภาคเอเชีย นอกจากนี้ MEA ยังได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กร ระดับ AAA แนวโน้มอันดับเครดิต Stable ซึ่งเป็นระดับที่ดีที่สุดอย่างต่อเนื่องโดยทริสเรทติ้ง สะท้อนถึงบทบาทที่สำคัญในฐานะรัฐวิสาหกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนแสดงให้เห็นถึงนโยบายทางการเงินที่รอบคอบ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ รวมถึงได้รับรางวัลสำนักงานสีเขียว (Green Office) ระดับประเทศ ตามโครงการส่งเสริมสำนักงานสีเขียว (Green Office) ประจำปี 2563 ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ MEA ได้รับต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 ซึ่งตอกย้ำความสำเร็จในการดำเนินงานที่คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันนี้ MEA ยังคงมุ่งมั่นภารกิจสร้างสรรค์นวัตกรรม ขับเคลื่อนระบบพลังงานอัจฉริยะเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร สร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับกับการเปลี่ยนของเทคโนโลยีในปัจจุบันและอนาคต ด้วยพลังงานไฟฟ้าที่เพียงพอ มั่นคง และปลอดภัย ซึ่ง MEA มีความพร้อมที่จะรับมือ และสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ ตลอดจนประชาชนทุกคนให้สามารถผ่านวิกฤตการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในครั้งนี้ โดย MEA พร้อมที่จะให้บริการผู้ใช้ไฟฟ้าด้วยความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้า ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Energy for city life, Energize smart living&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111814</URL_LINK>
                <HASHTAG>63 Year MEA Stay Strong เข้มแข็ง…แล้วไปต่อด้วยกัน, Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2021 Regional Edition, Energize smart living, Energy for city life, EV Charging Station, Green Office, Maximum Demand, MEA, MEA EV Charger, MEA EV Smart Charging System, MEA Smart Life Application, MEA Smart Service, Minimum Charge, Smart City, Smart Metro, Smart Metro Grid, การไฟฟ้านครหลวง, ขับเคลื่อนพลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, ครบ 63 ปี, นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์, พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร, พลังไฟฟ้าสูงสุด, ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ, รางวัลสำนักงานสีเขียว, วันคล้ายวันสถาปนาการไฟฟ้านครหลวง, สถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า, สาขา Inspirational Brand Award, สาขา Master Entrepreneur Award, องค์กรที่มีความมุ่งมั่นและสามารถสร้างความเติบโตทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง, อัตราค่าไฟฟ้าต่ำสุด, โครงการ Food For Fighters, โครงการ Solar Rooftop</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_610628f0d1155.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2021 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2021 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โออาร์ สนับสนุน Food for Fighters บริจาคเงินและถุงยังชีพสู้ภัยโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;วันที่ 16 กรกฎาคม 2564 ณ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายสุนทร &amp;nbsp;&amp;nbsp;เชื้อสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ปฏิบัติการคลังปิโตรเลียม บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ มอบเงินบริจาคและถุงยังชีพจำนวน 500 ถุง รวมมูลค่าทั้งสิ้น 375,000 บาท แก่ นางสาวพัชนะ วัฒนเสถียร ผู้ก่อตั้งโครงการ Food for Fighters &amp;ldquo;ศูนย์ข้าวเพื่อหมอ&amp;rdquo; เพื่อนำไปใช้ซื้อข้าวสารและไข่ไก่ สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ฯ และมอบให้ 5 ชุมชนในพื้นที่คลองเตย ร่วมดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายสุนทร เชื้อสุข รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ปฏิบัติการคลังปิโตรเลียม บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอย่างมาก โออาร์ ตระหนักถึงความสำคัญของภารกิจที่โครงการ Food for Fighters &amp;ldquo;ศูนย์ข้าวเพื่อหมอ&amp;rdquo; ได้ดำเนินการเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ของบุคลากร อาสาสมัคร ตลอดจนช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในชุมชนแออัดและกลุ่มเปราะบางที่ได้รับความเดือดร้อน จึงได้มอบเงินบริจาคภายใต้โครงการ &amp;ldquo;ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน&amp;rdquo; (#ORStayStrongTogether) ให้กับ Food for Fighters &amp;ldquo;ศูนย์ข้าวเพื่อหมอ&amp;rdquo; สำหรับนำไปใช้ซื้อข้าวสาร จำนวน 500 ถุง และไข่ไก่ จำนวน 500 แผง สนับสนุนการดำเนินงานของโครงการ อีกทั้งยังได้มอบถุงยังชีพ จำนวน 500 ถุง สำหรับบรรเทาความเดือดร้อนให้ชุมชนในพื้นคลองเตย 5 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนบ้านมั่นคง ชุมชนริมคลองวัดสะพาน ชุมชนวัดไผ่สิงโต ชุมชนพัฒนาใหม่ และชุมชน 70 ไร่ ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับสำนักงานพระโขนง คลังน้ำมันพระโขนง และคลังปิโตรเลียมบางจากของโออาร์ รวมมูลค่าทั้งสิ้น 375,000 บาท ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินธุรกิจของโออาร์ ที่มุ่งเน้นการดูแลคุณภาพชีวิตของชุมชน ร่วมสร้างชุมชนน่าอยู่ และเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา โออาร์ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ร่วมดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รวมถึงดูแลความเป็นอยู่ บรรเทาความเดือดร้อนของคนในชุมชนและส่งมอบความช่วยเหลือแก่ชุมชนบริเวณโดยรอบสถานประกอบการของ โออาร์ ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงินและเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่าง ๆ &amp;nbsp;เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์ในหน่วยงานต่าง ๆ หรือช่วยดูแลชุมชนและเป็นกำลังใจให้ชุมชน สำหรับชุมชนคลองเตยถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่โออาร์ร่วมดูแลเนื่องจากมีสำนักงานพระโขนงและคลังน้ำมันพระโขนงตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง สอดคล้องกับแนวทางดำเนินธุรกิจของโออาร์ที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าและการมีส่วนร่วมกับชุมชน เป็นศูนย์กลางพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน และพร้อมเคียงข้างคนไทยในการสู้ภัยโควิด -19 ไปด้วยกัน&amp;rdquo; นายสุนทร กล่าวเสริม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110314</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลังปิโตรเลียม, ถุงยังชีพ, นางสาวพัชนะ วัฒนเสถียร, นายสุนทร   เชื้อสุข, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), มอบเงินบริจาค, ศูนย์ข้าวเพื่อหมอ, ส่งกำลังใจ .. สู้ไปด้วยกัน” (#ORStayStrongTogether), โครงการ Food For Fighters, โออาร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210719/image_big_60f532b4cb764.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110079</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาสาช่วยผู้ป่วยโควิดกับนาทีชีวิตบน’เส้นด้าย’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ภารกิจอาสา&amp;rsquo;เส้นด้าย&amp;rsquo;ช่วยนำส่งผู้ป่วยโควิดไปโรงพยาบาล&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพ:เส้นด้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในช่วงนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตโควิด-19 เดือนกรกฎาคม มีผู้ป่วยรายวันทะลุหลักหมื่น &amp;nbsp;มีผู้เสียชีวิตมากกว่า &amp;nbsp;100 ราย เป็นช่วงที่มีคนป่วยและคนตายสูงที่สุด &amp;nbsp;มีการแพร่ระบาดครบ 77 จังหวัด ส่วนใหญ่เกิดจากคนตกงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เมื่อสถานประกอบการปิด &amp;nbsp;แคมป์คนงานปิดต่างเดินทางกลับภูมิลำเนา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โควิดระลอกใหม่นี้สาหัสนัก &amp;nbsp;นอกจากหน่วยงานสาธารณสุขเร่งป้องกันและสอบสวนคุมโรคอย่างสุดกำลัง&amp;nbsp; คุณหมอและบุคลากรทางการแพทย์ถือเป็นด่านหน้าทำงานหนักสู้โควิดรักษาชีวิตคนป่วย ยังมีกลุ่มอาสาสมัครจำนวนมากที่เสียสละออกมาช่วยคนไทยในยามขาดที่พึ่ง เข้าไม่ถึงการรักษา และยังไม่มีเตียงติดค้างอยู่ที่บ้าน ผลพวงจากนโยบายรัฐอ่อนแอ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างกลุ่มเส้นด้าย (Zendai) &amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่อาสามาช่วยคนติดเชื้อโควิด-19 ที่ไม่มีเส้นให้เข้าถึงความช่วยเหลือจากภาครัฐในด้านต่างๆ&amp;nbsp; ทั้งรถรับส่งไปตรวจหาเชื้อโควิด ไปรักษาที่โรงพยาบาล หาถังออกซิเจนเร่งด่วน ส่งข้าวส่งน้ำผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางและผู้กักตัว แนะนำการรักษาตัวที่บ้าน จนกระทั่งรับศพติดโควิดไปทำพิธีทางศาสนา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถอาสาเส้นด้ายพาหญิงท้องป่วยโควิด-19 ไปรักษาตัว รพ.&amp;nbsp; &amp;nbsp; ภาพ:เส้นด้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้วันนี้จะมีคนอาสาเข้ามาทำงาน แต่ยังไม่พอ เพราะมีคนป่วยโควิดรอเตียงเสียชีวิตที่บ้านทุกวัน เส้นด้ายยังเชิญชวนคนที่เคยติดโควิดและหายแล้วมาร่วมเป็นเจ้าหน้าที่อาสาสมัครอาสาใส่ชุด PPE เข้าไปในบ้านของผู้ติดเชื้อทำหน้าที่สอบถามข้อมูล ซักประวัติคนไข้ วัดค่าออกซิเจน&amp;nbsp; ความดัน อัตราการหายใจ&amp;nbsp; ส่งอาหารให้กับคนไข้ที่อยู่ภายใต้การดูแล&amp;nbsp; อาสาเหล่านี้ขนานนานว่า &amp;ldquo;นักรบเส้นด้าย&amp;rdquo; &amp;nbsp;อาสาบางคนเคยป่วยได้รับความช่วยเหลือจากเส้นด้ายมาก่อน เกิดแรงบันดาลใจกลับมาช่วยเหลือสังคม พร้อมทำงานบนความเสี่ยง&amp;nbsp;ส่วนคนที่ไม่เคยติดโควิดอยากร่วมทีมนักรบเส้นด้ายเงื่อนไขต้องฉีควัคซีนครบ 2เข็ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แล้วยังมีหมอและพยาบาลอาสาที่สละเวลาในวันหยุดของตนเองมาช่วยเฝ้าระวังชุมชนที่มีผู้ติดเชื้อสะสมและผู้รอเตียง จัดตั้ง&amp;rdquo;เส้นด้ายเฝ้าระวัง&amp;rdquo; เข้าไปสอนผู้ติดเชื้อให้ใช้ที่วัดออกซิเจน ช่วยประเมินเมื่อคนไข้อาการทรุด &amp;nbsp;ก่อนส่งรพ.ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;มีโอกาสได้คุยกับ เจตน์ ภูวกร ศรีเนียน หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่ม&amp;rdquo;เส้นด้าย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ได้เห็นถึงช่องว่างที่คนติดโควิดเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือของรัฐ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo; กลุ่มเส้นด้าย เป็นอาสาสมัครเสริมช่วยคนตกหล่นจากการเข้าสู่ระบบสาธารณสุขของรัฐ&amp;nbsp; ก่อตั้งขึ้นเมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา วันนั้นเตียงยังไม่เต็มแบบวันนี้ แต่ไม่เกิดการถ่ายเทเตียงอย่างที่ควรจะเป็น &amp;nbsp;&amp;nbsp;คนโทรไปเบอร์รัฐแจ้งก็โทรไม่ติด ไม่มีคนรับสาย &amp;nbsp;ไปสถานพยาบาลก็ไม่รับตรวจ &amp;nbsp;แต่กลับมีผู้ติดเชื้อบางคนมีโอกาสที่ดีกว่า มีเส้น เข้าถึงความช่วยเหลือ &amp;nbsp;แต่เส้นด้ายเป็นได้ที่ไม่ใช้เส้น เราสร้าง Call center ที่โทรติด และพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์เพจเส้นด้ายรองรับการแจ้งเคสต่างๆ &amp;ldquo; เจตน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เกือบ 2 เดือนแล้วที่นักรบเส้นด้ายทำงานช่วยคนติดโควิด ผู้กักตัวและคนเดือดร้อนกว่า 5,000 คน อุปสรรคที่พบ เขาระบุกลุ่มเสี่ยงสูงติดเชื้อโควิดไม่มีรถส่วนตัวจะพาไปตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp; และในสถานการณ์โควิดระบาดหนัก แม้แต่คนในครอบครัว เพื่อน หรืออาสาหลายคนก็ไม่พร้อมทำหน้าที่ บริการรถให้คนไปตรวจจำเป็นมาก ลดการแพร่กระจายเชื้อไวรัส &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระหว่างการเดินทาง จากการทำงานพบ 30-40% ที่ไปตรวจผลเป็นบวก เราก็ตามไปดูที่บ้านอยู่ 7 คน ติด 1 คน เราพยายามประสานหลายๆ ทาง พาไปรักษา รพ.สนาม หรือฮอสพิเทล &amp;nbsp;ที่รับผู้ป่วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักรบเส้นด้ายเตรียมเต้นท์พักคอยผู้ป่วยโควิดย่านดินแดง&amp;nbsp; เพื่อแยกผู้ป่วยออกจากชุมชน&amp;nbsp; ภาพ:เส้นด้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถานการณ์วันนี้ยังเลวร้าย เคสขอความช่วยเหลือเพิ่มขึ้นหลายเท่า &amp;nbsp;เจตน์ บอกว่า &amp;nbsp;การหาเตียงให้ผู้ป่วยโควิดวันนี้แทบจะปิดประตู ยอดหาเตียงเราตกค้างอยู่ประมาณ 2,000 เคส (ข้อมูล ณ วันที่ 15 ก.ค.)&amp;nbsp; ฮอสพิเทลไม่เปิดรับ เตียงสีเหลือง สีแดง&amp;nbsp; รพ. และเตียงสนามเต็มทุกแห่ง &amp;nbsp;&amp;nbsp;เวลานี้เคสไหนแยกกักตัวรักษาโควิดที่บ้าน&amp;nbsp; หรือ Home Isolation ของรัฐได้ เราจะเอาเข้าโครงการนี้ อย่างน้อยผู้ป่วยอายุ 60 ปีขึ้นไป มีอาการ มีการส่งยาที่บ้าน เพราะเราไม่อยากเห็นใครต้องสูญเสียจากโควิด มีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียงอยู่ในภาวะน่าเป็นห่วงจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เคสหดหู่สะเทือนใจ และถือเป็นกรณีตัวอย่างความล่าช้าของระบบสาธารณสุขที่ไม่อยากให้เกิดซ้ำ &amp;nbsp;เจตน์ เล่าให้ฟังว่า เส้นด้ายได้รับแจ้งเป็นผู้ป่วยสูงอายุติดโควิดป่วยติดเตียงในเนอสซิ่งโฮมรอเตียงรักษา เคสนี้ประสาน กทม. รับเป้นคนไข้เพื่อเบิกยาต้านไวรัส มีการส่งยา แต่อาการไม่ดีขึ้น ไม่มีการทำ Home Isolation จริงจัง&amp;nbsp; ไม่มีหมอโทรหรือไลน์มา&amp;nbsp; คืนแรกที่รัฐประกาศเคอฟิวคุณยายออกซิเจนตกเยอะมาก เรามีเครื่องออกซิเจนความดันสูง แต่เคลื่อนที่ไม่ได้จากเคอฟิว จนเสียชีวิตในที่สุด&amp;nbsp; ในเนอสซิ่งโฮมยังมีผู้สูงอายุติดเชื้ออีกนับสิบ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;โทรศัพท์ไม่น้อยกว่า 100 สายต่อชั่วโมง &amp;nbsp;มี 50 สาย ขอความช่วยเหลือเร่งด่วน ต้องการใช้ถังช่วยหายใจ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่เราก็ช่วยคนป่วยได้แค่ส่วนหนึ่ง ยังมีคนอีกจำนวนมากที่รอคอยความช่วยเหลือ ที่น่าตกใจ30% ของสายที่โทรมา มีอาการ แต่ไม่มีผลตรวจ เพราะเข้าไม่ถึงบริการตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในสถานการณ์ที่ระบบการเข้าถึงสาธารสุขล้มเหลว การสื่อสารทางโทรศัพท์ไม่มีประสิทธิภาพ ถึงเวลาที่ภาคประชาชนต้องสร้างเครือข่ายช่วยกัน ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ต้องให้ความช่วยเหลือกัน ลำพังจะหวังพึ่งหน่วยงานรัฐหรืออาสาสมัครไม่พอ &amp;ldquo; เจตน์ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาสา OxyFightCovid จัดส่งถังออกซิเจนให้ผู้สูงอายุที่ป่วยโควิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ความอัดอั้นจากอุปสรรคคนป่วยโควิดไม่เข้าสู่ระบบสาธารณสุขพรั่งพรูจากการทำงานของกลุ่มเส้นด้าย อย่างไรก็ตาม เขาเห็นแสงสว่างมากขึ้นเมื่อรัฐเปลี่ยนแนวทางการตรวจเชื้อด้วยวิธี RT-PCR เป็นการใช้ชุดทดสอบ Rapid Antigen Test &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทั้งในสถานพยาบาลของรัฐและเอกชน รวมถึงการตรวจด้วยตนเองที่บ้าน ซึ่งได้ผลตรวจรวดเร็ว จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงการตรวจหาเชื้อ คัดกรองผู้ป่วยโควิดเบื้องต้น บรรเทาปัญหาแพร่เชื้อให้คนในครอบครัวและในชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกแนวทางของ Home isolation ที่อยากให้เกิดขึ้น เขาระบุต้องมีกระบวนการจ่ายยาต้านโควิดหรือยาฟาวิพิราเวียร์ ส่งให้ผู้ป่วยที่บ้านอย่างรวดเร็วและปลอดภัย เห็นว่าสำนักอนามัยในแต่ละเขตของ กทม. สามารถทำหน้าที่นี้ได้อย่างมีพลัง ผู้ป่วยมีความมั่นใจเมื่อรักษาตัวที่บ้าน ถ้าบ้านแคบหรือครอบครัวใหญ่ แยกตัวออกมาใช้ศูนย์พักคอย หนุ่มสาว วัยทำงาน 40 อัพเคสสีเขียวไม่ต้องหาเตียง สงวนเตียงไว้เพื่อผู้สูงอายุ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบางต่างๆ ลดอัตราเสียชีวิตโควิดได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; &amp;nbsp;อยากขอบคุณผู้สนับสนุนประชาชน อาสาทุกคน เราไม่สามารถออกช่วยเหลือได้ ถ้าขาดพลังของอาสาและน้ำใจคนไทย&amp;nbsp; &amp;ldquo; หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มเส้นด้ายกล่าวในท้าย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนใครอยากร่วมสนับสนุนการทำงานของเส้นด้าย ตอนนี้เปิดร้านเส้นด้าย มีเมนูตั้งแต่ข้าวกล่องสำหรับคนกักตัวและเดือดร้อน ข้าวกล่องสำหรับอาสา&amp;nbsp; อุปกรณ์ป้องกันเชื้อโควิดในการปฏิบัติงาน&amp;nbsp; ถุงกักตัวชุดเล็ก ถุงกักตัวชุดใหญ่ หรือจะสนับสนุนรถรับ-ส่งเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด รับคนป่วยไปรักษา&amp;nbsp;&amp;nbsp; เลือกสินค้าที่ต้องการชำระได้ที่ ธ.กสิกรไทย 101-8-05351-5&amp;nbsp; ชื่อบัญชีเส้นด้าย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จิตอาสาศาลายาเนี่ยนช่วยกันขนถุงกักตัวไปแจกจ่ายชุมชนที่พบผู้ติดเชื้อ ภาพ:ศาลายาเนี่ยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากเส้นด้ายที่ทำงานในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล &amp;nbsp;ยังมีพลังอาสาสู้โควิดที่ทำงานคู่กับภาครัฐ &amp;nbsp;อย่าง OxyFightCovid ,Food For Fighters, ศาลายาเนี่ยน,Covid19Matching &amp;nbsp;และกลุ่มคลองเตยดีจัง ระดมเงินบริจาค &amp;nbsp;แจกอาหารคนตกงาน กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; จัดหาถังออกซิเจนให้คนป่วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกโครงการ&amp;rdquo;ตัวเล็กใจใหญ่&amp;rdquo; ของมูลนิธิ LET&amp;rsquo;S BE HEROES &amp;nbsp;ที่หมอเจี๊ยบ-ลลนา&amp;nbsp; ก้องธรนินทร์ เปิดรับสมัครจิตอาสาหมอ&amp;nbsp; พยาบาลจากทุกแผนกทั่วประเทศ ขอแรงร่วมออกตรวจที่บ้านคนป่วย &amp;nbsp;แพทย์รังสีสำหรับอ่านภาพถ่ายรังสี&amp;nbsp; อายุรแพทย์ติดเชื้อ อายุรแพทย์โรคทรวงอก แพทย์ที่ปรึกษา จิตแพทย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ชีพเพื่อออกเหตุไปที่บ้านในเคสที่จำเป็น ส่วนคนทั่วไปสมัครเป็นแอดมินรับโทรศัพท์ กรอกข้อมูลคนไข้ ประสานงาน หรืออาสาขับรถ จะมีรถส่วนตัวหรือไม่มีก็ได้ เพื่อส่งยาตามบ้านผู้ป่วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อาสาเหล่านี้เหน็ดเหนื่อย&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ยังไหวเพราะใจสู้ &amp;nbsp;พวกเขาต้องการการสนับสนุนเพื่อไปต่อ นี่เป็นเพียงคนตัวเล็กตัวน้อยในสังคมที่พยายามต่อลมหายใจคนป่วยและผู้เดือดร้อนจากโควิด ขอใช้พื้นที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกำลังใจให้อาสาสมัครทุกคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110079</URL_LINK>
                <HASHTAG>Covid19Matching, LET’S BE HEROES, OxyFightCovid, กลุ่มคลองเตยดีจัง, กลุ่มเส้นด้าย, ศาลายาเนี่ยน, อาสาช่วยผู้ป่วยโควิด, โครงการ Food For Fighters</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210717/image_big_60f2a0ae883e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105058</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 16:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 16:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MEA ร่วมสนับสนุนโครงการ &quot;ข้าวแสนกล่อง&quot; ส่งกำลังใจให้พี่น้องอิ่มท้องสู้วิกฤต COVID-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา นางสาวสุวรรณา วิริยะประยูร ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสังคมและสิ่งแวดล้อม การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เป็นผู้แทนส่งมอบ &amp;quot;ข้าวกล่อง&amp;quot; อาหารปรุงสุกพร้อมรับประทานหลากหลายเมนู จำนวน 10,000 กล่อง เพื่อสนับสนุนโครงการ Food For Fighters โดยสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ และมูลนิธิคุวานันท์ ในภารกิจ &amp;quot;ข้าวแสนกล่อง&amp;quot; เพื่อจัดส่งอาหารปรุงสุกให้ชุมชนที่ต้องกักตัวสู้วิกฤติ COVID-19 โดยมี นายมกร พงษ์ธนพฤกษ์ เลขาธิการสมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมป์ เป็นผู้รับมอบ ณ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งนี้ MEA จะดำเนินการส่งมอบข้าวกล่องวันละ 1,000 กล่อง เป็นจำนวน 10 วัน รวมทั้งสิ้น 10,000 กล่อง เพื่อร่วมช่วยเหลือพี่น้องในชุมชนแออัดที่อยู่ระหว่างกักตัวเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ให้ได้อิ่มท้องระหว่างกักตัวอยู่ที่บ้าน พร้อมส่งกำลังใจให้สังคมไทยสามารถก้าวผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุวรรณา เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2564 ประกอบกับ MEA เป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมดำเนินการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลต่อเนื่อง ได้เล็งเห็นถึงผลกระทบที่มีต่อผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทำงานที่บ้าน (Work From Home) จึงได้จัดกิจกรรมอาสาบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ &amp;quot;มีแล้วแบ่งปัน&amp;quot; โดยอุดหนุนอาหารสดใหม่พร้อมรับประทานจากผู้ประกอบการร้านอาหารภายในศูนย์อาหารของ MEA เพื่อส่งมอบต่อภารกิจ &amp;ldquo;ข้าวแสนกล่อง&amp;rdquo; ภายใต้ความร่วมมือของ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ เครือข่าย Food For Fighters และมูลนิธิคุวานันท์ ในการจัดส่งอาหารปรุงสุกวันละ 5,000 กล่อง รวม 30 วัน ให้ชุมชนซึ่งกำลังเดือดร้อนทั่วกรุงเทพฯ โดย MEA ร่วมสนับสนุนอาหารกล่องจำนวนทั้งสิ้น 10,000 กล่อง ด้วยกรรมวิธีการผลิตที่สะอาด ถูกสุขอนามัย ภายใต้มาตรฐานด้านคุณภาพและอาชีวอนามัยอาหาร และแนวปฏิบัติในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ให้ผู้รับประทานมั่นใจได้ว่า อาหารที่ MEA มอบให้คืออาหารที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และเปี่ยมไปด้วยกำลังใจที่จะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมา MEA ยังได้ดำเนินการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือชุมชนและสถาบันทางการแพทย์ ได้แก่ การสนับสนุนสิ่งของจำเป็นสำหรับใช้ในโรงพยาบาลสนาม การมอบชุดเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นให้กับชุมชนต่าง ๆ ที่มีความเสี่ยง นอกจากนี้ MEA ยังได้มอบเช็คเงินสดมูลค่า 1,000,000 บาท สำหรับการดำเนินงานช่วยเหลือชุมชนต่าง ๆ ของมูลนิธิดวงประทีป รวมถึงการส่งมอบหน้ากากอนามัยให้แก่กรุงเทพมหานคร จ.นนทบุรี และ จ.สมุทรปราการ กว่า 300,000 ชิ้น เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ส่งเสริมสุขอนามัยที่ดีและเพิ่มการเข้าถึงหน้ากากอนามัยที่กำลังเป็นที่ต้องการในปัจจุบัน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัส COVID-19 อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับ ภารกิจข้าวแสนกล่อง ยังคงเปิดรับบริจาคอาหารกล่องไปจนถึงวันที่ 16 มิ.ย. 64 สามารถนำส่งได้ที่สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ (สนจ.) ทุกวัน 9.00-17.00 น. (มื้อเที่ยงนำส่งก่อน 11.00 น มื้อเย็นนำส่งก่อน 15.00 น.) หรือร่วมสมทบทุนจัดทำข้าวกล่อง ราคากล่องละ 50 บาท บริจาคเงินผ่านมูลนิธิคุวานันท์ บัญชี ธ.ไทยพาณิชย์ เลขที่ 729-2-33242-7 (ส่งหลักฐานการบริจาคเพื่อขอลดหย่อนภาษีมาที่ LINE ID : @silvervoyage) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณอธิศีล ธัญญ์ ณ ป้อมเพชร (แมค) โทร 096-991-6363 และคุณพันชนะ วัฒนเสถียร (เตเต้) โทร 092-645-5464&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105058</URL_LINK>
                <HASHTAG>MEA, การไฟฟ้านครหลวง, ข้าวกล่อง, ข้าวแสนกล่อง, นางสาวสุวรรณา วิริยะประยูร, นายมกร พงษ์ธนพฤกษ์, ฝ่ายกิจการสังคมและสิ่งแวดล้อม, พี่น้องอิ่มท้อง, มีแล้วแบ่งปัน, มูลนิธิคุวานันท์, มูลนิธิดวงประทีป, รัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงมหาดไทย, สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ, สู้วิกฤต COVID-19, โครงการ &quot;ข้าวแสนกล่อง&quot;, โครงการ Food For Fighters</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b74a76019b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
