<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8600</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2018 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2018 14:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บทสรุปบ้านพักศาล ห้ามทุกหน่วยงานเข้าอาศัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.2561- &amp;nbsp;ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาจังหวัดเชียงใหม่ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเดินทางมาร่วมประชุมหารือกับกลุ่มเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กรณีโครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 โดยหลังใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง นายสุวพันธุ์ให้สัมภาษณ์ว่า การหารือเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และได้ข้อสรุปร่วมกัน 3 แนวทาง ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีดำริก่อนหน้านี้ 2 อย่างคือ พื้นที่ดังกล่าวจะไม่ให้มีหน่วยงานใดเข้าไปอยู่อาศัย สองแนวทางการฟื้นฟูจะดำเนินการปลูกป่าโดยให้ทางกรมธนารักษ์สำรวจและรังวัดแนวเขตให้ชัดเจน ส่วนเขตพื้นที่ที่ใช้การได้ด้านล่าง ก็ทำแนวเขตให้ชัดด้วย และสามเป็นข้อสรุปร่วมกับเครือข่ายฯคือ จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุด ซึ่งมาจากทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ร่วมกันพิจารณาเรื่องของการจัดการในพื้นที่ และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ความเป็นไปได้ในการขยายพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติ การใช้ประโยชน์ในพื้นที่โดยรอบ การจัดการสิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น ซึ่งทางจังหวัดเชียงใหม่ จะได้มีการประชุมหารือเพื่อขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว ตามข้อเจรจาในวันที่ 7 พ.ค. ทั้งนี้ยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นบทเรียนสำคัญให้กับทุกหน่วยงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้รับนโยบายจากนายกฯ มา 2 ข้อคือ พื้นที่ดังกล่าวจะต้องไม่มีคนอยู่อาศัย ซึ่งแนวทางคือทางศาลจะส่งมอบพื้นที่คืนให้กรมธนารักษ์และกรมส่งมอบพื้นที่ให้เป็นที่อุทยานแห่งชาติ ส่วนข้อสองคือ เร่งฟื้นฟูป่าทันที ซึ่งจะมีการคิกออฟปลูกป่าตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. นี้ ส่วนข้ออื่นๆ ที่ทางเครือข่ายเรียกร้อง เช่น การรื้อถอนอาคารบ้านพัก 45 หลังและอาคารชุด 9 หลัง ก็จะตั้งคณะกรรมการมาร่วมเพื่อดำเนินการต่อไปตามแต่ละประเด็นๆไป เพื่อให้เป็นป่าสมบูรณ์ตามเจตนารมณ์ต่อไป&amp;rdquo;นายสุวพันธ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนายธีรศักดิ์ รูปสุวรรณ ตัวแทนเครือข่ายทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวว่า เครือข่ายฯ พอใจภาพรวมการหารือที่จะนำไปสู่ผืนป่าดั้งเดิมกลับมาตามที่ตั้งเจตนารมณ์ไว้ และเชื่อว่าจะไม่มีการยื้อเวลาจากทางภาครัฐเพราะเครือข่ายฯยังคงติดตามอย่างใกล้ชิด และยืนยันด้วยว่ากลุ่มไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มการเมืองใดๆทั้งสิ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8600</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดอยสุเทพ, พล.อ.ประยุทธ์, รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, ศาลอุทธรณ์ภาค 5, สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ, เชียงใหม่, โครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180506/image_big_5aeeafa7666ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลยื้อ &#039;ม.44&#039; สางปมบ้านตุลาการ &#039;บิ๊กตู่&#039;หวังเคลียร์จบบน &#039;โต๊ะเจรจา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่อเค้า &amp;ldquo;ยืดเยื้อ&amp;rdquo; สำหรับโครงการก่อสร้างบ้านพักและอาคารชุดของข้าราชการตุลาการ เชิงดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ หลัง &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แสดงอาการให้เห็นว่า ไม่อยากใช้มาตรา 44 ปลดล็อก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามสัญญาณที่ส่งผ่าน &amp;quot;เนติบริกร&amp;quot; วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย &amp;ldquo;ไม่เคยมีการพูดว่าจะใช้มาตรา 44 ในการแก้ไข นายกฯ เพิ่งกล่าวย้ำว่ามีคนมาขอให้ใช้ แต่นายกฯ คิดว่าไม่ต้องถึงขนาดนั้น จะใช้บ่อยๆ ทำไม วันนี้พยายามเลี่ยงใช้เท่าที่จำเป็น เพราะถ้าต่อไปไม่มีมาตรา 44 จะทำอย่างไร&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผิดวิสัย &amp;ldquo;คสช.&amp;rdquo; ที่ปกติเรื่องไหนชักจะลุกลามบานปลาย โดยเฉพาะประเด็นที่ประชาชนเรียกร้อง มักจะงัดมาตรา 44 มาใช้แบบไม่ลังเลนาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เรื่องนี้กลับยื้อยุดฉุดกระชากกันมาเป็นเดือนๆ พยายามทุกทางที่จะยุติปัญหา โดยเฉพาะการส่งนายทหารเข้าไปไกล่เกลี่ยเจรจาหาทางออก มันก็ตอกย้ำให้เห็นส่วนหนึ่งถึงอาการที่ไม่อยากใช้อำนาจพิเศษเข้าจัดการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จริงๆ เรื่องบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ ถ้าเปลี่ยนมาเป็น &amp;ldquo;เอกชน&amp;rdquo; เป็นผู้ปลูกสร้าง เผลอๆ ป่านนี้ มาตรา 44 ของ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; อาจเข้ามาเป็นพระเอกไปนานแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทว่า พอเป็นบ้านพักของศาล เรื่องมันยิ่งยากเข้าไปใหญ่ ไม่ใช่เพราะศาลมีเอกสิทธิ์เหนือกว่าใครๆ หากแต่ศาลคือ ผู้ถือกฎหมาย ที่ต้องมีความเคร่งครัดมากกว่าคนอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ใช่เพราะศาลไม่รับรู้ถึงความต้องการประชาชน แต่จะให้ถอยโดยการ &amp;ldquo;ทุบทิ้ง&amp;rdquo; นอกจากผิดกฎหมายแล้ว ยังเป็นศาลเองที่จะต้องถูกฟ้องร้องจากผู้รับเหมา เพราะการก่อสร้างในครั้งนี้ทำถูกกฎหมายทั้งหมด ไม่สามารถใช้กฎหมายตามปกติสั่งรื้อบ้านที่สร้างเหล่านั้นได้ &amp;nbsp;
แม้ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; จะเข้าใจในความต้องการ และมุมมองของฝ่ายคัดค้าน แต่จะให้ทำตามข้อเสนอโดยใช้มาตรา 44 ก็จะเปลี่ยนผู้ถูกฟ้องจาก &amp;ldquo;ศาล&amp;rdquo; มาเป็น &amp;ldquo;คสช.&amp;rdquo; เอง
ผู้รับเหมาอาจจะนำคำสั่งหรือประกาศ คสช.ที่เกิดขึ้นไปฟ้องต่อศาลปกครอง เหมือนหลายๆ กรณี ซึ่งว่ากันตามตัวบทกฎหมาย ฝ่ายสั่งให้รื้อเสียเปรียบตามรูปคดี
&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; เลยพยายามยื้อยุดฉุดกระชากสุดๆ หวังใช้วิธีเจรจาต่อรองกับฝ่ายต่อต้าน เพื่อหาทางออกที่ไม่ใช่ &amp;ldquo;หักด้ามพร้าด้วยเข่า&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงตรงนี้ &amp;ldquo;รัฐบาล&amp;rdquo; ในฐานะผู้รับผิดชอบโดยตรง ยังมองว่า ประเด็นเรื่องบ้านพักและอาคารชุดของข้าราชการตุลาการยังไม่ถึง &amp;ldquo;ทางตัน&amp;rdquo; แต่ยังประนีประนอมกันได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีวี่แววถึงความเป็นไปได้ โดยเฉพาะในกลุ่มต่อต้านเอง ที่มีความคิดเห็นออกเป็นหลายแขนง ไม่ได้มีแต่ขอให้รื้อทุบทั้งหมดแบบทันทีอย่างเดียว โดยบางส่วนรับได้ถ้าจะมีการรื้อเพียงบางส่วน หรือมีการนำไปใช้อย่างอื่นเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันอยู่ที่การพูดคุยเป็นการภายใน ระหว่างทหาร ศาล และประชาชนผู้คัดค้าน ที่จะสามารถเจอ &amp;ldquo;ตรงกลาง&amp;rdquo; กันได้ตรงไหน โดยเฉพาะความพอใจของประชาชนที่หากไม่รื้อทั้งหมด แล้วจะรับได้แค่ไหน
&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; จะรอถึงที่สุด จนกว่าที่จะไม่สามารถหาทางออกด้วยการ &amp;ldquo;พูดคุย&amp;rdquo; ได้แล้ว นั่นถึงจะหันกลับไปมองมาตรา 44 ที่ยังไม่ได้ปิดประตูตาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วหากต้องใช้จริงๆ ประเด็นแรกที่ต้องคำนึงคือ ทุกฝ่ายต้องพอใจ ไม่ว่าจะเป็นประชาชน ศาล ผู้รับเหมา ขณะเดียวกัน งบประมาณพันกว่าล้านบาทที่ทุ่มลงไปจะไม่เสียไปเปล่าๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำคัญ คสช.จะต้องเขียนคำสั่งอย่างรัดกุมในเรื่องการป้องกันการฟ้องร้อง และอาจใช้วิธีชดเชย หรือเยียวยาความเสียหายให้แก่ &amp;ldquo;ผู้รับเหมา&amp;rdquo; แทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจตนาของ &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ไม่ได้อยากให้สุดกันไปข้างไหนข้างหนึ่ง เพราะของก็สร้างกันมาแล้ว 80% รื้อออกทั้งหมดจะไม่ต่างจากการนำเงินไปละลายน้ำฟรีๆ แต่จะให้ตั้งเด่นหราอยู่ตรงนั้น ไม่สนความรู้สึกประชาชนก็ไม่ได้เช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป้าหมายรัฐบาลตอนนี้คือ ของที่สร้างมาต้องไม่เสียเปล่า แล้วก็ต้องทำตามข้อเรียกร้องประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันยากกับโจทย์ &amp;ldquo;วิน-วิน&amp;rdquo; แต่รัฐบาลยังลุ้นจะเคลียร์ได้ ไม่ต้องถึงมือ &amp;ldquo;ม.44&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8212</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, คสช., ดอยสุเทพ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ม.44, ยืดเยื้อ, ยื้อยุดฉุดกระชาก, วิษณุ เครืองาม, หักด้ามพร้าด้วยเข่า, โครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae732d75f483.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6795</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โยนเผือกร้อน&#039;ประยุทธ์&#039; ชี้ขาดปมบ้านพักตุลาการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; มติ &amp;quot;ก.บ.ศ.&amp;quot; โยนเผือกร้อน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ชี้ขาดโครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการ เหตุกฎหมายไม่ให้อำนาจยุติเอง หวั่นโดนเอกชนคู่สัญญาฟ้องเรียกค่าเสียหาย ยันศาลตระหนักการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อม พร้อมเคารพความเห็นทุกฝ่าย &amp;quot;มทภ.3&amp;quot; เปิดเวทีรับ 4 ข้อเสนอเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ &amp;quot;บิ๊กตี๋&amp;quot; มั่นใจนายกฯ กล้าตัดสินใจเพื่อ ปชช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ศาลฎีกา ถ.แจ้งวัฒนะ วันที่ 9 เม.ย. เวลา 09.30 น. คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ได้พิจารณาวาระพิเศษเพิ่มเติม กรณีที่สำนักงานศาลยุติธรรมได้ดำเนินการโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 พร้อมบ้านพักข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ซึ่งโครงการดังกล่าวปัจจุบันใกล้เสร็จสมบูรณ์ตามสัญญาแล้ว แต่ปรากฏว่ามีบุคคลกลุ่มหนึ่งคัดค้านและเรียกร้องให้ยุติการก่อสร้าง พร้อมให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในโครงการก่อสร้างออกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม สรุปผลการประชุมเริ่มต้นชี้แจงเกี่ยวกับการขอใช้พื้นที่และการดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2540 กระทรวงยุติธรรมมอบหมายให้สำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5 ขอใช้พื้นที่ในราชการทหาร บริเวณด้านหลังของหน่วยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 7 เนื้อที่ประมาณ 106 ไร่ ต่อมาผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 ได้มีหนังสือยืนยันการขอใช้ที่ดินเพื่อก่อสร้างบ้านพักและอาคารที่ทำการของกระทรวงยุติธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อได้รับการอนุญาตให้เข้าใช้พื้นที่ตามลำดับขั้นตอน โดยถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว &amp;nbsp;สำนักงานศาลยุติธรรมจึงได้ดำเนินการด้านงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง จนได้ผู้รับจ้างและได้ลงนามในสัญญาโครงการก่อสร้างดังกล่าวในที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชม. 1723 (บางส่วน) กับบริษัท พี.เอ็น.เอส.ไซน์ จำกัด ผู้รับจ้าง โดยมีบริษัท เอ็นจิเนียริ่งดีไซน์ คอนซัลแตนส์ จำกัด เป็นผู้คุมงาน วงเงินรวม 3 โครงการ จำนวน 955,064,056.28 &amp;nbsp;บาท&amp;quot; นายสราวุธระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาฯ สำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า โครงการดังกล่าวหากมองภาพในมุมสูงจะเห็นได้ว่าอยู่แนวระดับเดียวกับสวนสัตว์ไนท์ซาฟารี อ่างเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชุมชนช่างเคียน ชุมชนช้างเผือก &amp;nbsp;และในการดำเนินการตามโครงการ สำนักงานศาลยุติธรรมได้ตระหนักถึงการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเสมอมา บริเวณก่อสร้างที่มีต้นไม้มีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 30 เซนติเมตรขึ้นไป ได้ขุดล้อมแล้วนำไปปลูกบริเวณใกล้เคียง โดยมีรายละเอียดของต้นไม้ที่ขุดล้อมไปคือ ต้นประดู่จำนวน 29 ต้น ต้นพลวงจำนวน 86 ต้น ต้นสักจำนวน 4 ต้น ต้นกระบากจำนวน 77 ต้น และไม้เนื้ออ่อนอื่นอีก 44 ต้น รวมจำนวน 240 ต้น รวมทั้งหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จมีโครงการปลูกต้นไม้อย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธกล่าวว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่บุคคลกลุ่มหนึ่งพยายามให้ยุติและรื้อถอนโครงการดังกล่าวนั้น สำนักงานศาลยุติธรรมเป็นคู่สัญญาไม่อาจดำเนินการตามข้อเรียกร้องที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ได้ เนื่องจากหากสำนักงานศาลยุติธรรมยุติโครงการย่อมจะตกเป็นฝ่ายผิดสัญญา ต้องถูกคู่สัญญาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ซึ่งจะทำให้รัฐต้องเสียงบประมาณในการชดใช้ค่าเสียหาย อีกทั้งหากสำนักงานศาลยุติธรรมจะดำเนินการรื้อถอนก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากไม่มีกฎหมายให้อำนาจไว้ และยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย รวมถึงอาจจะต้องถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินดำเนินการหาผู้รับผิดชอบตามกฎหมายด้วย จากข้อเท็จจริงและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว สำนักงานศาลยุติธรรมจึงได้นำเรื่องเข้าที่ประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ประชุม ก.บ.ศ.จึงมีมติให้สำนักงานศาลยุติธรรมรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ชอบธรรมและด้วยสันติวิธี โดยตระหนักถึงการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อม และให้มีหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรีถึงข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยหากรัฐบาลเห็นสมควรประการใด เช่นให้ชะลอการใช้บ้านพักเฉพาะส่วนที่มีการคัดค้านไว้ชั่วคราวหรือดำเนินการอื่นในระหว่างฟื้นฟูสภาพแวดล้อม สำนักงานศาลยุติธรรมก็ไม่ขัดข้อง&amp;quot; เลขาฯ สำนักงานศาลยุติธรรมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายสราวุธกล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อ ก.บ.ศ.มีมติเรื่องดังกล่าวแล้ว สำนักงานศาลยุติธรรมได้ดำเนินการส่งมติ ก.บ.ศ.เกี่ยวกับโครงการดังกล่าวต่อ พล.อ.ประยุทธ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับนายกฯ ว่าจะพิจารณาเรื่องนี้อย่างไรต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีที่ พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 เปิดเวทีสาธารณะเพื่อร่วมกันหาทางออก ในเรื่องนี้ที่มณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ โดยเชิญตัวแทนจากฝ่ายศาลเข้าร่วมประชุม แต่ปรากฏไม่มีตัวแทนจากศาลเข้าร่วม เลขาฯ สำนักงานศาลยุติธรรมกล่าวว่า เนื่องจากวันนี้มีการประชุม ก.บ.ศ.เพื่อพิจารณาในเรื่องดังกล่าวอยู่ เราจึงต้องรอผลการประชุมจาก ก.บ.ศ. ซึ่งเมื่อเราได้มติเป็นข้อยุติตรงนี้แล้วก็มีความเห็นว่า จะต้องส่งมติดังกล่าวไปให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาโดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เวลา 09.00 น. ที่มณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ เชียงใหม่ พล.ท.วิจักขฐ์ สิริบรรสพ &amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่ 3 เป็นประธานเปิดเวทีสาธารณะเพื่อร่วมกันหาทางออก กรณีโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 บริเวณป่าเชิงดอยสุเทพ ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีการเชิญตัวแทนเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ซึ่งเรียกร้องให้ยุติและยกเลิกโครงการแล้วคืนพื้นที่ป่าเข้าร่วมพูดคุยนำเสนอข้อมูลความคิดเห็น ข้อเรียกร้อง ร่วมกับตัวแทนศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพื่อหาทางออกร่วมกัน พร้อมทั้งมีการเชิญตัวแทนส่วนราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเริ่มดำเนินการหารือปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไม่ส่งตัวแทนมาเข้าร่วมแต่อย่างใด โดยเพิ่งมีการแจ้งยกเลิกในช่วงเช้าวันเดียวกัน ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้ตอบรับและส่งรายชื่อตัวแทนที่จะเข้าร่วมไว้แล้ว โดยแจ้งว่าสำนักงานศาลยุติธรรมก็มีการประชุมที่ส่วนกลางวันเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นช่วงบ่าย พล.ท.วิจักขฐ์แถลงสรุปผลการจัดเวทีสาธารณะเรื่องดังกล่าวว่า ผลการประชุมวันนี้จะนำเสนอ ผบ.ทบ.ภายในวันที่ 10 เม.ย.เป็นอย่างช้า เพื่อนำเรียนหัวหน้า คสช.พิจารณาความต้องการของกลุ่มมวลชน ประชาชนชาวเชียงใหม่ ภาคประชาสังคม และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในเวทีที่เปิดเผยและแสดงความเห็นอย่างเสรีในการประกาศจุดยืน เพราะในช่วงบ่ายนี้ในส่วนของศาลยุติธรรมก็จะมีผลการประชุมออกมาด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ข้อสรุปตามที่ภาคประชาชนเสนอคือ 1.ต้องการให้รื้ออาคารศาลบางส่วน &amp;nbsp;แต่รื้อขนาดไหนจะจัดผู้เกี่ยวข้องไปดูแลอย่างเป็นธรรม และนำเสนอจุดที่ขีดเส้นที่เหมาะสมภายในวันที่ &amp;nbsp;19 เม.ย.นี้ โดยขอให้ผู้ว่าฯ ตั้งคณะกรรมการร่วมภาคประชาสังคมและข้าราชการที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูพื้นที่ และสรุปมาเป็นประเด็น 2.ในส่วนของผู้รับเหมาก่อสร้างให้ทำให้เสร็จ หรือจะให้หยุด แต่รัฐต้องจ่ายเงินตามงวดงานให้แล้วเสร็จ เพื่อไม่ให้กระทบบริษัทที่ได้งานมาอย่างถูกกฎหมาย 3.เกี่ยวกับบ้านพักหากรื้อถอนรัฐจะต้องหาพื้นที่เหมาะสมทดแทนในการก่อสร้าง เพื่อเยียวยาหางบประมาณมาก่อสร้างใหม่ 4.หากกำหนดพื้นที่ขีดเส้นได้แล้ว สำนักงานศาลต้องส่งคืนพื้นที่เกี่ยวข้องที่กระทบต่อผืนป่าให้ราชพัสดุ และดำเนินการโครงการปลูกป่าราษฎร์-รัฐ ร่วมใจต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้ง 4 ประเด็นดังกล่าวให้ทำเป็นข้อเสนอถึงนายกรัฐมนตรี โดยส่งผ่าน ผบ.มทบ.33 แล้วส่งให้แม่ทัพภาคที่ 3 ซึ่งจะนำเรียน ผบ.ทบ.เพื่อนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้า คสช.พิจารณาพร้อมข้อยุติของศาล โดยผมเชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีเป็นคนกล้าตัดสินใจ เพราะกระทบต่อจิตใจประชาชน &amp;nbsp;ผบ.ทบ.ท่านก็ฟัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่านก็ฟังเสียงประชาชน เมื่อเช้าผมก็นำเรียน พล.อ.ประวิตรไปว่าศาลขอยกเลิกมาเวทีสาธารณะ ท่านก็รับทราบและให้เก็บประเด็นหลักว่าประชาชนต้องการอะไร&amp;quot; แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ประธานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวว่าสาเหตุที่ประชาชนคัดค้านการสร้างบ้านพักตุลาการและต้องการให้ทุบทิ้ง ด้วยเหตุผลเพราะกระทบจิตใจและจิตวิญญาณคนเชียงใหม่ ไม่ต้องเสียดายงบประมาณเพราะเทียบไม่ได้เลยกับป่าที่จะฟื้นฟูกลับมา จึงขอวิงวอนถึงผู้บริหารศาลว่าอย่ากลัวเสียหน้า เสียศักดิ์ศรี ผิดพลาดได้ก็แก้ไขได้ และเท่ากับกอบกู้ศรัทธาของประชาชนกลับคืนมา รวมทั้งได้เห็นการทำลายสิ่งแวดล้อม ถมลำห้วย และเจาะภูเขา โดยเฉพาะการตัดต้นไม้นับพันต้น กระทบระบบนิเวศมากกว่า 80 ไร่ กังวลการเกิดไฟป่าและน้ำป่าในช่วงน้ำหลาก &amp;nbsp;โดยใช้งบประมาณที่ฟุ่มเฟือยขัดกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง แม้จะชอบด้วยกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราไม่ได้สุดโต่ง เครือข่ายได้มีมติให้ก่อสร้างให้เสร็จตามสัญญา และเสนอให้ตั้งคณะกรรมการร่วมกันในการชี้แนวเขตป่าดอยสุเทพ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสมบูรณ์ให้ชัดเจน ทั้งหมดอยู่ภายใต้คำว่าสันติและปรองดอง 16 องค์กรที่รวมกันเป็นเครือข่ายยืนหลักการเดิมคือ ขอให้รื้อออกทั้งบ้านพัก 45 หลัง และอาคารชุด 9 หลัง ตามแนวเขตป่าดั้งเดิม โดยศาลอาจจะเลื่อนเวลาออกไป 2 เดือนเพื่อให้สัญญาการก่อสร้างจบ ขอวิงวอนศาลให้รับฟังเสียงคนเชียงใหม่ เรามีเจตนารมณ์ว่าไม่ว่าใครที่ไหนก็ไม่สำคัญ ไม่มีสิทธิ์ครอบครองป่าผืนนี้&amp;quot; ประธานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6795</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.บ.ศ., กระทบจิตใจและจิตวิญญาณ, นายสราวุธ เบญจกุล, บิ๊กตู่, ฟ้องเรียกค่าเสียหาย, สุดโต่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการ, โครงการปลูกป่าราษฎร์-รัฐ, โยนเผือกร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb7613c4bc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
