<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2021 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2021 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก 52 เดือนร้านชำโกงคนละครึ่ง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;คลัง&amp;rdquo; ลุยส่งข้อมูลร้านค้า-ประชาชนเอี่ยวโกงโครงการคนละครึ่งให้ สตช.-ปอศ. ร่วม 1 พันราย ร้องทุกกล่าวโทษแล้ว 85 ราย ศาลตัดสินร้านขายของชำ จำคุก 52 เดือน ปรับ 2.6 แสนบาท แถมถูกเรียกเงินคืนอีก 7.6 หมื่นบาท ส่วนประชาชนที่ร่วมแจมอีก 6 ราย จำคุกสูงสุด 17 เดือน ปรับสูงสุด 8.5 หมื่นบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าในการดำเนินการกับร้านค้าและผู้เกี่ยวข้องที่กระทำผิดเงื่อนไขโครงการคนละครึ่ง ว่า ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้จัดส่งข้อมูลร้านค้าและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังกล่าวให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) เพื่อใช้ในการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีแล้วทั้งสิ้น 1,024 ราย โดยมีการร้องทุกข์กล่าวโทษร้านค้าและประชาชนที่เกี่ยวข้องแล้ว 85 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการตรวจสอบของ สตช. และ ปอศ. และจะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2564 ศาลแขวงบางบอนมีคำพิพากษากรณีพนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีศาลแขวง 10 ฟ้องนางกัญจน์ญาภัท เส็งดอนไพร เจ้าของร้านขายของชำในกรุงเทพมหานคร ที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งและผู้ร่วมกระทำความผิดอีก 6 ราย ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงเงินโครงการคนละครึ่ง โดยศาลพิพากษาลงโทษจำคุกกระทงละ 1 เดือน และปรับกระทงละ 5,000 บาท ส่งผลให้เจ้าของร้านได้รับโทษจำคุกรวม 52 เดือน ปรับ 260,000 บาท ส่วนผู้เกี่ยวข้องได้รับโทษจำคุกคนละ 8-17 เดือน ปรับคนละ 40,000-85,000 บาท โดยให้รอลงอาญาโทษจำคุกเป็นเวลา 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการดำเนินคดีอาญาดังกล่าวแล้ว กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเรียกคืนเงินจากผู้กระทำผิดเงื่อนไขโครงการคนละครึ่งตามจำนวนที่กระทรวงการคลังได้โอนให้ร้านค้าตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย ซึ่งกรณีร้านกัญจน์ญาภัท เส็งดอนไพรจะต้องคืนเงินจำนวน 76,050 บาท ให้กระทรวงการคลัง และจะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการอื่นของกระทรวงการคลังได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กระทรวงการคลังได้มีการติดตามตรวจสอบการดำเนินโครงการต่าง ๆ ของกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิด เช่น โครงการเราชนะ เป็นต้น หากตรวจพบการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการ จะมีการระงับสิทธิและดำเนินคดีตามกฎหมาย จึงขอความร่วมมือประชาชน และร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการของกระทรวงการคลังปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขของโครงการอย่างเคร่งครัด เพื่อมิให้เสียสิทธิการเข้าร่วมโครงการหรือมาตรการอื่นของกระทรวงการคลังในอนาคตและถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอีกด้วย&amp;rdquo; นางสาวกุลยา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98947</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลยา ตันติเตมิท, จำคุก 52 เดือน, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), โครงการคนละครึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059cacb64891.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98014</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/04/2021 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดโครงการคนละครึ่ง ยอดใช้จ่ายกว่า 1 แสนล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่งและโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 ได้สิ้นสุดแล้วเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2564 มียอดการใช้จ่ายตลอดโครงการ 102,065 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 52,251 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 49,814 ล้านบาท โดยมีผู้ใช้สิทธิทั้งสิ้น 14,793,502 คน จากเป้าหมาย 15 ล้านคน ในจำนวนนี้มีการใช้จ่ายตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป จำนวน 13,653,565 คน หรือประมาณร้อยละ 92 ของผู้ใช้สิทธิทั้งหมด โดยมีคนใช้จ่ายครบ 3,500 บาท จำนวน 7,819,925 คน ซึ่งจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สมุทรปราการ สงขลา และเชียงใหม่ ส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศขยายตัวต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบ 6 เดือนตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 ถึงไตรมาสแรกของปี 2564 แสดงถึงความร่วมมือร่วมใจของประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยที่มีส่วนช่วยส่งเสริมการบริโภคในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก และก่อให้เกิดการหมุนเวียนของการผลิตและการค้าที่เกี่ยวเนื่องอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้โครงการคนละครึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกระทรวงการคลัง ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กระทรวงการคลังได้ตรวจพบการใช้จ่ายที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการคนละครึ่ง และได้มีการระงับการใช้แอปพลิเคชันและการจ่ายเงินร้านค้า รวมทั้งจัดส่งข้อมูลร้านค้าและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังกล่าวให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) เพื่อใช้ในการสืบสวนสอบสวนและดำเนินการทางกฎหมายแล้วทั้งสิ้น 749 ราย โดยมีการร้องทุกข์กล่าวโทษร้านค้าและประชาชนที่เกี่ยวข้องแล้ว 85 ราย ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างการตรวจสอบของ สตช. และ ปอศ. และจะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมต่อไป ทั้งนี้ ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการคนละครึ่งจะไม่สามารถเข้าร่วมโครงการอื่นของกระทรวงการคลังได้อีก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98014</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลยา ตันติเตมิท, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง, โครงการคนละครึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_6023f17f82af3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96878</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2021 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;คลัง&#039;ปลื้มยอดใช้คนละครึ่งก่อนปิดโครงการวิ่งฉิวเฉียดแสนล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค. 2564 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า โครงการคนละครึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงในการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ และฟื้นฟูเศรษฐกิจจนถึงระดับฐานรากทั่วประเทศ โดยความคืบหน้าล่าสุดของโครงการคนละครึ่ง ณ วันที่ 21 มี.ค.2564พบว่า มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกว่า 1.5 ล้านร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิจำนวน 14,793,502 คน โดยเป็นการใช้จ่าย 3,000 บาทขึ้นไป จำนวน 12,530,056 คน และใช้จ่ายครบ 3,500 บาท จำนวน 6,315,918 คน ยอดการใช้จ่ายสะสม 98,860 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 50,610.3 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 48,249.7 ล้านบาท โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สมุทรปราการ สงขลา และเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการคนละครึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 31 มี.ค.2564 จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนที่ยังมีวงเงินเหลือเร่งใช้จ่ายให้ครบ 3,500 บาท หากพ้นกำหนดดังกล่าวจะไม่สามารถใช้สิทธิวงเงินที่เหลือได้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการรักษาสิทธิของท่านแล้ว ยังเป็นการช่วยสนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากผ่านการบริโภคภายในประเทศอีกด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96878</URL_LINK>
                <HASHTAG>กุลยา ตันติเตมิท, สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.), โครงการคนละครึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_6023f17f82af3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93951</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/02/2021 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/02/2021 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ค้าอาหารทะเลปลื้มโครงการ &#039;เราชนะ&#039; ยอดขายพุ่งเท่าตัว เผยรัฐบาลมาถูกทางแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ก.พ.64 -&amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจการใช้จ่ายตามโครงการเราชนะ หลังเปิดระบบการให้บริการแบบเต็มรูปแบบแล้วมานานกว่า 1 สัปดาห์ โดยเฉพาะที่โซนอาหารทะเลตลาดรถไฟขอนแก่น ซึ่งพ่อค้าแม่ค้า ทุกร้านเข้าร่วมโครงการเราชนะและคนละครึ่ง เพื่อให้บริการกับผู้ที่ได้รับสิทธิ์ได้มาจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าตามสิทธิ์ที่ได้รับ ขณะที่ร้านค้าส่วนใหญ่ยังคงราคาจำหน่ายเท่าเดิมและให้บริการกับลูกค้าผ่านระบบแอพพลิเคชั่นถุงเงินและเป๋าตังโดยไม่มีปัญหาใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสุดารัตน์ โสดามุข ร้านเจ๊นาทะเลสด กล่าวว่า ก่อนหน้าไม่มีโครงการเราชนะรายได้อยู่ที่ 2,000-3,000 บาท พอมีโครงการเราชนะเข้ามาตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา รายได้ก็เพิ่มขึ้นเป็น 8,000-9,000 บาท ต่อวัน และก่อนที่จะมีโครงการนี้มาแย่มากคนมาซื้อต่อวัน 2-3 คน พอมีโครงการคนมาจับจ่ายเยอะขึ้นรายได้เพิ่มขึ้น 2-3 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ร้านเรารับทุกโครงการที่รัฐบาลให้เข้าร่วมรู้สึกว่ามีรายได้เพิ่มเข้ามาเยอะกว่าที่ผ่านมาลูกค้าที่ร้านมีทั้งขายปลีก-ขายส่ง โครงการรัฐบาลที่เข้ามาช่วยในช่วงนี้เป็นโครงการที่ดีมากทำให้ประชาชนมีเงินซื้อของใช้ ของกิน เศรษฐกิจกำลังไปได้ดีที่รัฐบาลเข้ามากระตุ้น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่&amp;nbsp;น.ส.วรินทร์พร&amp;nbsp;พลเมืองวิดี เจ้าของร้านทะเล 168 กล่าวว่า&amp;nbsp;ทางร้านขายอาหารทะเลสดที่สั่งจาก จ.ระนอง ทะเลฝั่งอันดามัน อย่างกุ้งลายเสือ ปลากะพงทะเล หอยหวาน และปูม้า ทำให้มีความแตกต่างจากร้านอื่น ถือเป็นทางเลือกให้ลูกค้า&amp;nbsp;ขณะที่โครงการเราชนะถือเป็นโครงการที่ดี ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้ประชาชนกล้าออกมาใช้จ่ายกันคึกคักขึ้น ส่งผลให้ยอดขายของทางร้านเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากเข้าร่วมโครงการนี้ &amp;nbsp;ช่วงที่ประชาชนมีการใช้จ่ายมากที่สุดคือช่วงหลังจากมีเงินจากทางโครงการเราชนะโอนเข้ามาในแอปเป๋าตังทุกวัน จากนั้นจะเป็นช่วงที่ลูกค้าเข้ามาเลือกซื้อหาสินค้าเพิ่มขึ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลายโครงการที่รัฐบาลออกมากระตุ้นเศรษฐกิจช่วงนี้ถือเป็นโครงการที่ดี &amp;nbsp;เริ่มมาตั้งแต่โครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะ &amp;nbsp;ทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งหมด คนทำมาค้าขายก็ได้ประโยชน์ คนที่เข้าร่วมโครงการได้สิทธิก็ได้ประโยชน์เหมือนกัน ทำให้คนกล้ากิน กล้าซื้อ กล้าใช้จ่ายมากขึ้น เพราะลูกค้าที่มาซื้อก็บอกว่าถ้าไม่มีเงินโครงการนี้เข้ามาก็ไม่กล้าจะออกมาซื้อเพราะอาหารทะเลมีราคาสูงสำหรับคนที่รายได้น้อย &amp;nbsp;คนที่พอมีฐานะมาซื้ออยู่แล้วแต่พอมีโครงการกล้าที่ออกมาใช้จ่ายมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นคนกลุ่มใดก็กล้าออกมา ส่วนราคาไม่มีปรับขึ้น ถ้าจะขึ้นราคาหรือลดราคาก็ขึ้นอยู่กับกลไกลทางตลาดมากกว่าไม่เกี่ยวกับที่ว่ามีโครงการนี้เข้ามา และหากมีการขึ้นราคาสูงเกินจริงลูกค้าก็ไม่มาซื้อ &amp;nbsp;เพราะร้านอาหารทะเลราคาไม่สูงก็ยังมีให้เลือกซื้อ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93951</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, โครงการคนละครึ่ง, โครงการเราชนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210223/image_big_6034924edde7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92286</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 17:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 17:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจยันมีหลักฐานคลิปเหตุการณ์เอาผิด&#039;ดร.ภูผาภูมิ&#039;สวมสิทธิ์คนละครึ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ.64-พ.ต.อ.อิทธิพล เนตรไธสงค์ ผกก.สภ.บ้านฝาง กล่าวถึงความคืบหน้าการจับกุมดำเนินคดีว่าที่ ร.ต.ดร.ภูผาภูมิ โมรีย์ ครูประจำโรงเรียนแห่งหนึ่งในอ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาก่อเหตุสวมสิทธิ์โครงการคนละครึ่งและเราเที่ยวด้วยกันว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนนางบุหงา ดวงจันทร์ หรือครูฝน &amp;nbsp;อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 66/1 ม.2 บ้านโนนค้อ ต.โคกงาม อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นครูโรงเรียนบ้านโสกแต้ ม.8 บ.โสกแต้ &amp;nbsp; ต.ป่าหวายนั่ง &amp;nbsp;อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;ซึ่งเป็นคนที่ชาวบ้านกล่าวหาว่าแจกเงิน200บาท แล้วถ่ายเอารูปบัตรประชาชนชาวบ้านไป จนชาวบ้านถูกสวมสิทธิ์ในโครงการคนละครึ่งและโครงการเราเที่ยวด้วยกันนั้น ภายหลังการสอบสวนแล้วเสร็จเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อหาร่วมกัน ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายหรือไร้ประโยชน์ ซึ่งพินัยกรรมหรือเอกสารใดของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ซึ่งภายหลังการสอบสวน ยังพบหลักฐานในโทรศัพท์มือถือที่เชื่อมโยงกับการก่อเหตุและเชื่อมโยงกับครูภูผาภูมิ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขอหมายค้น เข้าตรวจค้นบ้านครูภูผาภูมิ และขอหมายจับครูผาภูมิ ซึ่งในการตรวจค้นและจับกุมนั้นเจ้าหน้าที่พบหลักฐานทั้งที่เป็นเอกสารและหลักฐานทางอีเลคทรอนิค จึงควบคุมตัวไปสอบสวน จากการพูดคุย ครูคุยได้ทุกเรื่อง แต่ช่วงให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนครูภูผาภูมิให้การปฏิเสธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.อิทธิพล กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง ร่วมกันลงพื้นที่พบปะทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่ถูกสวมสิทธิ์ว่าให้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับบุคคลที่นำบัตรประชาชนของชาวบ้านไปใช้ ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากก่อนที่ครูภูผาภูมิจะถูกจับกุมตัวได้นั้น ได้มีการเข้าไปเจรจากับชาวบ้าน เพื่อที่จะจ่ายเงินชดเชยให้ชาวบ้านที่ถูกสวมสิทธิ์ รายละ1,000-2,000บาท ทำให้ชาวบ้านแตกออกเป็น2 ฝ่าย คือฝ่ายที่ยังลังเลว่าจะได้เงินชดเชยอีกทั้งกลัวว่าตัวเองจะมีส่วนในการทำผิดกฎหมายเลยอยู่นิ่งๆ กับอีกฝ่ายที่ต้องการดำเนินคดีตามกฎหมาย จึงต้องลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับชาวบ้าน ซึ่งหากชาวบ้านเข้าใจก็จะมีชาวบ้านมาแจ้งความเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับความเสียหายของโครงการคนละครึ่งและเราเที่ยวด้วยกันนั้นอยู่ระหว่างการรวบรวมของคณะทำงาน เพราะหลังจากตรวจค้นแล้ว พบความเชื่อมโยงใดๆพนักงานสอบสวนจะได้ออกหมายเรียกมาสอบสวน อีกทั้งในกรณีดังกล่าววนั้น ชาวบ้านคือคนที่ถูกสวมสิทธิ์ ส่วนผู้เสียหายคือเจ้าของโครงการและเจ้าของเงินทั้ง2 โครงการ ซึ่งในกรณีดังกล่าว ตำรวจจะร่วมประชุมกับทางจังหวัดขอนแก่น เพื่อสรุปผลการปฏิบัติงานและมูลค่าความเสียหายทั้งหมดในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ซึ่งขณะนี้ครูภูผาภูมิก็ยังถูกคุมขังในห้องขัง เพราะยังไม่มีการส่งตัวฝากขังที่ศาล เนื่องจากเป็นวันหยุดและยังมีผู้เสียหายในกรณีเดียวกัน กระจายในอำเภออื่นๆอีกหลายราย และทะยอยแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกเชนกัน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92286</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.ภูผาภูมิ โมรีย์, ตำรวจ, สภ.บ้านฝาง, โครงการคนละครึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210207/image_big_601fbe2ecac55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90503</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดลมลุยคนละครึ่งเฟส3 รอบเก็บตก9นาทีเกลี้ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; คลังจ่อลุย &amp;quot;คนละครึ่ง&amp;quot; เฟส 3 หลังกระแสตอบรับดี&amp;nbsp; ปลื้มลงทะเบียนรอบเก็บตก 1.34 ล้านสิทธิ์เต็มใน 9 นาที ชวดเกือบ 2 ล้านคน เตรียมชง ครม.สัปดาห์หน้าลดภาษีที่ดิน-เว้นค่าโอนอสังหาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 20 มกราคม กระทรวงการคลังเปิดให้ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเฟส 3 รอบเก็บตก จำนวน 1.34 ล้านสิทธิ์ ผ่าน www.คนละครึ่ง.com ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. โดยเวลาผ่านมาเพียง 9 นาที จำนวนสิทธิเต็มแล้ว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มีประชาชนสนใจมาลงทะเบียนเป็นจำนวนมากเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเข้ามารอในระบบลงทะเบียนมากกว่า 3 ล้านคน จึงมีผู้ที่พลาดลงทะเบียนในรอบนี้เกือบ 2 ล้านคน ส่วนกรณีที่มีผู้ลงทะเบียนได้รับหมายเลข OTP ล่าช้า จากการสอบถามทางธนาคารกรุงไทย ได้รับการชี้แจงว่าระบบไม่มีปัญหา ระบบมีความต่อเนื่อง แต่อาจจะหน่วงอยู่บ้าง จากระบบของผู้ให้บริการมือถือมีปริมาณผู้มาลงทะเบียนพร้อมกันเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโครงการคนละครึ่ง ที่มีการแจกเงินช่วยเหลือค่าครองชีพ 3,500 บาท ผ่านคนละครึ่งเฟส 1-2 จะไม่มีการขยาย หรือรับลงทะเบียนเพิ่มอีก โดยสิ้นสุดครบ 15 ล้านคน สามารถใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1-31 มี.ค.2564 โดยผู้ที่ได้รับสิทธิ์ใหม่อีก 1.34 ล้านราย จะสามารถใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 25 ม.ค. และต้องใช้จ่ายครั้งแรกภายใน 14 วัน เพื่อป้องกันถูกตัดสิทธิ์เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการพิจารณาโครงการคนละครึ่งเฟส 3 ว่า ต้องขอเวลาในการประเมินผลอีก 1-2 เดือน เพื่อติดตามประสิทธิภาพการใช้จ่ายของประชาชนในโครงการระยะที่ 1-2 ก่อน ซึ่งถ้าผลออกมาดี ก็อาจจะพิจารณาทำโครงการในระยะที่ 3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ก่อนมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่นั้น ตัวเลขเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ พอมาถึงช่วงระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้เศรษฐกิจลดลงอีกครั้ง จึงเป็นที่มาของการขยายโครงการคนละครึ่งเฟสที่ 2 หากไตรมาส 2/2564 การใช้จ่ายยังไม่ดีเท่าที่เราอยากจะเห็น กระทรวงการคลังอาจจะพิจารณาขยายโครงการคนละครึ่งเฟส 3 เพราะการใช้จ่ายของประชาชนคิดเป็น 50% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ถ้าสามารถกระตุ้นในประชาชนมีรายได้มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น จะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กระทรวงการคลังเตรียมพิจารณาออกมาตรการทางภาษีเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้ประชาชนได้มีสภาพคล่อง ตลอดจนกระตุ้นการใช้จ่ายและการบริโภคในประเทศให้เพิ่มขึ้น โดยจะเสนอมาตรการลดภาระให้ประชาชนในส่วนของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และการยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์ เข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นการลดภาษีที่ดินฯ ลง 90% และยกเว้นค่าธรรมเนียมการโอนเหลือเพียง 0.01%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังแจ้งว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีโครงการคนละครึ่งเฟส 3 เนื่องจากได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างมาก ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบายจะตัดสินใจถึงความเหมาะสมในสถานการณ์ตอนนั้นอย่างไร โดยจะต้องให้ครอบคลุมประชาชนที่ต้องการใช้สิทธิ์ด้วย หากมีต่ออาจจะต้องลงทะเบียนใหม่ทั้งหมด ซึ่ง 15 ล้านคนแรกที่เคยได้สิทธิ์ต้องมาลงใหม่ แล้วขยายการลงทะเบียนเป็น 20 ล้านคนก็ได้ ส่วนเงินช่วยเหลือและระยะเวลาขึ้นอยู่กับความเหมาะสม แต่งบประมาณในส่วนฟื้นฟู จากพระราชกำหนดการกู้เงิน 1 ล้านล้านบาทยังมีอยู่เพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในช่วงปลายเดือน ม.ค.นี้ จะมีการประเมินสถานการณ์โควิด-19 หากดีขึ้นจะมีมาตรการอื่นๆ เพิ่มเข้ามาเพื่อให้เศรษฐกิจได้รับการฟื้นฟู เช่น กระทรวงการคลังอาจจะทำโครงการคนละครึ่งเฟสที่สาม และธนาคารแห่งประเทศไทยยังได้หารือกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้มีซอฟต์โลนระยะยาว และการค้ำประกันเงินกู้อื่นๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90503</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่ง, คนละครึ่ง เฟส 3, ลดภาษีที่ดิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โครงการคนละครึ่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_600832a7487dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 22:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เคาะเยียวยา3.5พัน แรงงานบี้จ่าย5พัน3เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังแจงลงทะเบียนเก็บตกคนละครึ่งเฟส 2&amp;nbsp; จำนวน 1.34 ล้านสิทธิ์ 20 ม.ค.นี้ ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ยันผู้ถูกตัดสิทธิ์รอบ 1 และ 2 และผู้ไม่ได้รหัส OTP รอบ 2&amp;nbsp; สามารถช่วงชิงรอบนี้ได้ เริ่มใช้สิทธิ์ 25 ม.ค. ส่วนเยียวยาเราชนะ 3,500 บาทเข้า ครม.อังคารนี้ เครือข่ายแรงงานฯ&amp;nbsp; ไล่บี้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินเยียวยาแรงงานทั่วหน้า 5 พันต่อเนื่อง 3 เดือน ญาติวีรชนพฤษภา 35 ตั้ง &amp;quot;รวมธารปันสุข&amp;quot;&amp;nbsp; แจกอาหารฟรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 18 มกราคม น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง&amp;nbsp; เปิดเผยว่า การลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งเฟส 2 รอบเก็บตกวันที่ 20 ม.ค.64 จะมีจำนวนทั้งหมด 1.34 ล้านสิทธิ์&amp;nbsp; ซึ่งกระทรวงได้ประสานธนาคารกรุงไทยในการปรับปรุงระบบไว้รองรับประชาชนที่จะเข้ามาลงทะเบียนตั้งแต่ 6&amp;nbsp; โมงเช้า โดยยืนยันว่าผู้ลงทะเบียนและไม่ได้รับรหัส OTP&amp;nbsp; รอบที่แล้ว หรือคนสมัครโครงการคนละครึ่งเฟส 1 และเฟส&amp;nbsp; 2 ไม่ได้ใช้แล้วถูกตัดสิทธิ์ จะสามารถลงทะเบียนรอบเก็บตกในวันที่ 20 ม.ค.นี้ได้ เมื่อลงทะเบียนใส่ข้อมูลในวันที่ 20&amp;nbsp; ม.ค.แล้วได้เอสเอ็มเอสยืนยัน ก็ให้ติดตั้งแอปพลิเคชันเป๋าตัง และสามารถเริ่มใช้สิทธิ์คนละครึ่งได้ภายในวันที่ 25&amp;nbsp; ม.ค.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนการปิดช่องโหว่ทุจริตโครงการคนละครึ่งได้มีการดำเนินการหลายด้าน โดยในส่วนร้านค้าที่ขึ้นราคาก็ติดตามดูทั้งทางกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์&amp;nbsp; ซึ่งขอเตือนร้านค้าอย่าไปหลงเชื่อทำผิดเงื่อนไขโครงการ&amp;nbsp; จะถูกดำเนินการตามกฎหมาย&amp;quot; น.ส.กุลยากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม น.ส.กุลยามองว่าไม่ต้องขยายระยะเวลาใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งออกไปจากวันที่ 31 มี.ค. 64 เนื่องจากหากมีการใช้เงิน 150 บาททุกวัน ระยะเวลา 24 วันก็จะใช้เงินครบ โดยปัจจุบันมียอดใช้จ่ายคนละครึ่งอยู่ที่ 6.6 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโครงการเราชนะ เพื่อเยียวยาผลกระทบโควิด-19&amp;nbsp; รอบ 2 นั้น ในวันที่ 19 ม.ค.จะมีการนำเสนอรายละเอียดเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. โดยกรอบวงเงินที่จะช่วยเหลือคือ 3,500 บาท/คน/เดือน ระยะเวลา 2 เดือน ส่วนรายละเอียดกลุ่มไหนบ้างให้รอผลประชุม ครม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิบดีการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ศูนย์ฯ ได้ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจในไตรมาสที่&amp;nbsp; 1/2564 ที่มาตรการล็อกดาวน์ไม่เข้มข้นอยู่ที่ 1.5-2 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลได้พยายามใส่เงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ในจำนวนเท่าที่ เท่ากับ หรือมากกว่าตัวเลขความเสียหายทางเศรษฐกิจ จะช่วยพยุงเศรษฐกิจไม่ให้ย่ำแย่ลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโครงการคนละครึ่งมีประสิทธิภาพมาก ที่ทำให้เงินเกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) และทำให้เกิดการจ้างงาน แต่ด้วยโครงการคนละครึ่งยังไม่ถึงระยะเวลาสิ้นสุดโครงการและยังมีสิทธิ์คงค้างอยู่ ทำให้รัฐบาลเลือกใช้วิธีโอนเงินโดยตรงในโครงการเราชนะให้แก่ผู้ที่เดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 และให้ครอบคลุมกับประชาชนที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง เพื่อนำเงินไปใช้จ่ายให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ช่วยชดเชยมูลค่าทางเศรษฐกิจที่หายไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยโครงการเราชนะที่จะแจกเงินให้เปล่า 3,500 บาท/เดือน เป็นเวลา 2 เดือน ไม่ได้มีหลักเกณฑ์ว่าให้ไปซื้อสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน เช่น อาหาร หรือเครื่องอุปโภคบริโภค ซึ่งเห็นว่าควรให้เกณฑ์การใช้เงินกับร้านค้าแบบโครงการคนละครึ่งมากกว่า เพราะไม่แน่ใจว่าเงิน&amp;nbsp; 3,500 บาทจะถูกนำไปใช้ในลักษณะที่ไม่ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ เช่นการซื้อของฟุ่มเฟือย หรือการซื้อของที่ไม่ได้ผลิตภายในประเทศ ทำให้เงินเหล่านี้อาจจะไม่ได้ไปช่วยธุรกิจเอสเอ็มอีโดยตรง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ หน้าทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp; เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชนและองค์กรภาคี นำโดยนายเซี้ย จำปาทอง ตัวแทนเครือข่ายและผู้ได้รับผลกระทบด้านแรงงานจากสถานการณ์โควิด-19 เดินทางมาร้องเรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; โดยทำกิจกรรมปราศรัยพร้อมถือป้ายข้อความ &amp;quot;เงินเยียวยาแรงงานต้องได้ทุกคนอย่างเท่าเทียม เงินภาษีจากประชาชนทำไมต้องลงทะเบียน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายเซี้ยกล่าวว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp; ระลอก 2 ส่งผลต่อการจ้างงานและชีวิตของแรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และการออกมาตรการต่างๆ ที่กระทบต่อผู้ประกอบการแรงงานไทยและข้ามชาติ รวมถึงสถานประกอบการหลายแห่งต้องหยุดดำเนินการโดยไม่มีงบประมาณชดเชยจากรัฐ ทั้งนี้แม้รัฐบาลจะออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจำนวนเงิน 3,500 บาท ก็ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต อีกทั้งยังมีขั้นตอนการลงทะเบียนที่ยุ่งยาก เครือข่ายจึงขอเสนอให้รัฐบาลจ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาท จำนวน 3 เดือนแก่แรงงานทุกประเภทอย่างทั่วหน้า ทั้งแรงงานในระบบและแรงงานนอกระบบ โดยเครือข่ายมีความกังวลจากการใช้มาตรการควบคุมโรค ที่สะท้อนวิธีการบริหารประเทศแบบสั่งการอนุมัติจากบนลงล่าง ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการปัญหาโรคระบาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถ.ราชดำเนิน คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 นำโดยนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ ประธานคณะกรรมการญาติวีรชนฯ ร่วมกับสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร.สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมการจัดงานครัวสุข &amp;quot;รวมธารปันสุข&amp;quot;&amp;nbsp; เพื่อแจกน้ำและอาหารช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์โควิดระบาดครั้งใหม่ ให้ความช่วยเหลือผู้ว่างงานและได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ได้ร่วมรับอาหารฟรีจากครัวปันสุขได้ทุกวัน เปิดเป็นเวลาหนึ่งเดือนตั้งแต่วันที่&amp;nbsp; 18 ม.ค.-2 ก.พ.64 ที่บริเวณสวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอดุลย์กล่าวว่า ได้เชิญชวนให้ทุกฝ่ายมาช่วยกันในกิจกรรม ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือประชาชนที่กำลังยากลำบาก อย่าให้ลำบากไปมากกว่านี้ เพราะการระบาดของโควิดครั้งนี้ประชาชนมีความลำบากมากขึ้นจริงๆ จึงหวังว่าทุกฝ่ายจะมาช่วยกัน โดยละทิ้งความขัดแย้งทางความคิดไว้ก่อนเพื่อให้ประชาชนพ้นภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.สุริยะใสกล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าในยามที่สังคมยังมีปัญหา จะรอความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างเดียวอาจไม่ทั่วถึง ดังนั้นคนในสังคมต้องช่วยเหลือกันคนละไม้คนละมือ ซึ่งเป็นจุดแข็งของสังคมไทยบ้านเรา เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าเรามีต้นทุนความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน โดยไม่มีมิติการเมืองอะไรมาเกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขนะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.กล่าวว่า อยากให้โครงการครัวสุข &amp;quot;รวมธารปันสุข&amp;quot; ตั้งขึ้นมาเพื่อประชาชน โดยไม่มีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้อง ขอให้เรื่องการเมืองเป็นอีกหนึ่งเวที ซึ่งการช่วยเหลือประชาชนครั้งนี้เนื่องมาจากมาตรการของภาครัฐไม่ได้ตรงและทันต่อความเดือดร้อนของประชาชนที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บรรยากาศภายในงานครัวสุข &amp;quot;รวมธารปันสุข&amp;quot;&amp;nbsp; เมนูอาหารที่นำมาแจกประกอบด้วย กะเพราไก่ กะเพราหมู หมูทอดกระเทียม ไก่ทอดกระเทียม ไข่ต้ม และน้ำดื่ม&amp;nbsp; บรรจุในกล่องโฟมแจกจ่ายประชาชน โดยการเปิดกิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 11.30 น. และมีประชาชนอาชีพต่างๆ&amp;nbsp; ทยอยเข้ามารับอาหารและน้ำดื่มเป็นจำนวนมาก ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้กำหนดการแจกจ่ายอาหารไว้ที่ 500 คนต่อวัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90257</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คนละครึ่งเฟส 2, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยาเราชนะ, เริ่มใช้สิทธิ์ 25 ม.ค., โครงการคนละครึ่ง, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_6005929578c67.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
