<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103373</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วืดประกันประสิทธิ์นอนคุก จับเพิ่ม‘กิตติศักดิ์’ร่วมแก๊ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นอนคุกยาวไป &amp;quot;ประสิทธิ์ เจียวก๊ก&amp;quot;&amp;nbsp; ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน &amp;quot;ศาล&amp;quot; ไม่ให้ประกันตัวคดีฉ้อโกง ชี้คดีร้ายแรงเกรงหลบหนี เจ้าตัวปากแข็ง ลั่นถึงถูกขังแต่หัวใจและอุดมการณ์ยังอยู่ แฉพฤติการณ์ตุ๋นซื้อขายกระเป๋าแบรนด์เนม ตร.จับเพิ่ม &amp;quot;กิตติศักดิ์&amp;quot; ผู้ต้องหาแก๊งเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความคืบหน้าคดีฉ้อโกงประชาชนมูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท ที่มีนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก&amp;nbsp; ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน เป็นหัวหน้าขบวนการ ร่วมกับพวกรวม 6 คน เปิดบริษัทในลักษณะเครือข่ายใหญ่&amp;nbsp; หลอกประชาชนให้ร่วมลงทุนหลายรูปแบบ มูลค่าความเสียหายนับพันล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเมื่อวันที่ 18 พ.ค.64 ที่กองบังคับการปราบปราม&amp;nbsp; (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายประสิทธิ์เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน บก.ป.เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำนายประสิทธิ์แบบ
มาราธอนหลายชั่วโมง โดยนายประสิทธิ์ให้การปฏิเสธ และต่อมาในช่วงเช้าวันอังคารที่ 18 พ.ค. พนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ.ได้ไปยื่น
คำร้องฝากขังต่อศาลอาญาผ่านระบบวิดีโอ?คอนเฟอเรนซ์พร้อมคัดค้านการประกันตัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ รอง ผบก.บก.ปอศ. เปิดเผยว่า ตำรวจได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีผู้เสียหายและมีมูลค่าเสียหายจำนวนมาก ประกอบกับนายประสิทธิ์ถือเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ เกรงว่าจะยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและอาจหลบหนีได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการสอบสวนปากคำนายประสิทธิ์ เบื้องต้นให้การรับสารภาพแค่ว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับและเป็นประธานบริษัทดังกล่าวจริง และมีอำนาจในการลงนามช่วงที่เกิดเหตุ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ทั้งประเด็นเรื่องการลงทุน การชักชวนผู้เสียหาย นายประสิทธิ์ไม่ขอให้การในชั้นพนักงานสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า วันเดียวกันนี้ที่กองปราบปราม ตำรวจกองปราบปรามได้คุมตัวนายกิตติศักดิ์ เย็นนานนทน์&amp;nbsp; รองประธานบริษัทในเครือเอ็ม กรุ๊ป หนึ่งในผู้ต้องหาคดีเดียวกันนี้ ที่หลบหนีอยู่เป็นคนสุดท้ายมายังกองปราบปรามเพื่อสอบปากคำ โดยนายกิตติศักดิ์ไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อแต่อย่างใด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลอาญาว่า คำร้องขอฝากขังที่พนักงานสอบสวน บก.ปอศ.ยื่นฝากขังนายประสิทธิ์เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-29 พ.ค.64 เนื่องจากจะต้องรอสอบปากคำพยานบุคคลอีก 30 ปาก รวมถึงรอผลตรวจลายพิมพ์นิ้วมือและประวัติการต้องโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า ผู้เสียหายกับพวกรวม 19 คน ได้รับเชิญไปงานเปิดตัวบริษัท วีเลิฟยัวแบ็ก (ไทยแลนด์) จำกัด จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.63 โดยมีผู้ต้องหากับพวกร่วมกันโฆษณาเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมลงทุนในธุรกิจซื้อขายและเช่ากระเป๋าแบรนด์เนมผ่านบริษัทดังกล่าว อ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง เพียงแต่รอรับเงินปันผลภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อตัดสินใจเข้าร่วมลงทุน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องระบุอีกว่า สำหรับรายละเอียดในการลงทุนกับธุรกิจกระเป๋าแบรนด์เนมมีขั้นตอนดังนี้ คือ ให้เข้าไปเลือกสินค้าจากเว็บไซต์ CRABYBRANDNAME.COM ซึ่งจะมีภาพกระเป๋าแบรนด์เนมหลายยี่ห้อ พร้อมราคาสินค้า จากนั้นสามารถเลือกสินค้าได้หลายชิ้นตามที่ต้องการลงทุน&amp;nbsp; แล้วสามารถชำระเงินได้หลายช่องทาง เช่น จ่ายเป็นเงินสด&amp;nbsp; ผ่านบัตรเครดิต หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารต่างๆ หลายแห่ง หรือชำระเป็นทองคำ เมื่อชำระเงินเรียบร้อยแล้วจะมีสัญญาที่ลงลายมือชื่อ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดไฟล์ PDF&amp;nbsp; ได้จากเว็บไซต์ของร้าน และจะได้รับใบเสร็จรับเงิน ซึ่งหลังจากผ่านขั้นตอนการลงทุนเรียบร้อยแล้วก็จะได้รับผลตอบแทนทุกวันที่ 30 ของเดือน แต่ปรากฏว่ามิได้มีการจ่ายเงินตอบแทนตามที่สัญญาตกลงกันไว้แก่ผู้เสียหาย จึงได้มีการทวงถามทั้งทางโทรศัพท์และทางไลน์ แต่เริ่มติดต่อได้ยากขึ้น จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำร้องระบุอีกว่า จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่า&amp;nbsp; บริษัทดังกล่าวไม่พบว่ามีการลงทะเบียนทางศุลกากรจริง&amp;nbsp; และผู้เสียหายไม่ได้รับเงินตอบแทนแต่อย่างใด ทำให้เกิดความเสียหายทั้งสิ้น 21,583,846 บาท จึงแจ้งความร้องทุกข์ดังกล่าว ต่อมาศาลอาญาได้ออกหมายจับนายประสิทธิ์ ผู้ต้องหา กระทั่งเมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา นายประสิทธิ์ ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาที่ 749/2564 ได้เดินทางเข้ามอบตัว จึงแจ้งข้อหาว่าร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันกู้ยืมเงินเป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หากให้ประกันตัวผู้ต้องหาน่าจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงพยานหลักฐานได้ อีกทั้งมีประชาชนตกเป็นผู้เสียหายจำนวนมาก และทางการสอบสวนพบว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นผู้บงการ รวมทั้งมีตำแหน่งเป็นผู้บริหารและมีอำนาจจัดการในบริษัทต่างๆ ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ การปล่อยชั่วคราวอาจทำให้เสียหายต่อรูปคดี โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหลังศาลอนุญาตฝากขังนายประสิทธิ์ นายประกันของนายประสิทธิ์ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขังด้วยหลักทรัพย์เงินสด 400,000 บาท ซึ่งศาลอาญาพิเคราะห์แล้วเห็นว่าพฤติการณ์แห่งคดีร้ายแรง ความเสียหายมีจำนวนมาก ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน&amp;nbsp; จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ให้ยกคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นในช่วงเย็น ตำรวจ บก.ปอศ.ได้คุมตัวนายประสิทธิ์ไปฝากขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ภายหลังศาลอาญายกคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยนายประสิทธิ์กล่าวสั้นๆ ว่า ถึงตัวจะโดนขัง แต่หัวใจและอุดมการณ์ยังคงอยู่&amp;nbsp; และยืนยันว่ามีหลักฐานหนังสือการแจ้งความเอาผิดคนที่โกงเงินตัวเองไป ก่อนจะขึ้นรถเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไปทันที.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103373</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีฉ้อโกง, ซื้อขายกระเป๋าแบรนด์เนม, ประสิทธิ์ เจียวก๊ก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โครงการคืนคุณแผ่นดิน, ไม่ให้ประกันตัวคดีฉ้อโกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a3cbc069639.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุมตัว‘ประสิทธิ์’นอนห้องขัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ประสิทธิ์&amp;quot; มอบตัวกองปราบฯ อ้างถูกกลั่นแกล้ง ตนเองก็สูญเงินกว่า 100 ล้าน เหยื่อกว่า 20 คนบุกกองปราบฯ แฉต้นทุนสังคมดีหลงเชื่อนาน 2 ปี &amp;quot;แทนคุณ&amp;quot; พาญาติ-เหยื่อร้องทุกข์ถูกตุ๋นเสียหายกว่า 70 ล้านบาท แฉแอบอ้างมีคนระดับสูงร่วมลงทุนและนำเงินไปมอบให้ด้วย แถมสร้างภาพลักษณ์การทำดีทำให้คนสูงวัยหลงเชื่อ ขณะที่กองปราบฯ คัดค้านประกันตัวพร้อมส่งตัวฝากขัง เผยมีผู้เสียหายจะเข้าแจ้งความกว่า 500 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)&amp;nbsp; วันที่ 17 พฤษภาคม นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานโครงการคืนคุณแผ่นดิน&amp;nbsp; พร้อมทนาย นำพยานเอกสารหลักฐานสำคัญเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน มีมูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเข้าพบพนักงานสอบสวน นายประสิทธิ์เปิดเผยว่า เตรียมพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงมาชี้แจงกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม หลังถูกออกหมายจับร่วมกับพวกรวม 6 คนในคดีที่ร่วมกันฉ้อโกงฯ โดยมั่นใจว่ามีข้อมูลสามารถชี้แจงและต่อสู้คดีตามกฎหมายได้ เพราะสิ่งที่พูดไปทั้งหมดเป็นข้อเท็จจริง โดยมั่นใจว่าส่วนตัวถูกกลั่นแกล้ง เพราะที่ผ่านมาส่วนตัวก็มีคดีความที่ตัวเองตกเป็นผู้เสียหาย สูญเงินไปกว่า 100 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่ผ่านมาปัญหาสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบกับธุรกิจการท่องเที่ยวของตัวเองอย่างมาก อีกทั้งยังถูกนำชื่อไปเชื่อมโยงกับประเด็นความขัดแย้งทางการเมือง จึงอยากให้สังคมแยกแยะระหว่างการระดมทุนทางธุรกิจกับการทำธุรกิจแบบเครือข่าย ซึ่งส่วนตัวเชื่อมั่นว่ายังมีคนที่มั่นใจในตัวเองอยู่ ซึ่งหากพบว่าตัวเองกระทำความผิดจริง ต้องรับโทษตามกฎหมายอยู่แล้ว&amp;quot; นายประสิทธิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ตำรวจกองปราบปรามเข้าตรวจค้นเป้าหมายรวม 9 จุด และจับผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 4 คน&amp;nbsp; ประกอบด้วย น.ส.ณัฐวรรณ อุตตมะปรากรม, น.ส.สิริมา ดนาวรัตน์, นายกิตติวัฒน์ อ่วมอารีย์ และ พ.ท.พญ.อมราภรณ์ วิเศษสุข สังกัดกองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ช่วยราชการโรงพยาบาลค่ายสุรนารี ประธานโครงการ &amp;quot;เที่ยวเพื่อชาติ&amp;quot;&amp;nbsp; โดยผู้เสียหายอ้างว่าถูกกลุ่มนี้หลอกลวงด้วยวิธีการหลายรูปแบบ เช่น ชักชวนให้ผู้เสียหายนำบัตรเครดิตหรือเงินสดมาลงทุนซื้อแพ็กเกจทัวร์ ชักชวนให้ลงทุนโดยให้โอนเงินฝากเข้าบัญชีสหกรณ์ออมทรัพย์โดยอ้างผลตอบแทนร้อยละ 11.5 ถึงร้อยละ 15 ต่อการลงทุนในระยะเวลา 39 วัน ชักชวนให้ลงทุนซื้อทองคำ และให้นำมาลงทุนตามโปรโมชั่นของบริษัท เสนอผลกำไรร้อยละ 43.5&amp;nbsp; ชักชวนให้ลงทุนเงินสดหรือทองคำในระบบกองทุนส่วนตัวของนายประสิทธิ์ และชักชวนให้ลงทุนซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมและให้ปล่อยเช่ากระเป๋า พบมูลค่า ความเสียหายกว่าพันล้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (รอง ผบก.ปอศ.) เปิดเผยหลังนายประสิทธิ์เข้ามอบตัวว่า ขั้นตอนการสอบปากคำนายประสิทธิ์อยู่ระหว่างการดำเนินการ ยังไม่สามารถยืนยันว่าจะส่งฟ้องศาลได้วันนี้หรือไม่ เนื่องจากต้องรอความเห็นจาก พล.ต.ต.สุวัฒน์ เเสงนุ่ม ผู้บังคับการปราบปราม ว่ายังมีประเด็นใดที่ยังต้องสืบสวนสอบสวนเชิงลึกหรือไม่ เพราะการเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายจับของนายประสิทธิ์ ตำรวจมีอำนาจในการควบคุมตัว 48 ชั่วโมงอยู่เเล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กลุ่มตัวเเทนผู้เสียหายในคดีนี้กว่า 20 คน นำโดยนายอติชาติ เลาหพิบูลย์กุล เข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบฯ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม พร้อมระบุว่า ร่วมลงทุนกับนายประสิทธิ์ มานานร่วม 2 ปี โดยตัวเองมีมูลค่าเสียหาย 80 ล้านบาท ลงทุนทุกรูปเเบบที่นายประสิทธิ์เสนอออกมา เนื่องจากมีความเชื่อถือ เห็นว่านายประสิทธิ์เป็นบุคคลมีต้นทุนทางสังคม เเละเคยมีโอกาสได้ลงพื้นที่ร่วมทำจิตอาสาร่วมกัน
&amp;nbsp;ส่วนตัวมองว่าการทำธุรกิจของนายประสิทธิ์ไม่เข้าข่ายเเชร์ลูกโซ่ เพราะมีธุรกิจจริงได้ผลประกอบการ เเละไม่ได้ปันผลจากการเเนะนำต่อเเต่อย่างใด นายประสิทธิ์อ้างว่าบริษัทประสบปัญหาสภาพคล่อง เพราะเศรษฐกิจไม่ดีซึ่งขัดเเย้งกับความเป็นจริงที่บริษัทนายประสิทธิ์เติบโต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พาผู้เสียหายกว่า 30 ราย ที่ถูกนายประสิทธิ์หลอกลวงให้มาร่วมลงทุนทำธุรกิจหลายประเภทจนเสียหายกว่า 70 ล้านบาท ร้องทุกข์ถึง ผบ.ป.ให้ช่วยดำเนินการตามกฎหมาย โดยนายแทนคุณกล่าวว่า มีเหยื่อเป็นผู้สูงวัยหลายรายถูกหลอกลงทุนกับบริษัทในเครือนายประสิทธิ์ มีบางรายลงทุนไปกว่า 8 ล้านบาท บางรายใช้เงินเก็บทั้งชีวิตมาใช้ บางรายก็ถูกหลอกทำข้อตกลงในการชดใช้เงินคืน โดยเป็นการแบ่งชำระรายปี และอ้างว่าจะให้เงินเพิ่ม ซึ่งตนเคยพบนายประสิทธิ์ และไปเตือนว่าอย่าตุกติก เพราะมีพี่สาวเครือญาติตัวเอง 3 รายที่ลงทุนจนเสียหายไป 17 ล้านบาท โดยนายประสิทธิ์มอบหมายให้นายกิตติศักดิ์ เย็นนานนทน์ รองประธานกรรมการบริหารบริษัทในเครือ ซึ่งกำลังหลบหนีขณะนี้มาเคลียร์ปัญหา ซึ่งได้นำคลิปเสียงกับข้อความมามอบเป็นหลักฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เครือข่ายดังกล่าวมีการอ้างว่ามีคนระดับสูงมาร่วมลงทุน และบริษัทได้นำเงินที่ได้ไปมอบให้อีกด้วย สำหรับตัวนายประสิทธิ์ สร้างภาพลักษณ์การทำดีเป็นคนเสียสละได้ดีมากๆ จนมีเหยื่อเป็นคนสูงวัยหลงเชื่อ มีหลายคนเครียดถึงขั้นจะฆ่าตัวตาย วันนี้จึงนำหลักฐานต่างๆ เช่น สลิปการโอนเงินเข้าบัญชีนายประสิทธิ์โดยตรงนับล้านบาทมาประกอบการแจ้งความด้วย&amp;quot; นายแทนคุณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน พล.ต.ต.สุวัฒน์กล่าวว่า จากการสอบปากคำนายประสิทธิ์ตลอดทั้งวันจนถึงตอนนี้ เจ้าตัวยังคงให้การปฏิเสธ แต่ก็ยังคงมีอีกหลายประเด็นที่ต้องสอบปากคำนายประสิทธิ์เพิ่มเติม เพื่อเก็บรายละเอียดให้ได้มากที่สุด เนื่องจากคดีดังกล่าวมีรายละเอียดต่างๆ ค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะเกี่ยวกับเรื่องเส้นทางการเงินต่างๆ เพื่อให้แน่ชัดว่ามีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินและทองคำออกไปต่างประเทศหรือไม่ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมส่งตัวฝากขังในวันพรุ่งนี้ พร้อมกับเตรียมยื่นเรื่องคัดค้านการประกันตัว เช่นเดียวกับผู้ต้องหา 4 คนในเครือข่ายที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม หากมีประชาชนรู้ตัวว่าตกเป็นเหยื่อ ขอให้มาติดต่อแจ้งความที่กองปราบปรามเพื่อดำเนินคดีได้ทุกเวลาทำการ ซึ่งจากข้อมูลที่ได้รับตอนนี้ ทราบว่ามีผู้เสียหายประสงค์เข้าแจ้งความแล้วไม่ต่ำกว่า 500 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อเมื่อเวลา 17.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายประสิทธิ์ไปคุมขังที่ห้องควบคุมผู้ต้องหา เพื่อเตรียมส่งศาลอาญา รัชดาฯ พิจารณาส่งตัวฝากขังในช่วงเช้าวันที่ 18 พ.ค. โดยนายประสิทธิ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตัวเอง พร้อมกับขอให้พนักงานที่โกงเงินไป นำเงินกลับมาคืน ยืนยันไม่มีเจตนาโกง แต่เป็นการทำธุรกิจ เมื่อถามถึงกรณีว่ามีการแอบอ้างถึงสถาบันจริงหรือไม่ นายประสิทธิ์ไม่ตอบ ก่อนเข้าห้องขังทันที.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103256</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประสิทธิ์ เจียวก๊ก, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แอบอ้างมีคนระดับสูง, โครงการคืนคุณแผ่นดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a282293425d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
