<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 12:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 12:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยันปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่ 5 แห่งโคราชยังเพียงพอใช้ในพื้นที่ 9 อำเภอประสบภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชลประทานยืนยันปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ที่โคราชยังเพียงพอสำหรับอุปโภคบริโภค หลังพื้นที่ 9 อำเภอกำลังประสบปัญหาภัยแล้ง ผู้ว่าสั่งเร่งช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค.62 - นายกิติกุล เสภาศีราภรณ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานการณ์ปริมาณน้ำภายในเขื่อนกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ของจังหวัดนครราชสีมาทั้ง 5 แห่ง ประกอบด้วย เขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนลำแชะ เขื่อนมูลบน และเขื่อนลำปลายมาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ทั้ง 5 เขื่อนมีปริมาณน้ำเฉลี่ยอยู่ที่ 40 เปอร์เซ็นต์ของความจุเขื่อน อย่างเช่น เขื่อนลำตะคอง อำเภอสีคิ้ว มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 176 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุเขื่อน 314 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 56 เปอร์เซ็นต์ของความจุเขื่อน และเขื่อนลำแชะ อำเภอครบุรี มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 110 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุเขื่อน 275 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ของความจุเขื่อน ซึ่งลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยปริมาณน้ำภายในเขื่อนเพียงพอไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศน์อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามขณะนี้พื้นที่บางอำเภอของจังหวัดนครราชสีมาอาจต้องขาดแคลนน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับฝนที่ตกลงมาจากอิทธิพลของพายุฤดูร้อนในช่วงนี้นั้น ยังไม่ส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณน้ำภายในเขื่อนกักเก็บน้ำในพื้นที่มากนัก เนื่องจากปริมาณฝนส่วนใหญ่ตกลงไปในพื้นที่ท้ายเขื่อน ทำให้ฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ทำได้แค่เพียงลดความแห้งแล้งของพื้นที่ต่างๆ เท่านั้น แต่ไม่สามารถเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนได้มากขึ้นแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาว่า จากข้อมูลของสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมาพบว่า ขณะนี้จังหวัดนครราชสีมามีพื้นที่ประสบภัยแล้งขาดแคลนน้ำรวม 9 อำเภอ 21 ตำบล 52 หมู่บ้าน ประกอบด้วย อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอปากช่อง อำเภอพิมาย อำเภอสีคิ้ว อำเภอประทาย อำเภอขามสะแกแสง อำเภอหนองบุญมาก อำเภอสีดา และอำเภอโนนแดง ซึ่งทางจังหวัดนครราชสีมาได้สั่งการให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ดำเนินการแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคให้กับชาวบ้านที่ประสบภัย พร้อมกันนี้ยังได้ประสานงานไปยัง ปภ.ให้เร่งดำเนินการขุดบ่อบาดาลให้กับหมู่บ้านที่ขาดแคลนน้ำเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาระยะยาวด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35400</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครราชสีมา, นายวิเชียร จันทรโณทัย, ปริมาณน้ำในเขื่อนจังหวัดนครราชสีมา, สถานการณ์ภัยแล้ง, เขื่อนลำตะคอง, โครงการชลประทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd3b7fbd2c22.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2019 16:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2019 16:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวนาพิจิตรวอนชลประทานขยายเวลาส่งน้ำ หวั่นนาข้าวยืนต้นตายนับหมื่นไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภัยแล้งต้นข้าวขาดน้ำนับหมื่นไร่ ชาวนาพิจิตรบุกโครงการชลประทานวังจันทร์ ขอขยายระยะเวลาส่งน้ำเนื่องจากต้นข้าวที่ออกรวงกำลังส่อเค้าว่าจะขาดน้ำแห้งตาย ต้นเหตุชลประทานขีดเส้นแดงจะหยุดการจ่ายน้ำแค่วันที่ 11 มีนาคม 62 แต่ชาวนาต่อรองขอให้จ่ายน้ำไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.62 - ที่สำนักงานฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 วังจันทร์ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่าบัว สำนักชลประทานที่ 3 หมู่ที่ 6 ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ได้มีเกษตรกรชาวนาในพื้นที่ 3 ตำบล ประกอบด้วย ดงกลาง ดงป่าคำ เมืองเก่า และเกษตรกรชาวนาตำบลโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จำนวนกว่า 50 ราย ได้เดินทางมาเรียกร้องขอน้ำสำนักชลประทาน เนื่องจากน้ำไม่เพียงพอทำให้ต้นข้าวนับหมื่นไร่ที่กำลังส่อเค้าว่าต้นข้าวอาจจะขาดน้ำแห้งตาย เนื่องจากชลประทานขีดเส้นแดงว่า จะหยุดการจ่ายน้ำให้เกษตรกรถึงวันที่ 11 มีนาคม 2562 แต่ชาวนากลุ่มนี้ต่อรองว่า ขอให้จ่ายน้ำไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมนึก พุทธเกษม ชาวนาหมู่ที่ 2 ตำบลดงกลาง กล่าวว่า เนื่องจากเกษตรกรชาวนาในพื้นที่ดังกล่าว ก่อนหน้านี้ได้ทำนาปลูกข้าว จนต้นข้าวมีอายุประมาณ 2 เดือน ซึ่งกำลังเจริญเติบโตและตั้งท้องใกล้ออกรวง โดยมีพื้นที่ทำนารวมนับหมื่นไร่ที่ต้องอาศัยน้ำจากคลองชลประทานซี 90 &amp;nbsp;ซึ่งเป็นคลองที่แยกมาจากคลองชลประทานซี 1 ปัจจุบันน้ำส่งไปให้เกษตรกร แต่ปรากฏว่าผู้ที่อยู่ปลายน้ำหรือปลายคลองได้รับน้ำไม่เพียงพอ ทำให้ต้นข้าวที่กำลังตั้งท้องออกรวง มีแนวโน้มว่าจะยืนต้นแห้งตาย จึงทำให้ชาวนากลุ่มดังกล่าวต้องรวมตัวกันเรียกร้องหน่วยงานชลประทานช่วยหาวิธีขยายเวลาในการส่งน้ำ จากเดิมถึงแค่วันที่ 11 มี.ค. ขอให้ขยายเวลาไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคม เพื่อให้ต้นข้าวได้รับน้ำและเจริญเติบโตได้เก็บเกี่ยวผลผลิตต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสนทยา คำวรรณ หัวหน้างานส่งน้ำและกิจกรรมต่อเนื่อง ฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 วังจันทร์ กล่าวว่า หากเกษตรกรจะขอขยายระยะเวลาส่งน้ำออกไปถึงสิ้นเดือนมีนาคมนี้นั้น สามารถทำได้ แต่ต้องทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรมาเพื่อให้ชลประทานวังจันทร์ส่งต่อผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจในการตัดสินใจอนุมัติต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29995</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดพิจิตร, ชลประทานพิจิตร, ชลประทานวังจันทร์, นาข้าวยืนต้นตาย, ภัยแล้งต้นข้าวขาดน้ำ, โครงการชลประทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190226/image_big_5c75022306612.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/08/2018 08:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/08/2018 08:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนหลวงเร่งช่วยเกษตรกรบุรีรัมย์เจอ &#039;ฝนทิ้งช่วง&#039; กระทบนาข้าว 1.5 แสนไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9&amp;nbsp;ส.ค.61 - นายนพรัตน์ พงศ์กิตติโชติ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่าตามที่เกิดสถานการณ์ฝนทิ้งช่วงครอบคลุมทั้ง&amp;nbsp;23&amp;nbsp;อำเภอของจังหวัดส่งผลกระทบกับการเจริญเติบโตของต้นข้าว พืชสวนและพืชไร่ของเกษตรกรที่เพาะปลูกไว้ประสบปัญหาขาดน้ำหล่อเลี้ยง โดยขณะนี้มีพื้นที่ที่ร้องขอฝนหลวง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;อำเภอคือ อ.หนองหงส์ และ อ.บ้านด่าน ซึ่งมีพื้นที่นาข้าวที่ต้องการน้ำหล่อเลี้ยงรวมกว่า157,000&amp;nbsp;ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกรณีดังกล่าว ทางสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวด ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร จึงได้ทำเรื่องไปยังศูนย์ปฏิบัติฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น เพื่อออกปฏิบัติการบินโปรยสารเคมีทำฝนหลวงในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรให้มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าว พืชไร่ พืชสวนตามที่มีการร้องขอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนพรัตน์ กล่าวว่าศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ออกปฏิบัติบินโปรยสารเคมีทำฝนหลวงแล้ว ตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;1 &amp;ndash; 5&amp;nbsp;สิงหาคมที่ผ่านมาส่งผลให้มีฝนตกในพื้นที่หลายอำเภอ แต่ถือว่าปริมาณฝนยังค่อนข้างน้อย อย่างไรก็ตามทางศูนย์ปฏิบัติการฯ ก็ยังจะออกปฏิบัติการบินทำฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพื้นที่การเกษตรที่ประสบภาวะฝนทิ้งช่วงอย่างต่อเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกษตรและสหกรณ์จังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า เป้าหมายของการทำฝนหลวงในครั้งนี้เพื่อต้องการช่วยเหลือพื้นที่นาข้าว พืชไร่ พืชสวนของเกษตรกรที่กำลังประสบภาวะฝนทิ้งช่วง ได้มีน้ำหล่อเลี้ยง รวมถึงต้องการเติมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ หรือแหล่งน้ำ ลำคลองต่างๆที่มีสภาพตื้นเขินด้วย ซึ่งจากข้อมูลของโครงการชลประทานพบว่า มีอ่างเก็บน้ำที่ระดับน้ำต่ำกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์ของความจุจำนวน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;อ่าง ดังนั้น เชื่อว่าการออกปฏิบัติการบินทำฝนหลวงในครั้งนี้ จะสามารถช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15029</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฝนทิ้งช่วง, ฝนหลวง, ศูนย์ปฏิบัติฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, อ่างเก็บน้ำตื้นเขิน, เกษตรและสหกรณ์ จ.บุรีรัมย์, โครงการชลประทาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180809/image_big_5b6b9832108e1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
