<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 11:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 11:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.แจ้งเตรียมเก็บค่าผ่านทาง มอเตอร์เวย์ ช่วงพัทยา-มาบตาพุด ดีเดย์ 1 มี.ค. 64 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 ก.พ.64-นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ทล.จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ในส่วนต่อขยาย ช่วงพัทยา-มาบตาพุด ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.64 เป็นต้นไป โดยจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางแบบระบบปิด ตลอดเส้นทาง ซึ่งมีการควบคุมทางเข้า-ทางออกอย่างสมบูรณ์ ช่วยให้ผู้ใช้ทางสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย รวมทั้งมีระบบการให้ความช่วยเหลือดูแลผู้ใช้เส้นทางตลอดเส้นทาง 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางที่จัดเก็บได้ทั้งหมด กรมทางหลวงจะนำฝากบัญชีเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง ซึ่งนำฝากไว้กับกระทรวงการคลังเพื่อนำไปใช้บำรุงรักษาทาง สะพาน และเพิ่มประสิทธิภาพระบบอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยต่างๆ เช่น ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ระบบกล้องวงจรปิด CCTV โทรศัพท์ฉุกเฉิน การให้บริการหน่วยกู้ภัย เป็นต้น รวมถึง การนำไปใช้ในการก่อสร้างขยายโครงข่ายมอเตอร์เวย์ในสายอื่นๆ ในอนาคต เช่น ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 สายบางขุนเทียน - บ้านแพ้ว เป็นต้น ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณแผ่นดินและรักษาวินัยทางการเงินของภาครัฐ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมระบบโลจิสติกส์และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทั้งนี้ ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 1 มี.ค. 64 เป็นต้นไป เฉพาะผู้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 7ที่เดินทางผ่านส่วนต่อขยายช่วงพัทยา &amp;ndash; มาบตาพุด จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านทางเพิ่มขึ้น เช่น ค่าธรรมเนียมผ่านทางสำหรับรถยนต์ 4 ล้อ จากกรุงเทพฯ ถึง มาบตาพุด (ด่านฯ อู่ตะเภา) จากเดิม 105 บาท เป็น 130 บาท หรือ จากพัทยา ถึง มาบตาพุด (ด่านฯ อู่ตะเภา) จากเดิมวิ่งฟรี จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านทาง 30 บาท เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมผ่านทางตลอดเส้นทาง บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ - บ้านฉาง ช่วงกรุงเทพฯ - ชลบุรี - พัทยา - มาบตาพุด ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 64 เป็นต้นไป แยกตามประเภทยานพาหนะได้ดังนี้ รถยนต์ 4 ล้อ 10-130 บาท, รถยนต์ 6 ล้อ 15-210 บาท และรถยนต์มากกว่า 6 ล้อขึ้นไป 20-305 บาท&amp;nbsp;โดยผู้ที่เดินทางสามารถเข้าออกได้ทุกด่าน อย่างสะดวก รวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ส่วนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ - บ้านฉาง เป็นหนึ่งในโครงข่ายสำคัญตามแผนแม่บทการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ระยะ 20 ปี เพื่อเสริมประสิทธิภาพการเดินทางและขนส่งทางถนน ถือเป็นทางเลือกในการเดินทางที่สำคัญ เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและโลจิสติกส์ของภาคอุตสาหกรรม เติมเต็มโครงข่ายคมนาคมขนส่งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เชื่อมโยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการขนส่งทั้งทางน้ำและทางอากาศ เชื่อมด่านการค้าชายแดนและพื้นที่อุตสาหกรรมหลัก ตลอดจนการเดินทางระหว่างภูมิภาค ซึ่งเป็นการแบ่งเบาปริมาณการจราจรจากทางหลวงสายหลัก ขยายโอกาสการค้าและการลงทุน ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออก รวมไปถึงภาคการส่งออกของประเทศ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94329</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ามอเตอร์เวย์, สราวุธ ทรงศิวิไล, โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ช่วงพัทยา-มาบตาพุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_60387792aaf9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66599</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 10:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 10:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีเดย์ 4 โมงเย็นวันนี้ทล.เปิดวิ่งฟรี 3 เดือนมอเตอร์เวย์M7พัทยา-มาบตาพุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 พ.ค.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังพิธีเปิดทดลองให้บริการ (Soft Opening) ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 7 ส่วนต่อขยายช่วงพัทยา-มาบตาพุดว่า กระทรวงคมนาคมมีนโยบายให้กรมทางหลวง (ทล.) ดำเนินการพัฒนาโครงข่ายมอเตอร์เวย์ เพื่อเสริมประสิทธิภาพการเดินทางและคมนาคมขนส่ง ทางบก ให้เชื่อมโยงกับรูปแบบการขนส่งทั้งทางน้ำ ทางราง และทางอากาศ ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ จากนโยบายดังกล่าวนั้น เมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2558 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) จึงได้มีมติอนุมัติให้กรมทางหลวง ดำเนินโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา ส่วนต่อขยายช่วงพัทยา-มาบตาพุด และเตรียมเปิดทดลองให้ประชาชนได้ใช้บริการ ในวันนี้ (22 พ.ค. 2563) เวลา 16.00 น. ที่ด่านฯ อู่ตะเภา โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง เพื่อทดสอบระบบ และอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและโลจิสติกส์ ของภาคอุตสาหกรรม เติมเต็มโครงข่ายคมนาคมขนส่งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) รวมถึงขยายโอกาสการค้าและการลงทุน กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น พร้อมทั้งช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต และยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ-บ้านฉาง เป็นหนึ่งในโครงข่ายสำคัญตามแผนแม่บทการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ระยะ 20 ปี เพื่อเสริมประสิทธิภาพการขนส่งและโลจิสติกส์ของภาคอุตสาหกรรม เติมเต็มโครงข่ายคมนาคมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เชื่อมโยงการขนส่งทั้งทางน้ำและทางอากาศ ตลอดจนเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างภูมิภาค ขยายโอกาสการค้าและการลงทุน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยปัจจุบันได้เปิดให้บริการช่วงกรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับมอเตอร์เวย์ หมายเลข 7 ส่วนต่อขยายช่วงพัทยา-มาบตาพุดนั้น ใช้วงเงินลงทุนรวม 17,784 ล้านบาท เป็นค่าเวนคืน 6,000 ล้านบาท และค่าก่อสร้าง 11,784 ล้านบาท โดยกรมทางหลวงใช้เงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง ซึ่งเป็นรายได้ที่จัดเก็บจากค่าธรรมเนียมผ่านทางของมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 และหมายเลข 9 ที่เปิดให้บริการในปัจจุบันมาใช้ดำเนินการก่อสร้างทั้งหมด แบ่งงานก่อสร้างออกเป็น 14 สัญญา ได้แก่ งานโยธา 13 สัญญา และงานระบบ 1 สัญญา โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 ปัจจุบันงานในส่วนต่างๆ ใกล้แล้วเสร็จสมบูรณ์ และพร้อมเปิดทดลองให้ประชาชนได้ใช้บริการแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ กล่าวต่ออีกว่า การเปิดทดลองให้บริการในครั้งนี้ ประชาชนที่เดินทางโดยมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 สามารถเลี้ยวเข้าสู่ส่วนต่อขยาย ช่วงพัทยา-มาบตาพุด บริเวณทางแยกต่างระดับมาบประชัน และจะเปิดให้เข้า-ออกเฉพาะจุดปลายทางบริเวณด่านอู่ตะเภา โดยกรมทางหลวงจะไม่เก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางเพิ่มสำหรับการใช้เส้นทางส่วนต่อขยายนี้ และเมื่อเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในช่วง ก.ย. 2563 จึงจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในอัตราใหม่ตลอดเส้นทาง จากกรุงเทพฯ ถึง ด่านอู่ตะเภา รถยนต์ 4 ล้อ 25-130 บาท รถยนต์ 6 ล้อ 45-210 บาท และรถยนต์มากกว่า 6 ล้อขึ้นไป 60-305 บาท ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับส่วนต่อขยาย ช่วงพัทยา-มาบตาพุดนั้น เป็นทางหลวงมาตรฐานสูงที่มีการควบคุมการเข้า-ออกอย่างสมบูรณ์ (Fully Controlled Access) ขนาด 4-6 ช่องจราจร ระยะทาง 32 กิโลเมตร เชื่อมต่อทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 บริเวณทางแยกต่างระดับมาบประชัน มีด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทาง 3 แห่ง ได้แก่ ด่านฯ ห้วยใหญ่ เชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท บริเวณบ้านอำเภอ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี, ด่านฯ เขาชีโอน เชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 331 อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และด่านฯ อู่ตะเภา เชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท บริเวณอำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง มีระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง ทั้งระบบเงินสด และระบบอัตโนมัติ พร้อมทั้งระบบควบคุมการจราจรและระบบอำนวยความปลอดภัยต่างๆ ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66599</URL_LINK>
                <HASHTAG>พิธีเปิดทดลองให้บริการ (Soft Opening), ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์), โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ช่วงพัทยา-มาบตาพุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200522/image_big_5ec74d9f3595b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2019 14:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2019 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เปิดใช้มอเตอร์เวย์เชื่อมท่าเรือแหลมฉบัง-มาบตาพุดปี63 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
กรมทางหลวง ลุยสร้างมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 สาย กรุงเทพฯ &amp;ndash; บ้านฉาง ช่วงพัทยา &amp;ndash; มาบตาพุด ตอน 9 แล้วเสร็จ คาดเปิดใช้ปี 63 หนุนท่าเรือแหลมฉบัง-นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด มีระบบขนส่งทางบกที่สมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย..62-นายอานนท์ &amp;nbsp;เหลืองบริบูรณ์ &amp;nbsp;อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่าสำนักก่อสร้างทางที่ 1 ดำเนินการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สาย กรุงเทพฯ &amp;ndash; บ้านฉาง ช่วง พัทยา &amp;ndash; มาบตาพุด ตอน 9 ระหว่าง กม.26 &amp;ndash; กม.29 ระยะทาง 2.87 กิโลเมตร แล้วเสร็จ เป็นการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายใหม่ เพื่อเชื่อมต่อกับทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ช่วงเข้าพัทยา ที่ กม.2 ไปยังพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะทางตลอดสายประมาณ 31.15 กิโลเมตร รวมทางแยกเข้าอำเภอระยะทาง 7.85 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สำหรับโครงการดังกล่าวเป็น &amp;nbsp;1 ใน 14 โครงการของโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สาย พัทยา &amp;ndash; มาบตาพุด ซึ่งภาพรวมคืบหน้ากว่าร้อยละ 97 ลักษณะการก่อสร้าง เป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ 4 ช่องจราจร ผิวทางและไหล่ทางชนิดคอนกรีต ความกว้างช่องจราจร 3.6 เมตร ความกว้างไหล่ทางด้านนอก 3 เมตร ความกว้างไหล่ทางด้านใน 1 เมตร เกาะกลางเป็นแบบกดเป็นร่อง กว้าง 11.5 เมตร พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง งบประมาณ 925,164,088 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้คาดว่าจะเปิดใช้งานในปี 2563 จะทำให้โครงข่ายทางถนนบริเวณพื้นที่รอบท่าเรือแหลมฉบังนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด มีระบบขนส่งทางบกที่สมบูรณ์ เป็นไปตามแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่ง ในพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก &amp;nbsp;รวมถึงระบบการขนส่งและการเดินทางจากกรุงเทพฯ &amp;ndash; อำเภอมาบตาพุด และพื้นที่ใกล้เคียงจะมีความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทาง &amp;ldquo;ขับรถช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด&amp;rdquo; ขับขี่ด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านและผู้ร่วมทาง ประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางการเดินทางได้ที่ แขวงทางหลวงระยอง โทร 0 3861 1590 ต่อ 105 หรือสายด่วนกรมทางหลวง โทร 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38365</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง, มอเตอร์เวย์, โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ช่วงพัทยา-มาบตาพุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190612/image_big_5d00a34b30953.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22420</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;นำชาวบ้านฟ้องระงับมอเตอร์เวย์สายพัทยา-มาบตาพุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.61- นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน กล่าวว่า สมาคมฯ ร่วมกับชาวตำบลพลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ได้ยื่นฟ้องอธิบดีกรมทางหลวง และผู้อำนวยการแขวงการทางระยอง เป็นผู้ถูกฟ้องคดีต่อศาลปกครองระยอง ฐานใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และละเลยการปฏิบัติหน้าที่ เป็นเหตุให้ชาวบ้านใน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ได้รับความเดือดร้อนและเสียหาย อันเนื่องมาจากการก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ช่วงพัทยา-มาบตาพุด ระยะทาง 32 กิโลเมตร มีการเปลี่ยนแบบแปลนหรือผังเส้นทางรุกล้ำเข้าไปในที่ดินและบ้านเรือนของชาวบ้าน อันเป็นการกระทบสิทธิของชาวบ้านโดยตรง โดยที่กรมทางหลวงไม่มาเจรจาจ่ายค่าชดเชยเยียวยาให้แต่อย่างใด
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
นอกจากนั้นการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหรือมอเตอร์เวย์ดังกล่าวไม่ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 2535 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 และ พ.ร.บ.ทางหลวง 2535 อย่างเคร่งครัด เพราะมีการขยับปรับเปลี่ยนแบบเปลี่ยนแนวก่อสร้างไปตามอำเภอใจของผู้รับเหมาโดยที่ไม่มีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนขึ้นมาใหม่ และไม่ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเสียก่อนตามที่กฎหมายกำหนด และไม่มีการกำหนดระยะถอยร่นตามแนวเขตพื้นที่ของชุมชน อันถือเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;ด้วยเหตุดังกล่าวชาวอำเภอบ้านฉางจึงได้มาร้องเรียนขอความช่วยเหลือสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ให้ร่วมเป็นธุระในการฟ้องคดีต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งระงับและเพิกถอนโครงการมอเตอร์เวย์สาย 7 ช่วงพัทยา-มาบตาพุดเสีย เนื่องจากถนนสายดังกล่าวเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนักอุตสาหกรรมเป็นหลัก ชาวบ้านได้รับประโยชน์น้อยมาก ทั้งนี้เป็นไปตาม &amp;nbsp;พ.ร.บ.จัดตั้งและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2542 มาตรา 9(1)(2)และ(3) ประกอบมาตรา 25 มาตรา 41(3) มาตรา 51 มาตรา 58 วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ให้การรับรองและคุ้มครองประชาชนไว้โดยชอบนั่นเอง&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22420</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศรีสุวรรณ จรรยา, มอเตอร์เวย์, ศาลปกครองระยอง, โครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 ช่วงพัทยา-มาบตาพุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf4d09536b21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
