<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>28359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/02/2019 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/02/2019 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.ยืดเวลายื่นซองท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.พ. 2562 นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่าเมื่อเร็วๆนี้ที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 (ช่วงที่1) ครั้งที่ 4/2562 เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2562 มีมติให้ออกเอกสารเพิ่มเติม ชุดที่ 3 และเปิดให้มีการรับซองข้อเสนอจากวันที่ 6 ก.พ. 2562 เป็นวันที่ 15 ก.พ. 2562 เวลา 08.30 น.และจะปิดรับซองข้อเสนอภายในเวลา 16.30 น.ในวันเดียวกัน ที่สำนักงานการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) สำนักงานใหญ่ เพื่อให้เอกชนผู้ซื้อซองมีเวลาเตรียมการเพิ่มเติมนับจากวันที่ออกเอกสารเพิ่มเติม ชุดที่ 3 ไม่น้อยกว่า 14 วัน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงกำหนดการรับซองโครงการดังกล่าวต้องการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และบรรลุตามเป้าหมายของการพัฒนาโครงการเพื่อให้สอดคล้องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา กนอ.ได้มีการตอบข้อซักถามและทำความเข้าใจในรายละเอียดต่างๆของทีโออาร์ให้กับภาคเอกชนที่สนใจเข้าร่วมประมูลโครงการฯเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงเวลาฯในการเปิดให้ภาคเอกชนเข้ายื่นซองในครั้งนี้ คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชนที่ได้รับการคัดเลือกเข้าพัฒนาโครงการท่าเรือฯ มาบตาพุด ระยะ 3 ได้ประมาณเดือน พฤษภาคม 2562 และจะสามารถเปิดดำเนินการได้ประมาณปี2568&amp;rdquo;ดร.สมจิณณ์ กล่าว&amp;rdquo;
ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมีมูลค่าการลงทุน รวมทั้งสิ้น 55,400 ล้านบาท แบ่งออกเป็นภาครัฐ 12,900 &amp;nbsp;ล้านบาท และ เอกชน 42,500 ล้านบาท โดยการพัฒนาแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ซึ่งการพัฒนาช่วงที่ 1 จะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มีมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น &amp;nbsp;47,900 ล้านบาท โดย กนอ.จะเข้าร่วมลงทุนในมูลค่าไม่เกิน 12,900 ล้านบาท และ เป็นส่วนการลงทุนของภาคเอกชน 35,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะพัฒนาในส่วนขุดลอกและถมทะเล พื้นที่ 1,000 ไร่ และในช่วงที่ 2 จะเป็นการก่อสร้างท่าเรือ จะใช้เงินลงทุนประมาณ 4,300 ล้านบาท &amp;nbsp;โดยเอกชนจะเป็นผู้ดำเนินการลงทุนและพัฒนาท่าเทียบเรือสินค้าเหลว รองรับปริมาณขนถ่ายสินค้าเหลวได้ 4 ล้านตันต่อปี คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2566 และเปิดให้บริการได้ภายในปี 2568 และ งานก่อสร้างพื้นที่หลังท่า จำนวน 150 ไร่ &amp;nbsp;เงินลงทุน3,200 ล้านบาท เพื่อรองรับธุรกิจเกี่ยวเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ 18 บริษัทที่เข้าซื้อซองประกวดราคาโครงการฯดังกล่าว ประกอบด้วย 1.บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) 4.บริษัท ซีเอชอีซี (ไทย) จำกัด 5.บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 6.บริษัท China Harbour Engineering Co.,Ltd. 7.บริษัท Tokyo Gas Co.,Ltd. 8.บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด 9.บริษัท ชิโนไฮโดร คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด&amp;nbsp;10.บริษัท ไทยแท้งค์เทอร์มินัล จำกัด &amp;nbsp;11.บริษัท Mitsui &amp;amp; Co., Ltd. 12.บริษัท ไชน่า คอมมูนิเคชั่น คอนสตรัคชั่น จำกัด13.บริษัท China Railway Construction Corporation Limite 14.บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) 15.บริษัท Boskalis International B.V.16.บริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) 17.บริษัท Vopak LNG Holding B.V. 18.บริษัทสหการวิศวกร จำกัด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28359</URL_LINK>
                <HASHTAG>การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.), สมจิณณ์ พิลึก, เลื่อนเวลายื่นซอง, โครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3, โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb96369d650b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2018 08:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2018 08:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.ตั้งเป้าปี 62 ยอดขายนิคม 3.5 พันไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กนอ.ตั้งเป้าปี 62 ยอดขายนิคมอยู่ที่ 3.5 พันไร่ ชี้ 5 โครงสร้างพื้นฐานอีอีซีช่วยหนุนความมั่นใจ ขณะที่ยอดขายปีงบก่อน ตกวูบอยู่ที่ 1.37 พันไร่ ส่งผลจากความชัดเจนของรัฐอาจล่าช้า นักลงทุนอยู่ระหว่างตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยการดำเนินงานปีงบประมาณ 2561 และแผนการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2562 ว่ากนอ.ตั้งเป้ายอดขายและเช่าที่ดินของ กนอ.ประจำปี 2562 อยู่ที่ 3,500 ไร่ เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซีทั้ง 5 โครงการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและทำให้นักลงทุนตัดสินใจลงทุนเพิ่มขึ้น
โดย กนอ.เป็นหน่วยงานผู้ดำเนินการหลักในโครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างออกร่างขอบข่ายการประมูล (ทีโออาร์) เพื่อเปิดเชิญชวนให้เอกชนเข้ามาลงทุนแบบภาครัฐร่วมกับเอกชน (พีพีพี) และคาดว่าจะได้ผู้ชนะโครงการประมาณในเดือน ม.ค.2562 และคาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในช่วงปี 2568&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3 จะแบ่งเป็นพื้นที่ถมทะเลเพื่อใช้งานประมาณ 550 ไร่ และพื้นที่บ่อเก็บกักตะกอนระหว่างก่อสร้างประมาณ 450 ไร่ &amp;nbsp;ความยาวหน้าท่ารวมประมาณ 2,200 เมตร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการขนถ่ายสินค้า และ กนอ.จะร่วมลงทุนเป็นมูลค่าไม่เกิน 12,900 ล้านบาท&amp;rdquo;น.ส.สมจิณณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้ตั้งเป้าพื้นที่รองรับการลงทุนในอีอีซีประมาณ 1.5 แสนไร่ โดยขณะนี้มีพื้นที่รองรับการลงทุน 7,762 ไร่ และเป็นพื้นที่ที่อยู่ระหว่างการพัฒนา 1.49 ไร่ ขณะเดียวกันยังต้องหาพื้นที่เพิ่มอีกประมาณ 1 หมื่นไร่ โดยขณะนี้พื้นที่ในอีอีซีส่วนใหญ่ยังติดปัญหาผังเมือง เนื่องจากเป็นพื้นที่สีเขียว ดังนั้นจะต้องมีการเจรจาเพื่อให้เป็นพื้นที่สีม่วงที่สามารถตั้งโรงงานอุตสาหกรรมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ช่วงเดือน ต.ค.2560-ก.ย.2561 ยอดขายและเช่าพื้นที่ของการนิคมอุตสาหกรรมอยู่ที่ 1,377 ไร่ แบ่งเป็นยอดขายที่ดินในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) 990 ไร่ เขตพัฒนาเศรษฐกิจชายแดน (เอสอีแซด) 9 ไร่ และนอกพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ 378 ไร่ ซึ่งลดลงจากปีก่อน เนื่องจากหลายพื้นที่อยู่ระหว่างการเจรจาซื้อขายและการโอนที่ดิน ขณะเดียวกันยังพบว่ามีนักลงทุนหลายรายที่อยู่ระหว่างตัดสินใจลงทุน เนื่องจากรอความชัดเจนโครงสร้างพื้นฐานในอีอีซี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปีงบประมาณ 2561 ที่ผ่านมา มีการเข้าซื้อและเช่าพื้นที่จาก กนอ.เพื่อลงทุนในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย เช่น คลังสินค้า การผลิตโลหะขั้นมูลฐาน อุตสาหกรรมเครื่องเรือนเรือนหรือเครื่องตกแต่งในอาคารจากไม้ แก้ว ยาง หรือโลหะอื่นๆ อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องมือวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยาง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก กนอ. กล่าวว่า ผลการดำเนินงาน กนอ.ในปีงบประมาณ 2560 (ต.ค.2559-ก.ย.2560) มียอดขาย และเช่าที่ดินของนิคมอุตสาหกรรม รวมทั้งสิ้น 3,058 ไร่ รวมมูลค่าการลงทุน 1.18 แสนล้านบาท โดยยอดขายในปีนี้หดตัวจากปีก่อน 54.97% ซึ่งยอดขายและเช่าที่ดินส่วนใหญ่อยู่ในอีอีซี ขณะที่ยอดขายที่ดินในอีอีซี ปีที่แล้วอยู่ที่ 2,550 ไร่ ขณะที่ปีงบประมาณ 2561 อยู่ที่ 990 ไร่ ลดลง 61.17%&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19808</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนอ., ยอดขายนิคมอยู่ที่ 3.5 พันไร่, อีอีซี, เป้าปี 62, โครงการท่าเรือมาบตาพุด เฟส 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181007/image_big_5bb96369d650b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
