<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกลเกาะติดรัฐเอี่ยวสัมปทานปล่อย &#039;กัลฟ์-ปตท. &#039;ถมทะเลรุกล้ำที่ทำกินไม่เห็นหัวประชาชน?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย. 2564 น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึง กรณีชาวบ้านในพื้นที่ จ.ระยอง ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงตน จากกรณีโครงการถมทะเลเฟส 3 &amp;nbsp;ของบริษัทกัลฟ์ เอเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) โดย GULF จับมือกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อก่อสร้างโครงการท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 จากรณีที่เกิดขึ้น ชาวบ้าน และชาวประมงในพื้นที่ไม่ได้รับการเยียวยาจากบริษัทเอกชนดังกล่าว &amp;nbsp;โดยกรณีนี้มีนายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ นายกฤช ศิลปะชัย และนายปริตตา ศรีแก้ว &amp;nbsp;และทีมคณะทำงานพรรคก้าวไกล จ.ระยอง เข้าร่วมรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของกลุ่มชาวประมงพื้นบ้านระยองและรับหนังสือร้องเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สีนวล อักษรศรี ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านตากวน ละม่อม บุญยงค์ ประธานกลุ่มประมงปากน้ำบ้านเรา &amp;nbsp;สมหมาย ศรีวิชัย ที่ปรึกษากลุ่มประมงพื้นบ้านแหลมรุ่งเรืองฯลฯ พร้อมด้วยนายอารีรักษ์ ศิริศรี &amp;nbsp;ที่ปรึกษา และชาวบ้าน ชาวประมง ได้ร่วมประชุมกรณีการถมทะเลเฟส 3 นับพันไร่ การก่อสร้างท่าเทียบเรือโดยมีการวางท่อขนถ่ายก๊าซธรรมชาติ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมืองระยอง ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นแหล่งสัตว์น้ำที่อุดมสมบูรณ์ทำให้ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของกลุ่มประมงพื้นบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทางกลุ่มประมงพื้นบ้าน เรียกร้องหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ความสำคัญวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านบ้าง แต่รัฐกลับไม่เห็นความสำคัญของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทำให้ชาวบ้าน-ชาวประมง ไม่ได้รับการเยียวยาแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สำหรับโครงการถมทะเลมาบตาพุดเฟส 3 นี้ กลุ่มบริษัท กัลฟ์ กลายเป็นกลุ่มทุนที่คว้าสัญญาแรกในพื้นที่ EEC โดยโครงการท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3 ตกเป็นของ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) โดย GULF จับมือกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ท่ามกลางสถานการณ์ไร้คู่แข่งในการประมูลจนทำให้โครงการนี้ตกอยู่ในมือของสองกลุ่มทุน ความน่าสนใจจึงอยู่ที่ว่าทำไมสองยักษ์ใหญ่ในวงการพลังงานของไทยและพลังงานทดแทน จึงสนใจเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ ขุมทรัพย์จากโครงการถมทะเลส่งผลอย่างไรต่อทั้งสองกลุ่ม ภาพที่ชัดเจนคือกลุ่ม ปตท. ย่อมได้ประโยชน์อย่างชัดเจนจากการเป็นขาใหญ่ในพื้นที่ EEC ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ใหญ่ของกลุ่มปตท. &amp;nbsp;เนื่องจากทั้งเครือบริษัทนี้มีการลงทุนในธุรกิจปิโตรเคมี ธุรกิจโรงกลั่น ธุรกิจก๊าซ ท่อก๊าซ มูลค่ามหาศาล นอกจากนี้ยังมีธุรกิจบริหารท่าเรือขนส่งสินค้าเหลว ท่าเรือรับ-ส่งก๊าซธรรมชาติ และท่าเรือตู้สินค้า ที่สำคัญ ปตท. ยังเป็นรายเดียวที่นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG แต่เพียงผู้เดียว ขุมทรัพย์ที่ใหญ่ขนาดนี้ไม่มีทางที่จะปล่อยให้หลุดมือ จึงอาจจะทำให้ปตท. กล้าที่จะเสี่ยงในการประมูลในโครงการนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะที่ กัลฟ์ ประกาศชัดเจนว่าต้องการเข้ามาเพิ่มพอร์ตรายได้จากการลงทุนใน EEC และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) สายบางปะอิน-นครราชสีมา (M6) และสายบางใหญ่- กาญจนบุรี (M81) ซึ่งร่วมกับกลุ่มบีทีเอสและพันธมิตร โดยเฉพาะธุรกิจ LNG ที่แทบไม่มีคู่แข่งมีเพียงแค่ ปตท. ที่กินส่วนแบ่งทั้งหมด ซึ่งจะกลายเป็นสตอรี่ให้กับธุรกิจเชิงหุ้นเติบโตในอนาคต &amp;nbsp;ซึ่งระหว่างนี้กัลฟ์ยังมีประเด็นขยายกำลังผลิตไฟฟ้า ทะลุ 5,000 เมกะวัตต์ ใน 5 ปีข้างหน้าอีกด้วย&amp;quot; น.ส.เบญจา ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100639</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถมทะเล, ท่าเรือมาบตาพุด ระยะที่ 3, บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), โครงการท่าเรือมาบตาพุดเฟส 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_6084f9d2160ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
