<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2020 09:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2020 09:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมลุยต่อเดินหน้าโครงการใช้ยางพาราเพื่อความปลอดภัย จ.สตูล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6ก.ย.63-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ร่วมในพิธีเปิดโครงการนำน้ำยางพารา มาใช้เพื่อปรับปรุงอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยทางถนน (Kick Off) ที่บริเวณทางหลวงหมายเลข 404 กิโลเมตรที่ 102+150 ตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน ยืนยันว่า &amp;nbsp;โครงการดังกล่าว คือนโยบาย &amp;ldquo;Thai First ไทยทำ ไทยใช้ คนไทยต้องได้ก่อน&amp;rdquo;เพราะการผลิต rubber fender &amp;nbsp;barriers &amp;nbsp;ถือเป็นโครงการที่คิดค้นโดยคนไทย นำสินค้าที่ผลิตได้มาใช้ในประเทศ และในช่วงแรกของโครงการ เงินรายได้เข้าถึงมือเกษตรกรชาวสวนยางโดยตรง ซึ่งจะมีสัดส่วนที่ถึงมือเกษตรกรสูงถึง 70 % หรือคิดเป็นมูลค้า 3 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;
.
ด้านนายศักดิ์สยาม กล่าวยืนยันว่า หลังจากคณะรัฐมนตรีอนุมัติวงเงิน 2,700 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าโครงการนำน้ำยางพารา มาใช้เพื่อปรับปรุงอุปกรณ์เพิ่มความปลอดภัยทางถนน โดยเมื่อโครงการมีความชัดเจน เรื่องงบประมาณ &amp;nbsp;และปริมาณการใช้ในแต่ละปี &amp;nbsp;ที่กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท จะนำยางพารามาผลิตแผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต หรือ Rubber Fender Barrier และ &amp;nbsp;หลักนำทางยางธรรมชาติ &amp;nbsp;หรือ Rubber Guide Post &amp;nbsp;มีทางที่ชัดเจนแล้ว ขณะนี้ได้ส่งผลทางด้านจิตวิทยา ต่อราคายางในประเทศ ทำให้ราคารับซื้อยางพาราในตลาดตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจนขณะนี้ มีราคารับซื้ออยู่ที่กิโลกรัมละ 61บาท แล้วส่งผลให้เกิดเสถียรภาพในด้านราคายางพารา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนการดูแลให้โครงการเกิดความยั่งยืนนั้นหลังจากโครงการระยะแรก เฉพาะแผ่นยางพาราหุ้ม ที่จะเสื่อมสภาพใน3ปี จะมีการผลิตทดแทนในปีที่4 และทดแทนในทุกๆปี &amp;nbsp;ครบ 3 ปี &amp;nbsp;เพราะ rubber fender มีอายุ ใข้งานกลางแจ้ง ได้ ครั้ง ละ 3 ปี ซึ่งจะทำ ให้ต้องมีการสร้าง rubber fender ทดแทนทุกปี เริ่มจาก ปี 2566 เป็น ต้นไป ซื่งจะต้องใช้น้ำยางดิบ ปีละ ประมาณ 3.5 แสนตัน ในการผลิต rubber fender สำหรับ concrete barriers เมื่อดำเนินการติดตั้ง แล้ว สามารถใช้เป็นอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยทางถนนได้ตลอดไป&amp;quot;รมว.คมนาคม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า &amp;nbsp;สำหรับการเปิดโครงการที่จังหวัดสตูล นั้นเพราะเครื่องผลิต&amp;ldquo;แผ่นยางธรรมชาติครอบกำแพงคอนกรีต&amp;rdquo; ได้จัดทำและประสบความสำเร็จโดยความร่วมมือของ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ประกอบเครื่องมือดังกล่าวสำเร็จที่จังหวัดสตูล เป็นที่แรกของประเทศไทย โดยขณะนี้มีโครงการอบรม ขยายความคิดในการทำเครื่องมือดังกล่าวไปในกลุ่มชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยาง วิสาหกิจ ในจังหวัดอื่น ๆ โดยเครื่องจักรขึ้นรูปแรงอัดสูง ที่ใช้ในการผลิต rubber fender ยืนยันว่าในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมสนับสนุนให้กลุ่มสหกรณ์ของชาวสวนยาง ที่มีศักยภาพและต้องการเป็นผู้ผลิตเอง สามารถจัดซื้อนำเข้าเครื่องจักรดังกล่าว &amp;nbsp;โดยภาครัฐจะสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กระทรวงเกษตรฯก็จะดูแลให้กำลังการผลิต &amp;nbsp;rubber fender ที่จะเกิดขึ้นในสาทรแต่ละภาคของประเทศ มีกำลังการผลิต สอดคล้องกับความต้องการใช้งานของหน่วยงานราชการที่จะนำไปใช้ คือ กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท โดยกำลังการผลิตของกลุ่มสหกรณ์ต่างๆ &amp;nbsp;จะสมดุลกับการใช้งานของเส้นทางถนนในแต่ละภาคด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ &amp;nbsp;สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า อาชีพชาวสวนยางพารานั้น ถือเป็นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่จังหวัดสตูล และเชื่อว่า โครงการนำยางพารามาใช้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในถนน ซึ่งเกิดจากความร่วมมือและมีการลงนาม MOU กระทรวงคมนาคมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปแล้ว &amp;nbsp;โดยสหกรณ์ต่างๆในพื้นที่จังหวัด ก็จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการรับซื้อยางพาราจากชาวสวน &amp;nbsp;ทำให้มั่นใจได้ว่าโครงการดังกล่าวเม็ดเงินจะตกถึงมือชาวสวนอย่างแท้จริง ตามราคาตลาด &amp;nbsp;ไม่มีกลุ่มทุนหรือกลุ่มผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุดม คงสมคิด ประธาน ชุมนุมสหกรณ์กองทุนสวนยางสตูลจํากัด เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ในพื้นที่จังหวัดสตูลมีพื้นที่ปลูกยางพารากว่า 470,000 ไร่ &amp;nbsp;มีผลผลิตต่อปีประมาณ 120 ล้านกิโลกรัม/ปี มีชาวสวนกว่า 10,000 ครอบครัว &amp;nbsp;โดยหลังจากมีการ kick off โครงการของรัฐบาล &amp;nbsp;และอนุมัติงบประมาณก้อนแรก 2,700 ล้านบาท ทำให้เกิดผลทางจิตวิทยา ราคายางพาราปรับตัวสูงขึ้น โดยปัจจุบันราคายางพาราอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท &amp;nbsp;เพิ่มขึ้นจากช่วงนี้ยังไม่มีโครงการที่กิโลกรัมละ &amp;nbsp; 40 บาท &amp;nbsp;หรือเพิ่มขึ้นกิโลกรัมละ 20 บาทแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)ระบุว่า สำหรับในพื้นที่ภาคใต้ ถนนหลวงพี่จะมีการใช้ Rubber Fender Barrier จะมีปริมาณการใช้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 30% ของการใช้งาน Rubber Fender ที่มีอยู่ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76711</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, อนุทิน ชาญวีรกูล, โครงการนำน้ำยางพารา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200907/image_big_5f559c4d9b307.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
