<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/10/2019 20:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/10/2019 20:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“จุรินทร์”เคาะประกันรายได้มันสำปะหลัง กิโลละ 2.50 บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ต.ค. 2562 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุม 3 ฝ่าย เพื่อพิจารณโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2562/63 ที่สํานักงานเทศบาลนครอุดรธานี อําเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ว่า ที่ปนระชุมได้ร่วมกันกำหนดรายละเอียดของโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง โดยมีมติให้ความเห็นชอบประกันรายได้ที่กิโลกรัม (กก.) ละ 2.50 บาท ที่เชื้อแป้งที่ 15% ครัวเรือนละไม่เกิน 100 ตัน และจะใช้เกณฑ์ราคาอ้างอิงเพื่อเป็นตัวกำหนดรายได้จากราคาตลาดของราคาหัวมันสดที่ลานมันแป้งเฉลี่ยย้อนหลัง 30 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยังกำหนดให้เกษตรกรทุกรายสามารถเข้าร่วมโครงการได้ โดยต้องไปขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ &amp;nbsp;ต้องขึ้นทะเบียนตามความเป็นจริง ต้องแจ้งชัดเจนว่าปลูกมันกี่ไร่ จะเก็บเกี่ยวช่วงไหน และกำหนดจ่ายเงินส่วนต่างงวดแรกในวันที่ 1 ธ.ค. 2562 จ่าย 6 งวดในฤดูกาลผลิตปีนี้ ทุกเดือนจนหมดจำนวนเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน โดยวงเงินที่ใช้ร่วมกันประมาณ 9,400 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตั้งใจจะเอาเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายมันสำปะหลัง ในวันที่ 11 พ.ย.2562 และนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 12 พ.ย.2562 ตอนที่ครม. ไปประชุมสัญจรที่จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อครม. ให้ความเห็นชอบแล้ว ก็จะสามารถจ่ายเงินส่วนต่างแรกในวันที่ 1 ธ.ค. 2562 ต่อไป&amp;rdquo;นายจุรินทร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า &amp;nbsp;สำหรับมาตรการเสริม เพื่อผลักดันราคามันสำปะหลัง จะมีการใช้หลายมาตรการ เช่น การส่งเสริมให้มีการใช้มันสำปะหลังในประเทศมากขึ้น ทั้งทำพลาสติกชีวภาพ ซึ่งจะเดินไปในแนวทางนี้มากขึ้นเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และนำไปใช้ทำพลังงานในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะเอทานอล รวมถึงการเร่งรัดการส่งออกมันสำปะหลังของไทยไปตลาดต่างประเทศ เช่น ที่ตนได้นำคณะเอกชนไปขายมันสำปะหลังที่จีน เมื่อไม่นานมานี้แล้วประสบความสำเร็จพอสมควร เพราะปีที่แล้ว จีนนำเข้ามันไทย 3 ล้านตัน แต่ที่ไปสามารถขายได้ 2.6 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 18,000 ล้านบาท และจะเร่งเปิดตลาดอินเดีย เน้นใช้มันสำปะหลังทำถงพลาสติกและหีบห่อ รวมทั้งขยายตลาดตุรกีและนิวซีแลนด์ และเกาหลีใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน จะเร่งรัดเรื่องการป้องกันการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อไม่ให้มันสำปะหลังราคาตกโดยไม่จำเป็น และจะมีมาตรการดูแลราคาช่วงผลผลิตออกสู่ตลาด เช่น ชะลอการขุด หรือชดเชยการขุด รวมทั้งให้มีการจัดตั้งวอร์รูมมันสำปะหลังเพื่อติดตามสถานการณ์มันสำปะหลังอย่างใกล้ชิดและเสนอทางออกเพื่อประโยชน์ของเกษตรกรมันสำปะหลังไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องโรคใบด่าง ไปเร่งรัดเรื่องการกำจัดโรคใบด่างให้เกิดผลเป็นรูปธรรม หลังจากที่ ครม. ได้มีมติอนุมัติเงิน 248 ล้านบาทให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการทำลาย และให้มารายงานให้คณะกรรมการมันฯ ทราบในวันที่ 11 พ.ย.2562 เพื่อให้ผลผลิตเพียงพอสำหรับการใช้ในปีนี้และปีหน้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48962</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์, ชาวไร่มันสำปะหลัง, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, โครงการประกันรายได้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d481e153c996.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
