<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19216</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2018 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2018 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.เผยเอกชนห่วงท่าเรือมาบตาพุดซบเซา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กนอ.เผยเอกชนห่วงท่าเรือมาบตาพุดซบเซา หลัง กกพ.อนุมัติเพียง 2 รายใช้พื้นที่ นำเข้าแอลเอ็นจี ด้าน &amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo; จับมือเจโทร ดึงมิเอะตั้งสถาบันหนุนสตาร์ทอัพด้านอาหารในเดือน พ.ย. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เปิดเผยภายหลังร่วมกิจกรรม สัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชนครั้งที่ 3 โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 ถึงสถานการณ์ภาพรวมการรับฟังความเห็นเอกชน ประชาชน และผู้มีส่วนได้เสีย ว่าประเด็นสำคัญที่มีความกังวลมากที่สุด คือจำนวนผู้ประกอบการที่ได้รับสิทธินำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี)ยังน้อยอยู่ จากปัจจุบันที่มีผู้ประกอบการที่ได้สิทธินำเข้าจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เพียง 2 ราย คือ บมจ.ปตท. และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(กพอ.)ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหารือเพื่อปรับปรุงเกณฑ์การพิจารณาให้เปิดกว้างสนับสนุนให้มีผู้ประกอบการนำเข้าแอลเอ็นจีมากขึ้น ดังนั้น กนอ.จะหารือกับ กกพ.ถึงแนวทางปรับปรุงเกณฑ์พิจารณาให้มีความคล่องตัวขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โครงการนี้มีมูลค่าลงทุนประมาณ 55,400 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนเอกชน 70% และกนอ.ลงทุน 30% ในรูปแบบลงทุนร่วมระหว่างรัฐและเอกชน(พีพีพี) ระยะเวลาลงทุน 5 ปี ขณะนี้โครงการอยู่ในขั้นตอนขออนุมัติรายงานผลกระทบด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม(อีเอชไอเอ)เพราะเป็นโครงการถมทะเล และเชื่อว่าโครงการนี้จะผ่านอีเอชไอเอภายในสิ้นปีนี้&amp;quot;นางสาวสมจิณณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังร่วมลงนามบันทึกแสดงเจตจำนงความร่วมมือกับเพื่อสนับสนุนการลงทุนจากนักลงทุนญี่ปุ่นในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) กับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่นประจำประเทศไทย(เจโทร) ว่าการร่วมมื้อครั้งนี้จะต้องดูที่ความร่วมมือระหว่างกันทั้งเรื่องการพัฒนาบุคลากร สิ่งแวดล้อม และเมืองใหม่ โดยในเดือน พ.ย. นี้ผู้ว่าราชการจังหวัดมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น จะเดินทางมาที่ประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการเดินทางมาครั้งนี้เพื่อจะตอกย้ำความร่วมมือและจะร่วมจัดตั้งศูนย์ไทย-มิเอะอินโนเวชั่นเซ็นเตอร์ ที่จะร่วมดันผลักดันการพัฒนาผู้ประกอบการหน้าใหม่(สตาร์ทอัพ) โดยเบื้องต้นจะเน้นที่การดูแลอุตสาหกรรมอาหาร และการแปรรูปอาหาร ที่จังหวัดมิเอะมีความเชี่ยวชาญ โดยจะอยู่ในความดูแลของสถาบันอาหาร ก่อนที่จะขยายขอบเขตการพัฒนาไปยังอุตสาหกรรมอื่น ๆ อาทิอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมเครื่องมือการแพทย์ โดยจะเชื่อมโยงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19216</URL_LINK>
                <HASHTAG>การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.), มาบตาพุด, สกพอ., โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a828914bd15e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
