<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67097</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2020 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2020 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมศิลป์พัฒนาการจัดแสดงท้องพระโรงวังหน้า พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พร้อมเปิดให้ชมหมู่พระวิมานครบ 13 ห้องปี 64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 27 พ.ค. นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากการที่กรมศิลปากรดำเนินโครงการพัฒนาพระราชวังบวรสถานมงคล โดยมีการปรับแต่งภูมิทัศน์ และบูรณะอาคารหมู่พระวิมานที่อยู่ภายในพื้นที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ตลอดจนการพัฒนารูปแบบการจัดแสดงนิทรรศการถาวรใหม่ นำโบราณวัตถุชิ้นสำคัญจัดแสดงด้วยสื่อมัลติมีเดีย แสง สีเสียง และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยดึงดูดความน่าสนใจของห้องจัดแสดงทุกพระที่นั่งในหมู่พระวิมานรวม 13 ห้อง ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2555 ปัจจุบันได้มีการบูรณะอาคารหมู่พระวิมานต่างๆ และพัฒนาการจัดแสดงนิทรรศการจนเกือบแล้วเสร็จ เหลืองานจัดแสดงช่วงระยะสุดท้าย คือ โครงการพัฒนาการจัดแสดงท้องพระโรงวังหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ซึ่งเดิมเป็นพระที่นั่งท้องพระโรงของพระราชวังบวรสถานมงคล หรือ วังหน้า สำหรับพระมหาอุปราช เสด็จออกฝ่ายหน้า เสด็จออกว่าราชการ หรือ เสด็จออกรับแขกเมือง เป็นการเสด็จออกอย่างเต็มยศในการพระราชพิธีอันเป็นมหาสมาคม และเพื่อการพระราชพิธีการบำเพ็ญพระราชกุศล เช่น พระราชพิธีบวรราชาภิเษก อุปราชาภิเษก การเทศน์มหาชาติ ในการพระราชพิธีเข้าพรรษา และการพระราชพิธีสงกรานต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายประทีป กล่าวว่า ที่สำคัญยังใช้ประดิษฐานพระศพของสมเด็จพระบวรราชเจ้า และพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวเพื่อการบำเพ็ญพระราชกุศล เช่นเดียวกับพระมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;การพัฒนาครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด &amp;quot;การกลับคืนลักษณะของท้องพระโรงวังหน้า&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งมีพระที่นั่งบุษบกเกริน ที่ประทับในการออกรับแขกเมืองของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ประดิษฐานเป็นประธานท้องพระโรง&amp;nbsp;&amp;nbsp;ถัดมาเป็นพระแท่นราชบัลลังก์เศวตฉัตรที่ใช้ในพระราชพิธีเฉลิมพระอิสริยยศพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระแท่นออกขุนนาง ที่ประทับในการออกว่าราชการของในวาระปกติของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล จัดแสดงอยู่ในตำแหน่งด้านหน้าพระที่นั่งท้องพระโรง 2 องค์ เป็นไปตามลำดับสถานะความสำคัญของพระที่นั่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งจัดแสดงเรื่องราวของสถาปัตยกรรมพระราชวังบวรสถานมงคล ซึ่งมีลักษณะเฉพาะตามระเบียบพระราชสำนัก และพระราชนิยมในกรมพระราชวังบวรสถานมงคลทั้ง 5&amp;nbsp;&amp;nbsp;พระองค์ ส่วนท้ายจัดเป็นนิทรรศการการศึกษาทางโบราณคดีวังหน้าซึ่งเป็นงานเริ่มต้นของโครงการพัฒนาพระราชวังแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; นับตั้งแต่ปี 2469&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่รัชกาลที่ 7 โปรดเกล้าฯ พระราชทานหมู่พระวิมาน พระราชวังบวรสถานมงคล เป็นห้องจัดแสดงพิพิธภัณฑสถาน สำหรับพระนคร ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร&amp;nbsp;&amp;nbsp;จนปัจจุบันได้มีการปรับปรุงพระที่นั่งต่างๆ ภายในหมู่พระวิมานให้เป็นห้องจัดแสดงโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุที่สำคัญ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัยนี้เดิมเป็นท้องพระโรงของพระราชวังบวรสถานมงคล สร้างในสมัยกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ รัชกาลที่ 3 ได้ปรับปรุงเป็นห้องจัดแสดงประติมากรรม เครื่องใช้สำริด กระทั่งปี 2510 จึงปรับเปลี่ยนเป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการพิเศษ โดยในปี 2563 นี้ มีกำหนดจะแล้วเสร็จเป็นห้องจัดแสดงที่ 13&amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมเปิดให้เข้าชมครบทั้ง 13 ห้องจัดแสดงของอาคารหมู่พระวิมานทั้งหมดในปี 2564 &amp;quot; นายประทีป&amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67097</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, ประทีป เพ็งตะโก, วังหน้า, โครงการพัฒนาพระราชวังบวรสถานมงคล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200527/image_big_5ece26ff05c5e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
