<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอยต่อปรับทัพ &#039;ดับไฟใต้&#039; &#039;พาคนกลับบ้าน-พูดคุยสันติสุข&#039; สะดุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ต้องยอมรับว่าภาพรวมสถานการณ์พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) ดีขึ้น ถ้าวัดในแง่ของสถิติตัวเลขการก่อเหตุเมื่อเทียบกับช่วง 3-4 ปีก่อน ซึ่งก็ต้องให้เครดิตทุกฝ่ายที่ร่วมกันแก้ไขปัญหามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;กระนั้นปัจจัยอื่นที่ยังทำให้การแก้ไขปัญหายังจบไม่ลง นั่นคือความพยายามของกลุ่มขบวนการผู้มีผลประโยชน์ในพื้นที่ ที่ไม่ต้องการให้ &amp;quot;ไฟใต้ดับลง&amp;quot; อีกทั้งการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้เป็นช่วงๆ โดยมีตัวบุคคลเข้ามาบริหารจัดการเปลี่ยนไปตามโครงสร้าง เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ ปิดจ็อบไม่ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ฝ่ายความมั่นคงเรียกช่วงเวลานี้ว่า รอยต่อ เพื่อไปสู่ช่วงยุทธศาสตร์ของการสร้างสันติสุขที่จะเริ่มในปี 2563 โดยในพื้นที่มีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้าที่มี บิ๊กอาร์ต-พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช&amp;nbsp; แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นกลไกหลักบูรณาการทุกภาคส่วน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ในขณะที่ระดับบนมีคณะพูดคุยสันติสุข จชต.ที่มี พล.อ.อักษรา เกิดผล&amp;nbsp; เป็นหัวหน้าคณะ ขับเคลื่อนพูดคุยเพื่อรับฟังผู้มีความเห็นต่างระดับนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;แม้จะไม่ประสานเสียงกันก่อนหน้านี้ แต่ก็ยุติลงได้ด้วยการที่ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลงมาเป็นกาวใจ แยกหน้าที่ในการทำงานกันแบบ &amp;quot;แยกกันเดินร่วมกันตี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ระหว่างทางก็มีอุปสรรค ทำให้การเดินหน้าอาจต้องชะลอทั้งสองส่วน!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการพาคนกลับบ้าน ที่ &amp;quot;บิ๊กอาร์ต&amp;quot; ชูธงเป็นผลงานชิ้นโบแดง &amp;quot;เซตซีโร&amp;quot; เชิงปริมาณที่อดีตแม่ทัพทำไว้ให้กลับมาทำ &amp;quot;เชิงคุณภาพ&amp;quot; มีการตรวจกันถึงระดับ &amp;quot;ดีเอ็นเอ&amp;quot; ก็เจอการต่อต้านจากชาวบ้านในโครงการจุฬาภรณ์ 2 อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ที่ไม่พอใจคำสัมภาษณ์ที่ระบุในทำนองว่า &amp;quot;ชาวบ้าน&amp;quot; ที่อยู่เดิมยอมรับได้ ทำให้มีการชุมนุมแสดงพลังจน &amp;quot;บิ๊กอาร์ต&amp;quot; ต้องลงไปเคลียร์ยุติการสร้างบ้านพัก ป้องกันบานปลายกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียว เพราะกระแสไทยพุทธ มุสลิม รวมถึงครอบครัวผู้สูญเสียจากการก่อเหตุไม่พอใจและเริ่มเสียงดังขึ้นในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ท่ามกลางการวิพากษ์วิจารณ์การบริหารงบ จากเดิมที่เคยมีการสร้างอาคารในลักษณะนี้มาแล้วที่ปัตตานีแต่ไม่มีคนอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะที่ การพูดคุยสันติสุข อาจจะไม่ลื่นไหลเหมือนยุค &amp;quot;นาจิบ ราซัค&amp;quot; เมื่อ มหาเธร์ ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย เพราะยี่ห้อ &amp;quot;มหาเธร์&amp;quot; ถ้ามาเลเซียจะเข้าไปเป็นผู้อำนวยความสะดวก จะต้องมีบทบาทที่ยกระดับการเจรจาในรูปแบบที่เป็นสากลและต้องเห็นการเปลี่ยนแปลง ซึ่งไม่ใช่แนวทางของไทยที่อยากให้การพูดคุยทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนสถานะของ ดะโต๊ะ ซัมซามิน ซึ่งเป็นคนสนิทและเพื่อนสนิทของ &amp;quot;นาจิบ ราซัค&amp;quot; ที่โตมาด้วยกันในหมู่บ้านรัฐปาหัง และถูกส่งมาเป็นผู้อำนวยความสะดวกอาจจะไม่มั่นคงไปด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วงเปลี่ยนรัฐบาลอาจทำให้การพูดคุยสันติสุขต้องชะลอไปพลางๆ แม้การกำหนดพื้นที่ปลอดภัย หรือเซฟตีโซน ได้มีการเริ่มดำเนินการแบบไม่ประกาศเป็นทางการไปแล้วก็ตาม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนแนวทางของรัฐบาลในการทุ่มงบการพัฒนา สร้างเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ&amp;nbsp; มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ส่วนหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; หรือ คปต.ส่วนหน้า มีผู้แทนพิเศษลงไปติดตามงานในพื้นที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่&amp;nbsp; &amp;quot;งบลง แต่งานไม่เกิด&amp;quot; ก็ยังไม่สามารถเร่งรัดให้เร็วกว่าแผนงานที่วางไว้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9106</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, การพูดคุยสันติสุข, ดะโต๊ะ ซัมซามิน, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, บิ๊กอาร์ต-พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช, พล.อ.อักษรา เกิดผล, รอยต่อ, เซตซีโร, โครงการพาคนกลับบ้าน, ไฟใต้ดับลง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180513/image_big_5af84d0befd75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2018 10:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2018 10:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พา’อดีตบีอาร์เอ็น’กลับบ้านอีก 2 ราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เม.ย.2561 &amp;ndash; พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 &amp;nbsp;เดินทางไปยังศูนย์อาชาบำบัดกองทัพบก ม.2 ต.ปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี หน่วยเฉพาะกิจทหารพราน ที่ &amp;nbsp;4409 เพื่อรับตัวผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้านจำนวน 2 คน ที่ติดต่อขอเข้ามอบตัวและเข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน เพื่อต่อสู้คดีตามกระบวนการทางกฎหมาย คือ นายอับดุล รอเซะหยีกะจิ อายุ 60 ปี อดีตกลุ่มบีอาร์เอ็น &amp;nbsp;เป็นคน อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส หลบหนีเข้าอยู่มาเลเซียมา 30 ปียึดอาชีพแบกข้าวสาร ถูกข้อหาเคยฆ่าคนตายเมื่อปี 2529 &amp;nbsp;และนายอาลีย๊ะ &amp;nbsp;อามิง อายุ 36 ปี อดีตกลุ่มบีอาร์เอ็นเช่นกัน เป็นคนพื้นที่ อ.รามัน จ.ยะลา หลบหนีเข้าอยู่มาเลเซียมา 5 ปี &amp;nbsp;ยึดอาชีพกรีดยาง เคยร่วมก่อเหตุหลายครั้ง ปี 2556-2558 &amp;nbsp; มีหมาย ป.วิอาญา จำนวน 1 หมาย &amp;nbsp;คดีฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา &amp;nbsp;โดยทำหน้าที่ ชี้เป้าหมาย จนนำไปสู่การออก หมาย ป.วิอาญาปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.ปิยวัฒน์กล่าวว่า ขณะนี้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ดำเนินโครงการพาคนกลับบ้านอย่างต่อเนื่อง และพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เพียงแค่เปิดใจและหันมาพูดคุยกันโดยไม่ต้องมีความหวาดระแวงต่อกัน ซึ่งผู้ประสงค์ขอเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อทางโทรศัพท์ได้ที่หมายเลข 092 532 4989 และหน่วยงานราชการใกล้บ้าน หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการยุติธรรมแล้ว ก็จะดูแลในด้านการประกอบอาชีพ ซึ่งทางภาครัฐได้เตรียมอาชีพต่างๆ รองรับ ไว้แล้ว พร้อมทั้งให้การดูแลถึงครอบครัวด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7578</URL_LINK>
                <HASHTAG>ความรุนแรง, บีอาร์เอ็น, ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4, พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช, แม่ทัพภาคที่ 4, โครงการพาคนกลับบ้าน, ไฟใต้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180422/image_big_5adbfd89303a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7425</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2018 14:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2018 14:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อเขาบังคับให้ผมเป็น &#039;อาร์เคเค&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เม.ย.61- &amp;nbsp;เว็บไซต์ข่าวด่วน ข่าวเด่น สถานการณ์ชายแดนใต้ https://www.southernreports.org/ &amp;nbsp; รายงาน บทความ &amp;nbsp;เรื่อง &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อเขาบังคับให้ผมเป็น อาร์เคเค&amp;quot; เป็นการสัมภาษณ์อดีตแนวร่วมอาร์เคเค โดย ลมใต้ สายบุรี &amp;nbsp;รายละเอียดระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตั้งแต่เกิดเหตุคนร้ายปล้นปืนค่ายทหารที่ปิเหล็ง เมื่อต้นปี 47 จำได้ว่าหมู่บ้านของผมจากผู้คนที่เคยอยู่กันอย่างสงบ กลับได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากได้มีเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นภายในหมู่บ้าน การใช้ชีวิตได้ผิดแปลกแตกต่างไปจากเดิม จนบางครอบครัวจำใจต้องย้ายไปอาศัยอยู่ที่อื่น แต่ครอบครัวของผมไม่ได้ย้ายไปไหน ยังคงอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน บ้านที่อยู่อาศัยกันมาหลายช่วงอายุคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นบทเริ่มต้นในการสนทนาของผู้เขียนกับอดีตผู้หลงผิดท่านหนึ่งที่เคยเข้าร่วมทำการเคลื่อนไหวกับกลุ่มขบวนการ ได้เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิตชาวบ้าน หลังจากได้เกิดเหตุการณ์ปล้นปืนค่ายทหาร ซึ่งหลังจากนั้นความรุนแรงได้ขยายเป็นวงกว้างได้สร้างผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปทุกหย่อมหญ้า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้ทำลายสถาบันครอบครัว และชุมชนที่เคยอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข จากน้ำมือการกระทำของนักรบ RKK ซึ่งเป็นสมาชิกแนวร่วมขบวนการ BRN ซึ่งในขณะนั้นได้ใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ เข่นฆ่า ลอบวางระเบิด อย่างไร้ความปราณี และไร้มนุษยธรรม อีกทั้งยังข่มขู่ประชาชนผู้ที่ไม่เห็นด้วย หรือไม่ให้การสนับสนุน จนต้องย้ายหนีละทิ้งถิ่นฐาน หรือแม้กระทั่งโดนลอบทำร้ายจนบาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ก็ยังมีอีกบางส่วนที่โดนบีบบังคับต้องจำยอมเข้าสู่ขบวนการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จุดเริ่มต้นกับการเข้าร่วมสมาชิก อาร์เคเค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตผู้หลงผิดได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่วังวนของความชั่วร้ายด้วยการเข้าสู่ขบวนการ เป็นสมาชิก RKK ทั้งที่ในส่วนลึกแล้วไม่อยากจะเข้าร่วมจำใจ จำยอม เพื่อเหตุผลบางอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมย้ายไปอยู่ที่อื่นเหมือนหลายๆ ครอบครัวที่ได้ย้ายหนีจากการคุกคามของกลุ่มขบวนการไม่ได้ เนื่องจากลูกสาวทั้งสองของผมยังเล็กอยู่ โดยเฉพาะคนโตกำลังเรียนอยู่ในโรงเรียนของรัฐแห่งหนึ่ง ส่วนคนเล็กเพิ่งคลอดได้แค่ 10 กว่าวันเอง ครอบครัวผมอยู่อย่างมีความสุข แม้จะไม่ร่ำรวยอย่างใครเขา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมจำเป็นต้องไปอยู่กับขบวนการ เป็นความคิดของผมที่โลดแล่นเข้ามา ณ ตอนนั้น ซึ่งคิดว่าเป็นหนทางเดียวเมื่อผมเป็นสมาชิกแนวร่วมแล้วจะสามารถคุ้มครองให้คนในครอบครัวของผมปลอดภัยไม่ถูกข่มขู่ คุกคาม และหมายเอาชีวิตจาก RKK&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี พ.ศ.2548 อดีตผู้หลงผิดท่านนี้ได้เป็นสมาชิกแนวร่วมขบวนการอย่างเต็มตัว แต่หลังจากที่ได้เข้าร่วมขบวนการนานถึง 8 ปีเต็ม กลับพบว่าไม่มีสิ่งที่ดีใดๆ เลยที่เข้ามาสู่ชีวิต แถมความเป็นอยู่ประจำวันของครอบครัวก็ย่ำแย่ มิหนำซ้ำสิ่งที่ทุกคนไม่ปรารถนาจะได้มา นั่นคือหมายจับของศาล มีทั้งหมาย ป.วิ.อาญา และหมาย พ.ร.ก. ชีวิตถึงทางตันอนาคตดับมืดไร้แสงสว่างคลำหาทางออกไม่เจอ อีกทั้งปัญหาสุขภาพประดังเข้ามารุมเร้า พื้นที่รับผิดชอบที่ทำการเคลื่อนไหวอยู่ไม่มีแม้ยารักษา อยู่อย่างยถากรรม ขบวนการไม่ได้ให้การช่วยเหลือและได้รับการเหลียวแล อย่างเช่นที่เขาเคยพูดไว้อย่างสวยหรูในการโฆษณาชวนเชื่อเพื่อหลอกให้คนเข้าร่วมขบวนการ ซึ่งในตอนนั้นอยากกลับไปหาลูกเมียเพื่อทำการรักษาตัวที่บ้าน แต่ก็กลัวเจ้าหน้าที่จับกุม จะเข้ามอบตัวก็ไม่มีเงินทองในการต่อสู้คดีความในชั้นศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมเป็นคนแรกในหมู่บ้านที่เข้าเป็นสมาชิกของขบวนการ เริ่มต้นงานแรกด้วยการพ่นสี ทำลายป้ายจราจร ป้ายบอกทาง เผายางรถยนต์สร้างความปั่นป่วน ใช้รถจักรยานยนต์ในการลาดตระเวนเส้นทางในเขตรับผิดชอบที่แกนนำมอบหมาย เพื่อทำการหาเป้าหมายในการก่อเหตุ และเส้นทางในการหลบหนี หลังจากนั้นได้รับการสั่งการให้ก่อเหตุด้วยการลอบยิง โดยเลือกเป้าหมายที่อ่อนแอไร้ทางต่อสู้ เด็ก ผู้หญิง หรือคนชรา ไม่มีการแยกแยะชาวไทยพุทธ-มุสลิม&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตผู้หลงผิด ยังได้กล่าวถึงหน้าที่รับผิดชอบอีกอย่างหนึ่ง คือ การหาสมาชิกแนวร่วมที่อยู่ในหมู่บ้านใกล้เคียงที่จะทำการก่อเหตุ ให้มาร่วมประชุม วางแผนเตรียมการกับแกนนำ โดยให้รับผิดชอบในการเตรียมการในการสนับสนุนเรื่องอาหารการกิน รวมทั้งที่ซ่อนตัวทั้งก่อนก่อเหตุ และหลังจากการก่อเหตุเสร็จสิ้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมได้รับฟังข่าวสารว่าหน่วยงานภาครัฐ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความคิดต่างจากรัฐ สามารถเข้ามารายงานตัว แสดงตน เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนของกฎหมายกับโครงการพาคนกลับบ้าน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตผู้หลงผิดได้กล่าวพร้อมกับสีหน้า แววตายิ้มแย้มอย่างเปี่ยมสุขเมื่อได้ทำการเล่าเรื่องราวของตนมาถึง ณ ตรงนี้ ซึ่งได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตครั้งสำคัญของตนเองและครอบครัว แสงสว่างรำไรรออยู่เบื้องหน้านำพาไปสู่ทางออกทั้งที่ก่อนหน้านี้มืดมิดเหมือนคนที่สิ้นอนาคต หลังจากนั้นได้หาโอกาสกลับมาบ้านพูดคุยกับครอบครัว และตัดสินใจเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งๆ ที่ในขณะนั้นยังไม่มีความมั่นใจในวิธีการและกระบวนการขั้นตอนสักเท่าไหร่ แต่เมื่อได้รับการแนะนำ และช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รัฐอย่างจริงใจ ในการอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ทุกขั้นตอนในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม สุดท้ายศาลสั่งไม่ลงโทษปล่อยตัวให้เป็นอิสระ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชีวิตของผมเหมือนตายแล้วเกิดใหม่จริงๆ ผมไม่ต้องใช้จ่ายค่าดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ได้ใช้เงินสักบาท แต่ที่สำคัญที่สุดคือทุกวันนี้ผมมีความสุข อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา พ่อ- แม่-ลูก ดำเนินชีวิตตามปกติเหมือนกับคนทั่วๆ ไปในหมู่บ้าน ผมและเพื่อนๆ อีกหลายคนได้เล็งเห็นว่า โครงการพาคนกลับบ้าน ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นโครงการที่ดี จึงอยากเชิญชวนไปยังผู้ที่หลงผิด มีความเกรงกลัวเจ้าหน้าที่รัฐ หนีหมายศาล หลบหนีการจับกุม และกลัวการถูกดำเนินคดีความ ได้มีโอกาสกลับเนื้อกลับตัวหันหลังให้กับขบวนการ แล้วกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ประตูสู่การกระทำความดีได้เปิดกว้างไว้สำหรับพวกเราทุกคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชีวิตที่ต้องตกเป็นทาสรับใช้ขบวนการ BRN ชีวิตที่ต้องให้ใครต่อใครตราหน้าว่าเป็นแนวร่วมโจรใต้ มีแต่สร้างรอยบาปให้กับตัวเอง การกระทำที่ผิดต่อหลักคำสอนศาสนา อีกทั้งในทางกฎหมายบ้านเมืองมีคดีความติดตัว ต้องหลบหนีการติดตามจับกุมใช้ชีวิตแบบหลบๆ ซ่อนๆ ไม่ได้อยู่กับครอบครัวเชื่อได้ว่ายังมีผู้ที่คิดต่างจากรัฐอีกหลายคนที่ต้องประสบกับชะตากรรมเช่นนี้ ตัวอย่างเรื่องราวของอดีตผู้ที่เคยหลงผิดที่ได้รับโอกาสจาก &amp;ldquo;โครงการพาคนกลับบ้าน&amp;rdquo; จนนำมาสู่การมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่า ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอยู่กับครอบครัว สังคมไทย และภาครัฐยังเปิดโอกาสให้สำหรับคนที่กล้ากลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีเสมอ&amp;hellip;รีบฉวยโอกาสนั้นซะก่อนที่พรุ่งนี้จะไม่มีโอกาส&amp;hellip;..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพ,เรื่อง&amp;nbsp;www.southernreports.org/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7425</URL_LINK>
                <HASHTAG>BRN, RKK, บังคับเป็นอาร์เคเค, อดีตแนวร่วมอาร์เคเค, อาร์เคเค, เหตุการณ์ปล้นปืน 2547, โครงการพาคนกลับบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180419/image_big_5ad83e6c8348f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2018 16:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2018 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ทัพภาค4พาคนกลับบ้าน-ผู้เห็นต่างน้ำตาไหลเหยียบแผ่นดินไทยรอบ40ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.61- &amp;nbsp;ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 4409 อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 เข้าตรวจเยี่ยมการดำเนินกรรมวิถีในการออกสัญชาติให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน ณ ศูนย์พัฒนาและฝึกอาชีพ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 4409 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมทั้งได้เข้าพบปะพูดคุย กับผู้เข้าร่วมโครงการและครอบครัว ซึ่งก่อนหน้านี้เคยหลบซ่อนอยู่ตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ที่ยอมนำครอบครัวเข้าร่วมโครงการจำนวน 103 คน และมี 5 คนที่ขอถอนออกกลับประเทศเพื่อนบ้าน คงเหลือ 98 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งทั้งหมดเจ้าหน้าที่ได้จัดมาพักไว้ภายใน ศูนย์พัฒนาและฝึกอาชีพ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 4409 ในอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เพื่อการอำนวยความสะดวกด้านกระบวนการยุติธรรมและขั้นตอนการพิสูจน์สัญชาติ &amp;nbsp;ตรวจดีเอ็นเอ และแจกหนังสือหัดเขียน หัดอ่านรวมทั้งสอนภาษาไทย เพื่อสามารถสื่อสารได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลโทปิยวัฒน์ &amp;nbsp;กล่าวว่า จากการที่ผู้เห็นต่างได้เข้ามอบตัวในโครงการพาคนกลับบ้าน ทำให้ผู้เห็นต่างมองเห็นถึงความตั้งใจของทางหน่วยงานทหารที่ดำเนินงานด้วยความยุติธรรมและบริสุทธ์ใจ ไม่ใช่แค่จำนวน &amp;nbsp;98 คน ที่เข้าร่วมโครงการเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายรายที่กำลังตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ ซึ่งในวันนี้มีผู้เข้าร่วมโครงการได้รับการพิสูจน์สัญชาติและได้รับบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว 4 คน และในวันที่ 22 นี้ จะได้รับการพิสูจน์สัญชาติและออกบัตรประจำตัวประชาชนให้อีกกว่า 25 คน ส่วนที่เหลือก็จะเร่งดำเนินการเสร็จภายในอาทิตย์นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เดินทางไปยังที่ว่าการอำเภอสานบุรีเพื่อมอบบัตรประจำตัวประชาชนให้กับผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน 4 ราย ที่ได้รับการพิสูจน์สัญชาติแล้ว คือ นายหวันหลี ยูโซะ ,นายมะลีเปง ยีจิ ,นายสะมะแอ. มะพิเย๊าะ. และ นายนิโซะ ยูโซะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1 ใน 4 รายที่ได้บัตรประชาชน เผยว่า ตนหลบหนีจากประเทศไทยไปกว่า 40 ปีไม่เคยคิดว่าจะได้กลับมาเมืองไทย เมื่อเปิดโอกาสก็ดีใจเข้ามา ทั้งๆที่ อีกหลายคนที่ยังไม่มาบอกว่า ถ้าเข้าไปก็ถูกยิง แต่ตนก็ยอม เพื่อแสดงให้เห็นเราบริสุทธิ์ ประกอบกับอยากกลับบ้าน อยากให้ลูกกลับมาเมืองไทยดีกว่า ซึ่ง ถ้ารัฐทำดี ทำถูกต้องจริงใจ &amp;nbsp;กับโครงการนี้ ก็จะล้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดี ที่เข้าใจผิด ทำให้คนที่หลบหนีเกิดความมั่นใจก็จะทยอยออกมาอีกมาก &amp;nbsp;เบื้องต้นเห็นแล้วว่า แม่ทัพ ทำจริงจนสามารถมีบัตรประชาชนครั้งแรก &amp;nbsp;หลังจากนี้ตนอยากอยู่ในพื้นที่โครงการราชดำริ ประกอบอาชีพที่จัดให้ &amp;nbsp;โดยมีทหารดูแล คงไม่กลับบ้าน เพราะที่บ้านเดิมทั้งที่ดินที่ทำกิน บ้านอยู่อาศัย ได้ถูกอิทธิพลในพื้นที่ยึดครองแอบอ้างกรรมสิทธิ์จนถึงทุกวันนี้ &amp;nbsp; และเกรงว่าจะมีปัญหาอาจถูกใส่ร้าย เหมือนที่ผ่านมา ที่ได้หลบหนีไป &amp;nbsp;ส่วนสถานการร์ที่เกิดขึ้นปัจจุบัน มักแอบอ้างขบวนการว่าสร้างสถานการณ์ &amp;nbsp;ซึ่งจริงๆแล้วในพื้นที่ มีทั้งเรื่องอิทธิพลในพื้นทีที่เป็นคนของรัฐ รวมทั้งปัญหายาเสพติด &amp;nbsp;ที่มีการสร้างสถานการร์ สร้างปัญหามากมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อยากบอกว่าโครงการนี้ดี แต่ไม่ควรบอกว่าเป็นโครงการพาคนกลับบ้าน หรือมอบตัว เพราะจะทำให้พวกถูกทั้งขึ้นทั้งล่อง ฝ่ายขบวนการไม่พอใจ หรืออีกหลายฝ่ายไม่พอใจควรกลับมาแบบไม่มีชื่อโครงการก็ได้ &amp;nbsp;ในเมื่อต้องการความสงบ พวกเราก็อยากสงบ &amp;nbsp; ก็ต้องช่วยกัน ตนยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมกันพัฒนาชาติ และจะใช้โอกาสนี้ชักชวนผู้ที่หลงผิด กลับบ้านเช่นกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3509</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัตตานี, พลโท ปิยวัฒน์ นาควานิช, แม่ทัพภาค4, โครงการพาคนกลับบ้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180220/image_big_5a8bf009dbcb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
