<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>14975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2018 16:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2018 16:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สธ.เล็งบรรจุผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมในบัตรทอง รักษาลูกน้อยหูหนวก   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข &amp;nbsp;กล่าวว่า การสูญเสียการได้ยินในทารกแรกเกิดเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการพัฒนาทางอารมณ์และสังคมของเด็กโดยเฉพาะในช่วง 3 ปีแรกของชีวิต พบได้ 3-5 คนในทารกปกติ 1,000 คน และสูงถึง 3-5 คนในทารกกลุ่มเสี่ยง 100 คน กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จึงร่วมกับราชวิทยาลัย โสต ศอ นาสิกแพทย์แห่งประเทศไทยจัดโครงการรณรงค์ &amp;ldquo;การตรวจคัดกรองการได้ยินในทารกแรกคลอด&amp;rdquo;เพื่อค้นหาเด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ให้เข้าถึงบริการรักษา &amp;nbsp;ตามยุทธศาสตร์ลดความเหลื่อมล้ำของรัฐบาล โดยจัดบริการตรวจคัดกรองการได้ยินตั้งแต่แรกคลอดในโรงพยาบาลที่ร่วมโครงการ ใช้วิธีการตรวจวัดเสียงสะท้อนจากหูชั้นใน เป็นวิธีพื้นฐานไม่ซับซ้อน หากพบว่า มีภาวะบกพร่องทางการได้ยินจะส่งต่อเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.เจษฎา กล่าวว่า หากสามารถตรวจหาสาเหตุ และวินิจฉัยโรคประสาทหูเสื่อมได้ก่อนอายุ 6 เดือน และได้รับการรักษา เช่น ใส่เครื่องช่วยฟัง แก้ไขฟื้นฟู ฝึกพูด ฝึกฟัง ทำการผ่าตัด จะสามารถมีพัฒนาการเท่าทันเด็กทั่วไปส่งผลต่อการมีสุขภาพจิต อารมณ์ให้ดีด้วย ขอเชิญชวนประชาชนพาบุตรแรกคลอดที่ยังไม่ได้รับการตรวจคัดกรองหรือหากมีอายุ 1 ปีแล้ว สงสัยว่ามีปัญหาการได้ยิน เช่น เรียก พ่อ แม่ ไม่ได้ ขอให้รีบพามาตรวจและรับการรักษา โดยโรงพยาบาลของกระทรวงฯ ระดับจังหวัดของ สธ.คัดกรองได้ทุกแห่ง และอยู่ในระหว่างขยายผลไปสู่โรงพยาบาลขนาดเล็ก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการ รพ.ราชวิถี &amp;nbsp;กล่าวว่า รพ.ราชวิถีดำเนินภารกิจเป็นตัวเชื่อมในการคัดกรองภายใต้การเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านหู ตา จมูก พบว่าอุปสรรคสำคัญของโครงการ คือ ระบบส่งต่อมีข้อจำกัดในบางพื้นที่ จะต้องร่วมมือกันตรวจคัดกรองยืนยันต่อไป ถัดมาการจัดการข้อมูล โดยความผิดปกติจะแยกออกเป็นพอได้ยินบ้างจะมีเครื่องช่วยฟังบรรจุอยู่ในสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพ ซึ่งผู้ปกครอง ครู ต้องมีความรู้เพื่อนำไปดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนหูหนวก 100 % ที่จะต้องมีการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมซึ่งเป็นเทคโนโลยีชั้นสูง โรงพยาบาลขนาดใหญ่ โรงเรียนแพทย์ มีรายจ่ายสูงตั้งแต่หลักแสน-หลักล้าน ทั้งนี้ไม่ใช่ผ่าตัดแล้วจบ ต้องมีการดูแลอย่างเต็มที่ การฝึกพูด ฝึกเขียน ดังนั้น ต้องเลือกเคสและทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง ขณะนี้กำลังทบทวนเกณฑ์ในสิทธิ์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ได้หารือร่วมกับราชวิทยาลัย โสต ศอ นาสิกแพทย์ฯ &amp;nbsp;และกองพัฒนาผู้พิการว่า หากใช้เกณฑ์เข้มข้นจะได้ผลคุ้มค่าหรือไม่ ในต่างประเทศประเมินแล้วว่าคุ้มค่า เพราะทำให้เด็กสามารถได้ยินและกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14975</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, รพ.ราชวิถี, ราชวิทยาลัยโสต ศอ นาสิกแพทย์ แห่งประเทศไทย, โครงการรณรงค์การตรวจคัดกรองการได้ยินในทารกแรกคลอด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180808/image_big_5b6ab5d65eeb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
