<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดไทม์ไลน์อีไอเอสถานีอยุธยาฉลุยปี 60 ลั่นไม่เคยส่งรายงานให้กรมศิลป์ดู   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันที่ 3 มิ.ย. นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า&amp;nbsp;หลังจากที่กรมศิลปากรได้ชี้แจงว่าไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับกระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)&amp;nbsp;ในโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน&amp;nbsp;ซึ่งมีส่วนเข้าใกล้พื้นที่มรดกโลกพระนครศรีอยุธยาไปแล้วนั้น&amp;nbsp;กรมศิลปากรขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2561 สำนักศิลปากรที่ 3&amp;nbsp;พระนครศรีอยุธยา ได้เข้าร่วมการประชุมเตรียมความพร้อมด้านโลจิสติกส์และการคมนาคม เพื่อรองรับการก่อสร้างสถานีรถไฟความเร็วสูงและศูนย์ซ่อมบำรุงและควบคุมการเดินรถจังหวัดพระนครศรีอยุธยาของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในจังหวัด ซึ่งในการประชุมครั้งนั้น บริษัทที่ปรึกษาโครงการฯ ได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารสถานีอยุธยาและพื้นที่โดยรอบ ผู้แทนสำนักศิลปากรที่ 3&amp;nbsp;พระนครศรีอยุธยา ได้พิจารณาเห็นว่าโครงการฯ&amp;nbsp;มีงานก่อสร้างอาคารสถานีขนาดใหญ่ มีความสูงถึง 45 เมตร และอยู่ในเกณฑ์ที่อาจทำให้เกิดผลกระทบกับโบราณสถานและมรดกโลกอยุธยา จึงแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ทางบริษัทที่ปรึกษาจะต้องสำรวจผลกระทบต่อโบราณสถานที่อยู่ริมทางรถไฟ หรือ&amp;nbsp;EIA&amp;nbsp;ก่อนการดำเนินงาน ซึ่งบริษัทที่ปรึกษาได้แจ้งตอบในการประชุมว่า มีการอนุมัติรายงาน&amp;nbsp;EIA&amp;nbsp;ไปแล้วตั้งแต่ 6&amp;nbsp;กรกฎาคม 2560&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;auto&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot; ทางสำนักศิลปากรที่ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp;พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;จึงดำเนินการตรวจสอบ ไม่พบว่า มีการส่งรายงานสำรวจ&amp;nbsp;EIA&amp;nbsp;มายังสำนักศิลปากรที่ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp;พระนครศรีอยุธยา แต่อย่างใด สำหรับอาคารสถานีอยุธยา บริษัทฯ ชี้แจงว่าจะดำเนินการสร้างอาคารใหม่คร่อมอาคารหลังเก่า และปรับปรุงเป็นศูนย์ข้อมูลหรือพิพิธภัณฑ์ จึงเป็นครั้งแรกที่กรมศิลปากรได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงยกระดับและสถานีขนาดใหญ่ และการจัดทำแนวทางการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่ง (Transit Oriented Development - TOD)&amp;nbsp; จากนั้นเป็นต้นมาจึงเป็นการหารือรายละเอียดการก่อสร้างระหว่างกรมศิลปากรและบริษัทที่ปรึกษา ฯ ตลอดมา &amp;quot; นายประทีป กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวต่อว่า&amp;nbsp;จนเมื่อวันที่ 17&amp;nbsp;&amp;nbsp;ธันวาคม 2562&amp;nbsp; สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) โดยกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาโครงการศึกษาพัฒนาเมืองกับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง ขอเข้าหารือกับกรมศิลปากร ในประเด็นข้อกังวลเกี่ยวกับขนาดของอาคารสถานีที่มีความสูงและใหญ่เกินความจำเป็นต่อการใช้งาน และมีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ที่เชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่เกาะเมือง จึงอาจส่งผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกได้ จึงขอให้กรมศิลปากรประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการปรับปรุงรูปแบบอาคารให้กระทบต่อแหล่งมรดกโลกน้อยที่สุด กรมศิลปากรจึงได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อประสานงานติดตามแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลกพระนครศรีอยุธยาโดยตรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา&amp;nbsp;วันที่ 29&amp;nbsp;&amp;nbsp;กันยายน 2563 กรมศิลปากรได้มีหนังสือถึงเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย &amp;nbsp;แจ้งว่า พื้นที่โครงการอยู่ในเขตโบราณสถาน และอยู่ใกล้เขตมรดกโลกพระนครศรีอยุธยา จึงขอให้มีการพิจารณาทางเลือกในการออกแบบสถานีที่เหมาะสมอีกครั้ง เช่น ปรับลงเป็นทางลอดใต้ดิน หรือเบี่ยงไปใช้เส้นทางใหม่หรือย้ายที่ตั้งสถานี และไม่เห็นด้วยกับรูปแบบสถานีที่มีการนำเสนอ และขอให้การรถไฟส่งรายละเอียดรูปแบบรางและอาคารสถานีในแนวเส้นทางรถไฟตลอดทั้งเส้นให้กรมศิลปากรตรวจสอบพิจารณา และขอให้มีนำเสนอต่อคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกเพื่อทราบต่อไป ต่อมาวันที่ 6&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตุลาคม&amp;nbsp; 2563&amp;nbsp;&amp;nbsp;รองปลัดกระทรวงคมนาคม รองอธิบดีกรมการขนส่งทางราง ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้แทนกรมการขนส่งทางราง ได้เข้าหารือกับอธิบดีกรมศิลปากรเกี่ยวกับการก่อสร้างสถานีอยุธยาของโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพ-นครราชสีมา ณ ห้องประชุมกรมศิลปากร ชั้น 8&amp;nbsp;(เทเวศร์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot; ในครั้งนั้น กรมศิลปากรมีประเด็นนำเสนอว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงฯ มีส่วนเข้าใกล้พื้นที่มรดกโลกพระนครศรีอยุธยา จึงควรให้ความสำคัญต่อบริบทความเป็นมรดกโลกของพื้นที่ และร่วมกันพิจารณาหาทางเลือกในการออกแบบสถานีที่เหมาะสมร่วมกัน และต้องดำเนินการศึกษาผลกระทบต่อมรดกทางวัฒนธรรม หรือ&amp;nbsp;HIA&amp;nbsp;ต่อแหล่งมรดกโลกพระนครศรีอยุธยา รวมถึงให้ดำเนินการจัดทำการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (TOD)&amp;nbsp;ตามความจำเป็น &amp;quot; นายประทีป กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105138</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศิลปากร, โครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b852ee29312.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
