<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 17:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. มอบกองทัพเรือนำสายไฟลงดินในพื้นที่เมืองการบินภาคตะวันออก วงเงิน 451 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพประกอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6&amp;nbsp;ก.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติ วงเงิน 451.36 ล้านบาทให้กองทัพเรือดำเนินโครงการนำสายไฟลงใต้ดินเพื่อส่งเสริมสภาพพื้นที่สำหรับเมืองการบินภาคตะวันออกจำนวนรวมระยะทาง จำนวน 3 เส้นทาง ระยะทาง&amp;nbsp;5.2 กิโลเมตร สำหรับ งานจ้างนำสายไฟลงใต้ดิน 3 เส้นทาง ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;1. ปากทางเข้าสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา- แยกวงเวียนอู่ตะเภาระยะทาง 2.2 กิโลเมตร 2. แยกวงเวียนอู่ตะเภา-หน้าอาคารจอดรถอาคารผู้โดยสารหลังที่ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระยะทาง 1.0 กิโลเมตร และ 3. แยกอู่ราชนาวีมหิดล-ท่าเรือจุกเสม็ด ระยะทาง 2.0 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการติดตั้งสายไฟฟ้า จากระบบเดินอากาศ (ปักเสาพาดสาย) เป็นแบบร้อยท่อฝังดิน ในพื้นที่ของกองทัพเรือ บริเวณฐานทัพเรือสัตหีบ ตามแผนแม่บทโครงการปรับปรุงระบบสายไฟฟ้าและสายสื่อสารในพื้นที่สัตหีบเป็นระบบท่อร้อยสาย จำนวน 8 เส้นทาง&amp;nbsp;ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกให้สามารถดำเนินงานได้บรรลุเป้าหมายตามระยะเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108839</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเรือ, ครม., ฐานทัพเรือสัตหีบ, สายไฟลงใต้ดิน, โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก, โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210616/image_big_60c9efc285426.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2021 16:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2021 16:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.อนุมัติงบกลาง 568 ล้านงานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.64 - น.ส.ไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นวงเงิน 568 ล้านบาท สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ภายใต้แผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) เพื่อใช้สำหรับงานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน โดยตามสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ฝ่ายรัฐต้องส่งมอบพื้นที่โครงการช่วงสุวรรณภูมิถึงอู่ตะเภาให้เอกชนคู่สัญญาภายในวันที่ 24 ตุลาคม 2564 จึงมีความจำเป็นต้องได้รับการจัดสรรงบประมาณดังกล่าวภายในวันที่ 8 มิถุนายน 2564&amp;nbsp;เพื่อให้ส่งมอบพื้นที่ให้เอกชนคู่สัญญาได้ทันตามที่กำหนดในสัญญาร่วมลงทุน ไม่เช่นนั้น การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)จะมีความเสี่ยงที่จะผิดสัญญาร่วมลงทุน ซึ่งคู่สัญญาอาจมีหนังสือแจ้งรฟท.ให้สัญญาร่วมลงทุนมีผลสิ้นสุดลง หรือใช้สิทธิ์เรียกค่าเสียหายได้แก่ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ครม.ได้อนุมัติโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2561 ในรูปแบบ PPP&amp;nbsp; Net Cost&amp;nbsp; โดยภาครัฐลงทุนค่างานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และภาคเอกชนลงทุนค่างานโยธา ค่างานระบบรถไฟฟ้าและขบวนรถไฟฟ้า ค่าพัฒนาพื้นที่เพื่อสนับสนุนบริการรถไฟและบริการผู้โดยสาร และค่าจ้างที่ปรึกษาโครงการ รวมทั้งดำเนินงานบริหารและซ่อมบำรุงโครงการ โดยให้เอกชนร่วมลงทุนรวมเป็นเวลา 50 ปี&amp;nbsp; และเอกชนเป็นผู้จัดเก็บค่าโดยสารและรับความเสี่ยงด้านจำนวนผู้โดยสารของโครงการ รวมทั้งจัดเก็บรายได้จากการพัฒนาพื้นที่โครงการ โดยมีค่างานที่เกี่ยวข้องกับการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและค่าสำรวจอสังหาริมทรัพย์รวมทั้งสิ้น 5,740 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104933</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.อนุมัติ, มติ ครม., โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b602db3290a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2021 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2021 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บอร์ดอีอีซีเคาะเพิ่มกรอบงบวงเงินเวนคืนไฮสปีด 3 สนามบิน วงเงิน 2.17 พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 มี.ค.64-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือคณะกรรมการ EEC วันนี้ (1 มี.ค. 2564) โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า ที่ประชุมได้มีการรายงานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) โดยในขณะนี้สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย และได้มีการเสนอขอเพิ่มกรอบวงเงินสำหรับค่าจัดกรรมสิทธิ์และสำรวจอสังหาริมทรัพย์ กรณีเวนคืนตามสัญญาร่วมลงทุนฯ วงเงิน 2,170.15 ล้านบาท ให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ วงเงิน 2,170.15 ล้านบาทดังกล่าวข้างต้นนั้น แบ่งเป็น งบจำเป็นเร่งด่วน โดยขอรับงบกลางปี 2564 เพื่อจ่ายค่าเวนคืนช่วงสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา วงเงิน 607.56 ล้านบาท ซึ่งจำเป็นเร่งด่วน ให้ทันส่งมอบพื้นที่ช่วงสุวรรณภูมิภายใน 24 ต.ค. 2564 และขอรับงบประมาณประจำปี 2565 วงเงิน 1,562.59 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าเวนคืน ช่วงพญาไท-ดอนเมือง วงเงิน 792.11 ล้านบาท และค่าเผื่ออุทธรณ์ ช่วงสุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา (อาจไม่ต้องใช้) วงเงิน 770.48 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการขอเพิ่มกรอบวงเงินดังกล่าวนั้น ยังไม่เกินกรอบเดิมที่ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติแต่จะทำให้งบประมาณค่าเวนคืนเพิ่มขึ้น จากเดิม 3,570 ล้านบาท เป็นจำนวน 5,740 ล้านบาท และหลังจากนี้ก็จะต้องเสนอ ครม.เพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป ซึ่งในการขออนุมัติเพิ่มดังกล่าว เพื่อการรื้อย้ายสาธารณูปโภค และเปิดพื้นที่ก่อสร้างพร้อมสามารถส่งมอบพื้นที่ส่วนใหญ่ได้ภายใน มี.ค.2564 และการส่งมอบพื้นที่เวนคืน อยู่ในขั้นตอนการทำสัญญาซื้อขายโดยการรถไฟฯ คาดว่า จะส่งมอบพื้นที่ได้อย่างช้าภายใน ก.ย.2564 รวมถึงการลงนามในสัญญาการบริหารจัดการที่ดินมักกะสัน เพื่อพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ คาดว่าจะเป็นในช่วง มี.ค. 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ ความคืบหน้าการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง (ทฉล.) ระยะที่ 3 โดยก่อนหน้านี้ทางคณะกรรมการ EEC ได้มอบหมายให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ไปเจรจากับเอกชน เพื่อจ่ายค่าตอบแทนให้รัฐ อยู่ที่ 29,050 ล้านบาท หรือต่ำกว่าราคากลางประมาณ 9.85% จากผลตอบแทนที่ ครม. อนุมัติที่ 32,225 ล้านบาท ซึ่งมติที่ประชุม EEC ยอมรับราคา และเป็นไปตามระเบียบที่สามารถดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างได้ และจากนี้จะต้องมีการเสนอเรื่องให้ ครม.พิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หาก ครม.เห็นชอบ คาดว่าจะสามารถดำเนินการลงนามในสัญญาได้ภายใน 3 เดือน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94727</URL_LINK>
                <HASHTAG>EEC, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, เพิ่มค่าเวรคืน, เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.), โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603ce0f34323c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2020 19:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2020 19:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางหลวง-รฟท.จับมือใช้พื้นที่สร้างไฮสปีดเชื่อม3สนามบิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค. 2563 นายชัยวัฒน์ ทองคำคูน ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการใช้พื้นที่เขตทางหลวงในการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินว่า สำหรับโครงการดังกล่าว เป็นแนวเส้นทางรถไฟระยะทางประมาณ 190 กิโลเมตร (กม.) โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และมีพื้นที่บางส่วนที่ต้องเวนคืน รวมถึงพื้นที่ของหน่วยงานราชการอื่นๆ อาทิ กรมทางหลวง (ทล.) จึงต้องมีการบันทึกข้อตกลงระหว่าง รฟท. และ ทล. เพื่ออนุญาตใช้พื้นที่เพื่อใช้ในการก่อสร้างต่อไป จากนั้นการรถไฟฯ จะเดินหน้าขอใช้พื้นที่ส่วนราชการอื่นๆ เช่น กองทัพเรือ กรมป่าไม้ กรมชลประทาน เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2560-2579) ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการชี้นำว่า ประเทศไทยจะก้าวไปอย่างไร ประกอบการกับในเรื่องการพัฒนาประเทศชาติจะต้องมีการลงทุนในพื้นที่สำคัญ เช่น การสนับสนุนโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งหนึ่งในโครงการสำคัญ คือ โครงการรถไฟความเร็วสูง ที่จะเชื่อมโยงการเดินทางระหว่างทางบก ทางราง และทางอากาศแบบไร้รอยต่อ และยังเป็นการขยายความเจริญไปยังพื้นที่อีอีซี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) กล่าวว่า กรมทางหลวง พร้อมที่จะสนับสนุนและขับเคลื่อนการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม สร้างรากฐานทางสังคมและเศรษฐกิจ โดยหลังจากการลงนามข้อตกลงในวันนี้แล้วนั้น จะแต่งตั้งคณะทำงานตามกฎหมาย เพื่อร่วมกันพิจารณาแก้ไขปัญหาหรืออุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินการตามบันทึกข้อตกลง โดยคณะทำงานทั้ง 2 คณะจะประชุมร่วมกันอย่างน้อยทุก 2 เดือน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่น ขณะเดียวกัน ภายหลังการใช้พื้นที่กรมทางหลวงแล้วเสร็จ การรถไฟฯ จะต้องดำเนินการปรับปรุง ซ่อมแซม แก้ไข พื้นผิวการจราจร ระบบระบายน้ำต่างๆ ให้เรียบร้อย จากนั้นจึงส่งมอบทางคืนให้กับกรมทางหลวงต่อไป อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าความร่วมมือของ 2 หน่วยงานในครั้งนี้ จะเป็นส่วนช่วยให้โครงการฯ ประสบผลสำเร็จต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเขตทางหลวงที่โครงการดังกล่าวผ่านนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณจุดตัด รวมทั้งสิ้น 29 จุด 19 เส้นทาง ใน 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง แบ่งเป็น แนวเส้นทางโครงการปัจจุบัน จำนวน 16 เส้นทาง และโครงการที่จะเกิดในอนาคต จำนวน 3 เส้นทาง ได้แก่ 1.ทางเลี่ยงเมืองจังหวัดฉะเชิงเทรา 2.โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์) M91 วงแหวนกรุงเทพ รอบที่ 3 และ 3.มอเตอร์เวย์ M61 สายชลบุรี&amp;ndash;นครราชสีมา (แหลมฉบัง&amp;ndash;ปราจีนบุรี) ทั้งนี้ ในจำนวน 29 จุดนั้น ได้เคลียร์จบแล้ว 15 จุด ขณะที่อีก 14 จุด อยู่ระหว่างการพิจารณาตำแหน่งที่ตอม่อของโครงการว่า จะอยู่ในบริเวณใด อย่างไรก็จาม ยืนยันว่า ไม่มีผลกระทบหรือปัญหากับโครงการฯ อย่างแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ในการดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน การรถไฟฯ จำเป็นต้องขอใช้พื้นที่ในเขตทางหลวงสำหรับการดำเนินโครงการฯ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง (ทล.) บางส่วน ทั้งนี้ การรถไฟฯ จะดำเนินการในพื้นที่ของกรมทางหลวงอย่างเหมาะสม และเป็นไปตามเงื่อนไขที่ตกลงอย่างเคร่งครัดและส่งผลกระทบต่อสภาพการจราจรผู้ใช้ทางและคนเดินเท้าให้น้อยที่สุด เพื่อสร้างประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุจิตต์ เชาว์ศิริกุล รองผู้ว่าการกลุ่มบริหารรถไฟฟ้า การรถไฟฯ กล่าวว่า ตามกรอบระยะเวลาการดำเนินการนั้น การรถไฟฯ จะต้องส่งมอบพื้นที่ให้กับเอกชนในช่วง ม.ค. 2564 แต่ด้วยการเบิกจ่ายงบประมาณ รวมถึงการเวนคืนที่ดินที่ล่าช้า จึงคาดว่า จะสามารถส่งมอบพื้นที่ได้ภายใน ก.พ.-มี.ค. 2564 หรือล่าช้าออกไปประมาณ 2 เดือน แต่ยังคงอยู่ในกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ คือ ต้องส่งมอบพื้นที่ภายใน ต.ค 2564 ในส่วนของผู้บุกรุกตามแนวเส้นทางของโครงการที่มีกว่า 1,300 กว่ารายนั้น ในจำนวนดังกล่าวมีผลกระทบกับโครงการประมาณ 560 กว่าราย โดยการรถไฟฯ อยู่ระหว่างการเจรจาไกล่เกลี่ยให้ผู้บุกรุกออกนอกพื้นที่ ซึ่งคาดว่า จะเคลียร์จบภายใน ก.พ. 2564 ขณะเดียวกัน ด้านของงบประมาณที่จะนำมาใช้ในการรื้อย้ายสาธารณูปโภคนั้น การรถไฟฯ ได้เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณปี 2564 ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมธิการฯ ทั้งนี้ ตามแผนแล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปีนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) เป็นโครงการรถไฟความเร็วสูงระยะทาง 220 กม. มีแนวเส้นทางเชื่อมโยงท่าอากาศยานสำคัญของประเทศ โดยเริ่มต้นที่ท่าอากาศยานดอนเมือง วิ่งตรงเข้าสู่สถานีกลางบางซื่อ ผ่านสถานีมักกะสัน เลี้ยวเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าต่อไปตามแนวทางรถไฟสายตะวันออก ผ่านแม่น้ำบางปะกง เข้าสู่สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา และเข้าสู่ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นสถานีสุดท้าย ระยะทางรวม 220 กม. โดยขบวนรถสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กม.ต่อชั่วโมง ช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75840</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวง (ทล.), การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), ชัยวัฒน์ ทองคำคูน, โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200828/image_big_5f48fd87d1208.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40573</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2019 23:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.ดีเดย์12 ก.ค.นี้นัดซีพีคุยรถไฟเชื่อมสามสนามบินให้จบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค. 2562 นายวรวุฒิ &amp;nbsp;มาลา รักษาการ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าล่าสุดโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งขณะนี้ยืนยันว่า รฟท.มีข้อมูลพื้นที่ที่จะใช้ก่อสร้างล็อตแรก พร้อมส่งมอบให้กลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH) เข้าพื้นที่เริ่มงานก่อสร้างมีความพร้อมแล้ว และวันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคมนี้ เวลา 13.30 น. ทั้ง 2 ฝ่าย จะนัดหารือร่วมกัน เพื่อพิจารณาข้อมูลทั้งหมด หากทางกลุ่ม CPH พอใจ ก็สามารถนัดหมายร่วมกัน 2 ฝ่าย เพื่อลงนามในสัญญาทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุจิตต์ เชาว์ศิริกุล รองผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)กล่าวว่า มั่นใจว่าการลงนามร่วมกันระหว่าง รฟท.และกลุ่มซีพี จะทันภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งในวันลงนามสัญญาจะมีการส่งมอบพื้นที่ส่วนใหญ่ประมาณ 80 % ของโครงการ เพื่อให้กลุ่มซีพีเข้าพื้นที่ดำเนินการก่อสร้างด้วย โดยเป็นพื้นที่ซึ่งไม่มีปัญหาเรื่องการเวนคืน ติดภาระผูกพันสัญญา หรือมีการบุกรุก &amp;nbsp;โดยที่ดินที่มีการบุกรุกนั้น รฟท.มั่นใจว่าจะเคลียร์ผู้บุกรุกออกได้ภายในเวลา 2 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่ที่ใช้ก่อสร้างในโครงการทั้งหมดกว่า 10,000 ไร่ โดยมีพื้นที่ประมาณ 20% &amp;nbsp;หรือประมาณกว่า 2,000 ไร่ ที่ต้องเร่งเคลียร์ปัญหา เพื่อให้ส่งมอบพื้นที่ให้ได้เร็วที่สุด ประกอบด้วยพื้นที่ที่ต้องออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืน 12 ฉบับ เนื้อที่ประมาณ 850 ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนที่เหลือจะมีพื้นที่ที่โดนบุกรุกประมาณ 1,000 ไร่ ที่ รฟท.จะต้องเจรจากับผู้บุกรุก นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ที่ติดสัญญาเช่าประมาณ 400 ไร่ ที่ให้เอกชนเช่ามีสัญญาไว้ในอดีต ซึ่งการเจรจากับผู้เช่าไม่น่ามีปัญหาจะมีเพียงส่วนหนึ่งที่เป็นสัญญาเช่า เพื่อใช้ที่ดินทำประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภค ในส่วนนี้หากจะให้ผู้เช่าหรือย้ายต้องมีการแจ้งล่วงหน้าตามข้อสัญญา ซึ่งจะต้องไปดูรายละเอียดอีกครั้ง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40573</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), ซีพี, วรวุฒิ  มาลา, โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c90cfb367abd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34027</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/04/2019 00:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/04/2019 07:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รถไฟเชื่อมสามสนามบินไม่จบเร่งสรุปข้อกฎหมาย23 เม.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 เมษายน 2562 &amp;nbsp;นายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจบริหารทรัพย์สิน รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) วงเงินกว่า 2.2 แสนล้านบาท เปิดเผยที่ประชุมคณะกรรมการคัดเลือกฯมีหารือในประเด็นต่างๆ ของข้อปลีกย่อยที่ทางฝ่ายกฏหมายตรวจพบหลังจากนี้จะให้ฝ่ายกฏหมายของฝ่ายคณะกรรมการนำไปหารือร่วมกับฝ่ายกฏหมายของกลุ่มซีพีในวันที่ 20 เมษายนนี้พร้อมกับดำเนินการให้สำเร็จในช่วงวันที่ 20-21 เมษายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะนัดคณะกรรมการคัดเลือกฯมาหารือในวันที่ 23 เมษายนนี้พร้อมกับเชิญกลุ่มซีพีเข้ามาร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย หากได้ข้อสรุปชัดเจนทั้งหมดก็จะเร่งนำรายงานเสนอสำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.)ประมาณวันที่ 26 เมษายนนี้ เพื่อทบทวนร่างสัญญา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป้าหมายจะลงนามสัญญาให้ได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยการนำเสนอให้อัยการสูงสุด.เพื่อตรวจร่างสัญญานั้นสามารถดำเนินการนำเสนอคณะกรรมการอีอีซีและครม.ควบคู่กันไปได้ โดยการหารือในประเด็นปลีกย่อย อาทิ ค่าปรับ เรื่องการส่งมอบพื้นที่ที่จะต้องระบุไว้สัญญา ส่วนประเด็นหลักๆนั้นสรุปจบไปทั้งหมดแล้ว เบื้องต้นนั้นหากมีข้อต่อรองฝ่ายกฎหมายก็พร้อมดำเนินการในทันที ดังนั้นวันที่ 23 เมษายนนี้ก็จะเห็นภาพชัดเจนแล้วว่ากลุ่มซีพีได้รับงานนี้แน่นอนหรือไม่โดยไม่ต้องเชิญกลุ่มบีเอสอาร์เข้ามาเจรจา ยืนยันว่าคณะกรรมการคัดเลือกจะเสนอผิดไปจากที่ร่างเอกสารประกวดราคาตามที่ RFP กำหนดไว้ไม่ได้ และไม่มีการกล่าวถึง 16 ข้อเสนอเพื่อนำกลับมาพิจารณารอบใหม่แต่อย่างใด&amp;rdquo;นายวรวุฒิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านแหล่งข่าวระดับสูงของคณะกรรมการข้อตกลงคุณธรรม(Integrity Pact :IP) ในคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน(ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) วงเงินกว่า 2.2 แสนล้านบาท กล่าวว่า การประชุมได้มีการเสนอให้นำข้อเสนอจำนวน 16 ข้อที่เคยรับไว้ 4 ข้อเพื่อพิจารณา และไม่ยอมรับอีก 12 ข้อนั้นขอกลับมาพิจารณารอบใหม่อีกครั้งซึ่งตนไม่เห็นด้วยในประเด็นนี้ โดยจะนำเรื่องนี้เข้าหารือกับนายวรวุฒิ มาลา รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจบริหารทรัพย์สิน รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนแสดงความชัดเจนในเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;4 ข้อเสนอรับไว้พิจารณา ส่วนอีก 12 ข้อเสนอไม่สามารถยอมรับได้ แต่หากกลุ่มซีพีจะขอไปนำเสนอคณะกรรมการอีอีซีและครม.เองนั้นคงเป็นอำนาจของครม.และคณะกรรมการอีอีซีจะพิจารณาซึ่งนอกเหนืออำนาจของคณะกรรมการคัดเลือก&amp;rdquo;แหล่งข่าวกล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34027</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), ซีพี, วรวุฒิ มาลา, โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190306/image_big_5c7f96fdd4fa7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33034</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 11:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชีพียอมถอน 12 ข้อเสนอนอกTOR รถไฟเชื่อมสามสนามบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย. 2562 นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน 2.24 แสนล้านบาท เปิดเผยว่าภายหลังการประชุมเจรจาร่วมกับคู่สัญญาอย่างกลุ่มซีพี ในครั้งนี้นั้นมีความคืบหน้าไปมากกว่า 70% แล้วถือว่าสามารถกำจัดข้อเสนอ นอกขอบเขตการประกวดราคา(TOR) ทั้ง 12 ประเด็นออกไปหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทางกลุ่มซีพีได้ไปหารือร่วมกับ กลุ่มพันธมิตรร่วมลงทุนซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายประเทศ รวมถึงพาร์ทเนอร์สถาบันการเงินของเอกชนต่างเห็นตรงกันว่าสามารถจัดการกับตัวเลขความเสี่ยงได้ดีขึ้นแล้ว จึงยอมถอนข้อเสนอดังกล่าวทั้งหมด หลังจากนี้จะนัดเจรจาคณะอนุกรรมการด้านกฏหมายกับกลุ่มซีพีเพื่อปรับรายละเอียดตัวอักษรของข้อเสนอต่างๆให้เข้าใจตรงกัน ซึ่งเป็นการปรับเพียงเนื้อหาปลีกย่อยจะไม่กระทบกับข้อเสนอนอกTOR แน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวต่อว่าเมื่อได้ข้อสรุปแล้วคาดว่า จะนัดประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่อีกครั้งหลังจากช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อสรุปสาระสำคัญทั้งหมดก่อนเสนอไปยังอัยการให้ตรวจสอบร่างสัญญาและส่งต่อไปที่คณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาค ตะวันออก(บอร์ดอีอีซี) ภายในปลายเดือนนี้ เพื่อนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป ดังนั้นจึงน่าจะลงนามสัญญาได้ภายใน พ.ค.นี้ อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะเจรจาเสร็จแล้วยังคงต้องเร่งรัดเรื่องการเสนอรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA)ให้ได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายผลกระทบสิ่งแวดล้อม (คชก.) จึงจะสามารถลงนามสัญญาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับเงื่อนไขที่ทางกลุ่ม CP ได้ยื่นข้อเสนอนอก TOR ประกอบไปด้วย อาทิ1.ขอขยายโครงการจากเดิม 50 ปี เป็น 99 ปี 2.ขอให้รัฐอุดหนุนเงินโครงการตั้งแต่ปีแรกที่เปิดดำเนินการ รวมไปถึงการการันตีผลตอบแทน IRR 6.75% ต่อปี3.รัฐบาลต้องจ่ายเงินอุดหนุนในปีที่ 1-6 จากเดิมที่ต้องจ่ายในวันที่เปิดดำเนินการ4.สามารถลดสัดส่วนผู้ถือหุ้นใหญ่โครงการลงมาเหลือ 5% ได้ในอนาคต เนื่องจากบริษัทอาจนำโครงการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย5.ขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนปรนเพดานกู้เงินเครือ CP เนื่องจากปัจจุบัน CP ติดเรื่องเพดานเงินกู้หรือ Single Lending Limit ของธปท. &amp;nbsp;6.ขอให้รัฐบาลค้ำประกันการรถไฟแห่งประเทศไทย ถ้าหากมีปัญหาในภายหลัง &amp;nbsp;7.ผ่อนชำระโครงการแอร์พอร์ตลิงก์ 11 ปี ด้วยดอกเบี้ย 3% จากเดิมต้องจ่ายเงินทันทีถ้าหากรัฐบาลโอนโครงการให้ 8.รัฐบาลต้องสนับสนุนจัดหาเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำที่ระดับ 4% ให้กับโครงการด้วย 9.ขอชำระเงินค่าเช่าที่ดินมักกะสันและศรีราชา เมื่อวันที่ถึงจุดที่มีผลตอบแทน 10.ถ้าหากโครงการสนามบินอู่ตะเภาล่าช้า รัฐบาลต้องจ่ายค่าชดเชยความเสียหายด้วย 11.ห้ามการรถไฟฯ ทำธุรกิจหรือเดินรถแข่งขันกับเอกชน สำหรับข้อ 12 ยังไม่มีการเปิดเผย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33034</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มซีพียอมถอย, การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), วรวุฒิ มาลา, โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c90cfb367abd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
