<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97384</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 17:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมเคาะค่าโดยสารสายสีแดงตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต 53บาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มี.ค. 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดการทดลองเพื่อเดินรถเสมือนจริง โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ว่า จากการทดลองเดินรถในวันนี้ พบว่า มีความสะดวก รวดเร็ว และมีความปลอดภัย อีกทั้งยังมีความตรงเวลา โดยจากสถานีกลางบางซื่อ ไปยังสถานีรังสิต ระยะทาง 26 กม. ใช้ระยะเวลา 25 นาที และจากสถานีกลางบางซื่อ ไปยังสถานีตลิ่งชัน ใช้ระยะเวลา 15 นาที ซึ่งใช้ความเร็วในการเดินรถ 80-90 กิโลเมตร (กม.)/ ชั่วโมง (ชม.) จึงถือเป็นการอำนวยความสะดวก และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเดินทางของประชาชน และสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณมากขึ้น พร้อมทั้งมีจุดเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าในเส้นทางอื่น เช่น สายสีน้ำเงิน สายสีชมพู สายสีน้ำตาล เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังจากนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จะมอบหมายให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด (รฟฟท.) ในฐานะที่ได้ให้บริการเดินรถรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เข้ามาเป็นผู้บริหารเดินรถนับตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. 2564 เป็นต้นไป พร้อมทั้งเปิดให้สถาบันการศึกษา กลุ่มประชาชน ที่ประสงค์จะเข้ามาทดลองนั่งในระหว่างที่มีการทดลองเดินรถโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ยื่นหนังสือมายัง รฟท. เพื่อกำหนดวัน-เวลาต่อไป จากนั้น รฟท.จะเปิดทดลองให้บริการ (Soft Openning) ในช่วง ก.ค. 2564 (ไม่เก็บค่าโดยสาร) โดยจะเชิญพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานพิธีเปิดฯ ซึ่งในส่วนของการเปิดทดลองนั้น จะเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 05.00-24.00 น. ซึ่งกำหนดให้แต่ละขบวนรถออกห่างกันขบวนละ 10 นาที ทำให้ 1 ชม. สามารถเปิดให้บริการในแต่ละเส้นทางได้ 6 ขบวน และจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบและเก็บค่าโดยสารใน พ.ย. 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ได้สั่งการให้ รฟท. ไปดำเนินการปรับปรุงป้ายแจ้งรายละเอียดขบวนรถไฟประเภทต่างๆ รวมถึงปรับปรุงป้ายแจ้งตารางเวลาการเดินรถ ทั้งขบวนรถเข้า-ขบวนรถออก คล้ายกับท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะที่ขบวนรถไฟที่จะนำมาให้บริการนั้น 1 ขบวน ขบวนละ 4 โบกี้ รองรับผู้โดยสารได้ 1,100 คน/ขบวน และมีการออกแบบให้สามารถเพิ่มโบกี่ได้เป็น 10 โบกี้ รองรับผู้โดยสารได้ 2,700 คน/ขบวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนกรณีการบริหารเดินรถเข้าสถานีกรุงเทพฯ (หัวลำโพง) นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ปัจจุบันมีขบวนรถวิ่งเข้าสถานีหัวลำโพงทั้งหมด 118 ขบวน/วัน แบ่งเป็น ขบวนพาณิชย์ 66 ขบวน และขบวนธรรมดา 52 ขบวน เมื่อมีการเปิดบริการเดินรถเชิงพาณิชย์ของรถไฟสายสีแดง จะปรับให้เหลือ 22 ขบวน/วัน ซึ่งเป็นขบวนรถไฟที่จำเป็น เพื่อให้บริการประชาชน นักเรียน/นักศึกษา ในช่วงเวลา 05.00-19.00 น. ขณะที่ขบวนอื่นๆ รวมถึงขบวนเข้าซ่อมบำรุง จะเปิดให้วิ่งเข้าสถานีหัวลำโพงได้ในเวลา 22.00 น. เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจร อีกทั้งยังส่งผลให้จำนวนครั้งการปิดเครื่องกั้นจะลดลงด้วย จากเดิม 826 ครั้ง/วัน เป็น 154 ครั้ง/วัน หรือลดลง 5 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม ยังกล่าวถึงอัตราค่าโดยสารว่า ตามที่ รฟท. ได้หารือร่วมกับกรมการขนส่งทางราง (ขร.) และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ได้ข้อสรุปแล้วว่า รถไฟสายสีแดงจะมีอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 12 บาท (ค่าแรกเข้า) ซึ่งถือเป็นอัตราที่ถูกที่สุดในการเดินทางด้วยระบบรถไฟฟ้า และค่าโดยสารสูงสุดไม่เกิน 42 บาท เฉลี่ยค่าโดยสารอยู่ที่ 1.01 บาท/กม. เมื่อแบ่งในแต่ละเส้นทาง สรุปได้ว่า ช่วงบางซื่อ-รังสิต จะมีอัตราค่าโดยสารอยู่ที่ 12-38 บาท ขณะที่ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน อยู่ที่ 12-27 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ หากประชาชนเดินทางตลอดเส้นทางตั้งแต่ตลิ่งชัน-บางซื่อ-รังสิต ระยะทางรวม 41 กม. ค่าโดยสารจะอยู่ที่ 12-53 บาท (เสียค่าแรกเข้าครั้งเดียว) โดยแนะนำให้ซื้อบัตรโดยสารเที่ยว โดยจากผลการศึกษาพบว่า ผู้โดยสาร 1 คน จะมีระยะทางในการเดินทางอยู่ที่ 12.50 กม. ทั้งนี้ ยืนยันว่า อัตราค่าโดยสารดังกล่าว ได้ยึดหลักการบริหารและเป็นไปตามหลักสากล อย่างไรก็ตาม คาดว่า เมื่อเปิดให้บริการเต็มรูปแบบแล้ว จะมีผู้ใช้บริการเกิน 80,000 คน ซึ่งจะมากกว่าสมมติฐานเดินที่คาดการณ์ไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การรถไฟฯ ยังได้ออกบัตรโดยสารรายเดือน ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อย หรือเดินทางเป็นประจำ โดยจะมีค่าโดยสารในอัตราที่ถูกลง แบ่งเป็น 20 เที่ยว ราคา 700 บาท เฉลี่ย 35 บาท/เที่ยว, 30 เที่ยว ราคา 900 บาท เฉลี่ย 30 บาท/เที่ยว และ 50 เที่ยว ราคา 1,250 บาท เฉลี่ย 25 บาท/เที่ยว อีกทั้งยังมีบัตรนักเรียน โดยเด็กที่มีส่วนสูงไม่เกิน 90 เซนติเมตร (ซม.) ได้รับการยกเว้นค่าโดยสาร, บัตรเด็ก (อายุไม่เกิน 14 ปี และมีความสูงไม่เกิน 91-120 ซม.) จะลด 50% จากราคาปกติ, และบัตรผู้สูงอายุ จะลด 50% ทั้งในส่วนของบัตร Smart Card และตั๋วเที่ยวเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หลังจากมีการจัดเก็บค่าโดยสารแล้ว จะมีการประเมินผลการดำเนินงานทุกเดือน จนครบระยะเวลา 1 ปี จากนั้นจะมีการพิจารณาเรื่องค่าโดยสารอีกครั้ง โดยหากการรถไฟฯ สามารถบริหารและเดินหน้าต่อไปได้ ก็จะยังคงใช้อัตราดังกล่าวต่อไป เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับประชาชน เนื่องจากโครงการดังกล่าว รัฐเป็นผู้ลงทุน ซึ่งจะต้องคำนึงถึงค่าโดยสารที่เป็นธรรม นอกจากนี้ ในเรื่องอัตราค่าโดยสารนั้น การรถไฟฯ ยังสามารถนำรายได้จากการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ของสถานีกลางบางซื่อ จากการดำเนินการของบริษัท เอสอาร์ที แอสเซท จำกัด (บริษัทลูกบริหารสินทรัพย์) มาช่วยสนับสนุนได้ รวมถึงมอบหมายให้ไปศึกษาการให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุน (PPP) จัดตั้งโรงไฟฟ้าเอง เพื่อจ่ายกระแสไฟใช้ภายในสถานีกลางบางซื่อ ที่มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่เดือนละ 20 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการบริหารพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งมีพื้นที่ภายในอาคาร 298,200 ตารางเมตร (ตร.ม.) แบ่งเป็น พื้นที่บริการผู้โดยสารและประชาชน 129,400 ตร.ม., รวมถึงพื้นที่เชิงพาณิชย์ ซึ่งหากกรณีใช้พื้นที่สูงสุด อยู่ที่ 51,465 ตร.ม. และพื้นที่สำหรับโฆษณา 2,360 ตร.ม. ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับการรถไฟฯ สำหรับการบริหารจัดการพื้นที่บริเวณรอบสถานีกลางบางซื่อ มีพื้นที่ทั้งหมด 2,900 ไร่ 9 แปลง โดยมีจำนวน 5 แปลง ที่ความพร้อมและไม่เกี่ยวข้องกับการเดินรถ ประกอบด้วย แปลง A, B, D, E และ G ทั้งนี้ แปลง A, E, G คาดว่าจะเปิดประมูลภายในปี 2564 โดยในขณะนี้ การรถไฟฯ เริ่มพิจารณาเอกสารเชิญชวนให้เอกชนมาร่วมลงทุน และมีแผนจะสามารถร่วมลงทุนเอกชนภายในปี 2570 ส่วน 4 แปลงที่เหลือ ประกอบด้วย แปลง C, F, H, I อยู่ระหว่างการส่งมอบพื้นที่ และจะทยอยดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวถึงกรณีเกี่ยวกับการออกแบบปรับปรุงชานชาลาสถานีให้เป็นแบบชานสูงและชานต่ำภายในสถานีรถไฟต่างๆ ที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขณะนี้ ว่าขณะนี้นายนิรุม มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)ได้มีการศึกษาและรวบรวมข้อมูลต่างๆจากต่างประเทศว่ามีการออกแบบชานสูงชานต่ำ ความกว้างความยาวของสถานี มีการดำเนินการอย่างไร แล้วจะได้นำข้อมูลมาเปรียบเทียบว่าที่ รฟท.ดำเนินการทำอยู่ขณะนี้ทำถูกต้องตามหลักสากล ตามหลักวิศวกรหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งเหล่านี้ได้ ได้บอกตลอดว่าเราจะใช้วิจารณญาณส่วนตัวในการตัดสินคงไม่ได้ ส่วนรายละเอียดนั้น รฟท.จะไปรวบรวมข้อมูลภายใน 1 เดือน นับจากวันนี้&amp;rdquo;นายศักดิสยาม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่าขณะนี้ รฟท.อยู่ระหว่างพิจารณาผลดีและผลเสียในประเด็นดังกล่าว ซึ่งข้อสรุปในเรื่องชานชาลาแบบชานสูง หรือชานต่ำ ต้องมีการศึกษาและพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยต้องคำนึงถึงผลกระทบในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านวิศวกรรมความปลอดภัย งบประมาณดำเนินการ รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารขณะเดียวกันยังได้มีการนำประเด็นดังกล่าวสอบถามขอความเห็นจากสถาบันการศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานภายนอก ที่ปรึกษาควบคุมงานโครงการก่อสร้าง ผู้บริหารโครงการก่อสร้างของการรถไฟฯ และหน่วยงานภายนอกเพิ่มเติม โดยร่วมกันพิจารณารูปแบบชานชาลาสถานีเพื่อให้ได้รับมุมมองที่กว้างขวาง และเป็นประโยชน์ในทุกๆ ด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97384</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทบทวนค่าโดยสารสายสีแดง, รมว.คมนาคม, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, โครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dbcb87e63b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
