<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>58386</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟ้อง‘ครม.-กทพ.’ ประเคนสัมปทาน ทางด่วน15ปี8ด.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ภาคประชาชนฟ้อง &amp;quot;นายกฯ-ครม.-กทพ.&amp;quot; ร้องศาลปกครองเพิกถอนต่อสัญญาทางด่วนขั้น 2 ชี้่งุบงิบประเคนสัมปทานให้เอกชนอีก 15 ปี 8 เดือน ละเมิดสิทธิประชาชนขัด รธน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย พร้อมด้วยนายพลภาขุน &amp;nbsp; &amp;nbsp;เศรษฐญาบดี ผู้ประสานงานคณะราษฎรไทยแห่งชาติ (ครช.) และตัวแทนองค์กรของผู้บริโภคเครือข่ายประชาชนปกป้องประเทศ &amp;nbsp; เครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน เข้ายื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวม 8 ราย ต่อศาลปกครองกลาง ขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2653 ที่เห็นชอบแก้ไขสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่สอง (ทางพิเศษศรีรัช) รวมถึงส่วน&amp;nbsp;D&amp;nbsp;และสัญญาโครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด (ทางพิเศษอุดรรัถยา) &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งขอให้เพิกถอนสัญญาใดๆ ระหว่างการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ที่ลงนามสัญญาโครงการระบบทางด่วนขั้นที่สอง (ฉบับแก้ไข)&amp;nbsp;และสัญญาโครงการทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ด (ฉบับแก้ไข) กับบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บมจ.บีอีเอ็ม) และขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวสั่งห้ามกระทรวงคมนาคมลงนามในสัญญาสัมปทานดังกล่าว หลังจากสัญญาสัมปทานเดิมจะสิ้นสุดในวันที่ 28 ก.พ.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายพลภาขุนกล่าวว่า ทางด่วนขั้นที่ 2 จะหมดสัญญาสัมปทาน และให้ทรัพย์สินตกเป็นของรัฐ ในวันที่ 28 ก.พ.2563 แต่เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ครม.กลับมีมติต่อสัญญาไปอีก 15 ปี 8 เดือน โดยไม่ได้ให้ประชาชนได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการดูแลพิทักษ์ทรัพย์สินของประเทศ และถือเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนที่จะได้ใช้ทรัพยากรที่ควรตกเป็นของรัฐในราคาถูก เป็นการเยียวยาให้กับประชาชนในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจเช่นนี้ อีกทั้งสัญญาที่จะมีการลงนามกันก็ไม่เคยเปิดเผยให้ประชาชนได้รับรู้ โดยเฉพาะในเรื่องของการปรับขึ้นราคาค่าผ่านทาง ว่าจะมีการกำหนดหรือปรับขึ้นอย่างไร จึงเห็นว่าการที่ ครม.มีมติต่อสัญญา เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ จึงต้องมายื่นร้องต่อศาลปกครอง และอยากให้ศาลรักษามาตรฐานในการวินิจฉัยคดีที่มีผลกระทบต่อประชาชน โดยมีคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษารวดเร็ว เช่นเดียวกับที่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในคดีเซ็นทรัล วิลเลจ ภายใน 7 วันหลังจากรับคำฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า&amp;nbsp;การต่อสัญญาและการลงนามสัญญาเมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา มีข้อพิรุธหลายประการ เพราะในข้อเท็จจริงเมื่อสัญญาสัมปทานเดิมสิ้นสุดลงในวันที่ 28 ก.พ. ควรคืนทรัพย์สินที่เป็นสาธารณูปโภคนี้กลับมาเป็นสมบัติของประชาชน โดยมี กทพ.เป็นผู้ดูแล ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีโอกาสได้ใช้ทางด่วนในอัตราที่ถูกในยุคที่ภาวะเศรษฐกิจกำลังฝืดเคือง อย่างน้อยเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้กับรัฐบาล เหมือนเป็นการมอบของขวัญให้กับประชาชนในระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 3-6 เดือนนี้ ก่อนที่จะให้ กทพ.ไปดำเนินการเก็บค่าผ่านทางเอง ซึ่งน่าจะถูกกว่าเอกชนหลายเท่า แต่กลับมีการลงนามสัญญาทั้งที่ควรที่จะเปิดเผยให้กับประชาชนได้รับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญสัญญาสัมปทานที่ได้ลงนามกันไป ไม่มีการเปิดเผยให้กับประชาชนได้รับทราบ แต่จากคำแถลงของ รมว.คมนาคม ประธานบอร์ด กทพ.เป็นไปในทิศทางว่าจะนำไปสู่ค่าโง่ทางด่วนอีกครั้งเป็นรอบที่ 3 หมายความว่าหลังสิ้นสุดสัญญาที่ต่ออายุ 15 ปี 8 เดือน ในสัญญาที่ระบุว่าจะเปิดโอกาสให้เอกชนได้สิทธิต่อสัมปทานได้อีก อย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งละ 10 ปี ณ วันนั้น ถ้า กทพ.อยากจะเอามาดำเนินการเองก็ทำไม่ได้ เพราะมีสัญญามัดไว้ ฉะนั้นเอกชนจะมีสิทธิเข้ามาดูแลต่อเนื่องอย่างน้อย 35-40 ปี ถือเป็นการสร้างความเดือดร้อนกับประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง และในที่สุดทางด่วนทั้งหมดก็ไม่สามารถนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาปากท้องหรือลดความเหลื่อมล้ำของประชาชนได้เลย&amp;rdquo;&amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่อ้างว่าการต่อสัญญาจะนำไปสู่การเพิกถอนคดีความต่างๆ ระหว่างรัฐกับเอกชนรวม 17 คดีที่ฟ้องร้องกันอยู่ในศาลนั้น นายศรีสุวรรณกล่าวว่า การที่มีการออกมาแถลงเช่นนี้ คิดว่าน่าจะไม่ถูกต้อง เนื่องจากเมื่อรัฐมีคดีความกับเอกชนหรือประชาชนแล้ว โดยปกติจะมีการสู้คดีกันจนถึงที่สุด จนกว่าจะมีคำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดออกมา ไม่เคยมีที่หน่วยงานของรัฐจะหยุดกลางคัน หรือยกธงขาวก่อน คำกล่าวดังกล่าวจึงถือว่าเป็นข้อพิรุธ และ 17 คดีดังกล่าวที่ผ่านมาบางคดี กทพ.ก็เป็นผู้ชนะ ดังนั้นจะไปเหมาว่าทั้ง 17 คดีต้องแพ้ทั้งหมดเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเรื่องเหล่านี้เป็นผลประโยชน์โดยตรงของสาธารณชน ที่หน่วยงานของรัฐต้องปกป้อง ไม่ควรทำในลักษณะเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58386</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อสัญญาทางด่วน, ภาคประชาชน, ละเมิดสิทธิประชาชน, ศาลปกครอง, สัมปทานทางด่วน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โครงการระบบทางด่วนขั้นที่สอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200227/image_big_5e57d63ba36c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
