<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>35893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/05/2019 08:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/05/2019 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.เปิดช่อง &#039;ซีพี&#039; แก้สัญญารถไฟไฮสปีดอีอีซีได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ค. 2562 นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่ารฟท.และฝ่ายเอกชนคู่เจรจาโครงการร่วมลงทุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินอีอีซี วงเงิน2.2 แสนล้านบาท ได้แก่ บริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัดและพันธมิตร นั้นมีความเห็นตรงกันว่าสัญญาโครงการดังกล่าวนั้นสามารถแก้เงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาได้หลังจากที่ลงนามสัญญาและเริ่มต้นก่อสร้างรวมถึงการเริ่มเปิดให้บริการแล้ว ในช่วงเวลาตลอด 50 ปีตามอายุสัญญาสัมปทาน&amp;nbsp;
สำหรับสาเหตุที่เปิดช่องให้สามารถแก้ไขสัญญาเนื่องจากเป็นความยุติธรรมที่ต้องให้กับเอกชนและป้องกันความเสี่ยงของภาครัฐในอนาคตหากเกิดเหตุไม่คาดคิด สำหรับเงื่อนไขการแก้สัญญานั้นระบุไว้ว่าเอกชนสามารถเสนอมาได้หากเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติที่ส่งผลกระทบโดยตรง เช่น ตัวเลขเงินเฟ้อของชาติ สภาวะวิกฤติเศรษฐกิจและภาวะสงคราม เป็นต้น แต่ทั้งนี้ไม่รวมเงื่อนไขกรณีตัวเลขรายได้และผู้โดยสารที่ต่ำกว่าความเป็นจริงหรือต่ำกว่าที่ศึกษาไว้ เช่น หากผู้โดยสารน้อยกว่าตัวเลขที่คาด หรือรายได้น้อยกว่าที่ศึกษามา ปัจจัยดังกล่าวไม่ใช่สาเหตุสำคัญที่จะอ้างนำไปสู่การแก้ไขสัญญา อย่างไรก็ตามเงื่อนไขการขยายอายุสัมปทานนั้นรฟท.จะขยายให้เฉพาะในกรณีที่ ขั้นตอนการส่งมอบพื้นที่ของรฟท.ช้ากว่าที่กำหนดกันไว้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวต่อว่าเมื่อมีแนวทางที่ชัดเจนในการแก้ไขสัญญาแล้วต้องเสนอตามขั้นตอนไปยังคณะกรรมการดูแลโครงการ ก่อนเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงคมนาคมและผ่านไปยังฝ่ายนโยบายระดับสูงต่อไป ดังนั้นเอกชนไม่สามารถแก้ไขสัญญาได้ตามอำเภอใจ เพราะต้องมีขั้นตอนการตรวจสอบความเหมาะสมจากหลายฝ่าย ทั้งนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับเอกชนผู้รับความเสี่ยง เช่นเดียวกับรฟท.ที่คงจะเกิดปัญหาเช่นกันหากโครงการต้องเจออุปสรรคขนาดใหญ่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิกล่าวต่อว่าสำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในวันที่ 15 พ.ค.นี้ รฟท.เตรียมเสนอความคืบหน้าแผนฟื้นฟูกิจการให้ที่ประชุมรับทราบ พร้อมเสนอขอเรื่องของการรับบุคลากรเพิ่ม 1,904 คนภายในปีนี้ตามแผนเพื่อรองรับโครงการรถไฟทางคู่ นอกจากนี้ยังเตรียมเสนอของบประมาณในการจดทะเบียนบริษัทลูกด้านเดินรถ วงเงิน 3,400 ล้านบาท เพื่อนำไปเป็นเงินหมุนเวียนในการบริหารรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ก่อนเสนอขอความเห็นชอบที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตั้งเป้าจะเริ่มก่อตั้งบริษัทลูกดังกล่าวและบริษัทลูกด้านทรัพย์สินภายในเดือน มิ.ย.นี้ อย่างไรก็ตามคาดว่าโครงการรถไฟฟ้าสายสีแเงจะใช้เวลาคืนทุนหรือทำกำไรนานถึง 13-14 ปี (Break-even) เนื่องจากจำนวนผู้โดยสารที่ค่อยๆเติบโตขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป กว่าจะถึงจุดืำกำไรต้องมีผู้โดยสารอย่างน้อย 80,000-90,000/ วัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35893</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.), วรวุฒิ มาลา, เปิดแก้ไขสัญญา, โครงการร่วมลงทุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c90cfb367abd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
