<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>5381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2018 09:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2018 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมคิดชูแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 1 ล้านล้านบาท ดึงนักลงทุน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมคิดชู 3 กลยุทธ์โชว์นักลงทุน ลั่นพร้อมลุยโครงสร้างพื้นฐานทุกด้าน สั่งศึกษารถไฟกรุงเทพ-หัวหิน-สุราษฎร์ส่งเสริมการท่องเที่ยว คาดทีโออาร์เสร็จภายในปีนี้ เผยความคืบหน้าการลงทุนอีอีซีทั้งสนามบินและท่าเรือ ส่วนใหญ่เห็นความชัดเจนก่อนสิ้นปีแน่นอน พร้อมจัดทีมโรดโชว์บังคลาเทศ เม.ย.-พ.ค. นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเปิดเผยภายในงาน&amp;quot; Thailand Taking off to New Heights&amp;quot; ที่จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)ว่ารัฐบาลได้เตรียมความพร้อมสำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วย 3 ยุทธศาสตร์สำคัญ คือ 1.โครงการลงทุนขนาดใหญ่ อาทิโครงการรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพและต่างจังหวัด โครงการรถไฟฟ้าทางคู่เชื่อมโยงการขนส่งทั้งภาคเหนือ กลาง อีสานและใต้ รวมถึงโครงการพัฒนาท่าอากาศยาน โดยเป็นแผนพัฒนาช่วง 5 ปี (2560-2564) มูลค่าการลงทุนกว่า 1 ล้าน ๆ บาท ในขณะที่ได้จัดเตรียมโครงการลงทุนด้านพลังงาน ทั้งการสำรวจแหล่งพลังงาน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติ โครงการลงทุนในโครงข่ายในระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติไฟฟ้าในช่วงปี 61-65 ในวงเงินรวมกว่า 700,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เบื้องต้นได้ให้กระทรวงคมนาคมศึกษารถไฟกรุงเทพ-หัวหิน โดยคาดว่าจะได้ผลในเร็ว ๆ นี้ โดยจะเชื่อมไปถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีการทำร่างขอบเขตจัดซื้อจัดจ้าง(ทีโออาร์)จะแล้วเสร็จในสิ้นปีนี้ และพร้อมกันนี้จะศึกษาเส้นทางบกควบคู่กันไปด้วยเชื่อมโยงกับโครงการไทยแลนด์ริเวร่าหรือถนนเรียบชายฝั่งทะเล โดยตั้งงบประมาณไว้ที่แสนล้านบาท เพื่อชูสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร ส่งเสริมชาวบ้านตลอดเส้นทาง รวมถึงได้เร่งรัดให้มีการศึกษารถไฟความเร็วสูงเส้นทางแม่สอด จ.ตาก - จ.มุกดาหาร ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญที่จะเชื่อต่อไปถึงเวียดนามได้ในอนาคต ซึ่งโครงการนี้อยากให้ต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนแต่หากไม่มีใครสนใจมาลงทุนประเทศไทยก็พร้อมลงทุนเอง&amp;quot;นายสมคิด กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยุทธศาสตร์ด้านที่ 2 กลุ่มโครงการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) เพื่อเป็นฐานรองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่เน้นการเพิ่มมูลค่า รองรับการขนส่งสินค้าเข้าและในซีแอลเอ็มวี โดยรัฐบาลได้จัดให้มีโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-ระยองเชื่อม 3 สนามบิน วงเงินลงทุนประมาณ 236,700 ล้าน คาดว่าจะประกาศทีโออาร์ในเดือนมี.ค. นี้ หรืออย่างช้าต้นเดือนเม.ย. เพื่อให้พร้อมเปิดดำเนินการปี 2566 และโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก วงเงินประมาณ 200,000 ล้านบาท คาดว่าจะประกาศทีโออาร์ได้ในเดือนก.ค. 2561 โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงท่าอากาศยานอู่ตะเภา ระยะที่ 1 คาดว่าจะประกาศทีโออาร์ ได้ในเดือนนี้ โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 วงเงินประมาณ 150,000 ล้านบาท คาดว่าจะประกาศทีโออาร์ได้ในเดือนส.ค. และโครงการท่าเรือมาบตะพุด ระยะ 3 มูลค่าโครงการประมาณ 110,000 ล้านบาท คาดว่าจะประกาศทีโออาร์เดือนมิ.ย. 61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และยุทธศาสตร์ที่ 3 กลุ่มโครงการเพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่ยุคดิจิทัล อาทิ การลงทุนในระบบ อินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน ซึ่งล่าสุดรัฐบาลได้ริเริ่มโครงการลงทุนเคเบิลใต้น้ำ เชื่อมโยง ไทย ฮ่องกง จีน เพื่อให้ไทยสามารถเป็นอินเตอร์เนชั่นแนล เกตเวย์ ในระดับภูมิภาค และการสร้างและพัฒนาดิจิทัลเทรดดิ้ง และการขับเคลื่อนภาคการผลิตและภาคบริการให้เกิดความตื่นตัวเรียนรู้และสามารถเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ระบบดิจิทัลเทคโนโลยีได้ในที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เร็ว ๆ นี้มีแผนเตรียมเดินทางไปชักจูงการลงทุน (โรดโชว์) ที่ประเทศบังคลาเทศ ช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.นี้ เพื่อนำเสนอแนวทางการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเมื่อเร็วๆ นี้ตัวแทนจากบังคลาเทศได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงแนวทางการลงทุนร่วมกัน ตลอดจนแนวทางในการเจรจาเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ร่วมกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกอบศักดิ์ กล่าวว่ารัฐบาลมุ่งเน้นการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศเพื่อสร้างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี นวัตกรรม สร้างสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนสร้างโอกาสและความเสมอภาคในสังคม ให้มีการเติบโตอย่างครอบคลุมทั่วทุกภาคส่วน และผลักดันให้ภาครัฐมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีแผนดำเนินงานใน 3 ส่วน คือ 1.การเพิ่มผลิตภาพทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมหลักที่ประเทศไทยมีความชำนาญ 2.การรวมกลุ่มในภูมิภาค เปิดเสรีการค้าและบริการระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน และ 3.การสร้างระบบนิเวศด้านวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม ปรับปรุงมาตรการและปัจจัยเอื้อให้เกิดการจัดระบบนวัตกรรมให้มีการเชื่อมโยงระหว่างการผลิต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5381</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักลงทุน, นักลงทุนต่างชาติ, บีโอไอ, รถไฟ, รถไฟกรุงเทพ-หัวหิน, รถไฟความเร็วสูง, รถไฟฟ้า, รองนายกรัฐมนตรี, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, อีอีซี, โครงการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก, โครงสร้างพื้นฐาน, ไทยแลนด์ริเวร่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c1cb706ccd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
