<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116193</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 19:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 19:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม ICU ผู้ป่วยโควิด-19 สีแดง ของกลุ่มปตท. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
9 กันยายน 2564 &amp;nbsp;พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม ICU สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ระดับสีแดง ในโครงการลมหายใจเดียวกัน กลุ่ม ปตท. บนพื้นที่ 4 ไร่ ด้านหน้าโรงพยาบาลปิยะเวท เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ พร้อมด้วย นายสุพัฒนพงษ์ &amp;nbsp;พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานกรรมการ ปตท. นายอรรถพล &amp;nbsp;ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) พญ.เจรียง จันทรกมล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโรงพยาบาลในเครือบางปะกอก-ปิยะเวท นพ.วิทิต อรรถเวชกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท โรงพยาบาล ปิยะเวท จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. กล่าวว่า &amp;nbsp;กลุ่ม ปตท. ตระหนักถึงความสำคัญเร่งด่วนในการร่วมแก้ปัญหาโควิด-19 ซึ่งเป็นวิกฤตใหญ่ของประเทศ โดยตั้งแต่มกราคม 2563 ถึงปัจจุบัน กลุ่ม ปตท. ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 1,700 ล้านบาท เพื่อช่วยบรรเทาสถานการณ์ความรุนแรงในหลายด้าน จนนำมาสู่การจัดตั้ง &amp;ldquo;โครงการลมหายใจเดียวกัน&amp;rdquo; ขึ้นในปี 2564 เพื่อแบ่งเบาภาระของภาครัฐ และร่วมดูแลประชาชน โดยเฉพาะการมอบเครื่องช่วยหายใจ ออกซิเจนเหลว อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ให้แก่โรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ และในขณะนี้ที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย กลุ่ม ปตท. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการผนึกพลังกับภาครัฐและเอกชน ในการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 &amp;nbsp;มุ่งตรวจเร็ว แยกเร็ว รักษาเร็ว เพื่อให้ประชาชนผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านี้ไปให้ได้ &amp;nbsp;จึงได้จัดตั้งหน่วยคัดกรองโควิด-19 เปิดคัดกรองเฉลี่ยวันละ 1,000 - 1,200 คน เมื่อพบว่าติดเชื้อจะคัดแยกและให้ยารักษาทันที และจัดตั้งโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End) สร้างความอุ่นใจแก่ประชาชนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;9 สิงหาคม 2564 โดยวางระบบ Home Isolation และโรงพยาบาลสนาม (Hospitel) สีเขียว 1,000 เตียง สีเหลือง 300 เตียง และจัดตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โรงพยาบาลสนาม ICU&amp;rdquo; 120 เตียง ถือเป็น ICU สนามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ที่มีความสำคัญยิ่งในการช่วยลดการเสียชีวิตของประชาชน ด้วยความร่วมมือของพันธมิตรทุกภาคส่วน ผนวกกับความร่วมมือด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีของกลุ่ม ปตท. ทำให้สามารถดูแลผู้ป่วยและสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ในระยะเวลาเพียง 1 เดือน (9 สิงหาคม &amp;ndash; 8 กันยายน 2564) หน่วยคัดกรองโควิด-19 และโรงพยาบาลสนามครบวงจร กลุ่ม ปตท. ให้บริการคัดกรองแก่ประชาชนไปแล้วกว่า 23,000 ราย ให้การรักษาผู้ติดเชื้อกว่า 2,600 ราย ในทุกระดับอาการ ขณะนี้มีผู้หายป่วยจากการรักษาในโครงการฯ แล้วจำนวนกว่า 1,100 ราย คิดเป็นร้อยละ 42 ทั้งนี้ จะเปิดให้บริการไปจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในประเทศจะผ่านพ้นไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วิทิต อรรถเวชกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท โรงพยาบาลปิยะเวท กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่เกิดขึ้น การจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับทุกระดับอาการแบบครบวงจร และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ถือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะช่วยกันดูแลและรักษาชีวิตประชาชนได้ ซึ่งโรงพยาบาลสนามกลุ่ม ปตท. สำหรับผู้ป่วยโควิดที่มีอาการวิกฤต (ICU) ระดับสีแดงมีความพร้อมระดับสูงสุด รองรับผู้ป่วยได้ จำนวน 120 เตียง โดยจัดให้มีพื้นที่รองรับผู้ป่วยโควิดที่ต้องฟอกไตโดยเฉพาะ จำนวน 24 เตียง เนื่องจากหากคนไข้ไม่สามารถฟอกไตได้ จะทำให้คนไข้เสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงมาก นอกจากนี้ยังมีเครื่องช่วยหายใจ ระบบออกซิเจนส่งตรงถึงทุกเตียง ซึ่งแต่ละเตียงจะแยกห้องกัน เป็นลักษณะห้องความดันลบ (Negative pressure room) เพื่อความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมมาตรฐานระดับห้องไอซียูในโรงพยาบาล ใช้เทคโนโลยีระบบดิจิทัล (central monitor) ทำให้สามารถสังเกตอาการของผู้ป่วยได้ตลอดเวลา และมีระบบการกู้ชีพอัตโนมัติ มีเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ สามารถส่งภาพไปยังรังสีแพทย์ทางไกลได้ทันที ถือเป็นการดูแลผู้ป่วยแบบเข้มข้น (Intensive care) และมีรถพยาบาลฉุกเฉิน ที่เตรียมพร้อมรับส่งคนไข้ อีกทั้งมีแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่อย่างเพียงพอ มีเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของกลุ่ม ปตท. และ &amp;ldquo;Hybrid Treatment for PM2.5 and Airborne Pathogens&amp;rdquo; ของสถาบันนวัตกรรม ปตท. มาติดตั้ง เพื่อฟอกและกำจัดเชื้อโรคในอากาศบริเวณโดยรอบอีกด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่ม ปตท. ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ จนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะผ่านพ้นไป ด้วยเชื่อว่าคนไทยทุกคนล้วนมีลมหายใจเดียวกัน จึงขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์และคนไทยก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116193</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปตท., โครงการลมหายใจเดียวกัน, โรงพยาบาลปิยะเวท, โรงพยาบาลสนาม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139fab934c31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 07:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 07:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>End-to-End บริการเยียวยาโควิด-19 ครบจบในที่เดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยที่ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง และในระลอก 3 นี้สร้างผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจและชีวิตของคนในสังคมอย่างมากมายมหาศาล ประชาชนทุกคนจำเป็นต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความโกลาหลและจำเป็นต้องมีกำลังใจอย่างสูงที่จะใช้ต่อสู่กับสถานการณ์ดังกล่าว ด้วยเหตุนี้กลุ่ม ปตท. จึงได้จัดตั้ง &amp;ldquo;โครงการลมหายใจเดียวกัน&amp;rdquo; ขึ้นมา เพื่อเป็นอีกความร่วมมือร่วมใจที่จะเพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาวิกฤตโควิด-19 ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พร้อมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) สำนักงานหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) และพันธมิตรทางการแพทย์ได้แก่ มูลนิธิโรงพยาบาลในเครือบางปะกอกฯ และโรงพยาบาลปิยะเวท จัดตั้ง &amp;ldquo;หน่วยคัดกรอง และโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End)&amp;rdquo; ขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่ยังคงมีตัวเลขที่สูง และมุ่งหวังที่จะมีส่วนในการช่วยลดการเสียชีวิต บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยเร็วที่สุด โดยหน่วยคัดกรอง และ โรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End) แห่งนี้มีการทำงานภายใต้ข้อกำหนดที่ต้อง &amp;ldquo;ตรวจเร็ว แยกเร็ว รักษาเร็ว&amp;rdquo; ซึ่งจะเป็นการตรวจรักษาแบบครบวงจร และยังเป็นต้นแบบที่ภาคธุรกิจจับมือกับภาครัฐอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ผู้ที่ต้องการจะเข้าใช้บริการ จำเป็นจะต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน QueQ ผ่านการให้บริการของทั้งแอนดรอยและ IOS ก่อน แล้วเข้าไปกดเลือกเมนู : บริการสาธารณะ เมื่อเข้ามาแล้วจะมีให้เลือกรูปแบบบริการ ไปที่โครงการลมหายใจเดียวกัน ที่ระบุสถานที่เป็น EnCo Terminal (ศูนย์ลูกเรือฯ เดิม เยื้องสนามบินดอนเมือง) &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และทำการลงทะเบียนโดยมีขั้นตอนดังนี้ 1. ลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก พร้อมลงทะเบียนใน Link สปคม. ที่แนบในแอป 2.เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยจะได้เลข 4 หลัก ส่งมาทางโทรศัพท์ซึ่งผู้ลงทะเบียนจะต้องจดเลข 4 หลักไว้เพื่อแสดงในวันตรวจโควิด-19 ณ หน่วยคัดกรอง รับตรวจ ตามวันและรอบเวลาที่ลงทะเบียนเท่านั้น เพื่อลดความแออัดของจุดตรวจ ซึ่งบริการนี้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การบริการดังกล่าวประกอบด้วย 4 จุดหลัก ได้แก่ จุดที่ 1 หน่วยคัดกรอง โครงการลมหายใจเดียวกัน ณ อาคาร&amp;nbsp;EnCo Terminal หรือ EnTer ของ บริษัท Energy Complex กลุ่ม ปตท. ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ เพื่อใช้เป็นจุดคัดกรองสำหรับกลุ่มเสี่ยง มีการวางระบบดิจิทัลเพื่อลงทะเบียน และเริ่มจากการตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kit (ATK) และหากพบว่ามีความเสี่ยงติดเชื้อ จะนำส่งตรวจ RT-PCR ต่อไป เพื่อให้การแสดงผลนั้นแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ป่วยระดับสีเขียวที่ตรวจพบ สามารถทำการดูแลตัวเองเบื้องต้นที่บ้านหรือในชุมชน (Home or Community Isolation) โดยจะได้รับมอบ &amp;ldquo;กล่องพลังใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; ประกอบไปด้วยชุดอุปกรณ์ทางการแพทย์และยาที่จำเป็น รวมทั้งระบบติดตามอาการ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่จุดให้บริการที่ 2 , 3 และ 4 จะจัดเตรียมเป็นโรงพยาบาลสนามครบวงจร โครงการลมหายใจเดียวกัน เพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 รองรับการรักษาผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ทุกระดับความรุนแรง ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลปิยะเวท โดยโรงพยาบาลสนามครบวงจรแห่งนี้ เป็นการระดมกำลังของกลุ่ม ปตท. ทั้งด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อแบ่งเบาภาระและบรรเทาปัญหาการขาดแคลนเตียงในพื้นที่กรุงเทพฯ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยโรงพยาบาลสนาม สำหรับผู้ป่วยระดับ &amp;ldquo;สีเขียว&amp;rdquo; เปิดให้บริการในรูปแบบของ Hospitel กระจายไปในหลายโรงแรมในกรุงเทพฯ จำนวนกว่า 1,000 เตียง รองรับผู้ป่วยที่ส่งต่อมาจากหน่วย คัดกรองอย่างเป็นระบบ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับผู้ป่วยระดับ &amp;ldquo;สีเหลือง&amp;rdquo; คือผู้ป่วยที่มีอาการในระดับหนักขึ้น เปิดให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ มีเตียงผู้ป่วยจำนวน 300 เตียง มีระบบออกซิเจน ต่อ Direct Tube ส่งตรงถึงทุกเตียงผู้ป่วย พร้อมเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของกลุ่ม ปตท. เพื่อให้การดูแล คนไข้ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เตียงพลาสติกรับน้ำหนักสูง หุ่นยนต์ CARA เป็นหุ่นยนต์ลำเลียงเพื่อช่วยบุคลากรทางการแพทย์ในการดูแลคนไข้ รวมถึงหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อ Xterlizer UV Robot &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; และโรงพยาบาลสนาม สำหรับผู้ป่วยระดับ &amp;ldquo;สีแดง&amp;rdquo; จัดสร้างโรงพยาบาลสนาม ICU บนพื้นที่ 4 ไร่ สำหรับผู้ป่วยจำนวน 120 เตียง ให้บริการสำหรับผู้ป่วยอาการหนัก โดยปรับพื้นที่โล่งของโรงพยาบาลปิยะเวท เป็นสถานที่ก่อตั้ง โดยจัดทำห้องรักษาความดันลบแยกรายผู้ป่วย ห้องละ 1 เตียง พร้อมระบบ Direct Tube ส่งท่อออกซิเจน ตรงทุกห้องผู้ป่วย และมีการติดตั้งถังออกซิเจนเหลวขนาด 10,000 ลิตรพร้อมห้องฉุกเฉินให้บริการ ตลอด 24 ชั่วโมง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;xydp3d54712dyiv0012119688&quot; style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โควิด-19 ยังอยู่กับสังคมมนุษย์ไปอีกสักระยะหนึ่ง แม้หลายเมืองหลายประเทศจะมีการควบคุมได้อย่างดีและไม่มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถลดความเสี่ยงจนเป็น 0% ได้ ขณะที่หลายๆ&amp;nbsp; ประเทศยังคงต้องรับผลกระทบที่รุนแรงจากวิกฤตนี้อยู่ เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ยังต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าว ซึ่งเชื่อว่าด้วยความร่วมแรงร่วมใจของคนในสังคม รวมถึงการเข้ามามีส่วนร่วมของบริษัทชั้นนำของประเทศเพื่อต่อสู่กับวิกฤตดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญที่จะผลักดันประเทศไทยสามารถผ่านพ้นปัญหาไปได้ด้วยดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114865</URL_LINK>
                <HASHTAG>End-to-End, Home or Community Isolation, QueQ, กระทรวงสาธารณสุข, กล่องพลังใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน, ตรวจเร็ว แยกเร็ว รักษาเร็ว, บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน, บริการเยียวยาโควิด-19, ปตท., พันธมิตรทางการแพทย์, มูลนิธิโรงพยาบาลในเครือบางปะกอกฯ, สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง, สปคม., สปสช., สำนักงานหลักประกัน, สุขภาพแห่งชาติ, หน่วยคัดกรอง และโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End), อาคาร Enco Terminal, โครงการลมหายใจเดียวกัน, โรงพยาบาลปิยะเวท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210828/image_big_612a3100de675.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110808</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่ม ปตท.เดินหน้า ‘โครงการลมหายใจเดียวกัน’  เร่งจัดตั้งหน่วยคัดกรองและโรงพยาบาลสนามครบวงจร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ก.ค. 2564 - พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รับมอบยาเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) นำเข้าจากต่างประเทศ จำนวน 2,000 ขวด เพื่อใช้กับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่สามารถใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ได้ โดยเฉพาะผู้ตั้งครรภ์ที่มีภาวะปอดอักเสบ จากคณะผู้บริหารกลุ่ม ปตท. นำโดย ศาสตราจารย์พิเศษ &amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์ ประธานกรรมการ ปตท. นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และนายบุรณิน รัตนสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท. ที่ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัด เร่งหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนในวิกฤตโควิด-19 อย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะในจุดที่เป็นความจำเป็นสูงสุดในช่วงนี้ ซึ่ง กลุ่ม ปตท. อยู่ระหว่างเร่งจัดตั้งหน่วยคัดกรองและโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End) นำร่องเป็นต้นแบบของภาคธุรกิจที่จะเข้ามาร่วมมือกับภาครัฐ โดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุข ร่วมช่วยเหลือสถานการณ์ COVID-19 ของประเทศในปัจจุบัน ที่ยังมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของภาครัฐ หลังจากที่สนับสนุนการนำเข้ายาเรมเดซิเวียร์เพื่อเพิ่มสำรองคงคลังภายในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท. มีความตั้งใจที่จะร่วมสนับสนุนการแก้ปัญหาวิกฤตโควิด-19 ของประเทศมาอย่างต่อเนื่องภายใต้ &amp;lsquo;โครงการลมหายใจเดียวกัน&amp;rsquo; ซึ่งยาเรมเดซิเวียร์ดังกล่าว ปตท. ได้มอบให้ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด จัดหาและนำเข้าเพื่อสนับสนุนภาครัฐ รวมทั้งเตรียมการจัดหาอย่างต่อเนื่องเพิ่มเติม เพราะประเทศยังมีความจำเป็นต้องใช้มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการให้ความช่วยเหลือในขั้นถัดไป กลุ่ม ปตท. ได้เตรียมการเพิ่มกำลังการดูแลผู้ป่วยโควิดครบวงจร (End-to-End) เพื่อเป็นอีกแรงสนับสนุนแก้ปัญหาวิกฤตเร่งด่วนของประเทศในขณะนี้ มุ่งเน้นการตรวจเร็ว แยกเร็ว รักษาเร็ว โดยจะร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและพันธมิตรทางการแพทย์ ในการเพิ่มการตรวจคัดกรองเชิงรุก เพื่อคัดแยกผู้ติดเชื้อ การดูแลผู้ติดเชื้อที่ดูแลตัวเองเบื้องต้นที่บ้าน หรือ ในชุมชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่ม ปตท. จะมอบ &amp;lsquo;กล่องพลังใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน&amp;rsquo; ที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ ยา และ ของใช้ที่จำเป็น พร้อมระบบติดตามอาการทางไกล ตลอดจนการส่งต่อผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลสนามเขียวและเหลืองตามระดับความรุนแรงของอาการ โดยร่วมจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในระดับสีเขียวประมาณ 1,000 เตียง ระดับสีเหลือง 350 เตียง รวมทั้งจัดตั้งโรงพยาบาลสนามไอซียู รองรับผู้ป่วยขั้นวิกฤต ระดับสีแดง จำนวน 120 เตียง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ดูแลทั้งระบบโดยบุคลากรทางการแพทย์ของพันธมิตรกลุ่ม ปตท. ทั้งนี้คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในปลายเดือนก.ค.นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110808</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่ม ปตท., ยาเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir), อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์, โครงการลมหายใจเดียวกัน, ใช้กับผู้ป่วยโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa35d96157a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
