<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72778</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2020 09:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2020 09:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯควัก281ล้านบาทสร้างศูนย์ขนส่งฯนครพนม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค. 2563 นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าโครงการศูนย์การขนส่งชายแดน จ.นครพนม จำนวน 115 ไร่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ตาม พ.ร.บ.เวนคืนที่ดิน พ.ศ.2562 ในพื้นที่ 115 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินของเอกชน โดยใช้วงเงินค่าเวนคืน 281 ล้านบาท คาดว่าจะทำสัญญาและจ่ายค่าเวนคืนที่ดิน ได้ในไตรมาสที่ 1 (1 ต.ค.-31 ธ.ค.63) ของปีงบประมาณ 64 ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างประชุมคณะกรรมการคัดเลือก เพื่อพิจารณาร่างเอกสารประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุน คาดว่าจะประกาศเชิญชวนเอกชนได้ในไตรมาสที่ 1 ของปีงบประมาณ 64 เมื่อกระบวนการทุกอย่างแล้วเสร็จคาดว่าจะเริ่มสร้างปี 65 แล้วเสร็จปี 68 ใช้เวลาสร้าง 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการให้บริการโครงการนี้จะเป็นพื้นที่รวบรวมและกระจายสินค้าบรรจุตู้คอนเทนเนอร์ ช่วยลดปริมาณการขนส่งสินค้าแบบไม่เต็มคันและรถเที่ยวเปล่า รวมทั้งเป็นลานเปลี่ยนหัวลาก-หางพ่วง ระหว่างรถบรรทุกไทยกับรถบรรทุกต่างประเทศ ลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุในประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้มีพื้นที่สำหรับตรวจปล่อยสินค้าของหน่วยงาน CIQ (Customs/Immigration/Quarantine) คือการนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสินค้า นักท่องเที่ยวและผู้เดินทางผ่านเข้าออกและการตรวจคัดกรองพืชและสัตว์มาไว้ ณ จุดเดียวกัน แบบการให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One-Stop Service) และสามารถพัฒนาเป็นพื้นที่ควบคุมร่วมกัน หรือ Common Control Area (CCA) ในอนาคต และ อื่นๆ เช่น ปลั๊กเสียบตู้แช่เย็น สำหรับขนส่งผัก-ผลไม้สด และ ให้บริการเช่าคลังสินค้าทัณฑ์บน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการนี้จะใช้วงเงินดำเนินการรวมทั้งหมด 1,464.5 ล้านบาท โดยรูปแบบการร่วมลงทุน แบบ PPPNet Cost คือ ภาครัฐต้องจัดหาที่ดิน ก่อสร้างอาคารสำนักงานและโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด รวมมูลค่า 1,147 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 846.2 ล้านบาท ค่าควบคุมงาน 14.8 ล้านบาท และค่าเวนคืน 281 ล้านบาท ส่วนภาคเอกชนต้องลงทุนรวม 317.52 ล้านบาท ได้แก่ ลงทุนก่อสร้างอาคารใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์มูลค่า 188.92 ล้านบาท แบ่งเป็นระยะที่ 1 ใช้วงเงิน 125.06 ล้านบาท ประกอบด้วย อาคารรวบรวมและกระจายสินค้า คลังสินค้าทั่วไป อาคารซ่อมบำรุง โรงอาหารทั่วไป จุดตรวจทางเข้า-ออก สถานีชั่งน้ำหนัก และระยะที่ 2 วงเงิน 63.86 ล้านบาท ได้แก่ ชานชาลาหลังที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ต้องจัดซื้อเครื่องมืออุปกรณ์มูลค่า 113.36 ล้านบาท แบ่งการดำเนินการเป็น ระยะที่ 1 จำนวน 95.72 ล้านบาท ประกอบด้วย เครนชนิดแบบติดตั้งถาวร (Fixed Crane) รถยกตู้คอนเทนเนอร์ (Reach Stacker) ระบบไฟฟ้าสำหรับจ่ายไฟตู้ควบคุมอุณหภูมิ (Reefer) ไว้เก็บสินค้าประเภทอาหารสด ผักและผลไม้สด อุปกรณ์ขนถ่ายสินค้า เช่น รถยก ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในโครงการ และ ระยะที่ 2 มูลค่า 17.65 ล้านบาท ได้แก่ การจัดซื้อเครนชนิดแบบติดตั้งถาวร นอกจากนี้เป็นค่าเผื่อเหลือเผื่อขาด 15.24 ล้านบาท ทั้งนี้ภาคเอกชนต้องรับความเสี่ยงทางด้านรายได้ โดยจ่ายเป็นค่าสัมปทานให้กับภาครัฐ ระยะเวลา 30 ปี เป็นเงิน 291 ล้านบาทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการนี้ ตั้งอยู่ที่ ต.อาจสามารถ อ.เมือง ประชิดด่านพรมแดนนครพนม และสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งสินค้าทางถนน รองรับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศผ่านเส้นทาง R12 เชื่อมต่อระหว่างไทย-ลาว-เวียดนาม-จีนตอนใต้ (นครหนานหนิงมณฑลกวางสี) โดยเมื่อสร้างเสร็จและเปิดให้บริการจะรองรับปริมาณสินค้าได้สูงสุด 164,431 TEUs รองรับการเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งกับระบบราง (Shift Mode) ผ่านแนวรถไฟทางคู่ สายบ้านไผ่-นครพนม โดยได้หารือและบูรณาการการทำงานร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อให้มีการเชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อควบคู่ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72778</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก (ขบ.), จ.นครพนม, จิรุตม์ วิศาลจิตร, โครงการศูนย์การขนส่งชายแดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5cb387495a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2018 23:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 06:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคม เข็น 5 เมกะโปรเจ็กต์ 2 แสนล้าน ให้ครม.สัญจรพิจารณา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ชัยวัฒน์&amp;rdquo;ลุยเข็น 5โครงการเมกะโปรเจ็กต์ งบลงทุน 2.03 แสนล้านให้ ครม สัญจรพิจารณาภายในสัปดาห์หน้า บอร์ด กทพ.ไฟเขียวดีเดย์ลดค่าทางด่วน 5 บาท พร้อมกัน 1 พ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์&amp;nbsp; ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายการบริหารงานให้กับหัวหน้าหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงคมนาคม ว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี ครม.สัญจร &amp;nbsp;ในสัปดาห์หน้าจะลงพื้นที่จังหวัดภาคเหนือตอนบน จังหวัดพะเยา และจังหวัดเชียราย โดยจะมีการประชุมครม.สัญจรที่จังหวัดเชียงรายนั้น กระทรวงคมนาคมจะมีการเสนอโครงการก่อสร้างต่อที่ประชุมครม.ในครั้งนี้ ประกอบด้วย 5 โครงการ งบประมาณในการลงทุน 203,300 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประกอบด้วย 1) โครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 วงเงิน 110,000 แสนล้านบาท 2) ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) สนามบินอู่ตะเภา วงเงิน10,000 ล้านบาท 3) โครงการทางหลวงพิเศษ(มอเตอร์เวย์) นครปฐม-ชะอำ วงเงิน 80,000ล้านบาท 4) โครงการศูนย์การขนส่งชายแดน จ.นครพนม วงเงิน 1,000 ล้านบาท และ5) ศูนย์เปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้า เชียงของจ.เชียงราย วงเงิน 2,300 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดจัดเตรียมงบประมาณ แผนงานโครงการ ตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงคมนาคม20ปี โดยหน่วยงานจะต้องนำยุทธศาสตร์เข้ามาเป็นกรอบในการทำงานเพื่อที่จะสามารถอธิบายกับรัฐบาลได้ &amp;nbsp;ในการขอรับการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งต่อจากนี้สำนักงบประมาณจะพิจารณาแผนงานที่เป็นไปตามยุทธศาสตร์เป้าหมาย และประโยชน์ที่จะได้รับจะต้องเป็นไปตามยุทธศาสตร์ก่อนจะอนุมัติ ดังนั้นขอเน้นย้ำทุกหน่วยงานใช้ยุทธศาสตร์กระทรวงคมนาคม20ปีเป็นหลักในการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายสุรงค์ บูลกุล ประธานกรรมการ(บอร์ด)การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.)กล่าวภายหลังการประชุมบอร์ดว่าบอร์ดกล่าวต่อว่าบอร์ดได้มีมติเห็นชอบลดค่าทางด่วน 5 บาทให้กับผู้ที่ใช้บัตรอีซี่พาส เฉพาะที่ด่านอโศก หรือบริเวณด่านอโศก 4 ของทางพิเศษศรีรัช (ระบบทางด่วนขั้นที่ 2) โดยจะมีผลวันที่1พ.ย.นี้ไปจนถึง 28 ธ.ค. รวมระยะเวลา 2 เดือน สำหรับการลดค่าผ่านทางจะลดช่วงชั่วโมงเร่งด่วนตอนเช้า 08.00-10.00 น. และตอนเย็น ตั้งแต่เวลา 16.00-18.00 น. ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวเพื่อแก้ปัญหาจราจรหน้าด่าน อีกทั้งเป็นการจูงใจ ให้ผู้ใช้รถใช้ถนนหันมาใช้บัตรอีซี่พาสให้มากขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20747</URL_LINK>
                <HASHTAG>5โครงการเมกะโปรเจ็กต์, ครม., ชัยวัฒน์  ทองคำคูณ, มอเตอร์เวย์นครปฐม-ชะอำ, ศูนย์เปลี่ยนรูปแบบการขนส่งสินค้า เชียงของ, โครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3, โครงการลงทุนศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา, โครงการศูนย์การขนส่งชายแดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181013/image_big_5bc14ad69c7e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
