<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2019 09:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2019 09:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.ตั้งบริษัทลูกรุกธุรกิจคาร์โก้เต็มสูบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ค. 2562 นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ในขณะนี้ ทอท.อยู่ระหว่างการจัดตั้งบริษัทลูก เพื่อมาดูแลโครงการศูนย์ตรวจสอบสินค้าเกษตรก่อนส่งออก (Certify Hub) ภายในท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ หลังได้มีการหารือร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยถึงแนวทางการส่งออกสินค้าไปยังยุโรป อย่างไรก็ตาม คาดว่าการจัดตั้งบริษัทลูกนั้น จะแล้วเสร็จภายใน 2 เดือนนี้ จากนั้นจะเดินหน้าทำห้องเย็น และเปิดให้บริการได้ภายใน 6 เดือนนับจากนี้ หรือช่วงประมาณ ม.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ศูนย์ตรวจสอบสินค้าเกษตรก่อนส่งออกในเฟสแรก จะให้บริการในรูปแบบของ Premium Len ก่อน ซึ่งจะคล้ายช่องทางพิเศษ VIP เนื่องจากสินค้าแต่ละประเภท มีระยะเวลาในการจัดเก็บต่างกัน ขณะที่เฟสต่อไปในอนาคตนั้น เตรียมนำเสนอรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมใหม่ เพื่อผลักดันให้วาระแห่งชาติ หรือรูปแบบ G2G เนื่องจากมองว่าไทยมีศักยภาพ ที่สำคัญยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรไทยให้สามารถส่งออกสินค้าเกษตรได้ ขณะเดียวกัน หลังจากที่ได้มีการแจ้งแผนในการดำเนินการนั้น มีหลายประเทศให้ความสนใจที่จะมาใช้บริการโดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศ CLMV จากเดิมจะต้องไปใช้บริการที่ประเทศสิงคโปร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ช่อง Premium Len ที่จะเปิดให้ใช้กับการขนส่งสินค้านั่น เพราะเรามองว่าสินค้าแต่ละชนิดมีเวลาไม่ต้องกัน เช่น กุหลาบจะต้องใช้เวลาในการเก็บแช่เย็นเร็วกว่าโหระพา เพราะมีมูลค่าสูงกว่า นอกจากนี้ ศูนย์ดังกล่าวนั้น จะช่วยเกษตรกรได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น ตากับยายเก็บมะม่วงมาส่งเรา เรายังช่วยกระจายไปยังตลาดต่างๆ ซึ่งจะเบ็ดเสร็จที่เราเลย&amp;rdquo; นายนิตินัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิตินัย กล่าวต่ออีกว่า สำหรับศูนย์ตรวจสอบสินค้าเกษตรก่อนส่งออกนั้น จะผ่านประเทศดูไบ และต่อไปยังประเทศเบลเยี่ยม ก่อนที่จะกระจายส่งไปประเทศอื่นๆในยุโรปตต่อไป และล่าสุดในช่วง ส.ค.นี้ ทอท.เตรียมที่จะลงนามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ว่าด้วยเรื่อง e-Commerce กับประเทศดูไบด้วย ทั้งนี้ ปัจจุบันท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีการขนส่งสินค้า (Cargo) จำนวน 1.5 ล้านตันต่อปี หรืออยู่ที่อันดับ 15 ของโลก ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีสินค้าเน่าเสียกว่า 1.5 แสนตันต่อปี จึงเชื่อว่าศูนย์ดังกล่าวนั้น จะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน และสามารถสร้างรายได้แตะ 1,000 ล้านบาทต่อปี จากเดิม ทอท.มีรายได้จาก Cargo อยู่ที่ประมาณ 300-500 ล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41901</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทอท., ท่าอากาศยานไทย, นิตินัย ศิริสมรรถการ, โครงการศูนย์ตรวจสอบสินค้าเกษตรก่อนส่งออก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190522/image_big_5ce4b9471a429.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
