<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21397</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แวะเช็กอินใน4ซีไอวี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การท่องเที่ยวในวันนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การนันทนาการอีกต่อไป ซึ่งทำให้จุดหมายปลายทางของเหล่านักท่องเที่ยวหลายๆ คนได้มุ่งไปที่การค้นหาประสบการณ์ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในแบบฉบับวิถีชาวบ้านและชุมชนที่ในปัจจุบันกำลังเป็นเทรนด์ใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การท่องเที่ยวในรูปแบบดังกล่าวได้เกิดขึ้นทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติ ไล่เรียงมาตั้งแต่วัยหนุ่มสาวไปจนกระทั่งวัยเกษียณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยกระแสดังกล่าวยังทำให้หลายๆ ท้องถิ่นได้หันมาพัฒนาสินค้าและบริการ พร้อมสร้างคาแรคเตอร์เพื่อดึงดูดชื่อเสียงและเม็ดเงินให้กับชุมชนได้อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น ชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชุมชนท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ชุมชนท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์ ฯลฯ ซึ่งรูปแบบเหล่านี้ยังทำให้การท่องเที่ยวในประเทศไทยเปลี่ยนจากการกระจุกตัวไปสู่การกระจายตัวเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และด้วยความนิยมในแบบนี้เอง หน่วยงานของรัฐบางหน่วยงานก็เห็นถึงโอกาสที่จะหยิบยกการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ขึ้นมาพัฒนาให้สอดความกับความนิยมในปัจจุบันภายใต้ &amp;ldquo;โครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (ซีไอวี)&amp;rdquo; ที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้เข้าไปส่งเสริมให้ชุมชนทั่วประเทศได้รู้จักการนำอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และความโดดเด่นเชิงพื้นที่มาพัฒนาเป็นสินค้าและบริการ ขอบอกตรงนี้เลยว่า 4 ชุมชนที่กำลังจะพูดถึงนี้ จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ให้นักท่องเที่ยวไทยไปปักหมุดเช็กอินนี้ตอบทุกวิถีคนรักการท่องเที่ยวแบบโลคอล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้แก่ &amp;ldquo;ชุมชนเก่าแก่ สถาปัตย์โดนใจ ย่านเก่าวังกรด&amp;rdquo; เอาใจคนที่ชอบเดินเล่นถ่ายรูปชิกๆ เช็กอินจุดแรกเก๋ๆ&amp;nbsp; กับ ย่านเก่าวังกรด อ.เมือง จ.พิจิตร ห่างจากตัวเมืองพิจิตรประมาณ 6 กิโลเมตร ตั้งอยู่ในจุดตัดทางการคมนาคมทั้งทางบกที่มีรถไฟเข้าถึง และทางน้ำติดกับแม่น้ำน่านที่เป็นเส้นทางคมนาคมหลักในสมัยก่อน ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวพิจิตรที่มีความน่าสนใจ บรรยากาศเงียบสงบ ชาวบ้านยังคงมีวิถีชีวิตสุดเรียบง่าย เป็นชุมชนเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยบ้านเรือนไม้โบราณลักษณะห้องแถว 2 ชั้น ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข้ามมาเอาใจคนรักสุขภาพและชอบทะเลสีฟ้ากับหาดทรายสีขาวกันบ้าง กับจุดเช็กอินที่ 2 &amp;ldquo;บ้านทุ่งประดู่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์&amp;rdquo; ซึ่งสถานที่เที่ยวมากมายสไตล์ธรรมชาติที่โอบล้อมชุมชนแห่งนี้ นอกจากจะดึงดูดนักท่องเที่ยวด้วยมนต์เสน่ห์ของทะเลสวยๆ แล้ว ยังมีความพร้อมในการรองรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ทั้งในเรื่องของการดูแลสุขภาพร่างกาย อาหาร ผลิตภัณฑ์ และการท่องเที่ยวที่ส่งเสริมให้มีสุขภาพที่ดี เพื่อเป็นการส่งเสริมนักท่องเที่ยวที่เน้นความคุ้มค่า แสวงหาความสุขหลังจากการทำงานหนัก ชุมชนบ้านทุ่งประดู่มีกิจกรรมมากมาย อาทิ นวดผ่อนคลาย โดยการฟังลมห่มทรายคริสตัลคลายเครียด หรือจะเรียก &amp;ldquo;สปาทราย&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แห่งที่ 3 คือ บ้านเกาะพิทักษ์ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ชุมชนชาวเล ที่มีสภาพชุมชนบนเกาะแวดล้อมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ป่าไม้ แหล่งน้ำธรรมชาติใต้ดินด้วยบรรยากาศที่สงบเงียบและความเป็นธรรมชาติของเกาะ ที่อยู่ไม่ไกลจากฝั่งชุมพร พร้อมมีจุดชมวิวสูงประมาณ 200 เมตร ที่มีศาลาให้นั่งปล่อยกายปล่อยใจไปกับทัศนียภาพงามๆ ที่สามารถมองเห็นได้ไกลถึงเกาะเต่า เกาะสมุย เกาะพะงันเลยทีเดียว หรือถ้าใครเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ก็ไม่ควรพลาดแวะไปที่ศูนย์อนุรักษ์หอยมือเสือ ชมหอยมือเสือ เต่าทะเล หญ้าทะเล ปะการังนานาชนิดและโลมาสีดำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปิดท้ายกันที่ &amp;ldquo;บ้านบากันเคยทะเลแหวกสุดสุดมหัศจรรย์!&amp;rdquo; สถานที่ที่กำลังพูดถึงอยู่นี้คือ บ้านบากันเคย อ.เมือง จ.สตูล อยู่ริมชายทะเลอันดามัน ที่ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านมีเคยหรอย (กะปิอร่อย) ที่สุด เพราะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ชุมชนทำเป็นรายได้หลัก นอกเหนือจากการทำประมงพื้นบ้าน นอกจากนี้ยังมีโฮมสเตย์ชุมชน บ้านบากันเคย ที่สะท้อนวิถีของคนชุมชนมุสลิม สัมผัสบ้านพักเรียบง่ายริมทะเลแบบวิถีชีวิตดั้งเดิม ดื่มด่ำบรรยากาศยามค่ำคืนกับการนับดาวตกบนท้องฟ้าเปิด ท่ามกลางเสียงคลื่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นี่เป็นเพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยวซีไอวีแค่ 4 แห่งในประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งยังมีอีกหลายแห่งหลายหมู่บ้านที่พร้อมจะรอให้ผู้สนใจท่องเที่ยวรูปแบบใหม่อย่างสร้างสรรค์ และได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติของประเทศไทยจริงๆ&amp;nbsp; รออยู่อีกเพียบ โดยโครงการซีไอวีไม่ใช่จะหยุดอยู่แค่นี้ เพราะในปี 2562 กสอ.ตั้งเป้าที่จะพัฒนาเพิ่มขึ้นไปอีกจำนวน 215 ชุมชน ใน 76 จังหวัด รู้อย่างนี้แล้วก็เตรียมแพ็กกระเป๋าหยิบของใช้คู่ใจและไปเที่ยวกันได้เลย.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ณัฐวัฒน์ หาญกล้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21397</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, จ.พิจิตร, จ.สตูล, ณัฐวัฒน์ หาญกล้า, โครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b68b2a156d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
