<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79253</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2020 21:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2020 21:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นภันต์ เสวิกุล&#039; ช่างภาพตามเสด็จ เล่าเรื่องเนื่องในวันกาแฟสากล น้อมรำลึกถึงในหลวง ร.9 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.63 - นายนภันต์ เสวิกุล ผู้บันทึกย่างพระบาทที่ยาตรา ช่างภาพผู้ถวายงานการบันทึกภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โพสต์เฟซบุ๊กถ่ายทอดเรื่องราวการพัฒนาชาวไทยภูเขาอันเนื่องมาจากพระราชดำริในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยระบุว่า&amp;nbsp;วันที่ 1 ตุลาคม เป็นวันกาแฟสากล&amp;nbsp;แต่สำหรับคนไทยทุกคน โดยเฉพาะอยู่ที่อยู่ในวงการกาแฟน่าจะทราบมากกว่านั้น ว่า กาแฟไทย คือสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อหลายสิบปีก่อนโน้น ภูเขาสูงในภาคเหนือ ไม่มีหรอก ที่จะเขียวๆ สวยๆ มีเมฆหมอกปกคลุมอย่างที่เห็นในสมัยนี้...&amp;nbsp;มองไปทางไหนก็เห็นแต่เขาหัวโล้นไปเสียทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงทอดพระเนตรเห็น และทรงทราบในพระทัยว่า ถ้าปล่อยให้เป็นไปเช่นนี้ ก็จะกระทบถึงการประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตของผู้คนอีกครึ่งประเทศ เพราะภูเขาในภาคเหนือ ล้วนเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของทุกแม่น้ำสำคัญ จึงทรงพยายามค้นหาวิธีฟื้นฟู เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทยให้มากขึ้นอย่างมั่นคงถาวร โดยวิธีการที่เรียบง่าย เป็นการส่งเสริมระบบวงจรป่าไม้ในลักษณะอันเป็นธรรมชาติดังเดิม ดังพระราชดำรัสที่พระราชทานไว้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราจะทำให้ประเทศไทยกลับมีความอุดมสมบูรณ์ มีความชุ่มชื้นได้ ขออย่าไปรังแกป่าเท่านั้นเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ก็ทรงตระหนักดีว่า งานด้านอนุรักษ์ป่าไม้และต้นน้ำลำธารจะประสบผลดี มีความต่อเนื่องเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับคุณธรรมและจิตสำนึกของชาวบ้านเป็นสำคัญ หากชาวบ้านในพื้นที่ไม่ร่วมใจ ไม่เห็นด้วย งานในพื้นที่นั้นก็ย่อมยากที่จะประสบความสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีพระราชดำริ ที่จะให้ &amp;quot;คน&amp;quot; อยู่ร่วมกับ &amp;quot;ป่า&amp;quot; ได้อย่างยั่งยืน จึงทรงหาหนทางเปลี่ยนวิถีชีวิตของราษฎร ให้พ้นจากสภาพผู้บุกรุกทำลาย กลายมาเป็นผู้อนุรักษ์ทรัพยากรป่า ทรงเน้นการสร้างจิตสำนึกแก่ราษฎรให้ได้เห็น .. ได้สัมผัส และ รับประโยชน์ได้จริงจากความอุดมสมบูรณ์ของป่า ดิน และน้ำ&amp;nbsp;โปรดเกล้าฯ ให้โครงการหลวงทำการศึกษาวิจัย เพื่อหาไม้ยืนต้นหลายๆชนิด มาส่งเสริมให้ชาวไทยภูเขาปลูกทดแทนฝิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กาแฟ ก็เป็นพืชชนิดหนึ่งที่คัดเลือกแล้ว .. ได้ต้นกาแฟอราบิก้า สายพันธุ์โคลัมเบีย ที่สามารถขึ้นได้ดีในสภาพใกล้เคียงกับพื้นที่สูงของประเทศไทย ที่สำคัญ การปลูกกาแฟให้ได้ผลดี จำเป็นต้องอาศัยการปลูกให้อยู่ใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่ หากการปลูกได้ผลผลิตดี สามารถสร้างรายได้ เกษตรกรชาวเขาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าก็จะเห็นความสำคัญของป่าไม้ เกิดความรักป่า รักแหล่งอยู่อาศัยของตนเอง ก็จะช่วยกันดูแลรักษาป่ามิให้ถูกทำลาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยแนวพระราชดำริที่ได้พระราชทานนี้ คน กับ ป่า จะสามารถอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกวันนี้ เราก็จะเห็นว่า ได้เป็นไปตามพระราชดำริทุกประการ เพราะราษฎรชาวไทยภูเขามีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น ... มีอาชีพทำสวนกาแฟที่เป็นรายได้หลักของครอบครัวปีละมากๆ จากป่าที่พระราชทานให้พวกเขาได้อาศัยทำกิน เป็นป่าที่พวกเขาช่วยกันดูแลรักษาอย่างหวงแหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันมูลนิธิโครงการหลวงมีพื้นที่ส่งเสริมการปลูกกาแฟอราบิก้า ในศูนย์พัฒนาโครงการหลวง 24 ศูนย์ รวมทั้งสิ้นกว่าหมื่นไร่ เกษตรกรกว่า 3,000 ราย ขายผลผลิตผ่านโครงการหลวงปีละเกือบพันตันกาแฟกะลา ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรบนพื้นที่สูงได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระมหากรุณาธิคุณนั้น เป็นที่ล้นที่พ้นสุดจะพรรณนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79253</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟ, นภันต์ เสวิกุล, พระราชกรณียกิจ, โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, ในหลวง รัชกาลที่ 9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201001/image_big_5f75dff8c0b3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60341</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2020 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นำน้ำจากโครงการอันเนื่องฯ ช่วยบุรีรัมย์พ้นวิกฤติภัยแล้ง ปี 63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และนายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี รองประธานอนุกรรมการฯ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ ได้เดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำลำนางรองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลโนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเป็นประธานการประชุมติดตามการบริหารจัดการลุ่มน้ำของสำนักงานชลประทานที่ 8 รวมทั้งโครงการพัฒนาด้านแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์&amp;nbsp; เมื่อวันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ภายหลังการประชุมนายเทิดพงษ์&amp;nbsp; ชัยอุดม&amp;nbsp; ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์ เผยว่า&amp;nbsp; จังหวัดบุรีรัมย์ปี 2562 ที่ผ่านมาประสบปัญหาน้ำแล้ง 1 ปีเต็ม&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นผลให้ในปี 2563 ยังคงประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ซึ่งทางชลประทานจังหวัดบุรีรัมย์ได้มีการเตรียมการมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงปลายฝน ด้วยการสำรวจพื้นที่ได้รับผลกระทบพบว่าที่ผ่านมา พื้นที่ด้านเกษตรกรรม ระบบชลประทานช่วยเหลือแทบไม่ได้เลยหรือน้อยมาก และจากปริมาณน้ำต้นทุนในแหล่งเก็บกัก ณ ปัจจุบันยังน้อยอยู่เนื่องจากฝนทิ้งช่วงนาน&amp;nbsp; จึงเน้นการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนเป็นประการสำคัญ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;และจะดำเนินการในหลายรูปแบบ เช่น นำน้ำจากโครงการอ่างเก็บน้ำลำนางรองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลโนนดินแดง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ น้ำจากลำน้ำปะเทีย และลำจังหัน ผันเข้าสู่อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตประปาให้กับเมืองบุรีรัมย์ ในรูปแบบระบบอ่างพวง ระยะทางกว่า 110 กิโลเมตร โดยตลอดเส้นทางน้ำจะส่งให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์ตลอดแนวสำหรับการอุปโภคบริโภคและผลิตน้ำประปาให้กับตัวเมืองบุรีรัมย์&amp;nbsp; จะทำให้มีน้ำเพียงพอไปจนถึงเดือนสิงหาคม 2563&amp;nbsp; ซึ่งเข้าสู่ฤดูฝนพอดี&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;ประชาชนชาวบุรีรัมย์เมื่อทราบเรื่องนี้ต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่พระราชทานพระราชดำริให้มีการสร้างแหล่งเก็บกักน้ำในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ไว้หลายโครงการ ที่ตลอดมาได้นำมาใช้แประโยชน์ของราษฎรอย่างต่อเนื่อง จวบจนปัจจุบันก็ยังสามารถนำน้ำจากส่วนนี้มาใช้ประโยชน์เพื่อแก้ไขวิกฤติการขาดแคลนน้ำของประชาชนในเมือง นอกจากราษฎรในพื้นที่นอกเมืองได้ใช้ประโยชน์อย่างเพียงพอแล้ว&amp;rdquo; นายเทิดพงษ์&amp;nbsp; ชัยอุดม&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;สำหรับการบริหารจัดการลุ่มน้ำในเขตพื้นที่สำนักงานชลประทานที่ 8&amp;nbsp; นั้นมีพื้นที่รับผิดชอบรวม 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ รวม 94 อำเภอ จำนวน 29.862 ล้านไร่&amp;nbsp; พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในเขตลุ่มน้ำมูลประกอบด้วยพื้นที่ลุ่มน้ำสาขา 22 ลุ่มน้ำสาขา จาก 31 สาขาของลุ่มน้ำมูล โดยมีโครงการชลประทานขนาดใหญ่ 8 แห่ง ขนาดกลาง 71 แห่ง และโครงการชลประทานขนาดเล็ก โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการหมู่บ้านป้องกันชายแดน 1,495 แห่ง สามารถเก็บกักน้ำได้รวม 2,295 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ชลประทานรวม 1,361,554 ไร่ พื้นที่รับประโยชน์รวม 619,390 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ในส่วนของจังหวัดบุรีรัมย์ มีขนาดพื้นที่ 10,322&amp;nbsp; ตารางกิโลเมตร หรือ 6.45 ล้านไร่ พื้นที่ทำการเกษตร 3.651 ล้านไร่ ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ลุ่มน้ำในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ประกอบด้วย 10 ลุ่มน้ำสาขา ได้แก่ ลุ่มน้ำจักราช&amp;nbsp; ลุ่มน้ำลำปลายมาศ&amp;nbsp; ลุ่มน้ำลำน้ำมูลส่วนที่ 2&amp;nbsp; ลุ่มน้ำลำสะเทด&amp;nbsp; ลุ่มน้ำลำพังชู&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลุ่มน้ำห้วยแอก ลุ่มน้ำลำนางรอง&amp;nbsp; ลุ่มน้ำลำปะเทีย&amp;nbsp; ลุ่มน้ำห้วยตะโคง และลุ่มน้ำลำชี สถานการณ์น้ำในปัจจุบันพบว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางในเขตพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 16 แห่ง ซึ่งมีศักยภาพเก็บกักน้ำรวมกันทั้งสิ้น 295.38 ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp; มีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 65.63 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 22.22 % มีปริมาณน้ำใช้การได้เพียง 50.18 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 16.99 % ซึ่งน้อยกว่าในช่วงเดียวกันของปี 2562 จึงคาดว่าจะเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำในฤดูแล้งเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะปัญหาน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในพื้นที่เศรษฐกิจ ทั้งนี้ กรมชลประทานได้วางแผนแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำไว้เรียบร้อยแล้วดังที่กล่าวมาข้างต้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ในการนี้องคมนตรีและคณะ ได้เดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำลำจังหันอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลสำโรงใหม่ อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นโครงการขนาดกลาง ขนาดความจุที่ระดับน้ำเก็บกัก 36 ล้านลูกบาศก์เมตร มีระบบส่งน้ำ ประกอบด้วยคลองส่งน้ำสายใหญ่ฝั่งซ้ายและฝั่งขวา เป็นคลองดาดคอนกรีต ความยาวรวม 25.214 กิโลเมตร สามารถส่งน้ำให้แก่พื้นที่ชลประทาน จำนวน 25,255 ไร่ ราษฎรจำนวน 3,305 ครัวเรือน จำนวน 18 หมู่บ้าน มีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรได้อย่างเพียงพอตลอดปี&amp;nbsp; และร่วมปล่อยพันธุ์ปลากระแหและปลาจาด จำนวน 100,000 ตัว&amp;nbsp; ก่อนเดินทางต่อไปยังประตูระบายน้ำบ้านเทพพยัคฆ์ ตำบลตาจง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อติดตามความพร้อมในการทำหน้าที่ผันน้ำเข้าสู่ระบบส่งน้ำ เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ขาดแคลนน้ำของจังหวัดบุรีรัมย์ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;โอกาสนี้องคมนตรี ได้พบปะเยี่ยมราษฎร และกล่าวถึงความห่วงใยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อราษฎร ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งในครั้งนี้ &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60341</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปร., ดร.จรัลธาดา กรรณสูต, โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200320/image_big_5e74482121493.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2020 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 11:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยาวชนค่าย RDPB Camp ปี 63 ปลื้มปิติเรียนรู้งานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ลั่น...โชคดีที่เกิดมาเป็นคนไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;จากที่สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ( สำนักงาน กปร. ) ได้จัดกิจกรรม (RDPB Camp) ขึ้นเพื่อสนองต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มีพระราชประสงค์ สืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp; ซึ่งในปี 2563 นี้เป็นรุ่นที่ 10&amp;nbsp; ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;เยาวชนอาสาอนุรักษ์ผืนป่า พัฒนาสายน้ำ สร้างอาชีพอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; โดยจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 17-23 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ด้วยการนำเยาวชนจากสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศจำนวน 80 คน ร่วมศึกษาเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาค
ปฏิบัติ ภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;คณะเยาวชนจะได้รับฟังการบรรยายพิเศษ เรื่อง &amp;ldquo;สำนักงาน กปร. กับการสนองพระราชดำริ&amp;rdquo; โดยที่ปรึกษาด้านการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงาน กปร. ตลอดถึงความเป็นมาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ โครงการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;nbsp; ได้พระราชทานพระราชดำริ ให้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2525 บริเวณป่าขุนแม่กวง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการศึกษา ทดลอง วิจัย หารูปแบบการพัฒนาด้านต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ภาคเหนือ และเผยแพร่แก่ราษฎรให้สามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้ด้วยตนเอง&amp;nbsp; โดยมีผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ เป็นผู้บรรยาย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;พร้อมศึกษาดูงานการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนแม่กวงอุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโครงการที่เป็นผลมาจากเมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2519 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในท้องที่อำเภอดอยสะเก็ด และได้พระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทาน สำรวจและศึกษาการพัฒนาลำน้ำสาขาของแม่น้ำกวงอย่างครบวงจร เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ราษฎรในพื้นที่สำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตรกรรม ตลอดถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ และเรียนรู้การดำเนินงานของโครงการศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหางดง อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;นางสาวอาทิตยา เพลินพัฒนาดี จากสถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ 1 จังหวัดเชียงใหม่ เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมค่ายฯ กล่าวว่าตนเองเป็นชาติพันธุ์บ้านอยู่ดอยตั้งแต่เกิดจนโต พบว่าเวลาฝนตกลงมาน้ำจะไหลไปตามร่องดิ้นไปข้างล่างและลงไปอย่างรวดเร็วไม่นานก็แห้ง น้ำก็ไม่มีเหลือ ในพื้นที่จึงไม่มีน้ำมาใช้ทั้งในครัวเรือนและทำการเกษตร คาดหวังว่าการเดินทางมาร่วมค่ายครั้งนี้จะได้รับความรู้เพื่อนำไปปฏิบัติใช้ในหมู่บ้านของตนเองโดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำ เช่น การทำฝายชะลอน้ำเป็นต้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วยังเด็กอยู่ได้ไปรับเสด็จครั้งหนึ่ง ก็ได้ยินผู้ใหญ่ท่านพูดถึงในหลวงของเรา หนูไม่รู้จักคำว่าในหลวง หรือพระมหากษัตริย์ คนที่บ้านเค้าเรียกว่าพ่อหลวง ท่านทรงสง่ามาก เมื่อโตขึ้นมาเข้าโรงเรียนก็เห็นสมุดมีรูปพ่อหลวงอยู่ในปก แต่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคือใคร&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอมาเข้าค่ายในครั้งนี้จึงได้รู้จักพระองค์ท่านมากขึ้น วันแรกที่ทางผู้จัดกิจกรรมฯ พาเดินตามรอยพ่อ น้ำตาหนูไหลรู้สึกตื้นตันมากเลย ทำให้รู้ว่าพระองค์ท่านทำอะไรให้กับชาวดอยเยอะมาก เมื่อก่อนนั้นทางบ้านปลูกฝิ่น พระองค์ท่านก็มีแนวทางช่วยเหลือให้ชาวบ้านเลิกปลูกฝิ่นเพราะเป็นสิ่งเสพติดผิดกฎหมาย โดยทรงส่งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานเข้าไปในหมู่บ้านแนะนำให้ทำการเพาะปลูกพืชอื่นๆ ที่กินได้ ขายได้ และไม่ผิดกฎหมาย&amp;nbsp; ตอนนี้รู้สึกคุ้มค่ามากที่ได้เข้าค่ายครั้งนี้&amp;nbsp; คนไทยโชคดีมากที่มีพระองค์ท่านเป็นพ่อ พ่อที่ไม่เคยทิ้งไม่เคยมองข้าม แม้กระทั่งชาวเขาชาวดอย พระองค์ท่านไม่เคยที่จะละเลยหรือมองข้าม ปลื้มแล้วก็ตื่นตันใจ ภูมิใจมากที่เกิดมาเป็นคนไทย&amp;nbsp; และจะน้อมนำเรื่องการทำฝายกั้นน้ำไปทำที่หมู่บ้าน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นางสาวอาทิตยา เพลินพัฒนาดี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ด้าน นายวัชรินทร์ ทวีโชติ &amp;nbsp;นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปีที่ 3 กล่าวว่าการเข้าค่ายครั้งนี้ได้เรียนรู้การพัฒนาปรับปรุงดิน การใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม และวิธีการปลูกหญ้าแฝกในรูปแบบต่างๆ&amp;nbsp; และอีกหลายฐานการเรียนรู้ที่ได้น้อมนำพระราชดำริมาปฏิบัติใช้&amp;nbsp; รู้สึกซาบซึ้งประทับใจในการทรงงานของพระองค์ท่านตลอด 70 ปี ที่พระองค์ทรงสร้างประโยชน์สุขให้กับปวงชนชาวไทย เมื่อมาศึกษาหลักการทรงงานของพระองค์ท่านแล้ว พบว่าสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ทุกเรื่อง &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;ldquo;เมื่อก่อนเรียนรู้โครงการพระราชดำริด้วยการฟังแล้วก็ไปพูด แต่จริงๆ แล้วมันมากกว่านั้น มันมากกว่าการเรียนรู้และศึกษาจากเอกสาร พอเราได้สัมผัสกับของจริงก็พบว่าคุณูปการมีมากมายจริงๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนทำให้รู้สึกว่าคนไทยโชคดีมากๆ ที่ได้เกิดมาใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระองค์ท่าน และในฐานะเยาวชนคนหนึ่งจะขอเดินตามรอยในสิ่งที่พ่อสร้าง จะศึกษาในสิ่งที่พ่อทำ และจะไม่ลืมว่าประเทศไทยมีทุกวันนี้เพราะใคร&amp;nbsp; และขอขอบคุณสำนักงาน กปร. ที่จัดโครงการนี้ขึ้นมาทำให้พวกเราได้เป็นต้นกล้าที่แข็งแกร่ง และเป็นต้นไม้ที่แข็งแรงอย่างยิ่งใหญ่ในอนาคตของสังคมไทย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายวัชรินทร์ ทวีโชติ&amp;nbsp; &amp;nbsp;กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;ทั้งนี้ ภายหลังจากเยาวชนเข้าร่วมโครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชดำริ (RDPB Camp) แล้ว จะมีการนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดในกิจกรรมการประกวดผลงาน &amp;ldquo;เยาวชนอาสาสานต่อพระราชดำริ&amp;rdquo; เพื่อส่งผลงานเข้าประกวดชิงทุนการศึกษาพร้อมถ้วยรางวัลจากสำนักงาน กปร.ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60339</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปร., ครบรอบไทยโพสต์, เยาวชนค่าย RDPB Camp ปี 63, โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200320/image_big_5e7445d57a404.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2020 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2020 15:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนักงาน กปร. นำเยาวชนต่อยอดงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ “เยาวชนอาสาอนุรักษ์ผืนป่า พัฒนาสายน้ำ สร้างอาชีพอย่างยั่งยืน”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อสนองต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มีพระราชประสงค์ สืบสาน รักษา และต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ( สำนักงาน กปร. ) จึงได้จัดกิจกรรม (RDPB Camp) ขึ้น ซึ่งในปี 2563 นี้เป็นรุ่นที่ 10&amp;nbsp; ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;เยาวชนอาสาอนุรักษ์ผืนป่า พัฒนาสายน้ำ สร้างอาชีพอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; โดยจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 17-23 กุมภาพันธ์ 2563 ด้วยการนำเยาวชนจากสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศจำนวน 80 คน ร่วมศึกษาเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ภายในศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ และโครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือในการนี้ คณะเยาวชนจะได้รับฟังการบรรยายพิเศษ เรื่อง &amp;ldquo;สำนักงาน กปร. กับการสนองพระราชดำริ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ปรึกษาด้านการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สำนักงาน กปร. ตลอดถึงความเป็นมาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงใหม่ โครงการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;nbsp; ได้พระราชทานพระราชดำริ ให้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2525 บริเวณป่าขุนแม่กวง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการศึกษา ทดลอง วิจัย หารูปแบบการพัฒนาด้านต่าง ๆ ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ภาคเหนือ และเผยแพร่แก่ราษฎรให้สามารถนำไปปฏิบัติใช้ได้ด้วยตนเอง&amp;nbsp; โดยมีผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ฯ เป็นผู้บรรยาย พร้อมศึกษาดูงานการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนแม่กวงอุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโครงการที่เป็นผลมาจากเมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2519 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร&amp;nbsp; ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในท้องที่อำเภอดอยสะเก็ด และได้พระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทาน สำรวจและศึกษาการพัฒนาลำน้ำสาขาของแม่น้ำกวงอย่างครบวงจร เพื่อเอื้อประโยชน์แก่ราษฎรในพื้นที่สำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตรกรรม ตลอดถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้คณะเยาวชนยังจะได้เยี่ยมชมและเรียนรู้การดำเนินงานของโครงการศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหางดง ซึ่งเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ เมื่อ พ.ศ. 2523 เพื่อให้จัดทำแปลงสาธิตการผลิตและขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับและไม้ให้ผลในหมู่บ้าน ที่บ้านไร่ หมู่ที่ 1 ตำบลบ้านแหวน อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่&amp;nbsp; เพื่อให้มีไม้ดอกไม้ผลพันธุ์ที่ดีกระจายอยู่ตามหมู่บ้านในชนบทพร้อมขยายพันธุ์เพื่อปลูกในเชิงพาณิชย์ของราษฎรได้ เพื่อช่วยให้ราษฎรมีความสามารถในการขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลด้วยตนเอง และส่งเสริมให้ผลิตพันธุ์ไม้จำหน่ายเพื่อเป็นอาชีพรอง และเพื่ออนุรักษ์พันธุ์ไม้ดอกของไทยให้คงอยู่กับประเทศไทยตามความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของไทยสืบไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้คณะยังจะได้ร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาตามแนวพระราชดำริ ณ&amp;nbsp; โรงเรียนบ้านโป่งกุ่ม อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสานสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมในการน้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ อีกด้วย ทั้งนี้ ภายหลังจากเยาวชนเข้าร่วมโครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชดำริ (RDPB Camp) แล้ว จะมีการนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดในกิจกรรมการประกวดผลงาน &amp;ldquo;เยาวชนอาสา สานต่อพระราชดำริ&amp;rdquo; เพื่อส่งผลงานเข้าประกวดชิงทุนการศึกษาพร้อมถ้วยรางวัลต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) นั้นเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานและดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนการพัฒนาตามแนวพระราชดำริหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการขยายผลด้านการพัฒนาตามแนวพระราชดำริไปสู่ประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มของเยาวชนและสถาบันการศึกษา จักได้นำไปปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์และเกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนจึงได้ดำเนินการจัดโครงการค่ายเยาวชนรู้งานสืบสานพระราชดำริ หรือ RDPB Camp ขั้นและได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยนำเยาวชนเข้าไปศึกษาเรียนรู้งานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามภูมิภาคต่าง ๆ ส่งผลให้แนวพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สร้างความรู้ ความเข้าใจ ต่อยอดขยายผลไปยังสถาบันการศึกษา และชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ ดั่งที่ปรากฎผลในทางปฏิบัติในสถาบันการศึกษาหลายต่อหลายแห่งในปัจจุบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57801</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปร., การสร้างงาน สร้างอาชีพ, โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200221/image_big_5e4f91ef69772.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/02/2020 11:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2020 06:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านป่าคา จังหวัดกำแพงเพชร ต้นแบบคนอยู่กับป่าอย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมคณะที่ปรึกษา เดินทางไปติดตามการดำเนินงานของโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านป่าคา ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมเชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ราษฎรและผู้ปฏิบัติงานในโครงการฯ จำนวน 300 ชุด โอกาสนี้ได้พบปะเยี่ยมราษฎรชาวไทยภูเขา บ้านป่าคา บ้านโละโคะ และบ้านป่าหมาก เพื่อรับทราบชีวิตความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านป่าคา จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเป็นโครงการพัฒนาพื้นที่สูงฯ แห่งสุดท้าย หลังจากนั้นไม่มีพื้นที่ใดที่ได้มีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวได้น้อมนำพระราชดำริมาดำเนินการมีการดำเนินงานแบบบูรณา โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชรับผิดชอบหลัก นับเป็นโครงการที่มีความสำเร็จจากการพัฒนาที่บรรลุเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยคุณภาพชีวิตของราษฎรมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น พร้อมการฟื้นฟูทรัพยากรป่าประสบความสำเร็จสามารถกลับมาสมบูรณ์ได้อย่างเห็นได้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการเยี่ยมชมภายในพื้นที่โครงการฯ องคมนตรีและคณะ ฯ พบว่าราษฎรส่วนใหญ่ได้ประกอบอาชีพเกษตรแบบผสมผสาน โดยการปลูกพืชผักเมืองหนาวหลากหลายชนิดทดแทนการปลูกพืชเชิงเดี่ยว อาทิ ผักกาดขาวใหญ่ คะน้าฮ่องเต้ ซาโยเต้ สตอเบอรี่ เรดโอ๊ค กรีนโอ๊ค ซึ่งพืชที่ให้ผลผลิตที่ดีคือ ซาโยเต้ ให้ผลผลิตเฉลี่ย 96 กิโลกรัม/ไร่ นอกจากนี่ยังมีสตอเบอรี่ ผลผลิตเป็นที่ยอมรับถึงความปลอดภัยจากสารเคมี จึงเป็นที่ต้องการของตลาด ส่งผลให้ชุมชนชาวไทยภูเขาบ้านป่าคา มีรายได้พอเพียงต่อการดำรงชีพ มีความเป็นอยู่ดีขึ้น ทำให้ปัญหายาเสพติด และการบุกรุกพื้นที่ป่าลดน้อยลง โดยในช่วงปี 2559-2562 พบว่าไม่มีการบุกรุกพื้นป่าในเขตอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้าเพิ่มเติม ส่วนที่เป็นป่าเสื่อมโทรมและที่ราษฎรเคยใช้ทำไร่เลื่อนลอยจะมีการพื้นผืนป่ากลับคืนมา โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านป่าคา เป็นโครงการที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเป็นแหล่งเผยแพร่ความรู้ โดยมุ่งส่งเสริมอาชีพด้านการทำเกษตร ยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ ตลอดจนสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและป่าไม้ สิ่งแวดล้อม ให้กับราษฎร ชาวไทยภูเขาบ้านป่าคาและหมู่บ้านบริวาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนี้องคมนตรีและคณะได้เยี่ยมชมการปลูกฟื้นฟูสภาพป่าและร่วมสร้างฝายชะลอความชุ่มชื้นในพื้นที่อีกด้วยและเยี่ยมชมแปลงเกษตรตัวอย่างของนายจักรพงษ์ ม้าเจริญตระกูล เกษตรกรบ้านป่าคา คลองลานที่ได้เรียนรู้การทำการเกษตรและการแปรรูปผลผลิตด้านการเกษตรจากโครงการและนำมาปรับใช้ในแปลงปลูกของตนเองเป็นระยะเวลากว่า 5 ปี บนพื้นที่ 6 ไร่ โดยแบ่งพื้นที่ 2 ไร่ ปลูกไม้ยืนต้น เช่น อะโวคาโด แมคคาดีเมีย กาแฟ มะขามป้อม ส่วนที่เหลือปลูกพืชล้มลุก เช่น มันญี่ปุ่น สตอเบอรี่ มีรายได้จากจำหน่ายกาแฟ ชาเปลือกกาแฟ อาโวคาโด ซาโยเต้ และพืชผักสวนครัวปลอดสาร อาทิ พริก มะเขือ มะเขือเทศ อื่นๆ หักค่าใช้จ่ายแล้วยังมีเงินเหลือเก็บแสนกว่าบาทต่อปี และคาดว่าหากอาโวคาโดให้ผลผลิตในอีก 2 ปี ข้างหน้า ก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง นับว่าสถานีพัฒนาการเกษตรแห่งนี้เป็นสิ่งที่มีค่าอันประเสริฐ ที่ทำให้คนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในโอกาสนี้องคมนตรีและคณะ ได้มีการประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่จากส่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบความคืบหน้าในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ พร้อมทั้งการเตรียมการและแนวทางเพื่อการส่งเสริมสนับสนุนให้โครงการฯ ได้สนองพระราชดำริเพิ่มมากขึ้น โดยกรมชลประทานได้รายงานถึงความคืบหน้าในการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมการเพื่อจัดสร้างแหล่งเก็บกักน้ำและฝายทดน้ำเพื่อเก็บกักน้ำและส่งน้ำสนับสนุนการดำเนินงานของโครงการฯ และการทำการเกษตรของราษฎรในพื้นที่เป็นการเพิ่มเติมอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56862</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำแพงเพชร, พลากร สุวรรณรัฐ, สถานีพัฒนาการเกษตร, องคมนตรี, โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200211/image_big_5e42318f77f85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
