<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2021 09:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2021 09:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> โฆษกรัฐบาลเผยประกันสังคมจ่ายเยียวยาประชาชนทะลุ 4.2 หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำหรับความคืบหน้าโครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน ม. 33 ม. 39 และ ม. 40 ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ใน 29 จังหวัดล็อกดาวน์นั้น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม ได้โอนเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนและนายจ้าง ม. 33 &amp;nbsp;ไปแล้ว 3,459,626 ราย เป็นเงิน 13,357.52 ล้านบาท ในส่วนของผู้ประกันตน ม. 39 &amp;nbsp;ยอดการโอนอยู่ที่ 1,351,873 ราย เป็นเงิน 6,759.37 ล้านบาท ส่วนผู้ประกันตน ม.40 โอนพร้อมกัน 29 จังหวัด ทำการโอนไปแล้ว 4,496,381 ราย เป็นเงิน 22,481.91 ล้านบาท รวมยอดของประกันสังคมที่ทำการโอนไปแล้วทั้งหมด อยู่ที่ 42,598.79 ล้านบาท ทั้งนี้ อาจมีการโอนบางรายการไม่สำเร็จเนื่องจากข้อมูลผิดพลาด ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า สำหรับมาตรการเยียวยาและการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ ทั้งโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 เพิ่มกำลังซื้อในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษนั้น ยอดการใช้จ่ายของแต่ละโครงการ ผู้ใช้สิทธิสะสมรวม &amp;nbsp;38.62 ล้านคน ยอดใช้จ่าย สะสม รวม 72,491.8 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 23.96 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 63,206.4 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่ประชาชนจ่ายสะสม 32,123.8 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 31,082.6 ล้านบาท 2.โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 71,692 คน ยอดใช้จ่ายสะสม 1,781 ล้านบาท และยอดใช้จ่ายด้วย e-voucher สะสม 46.2 ล้านบาท 3.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 13.52 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 6,991.5 ล้านบาท และ 4.โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 1.07 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 466.7 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า หลังจากผู้ประกอบการเริ่มทยอยเปิดกิจการร้านอาหาร รวมถึงร้านค้าต่างๆ ตามเงื่อนไข COVID-Free Setting ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นที่จะออกมาใช้จ่ายมากขึ้นภายใต้การป้องกันตัวเองแบบครอบจักรวาล Universal Prevention อย่างระมัดระวังสูงสุด ยอดใช้จ่ายตามมาตรการของรัฐคาดว่าน่าจะยิ่งสูงขึ้นอีกในช่วงเดือนหน้า เนื่องจากการเชื่อมต่อระบบ Platform Delivery การส่งสินค้า อาหาร และบริการต่าง ๆ เข้ากับระบบโครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo; เฟส 3 และโครงการ &amp;ldquo;ยิ่งใช้ยิ่งได้&amp;rdquo; ซึ่งจะเร่งให้เริ่มใช้ได้ในเดือนตุลาคมนั้น จะเป็นช่วงเดียวกับการเติมเงินคนละครึ่งรอบที่ 2 อีก 1,500 บาท เข้าแอปฯ เป๋าตัง เบื้องต้นมีผู้ประกอบการ Delivery ที่คาดว่าจะเข้าร่วมโครงการฯ เช่น ไลน์แมน ฟู้ดแพนด้า โรบินฮู้ด แกร็บฟู้ด และช้อปปี้ฟู้ด เป็นต้น ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานทุ่มเทอย่างเต็มที่ในทุกๆ ด้าน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115641</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, ประกันสังคม, ม. 33 ม. 39 และ ม. 40, โครงการเยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a26069b0da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
