<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 15:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘พอช.&#039; จับมือภาคีเครือข่าย  ‘ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19’ ผนึกพลังส่งอาสาสมัคร 200 คนหนุนชุมชนกรุงเทพฯ-ปริมณฑลสู้ภัยโรคร้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ชาวชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ ตรวจหาเชื้อโควิดโดยการสนับสนุนของชมรมแพทย์ชนบท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ /&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จับมือภาคีเครือข่าย &amp;nbsp;&amp;lsquo;ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;rsquo;&amp;nbsp;ผนึกพลังส่งอาสาสมัคร-ผู้นำชุมชน 11 ทีม&amp;nbsp; ประมาณ 200 คน&amp;nbsp; หนุนชุมชนกรุงเทพฯ-ปริมณฑลรวม 1,386&amp;nbsp; ชุมชนสู้ภัยโควิดช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้&amp;nbsp; ขณะที่เครือข่ายสลัม 4 ภาคประสานภาคีเครือข่ายใช้ระบบ Home&amp;nbsp; Isolation&amp;nbsp; ดูแลผู้ป่วยในชุมชนแก้ปัญหาเตียงขาดแคลน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ได้จัดทำแผนงานเพื่อสนับสนุนให้ชุมชนต่างๆ ลุกขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อควบคุม&amp;nbsp; ป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; รวมทั้งจัดทำโครงการต่างๆ เพื่อลดผลกระทบต่อชาวบ้านและชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สนับสนุนงบประมาณจำนวน 30 ล้านบาทกระจายลงสู่ชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการในขณะนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุด พอช. ได้จัดทำโครงการ &amp;lsquo;ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp; ในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; และปริมณฑล&amp;rsquo; โดยจะส่งเจ้าหน้าที่ พอช.&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; อาสาสมัคร&amp;nbsp; ประมาณ 200 คน&amp;nbsp; และหน่วยงานภาคีเครือข่ายลงไปสนับสนุนการทำงานของชุมชนต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; มีเป้าหมาย 1,386 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;เปิดแผนปฏิบัติการ &amp;lsquo;ขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยวันนี้ &amp;nbsp;(26 กรกฎาคม) ระหว่างเวลา 09.00-12.30 น.&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ &amp;nbsp;ได้จัดประชุมผ่านระบบแอพพลิเคชั่นซูม&amp;nbsp; เพื่อปฐมนิเทศสร้างความเข้าใจ &amp;lsquo;ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp; ในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; และปริมณฑล&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีผู้บริหาร - เจ้าหน้าที่ พอช. ผู้นำชุมชนต่างๆ และผู้แทนภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; เช่น สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเข้าร่วมประชุมผ่านระบบซูมประมาณ 150 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;นายสมชาติ ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้เป็นไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง&amp;nbsp; โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ชุมชนจึงต้องเข้ามามีบทบาทในการป้องกันและแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เพราะชุมชนจะมีข้อมูลและรู้ว่าใครเป็นใคร&amp;nbsp; ครอบครัวไหนติดเชื้อ&amp;nbsp; หรือต้องกักตัว&amp;nbsp; โดย พอช.จะมีบทบาทสนับสนุนชุมชนและเครือข่ายชุมชนในด้านต่างๆ&amp;nbsp; โดยมีเจ้าหน้าที่ พอช.&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; และอาสาสมัคร&amp;nbsp; เข้าไปช่วยเหลือพี่น้องชุมชน&amp;nbsp; โดยยึดเอาปัญหาของชุมชนเป็นหลัก&amp;nbsp; เพื่อเอาชนะโควิดให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; โดยรัฐมนตรี&amp;nbsp; จุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; มีนโยบายให้หน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ &amp;nbsp;โดย พอช.จะร่วมกับพี่น้องชุมชน&amp;nbsp; ภาคี&amp;nbsp; เครือข่าย&amp;nbsp; องค์กรพัฒนา&amp;nbsp; และภาคเอกชน&amp;nbsp; ร่วมกันเป็นตาข่ายความร่วมมือ&amp;nbsp; เชื่อมโยง&amp;nbsp; ประสานความช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; เพื่อหนุนเสริมพี่น้องชุมชนอย่างเต็มที่&amp;rdquo; &amp;nbsp;ผอ.พอช.กล่าวย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทตรวจเชื้อโควิดให้ชาวชุมชนที่ พอช.เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสยาม&amp;nbsp; นนท์คำจันทร์ &amp;nbsp;คณะทำงานโครงการ &amp;lsquo;ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19 ฯ&amp;rsquo;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้&amp;nbsp; ระบบสาธารณสุขภายนอกไม่สามารถรองรับพี่น้องชาวชุมชนได้&amp;nbsp; ดังนั้นชุมชนจึงต้องลุกขึ้นมาจัดการและแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง&amp;nbsp; ด้วยการสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน&amp;nbsp; ภาคีเครือข่ายต่างๆ และ พอช.&amp;nbsp; โดยชุมชนและชาวบ้านจะต้องเป็นแกนหลักและดูศักยภาพของตนเองว่ามีอะไรบ้าง&amp;nbsp; พอช.และเครือข่ายจะหนุนเสริมด้านไหน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนกลไกการขับเคลื่อนงาน&amp;nbsp; จะมีทีมวอร์รูม โดยมีผู้บริหาร พอช.ร่วมกันกำหนดทิศทางการทำงาน&amp;nbsp; ประสานงานนโยบาย&amp;nbsp; กำหนดเครื่องมือและทรัพยากรในการสนับสนุนชุมชน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีทีมข้อมูลและรายงานผล&amp;nbsp; มีทีมปฏิบัติการจำนวน 11 ทีม&amp;nbsp; อาสาสมัคร&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; และผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ประมาณ 200 คน&amp;nbsp; ลงพื้นที่ปฏิบัติการในกรุงเทพฯ ทั้ง 50 เขต&amp;nbsp; และปริมณฑล&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; นนทบุรี&amp;nbsp; สมุทรปราการ&amp;nbsp; ปทุมธานี&amp;nbsp; นครปฐม&amp;nbsp; รวมทั้งคนไร้บ้านด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสยามแจงกลไกการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;นายสยาม&amp;nbsp; นนท์คำจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาบอกด้วยว่า&amp;nbsp; ขณะนี้ชุมชนที่มีความพร้อมสามารถวางแผนปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ พอช. และสามารถดำเนินการได้เลย&amp;nbsp; โดยยึดปัญหาและความต้องการของชุมชนเป็นหลัก&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้ &amp;nbsp;โดยมีพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด 1,386 ชุมชน&amp;nbsp; แยกเป็น&amp;nbsp; ชุมชนแออัด&amp;nbsp; 641 ชุมชน&amp;nbsp; ชุมชนเมือง 459 ชุมชน&amp;nbsp; และชุมชนที่ไม่ได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนเป็นชุมชน 286 ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ทีมปฏิบัติการทั้ง 11 ทีมจะมีหน้าที่ต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; 1.สร้าง เชื่อมโยงเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; 2.จัดทำข้อมูล สถานการณ์ ความต้องการระดับชุมชน&amp;nbsp; 3.จัดทำแผนปฎิบัติการระดับชุมชน (ระยะสั้น-ยาว)&amp;nbsp; 4.ประสานการแก้ไขปัญหา/ประสานกรมต่างๆ ในกระทรวงพม. / ระบบ HOME ISOLATION&amp;nbsp; 5.ประสานภาคีพัฒนา และกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;&amp;nbsp;6.พัฒนาโครงการการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;nbsp; 7.ประเมินการต่อยอดงานพัฒนา พอช. (เช่น&amp;nbsp; จัดทำโครงการบ้านมั่นคงในชุมชนที่ไม่มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัย) &amp;nbsp;&amp;nbsp;8.จัดทำรายงานประจำสัปดาห์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;รอบเดือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และ 3 เดือน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ประสบการณ์จากเครือข่ายสลัม 4 ภาค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวนพพรรณ พรหมศรี เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) กล่าวว่า&amp;nbsp; ในช่วงแรกชุมชนเครือข่ายสลัม 4 ภาคในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ได้เตรียมเรื่องสถานที่พักคอยในชุมชนเพื่อเตรียมส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาต่อ&amp;nbsp; แต่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่ที่รุนแรง&amp;nbsp; ทำให้ไม่สามารถส่งต่อผู้ป่วยได้&amp;nbsp; เนื่องจากโรงพยาบาลต่างๆ ไม่มีเตียงรองรับผู้ป่วยรายใหม่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;นางสาวนพพรรณ &amp;nbsp;พรหมศรี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาคจึงได้ชวนภาคีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สถาบันวิจัยและนวัตกรรมเอชไอวี (IHRI)&amp;nbsp; มูลนิธิเข้าถึงเอดส์&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; สสส. ฯลฯ&amp;nbsp; มาพูดคุยกันเพื่อหาทางออก&amp;nbsp; โดยใช้ระบบ Home&amp;nbsp; Isolation (การแยกกักตัวที่บ้าน) เพราะอยู่ที่บ้านก็ยังมียา&amp;nbsp; มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์&amp;nbsp; มีอาหาร 3 มื้อ&amp;nbsp; และได้รับการดูแลจากทีมอาสาโควิดชุมชน&amp;nbsp; ซึ่งเป็นกลุ่มผู้นำหรือจิตอาสาในชุมชนที่ผ่านการอบรมแล้ว&amp;nbsp; รวมทั้งใช้พื้นที่ในชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ศูนย์หรือที่ทำการชุมชนมาจัดทำเป็น Community&amp;nbsp; Isolation เพื่อดูแลผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง (ระดับสีเขียวหรือเหลืองอ่อน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ระบบการดูแลที่บ้านหรือในชุมชนนี้&amp;nbsp; ถือเป็นระบบใหม่ที่จะเปลี่ยนวิธีคิด&amp;nbsp; จากเดิมที่คนป่วยจะต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาล&amp;nbsp; จะทำให้คนในชุมชนดูแลกันเองได้&amp;nbsp; แต่จะต้องปรับวิธีคิดของผู้นำชุมชนและชาวบ้านด้วย&amp;nbsp; เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคโควิด&amp;nbsp; และระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยว่าสามารถรักษาตัวในชุมชนได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะหากไม่เข้าใจก็จะเกิดความกลัวคนที่ติดเชื้อ&amp;nbsp; และไล่ให้ออกไปรักษานอกชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางสาวนพพรรณกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ระบบการดูแลรักษาแบบ Home&amp;nbsp; Isolation และ Community&amp;nbsp; Isolation เครือข่ายสลัม 4 ภาคร่วมกับภาคีเครือข่าย&amp;nbsp; โดยสถาบันวิจัยและนวัตกรรมเอชไอวี  (Institute of HIV Research and Innovation = IHRI) จัดอบรมผู้นำชุมชนและอาสาสมัครเพื่อให้ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับโรคโควิด-19&amp;nbsp; การแพร่เชื้อ&amp;nbsp; การค้นหาผู้มีความเสี่ยงสูง&amp;nbsp; การตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแบ่งระดับสีผู้ป่วย&amp;nbsp; การดูแลผู้ป่วย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากตรวจพบผู้มีความเสี่ยงสูง &amp;nbsp;จะแนะนำให้แยกตัวอยู่ในบ้าน &amp;nbsp;หรือแยกมาอยู่ในศูนย์พักในชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;พร้อมทั้งอธิบายการรักษาตัวที่บ้าน &amp;nbsp;และสอบประวัติ&amp;nbsp; นำข้อมูลกรอกเข้าแบบฟอร์ม &amp;nbsp;&amp;nbsp;ดูแลการใช้ชีวิตประจำวันของกลุ่มเสี่ยงที่ต้องแยกตัว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยทีม IHRI จะส่งยา&amp;nbsp; อุปกรณ์วัดอุณหภูมิ &amp;nbsp;วัดออกซิเจนไปให้&amp;nbsp; และผู้ดูแลจะต้องรายงานผลไปให้พยาบาลที่รับผิดชอบทุกวันเพื่อติดตามอาการ&amp;nbsp; หากป่วยไม่รุนแรง&amp;nbsp; ผู้ป่วยจะได้รับยาฟ้าทะลายโจรและยาพื้นฐานอื่นๆ&amp;nbsp; หากไม่หายภายใน 14 วัน&amp;nbsp; จะได้รับยาฟาร์วิพิราเวียร์ หรือเครื่องช่วยหายใจ&amp;nbsp; หากอาการไม่ดีขึ้นจะประสานการส่งต่อไปยังโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันมี 23 ชุมชนในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดในเครือข่ายสลัม 4 ภาคที่เข้าร่วมโครงการนี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชุมชนใหม่ไทรทอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนเพชรคลองจั่น&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชุมชนทองกิตติ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนหลวงวิจิตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนโรงหวาย&amp;nbsp; เครือข่ายคนไร้บ้าน&amp;nbsp; บ้านพูนสุข &amp;nbsp;จ.ปทุมธานี&amp;nbsp; บ้านเตื่อมฝัน &amp;nbsp;จ.เชียงใหม่&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลปิยะเวทให้คำปรึกษาดูแล&amp;nbsp; และมีศูนย์บริการสาธารณสุขต่างๆ&amp;nbsp; ร่วมสนับสนุน&amp;nbsp; ส่วนงบ ประมาณด้านยา&amp;nbsp; อุปกรณ์ &amp;nbsp;และอาหาร&amp;nbsp; ได้รับการสนับสนุนจาก สปสช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ประชาชนทั่วไปที่ติดเชื้อโควิด-19&amp;nbsp; และต้องการรักษาตัวที่บ้าน&amp;nbsp; สามารถลงทะเบียนโดยสแกน QR Code ได้ตามนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:1.3pt&quot;&gt;พอช.ใช้งบ 30 ล้านบาทหนุนสู้ภัยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; นอกจากโครงการ &amp;lsquo;ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp; ในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; และปริมณฑล&amp;rsquo; แล้ว&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;พอช.ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 30 ล้านบาทจัดทำ &amp;lsquo;โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;rsquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; มีเป้าหมายเพื่อให้เครือข่ายชุมชนในระดับเมือง (ในกรุงเทพฯ คือระดับเขต) และชุมชน&amp;nbsp; ได้จัดทำแผนงานการป้องกัน&amp;nbsp; ควบคุมการแพร่กระจายเชื้อโรค&amp;nbsp; การเตรียมทำสถานที่พักคอย&amp;nbsp; ลดผลกระทบด้านเศรฐกิจ&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยเครือข่ายชุมชนฯ และชุมชนได้เสนอโครงการมาที่ พอช.&amp;nbsp; และ พอช.ได้อนุมัติโครงการเพื่อสนับสนุนชุมชนดำเนินการไปแล้ว &amp;nbsp;ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวม 31 เมือง&amp;nbsp; 332 ชุมชน&amp;nbsp; กลุ่มเป้าหมายรวม 67,978 ครัวเรือน&amp;nbsp; (จากทั้งหมด 1,113 ชุมชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย พอช.ได้สนับสนุนงบประมาณให้ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แบ่งเป็น 1.เมืองใหญ่ (เกิน 20 ชุมชน) พื้นที่สีแดง&amp;nbsp; มีชาวชุมชนต้องกักตัวเกิน 81 คนขึ้นไป&amp;nbsp; สนับสนุนงบประมาณ 150,000 บาท&amp;nbsp; 2.พื้นที่สีแดงอ่อน กักตัวระหว่าง 31-80 คน&amp;nbsp; สนับสนุนงบฯ 100,000 บาท&amp;nbsp; 3.พื้นที่สีเหลือง&amp;nbsp; กักตัวไม่เกิน&amp;nbsp; 30 คน&amp;nbsp; สนับสนุนงบฯ 80,000 บาท&amp;nbsp; และสนับสนุนในระดับชุมชนไม่เกินชุมชนละ 50,000 บาท&amp;nbsp; (รวมงบที่ พอช.อนุมัติแล้วทั้งหมดประมาณ 12 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนหลังหมู่บ้านพระปิ่น 5 ขายอาหารราคาถูกให้ชาวชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยมีแผนงานรวมทั้งหมด 107 แผนงาน/กิจกรรม&amp;nbsp; แบ่งเป็น&amp;nbsp; 1.ศูนย์พักคอยเตรียมส่ง รพ. 22 %&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.อบรมอาชีพ 19 %&amp;nbsp; 3.จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สินค้าจำเป็น&amp;nbsp; ราคาทุน&amp;nbsp; 14 %&amp;nbsp; 4.แจกอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร ให้ผู้กักตัว &amp;nbsp;กลุ่มเปราะบาง 13 %&amp;nbsp; 5.เชื่อมโยงเครือข่ายการทำงาน&amp;nbsp; (เช่น&amp;nbsp; สำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; รพ.สต. สปสช.) 13 % &amp;nbsp;6.ศูนย์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; รับบริจาค&amp;nbsp; รวบรวมข้อมูล&amp;nbsp; ประสานงานการตรวจและลงทะเบียนฉีดวัคซีน หา รพ.&amp;nbsp; และ 7.ครัวกลาง 6 % &amp;nbsp;ทำอาหารแจกหรือขายราคาถูก&amp;nbsp; อิ่มละ 20 บาท&amp;nbsp; คนลำบากกินฟรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อลดการออกไปนอกชุมชน&amp;nbsp; ลดโอกาสเสี่ยงที่จะรับหรือแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111166</URL_LINK>
                <HASHTAG>Community  Isolation, IHRI, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การแยกกักตัวที่บ้าน, จุติ  ไกรฤกษ์, ทีมอาสาโควิดชุมชน, นางสาวนพพรรณ พรหมศรี, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, นายสยาม  นนท์คำจันทร์, ปฏิบัติการขบวนองค์กรชุมชนตื่นรู้สู้ภัยโควิด-19, พม., พอช., ภาคีเครือข่าย, มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.), มูลนิธิเข้าถึงเอดส์, ระบบ Home  Isolation, ระบบการดูแลที่บ้าน, สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ, สถาบันวิจัยและนวัตกรรมเอชไอวี, สปสช., สสส., สู้ภัยโรคร้าย, อาสาสมัคร, เครือข่ายสลัม 4 ภาค, แก้ปัญหาเตียงขาดแคลน, โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fe77cf36703.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 17:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แพทย์ชนบทบุกกรุงเทพฯ ตรวจโควิดเชิงรุกชุมชนผู้มีรายได้น้อย ด้าน พอช.หนุนชาวบ้าน 31 เมือง 332 ชุมชนแก้ผลกระทบจากโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ชาวชุมชนต่างๆ ในกรุงเทพฯ เดินทางมาตรวจหาเชื้อโควิดที่ พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;พอช./ แพทย์ชนบทหลายจังหวัดระดมพลบุกกรุงเทพฯ ตรวจโควิดเชิงรุกชุมชนผู้มีรายได้น้อยกว่า 30 ชุมชน&amp;nbsp; โดยในวันนี้ตรวจโควิดที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; มีชาวบ้านจากเครือข่ายสลัม 4 ภาคและชาวชุมชนใกล้เคียงประมาณ 800 คนเข้าตรวจ&amp;nbsp; ขณะที่ พอช.หนุนชุมชนผู้มีรายได้น้อย 31 เมือง 332 ชุมชนสู้ภัยโควิด-19 จัดกิจกรรม 107 แผนงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เตรียมจุดพักคอย&amp;nbsp; ประสานการตรวจเชื้อ-ฉีดวัคซีน&amp;nbsp; แก้ไขปัญหาปากท้อง&amp;nbsp; จำหน่ายอาหารและสินค้าจำเป็นราคาถูก&amp;nbsp; ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบทร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)&amp;nbsp; เครือข่ายประชาชน&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; มูลนิธิเข้าถึงเอดส์&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพ.ศ.)&amp;nbsp; ได้ร่วมกันสนับสนุนการตรวจหาเชื้อโควิดเชิงรุกให้แก่ชุมชนผู้มีรายได้น้อยในเขตกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ประมาณ 30 ชุมชน&amp;nbsp; ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;แพทย์ชนบทตั้งจุดตรวจโควิดเชิงรุกที่ พอช.และอีก 30 ชุมชนในกรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุดวันนี้ (21 กรกฎาคม) ทีมแพทย์ชนบทจากจังหวัดสุโขทัยจำนวน 12 คน&amp;nbsp; และอาสาสมัครจากหน่วยงานต่างๆ ได้จัดตั้งจุดบริการตรวจหาเชื้อโควิดที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ถนนนวมินทร์&amp;nbsp; เขตบางกะปิ&amp;nbsp; มีชาวบ้านจากเครือข่ายสลัม 4 ภาคจากชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ พอช.&amp;nbsp; และชาวชุมชนใกล้เคียงจำนวนมากเดินทางมาตรวจตั้งแต่เวลา 8.00-16.00 น. &amp;nbsp;โดยมี นพ.อารักษ์&amp;nbsp; วงศ์วรชาติ ผอ.รพ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช &amp;nbsp;ในฐานะที่ปรึกษาชมรมแพทย์ชนบทเดินทางมาให้กำลังใจทีมงาน&amp;nbsp; และให้ความรู้เพื่อป้องกันโรคโควิดแก่ผู้มาตรวจเชื้อด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวนพพรรณ &amp;nbsp;พรหมศรี  เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) กล่าวว่า&amp;nbsp; วันนี้ชมรมแพทย์ชนบทจากจังหวัดสุโขทัยได้มาตั้งจุดตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่ พอช. โดยมีชาวบ้านจากเครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; และเครือข่ายของ พอช. ประมาณ 800 คนตรวจหาเชื้อในวันนี้&amp;nbsp; ถือเป็นการตรวจเชิงรุก&amp;nbsp; และอำนวยความสะดวกให้แก่ชาวชุมชนที่ยังไม่ได้รับการตรวจ&amp;nbsp; และนอกจากการตรวจที่ พอช.แล้ว&amp;nbsp; ในวันนี้ทีมแพทย์ชนบทยังเข้าไปตรวจเชิงรุกในชุมชนผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ อีกประมาณ 10 ชุมชนด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยทีมแพทย์ชนบทจะตรวจคัดกรองโควิด-19 ด้วยชุดตรวจแอนติเจน เทสท์ คิท (Antigen Test Kit) เพื่อให้สามารถตรวจได้จำนวนมาก &amp;nbsp;รู้ผลได้ภายในเวลาประมาณ 30 นาที&amp;nbsp; หากพบว่าผู้ตรวจรายใดติดเชื้อ&amp;nbsp; ทีมแพทย์จะทำการตรวจซ้ำเพื่อให้ได้ผลที่แน่นอน&amp;nbsp; หากพบว่าติดเชื้อจริง&amp;nbsp; ทีมแพทย์จะให้คำแนะนำเพื่อให้ผู้ติดเชื้อกลับไปรักษาตัวที่บ้าน&amp;nbsp; หรือสถานที่พักคอยในชุมชน (Home isolation และ Community Isolation)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ทีมแพทย์ชนบทจาก จ.สุโขทัย &amp;nbsp;ตรวจหาเชื้อด้วยชุดตรวจแอนติเจน เทสท์ คิท รู้ผลได้ภายใน 30 นาที&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดในขณะนี้&amp;nbsp; ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกกลุ่ม&amp;nbsp; โดยเฉพาะคนจน&amp;nbsp; คนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; มีจำนวนมากที่ยังเข้าไม่ถึงวัคซีน&amp;nbsp; ดังนั้นเครือข่ายภาคประชาชนจึงมีข้อเสนอดังนี้ 1.ขอให้รัฐบาลเร่งจัดสรรวัคซีนเพื่อฉีดให้ประชาชนทุกคนได้ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ระบบการดูแลผู้ที่ติดเชื้อที่บ้านและในชุมชนยังมีอุปสรรคจากกฎระเบียบต่างๆ ของหน่วยงานรัฐในท้องถิ่น&amp;nbsp; ทำให้การจัดตั้งศูนย์พักคอยในชุมชนล่าช้า&amp;nbsp; ไม่ทันสถานการณ์&amp;nbsp; และ 3.ขอให้รัฐจัดระบบสวัสดิการให้แก่ประชาชนในรูปแบบของ &amp;lsquo;รัฐสวัสดิการ&amp;rsquo; ไม่ใช่การช่วยเหลือเฉพาะหน้า&amp;nbsp; หรือช่วยเหลือเป็นครั้งๆ ตามสิทธิของพลเมืองไทย&amp;nbsp; ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้&amp;rdquo;&amp;nbsp; เลขาธิการ มพ.ศ.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ชมรมแพทย์ชนบทที่เข้ามาตรวจโควิดเชิงรุกให้ชาวชุมชนผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ประกอบด้วยทีมแพทย์จากนครศรีธรรมราช, ขอนแก่น, &amp;nbsp;รพ.จะนะ, รพ.สมเด็จพระบรมราชินีนาถ &amp;nbsp;อำเภอนาทวี จ.สงขลา, รพ.ตากใบ จ.นราธิวาส, รพ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี, รพ.บ่อเกลือ จ.น่าน, ทีมแพทย์จาก จ.สุโขทัย&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; รวมทั้งหมดประมาณ 100 คน&amp;nbsp; ตั้งเป้าจะตรวจโควิดเชิงรุกได้ไม่ต่ำกว่า 30,000 คนภายในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; การตรวจคัดกรองโควิดที่ พอช.&amp;nbsp; นอกจากจะได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ ดังกล่าวไปแล้ว&amp;nbsp; ยังมีภาคเอกชน&amp;nbsp; โดยบริษัท​เออร์บันคลีนซินเนอร์จีมาช่วยสนับสนุนการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อหลังการตรวจหาเชื้อในวันนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;#39;พอช.&amp;#39; หนุนชุมชนผู้มีรายได้น้อย 31 เมือง 332 ชุมชนสู้ภัยโควิด-19&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่นี้&amp;nbsp; ประชาชนผู้มีรายได้น้อยในเขตแพร่ระบาดสูงสุดจะได้รับผลกระทบมากที่สุด&amp;nbsp; โดยเฉพาะชาวชุมชนแออัด&amp;nbsp; ชาวชุมเมืองที่มีรายได้น้อยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผลกระทบทางด้านสุขภาพอนามัย&amp;nbsp; เพราะที่อยู่อาศัยมีความคับแคบ&amp;nbsp; ประชากรหนาแน่น&amp;nbsp; โอกาสการแพร่เชื้อติดต่อกันจึงมีมาก&amp;nbsp; และที่สำคัญคือ&amp;nbsp; ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; เรื่องปากท้อง&amp;nbsp; เพราะขาดรายได้&amp;nbsp; ตกงาน&amp;nbsp; ไม่มีเงินเลี้ยงดูครอบครัว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;นายสมชาติ ผอ.พอช. (ที่ 6 จากซ้ายไปขวา) กับทีมแพทย์ชนบทจากสุโขทัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จึงมีแนวทางการช่วยเหลือและสนับสนุนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด ในพื้นที่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างเร่งด่วน &amp;nbsp;โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้ใช้กลไกต่างๆ &amp;nbsp;ที่ชุมชนมีการจัดตั้งอยู่แล้ว&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; กองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เป็นเครื่องมือสนับสนุนให้ชุมชนมีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; ได้รวมกลุ่มกันจัดทำแผนงานและกิจกรรมต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ&amp;nbsp; โดยคณะกรรมการสถาบันฯ&amp;nbsp; ได้อนุมัติงบประมาณเพื่อสนับสนุนชุมชนจำนวน 30 ล้านบาท&amp;rdquo; นายสมชาติ&amp;nbsp; ผอ.พอช. กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติบอกว่า&amp;nbsp; พอช.ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 30 ล้านบาทเพื่อจัดทำ &amp;lsquo;โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด&amp;rsquo; เป้าหมายเพื่อให้เครือข่ายชุมชนในระดับเมือง (ในกรุงเทพฯ คือระดับเขต) และชุมชนผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; ได้จัดทำแผนงานการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อโรค&amp;nbsp; การเตรียมจัดทำสถานที่พักคอย&amp;nbsp; ลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจ&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; รายได้&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดยเครือข่ายชุมชนฯ และชุมชนได้เสนอโครงการมาที่ พอช.&amp;nbsp; และ พอช.ได้อนุมัติโครงการเพื่อสนับสนุนชุมชนดำเนินการไปแล้ว (ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 จนถึง 20 กรกฎาคม)&amp;nbsp; รวม 31 เมือง&amp;nbsp; 332 ชุมชน&amp;nbsp; กลุ่มเป้าหมายรวม 67,978 ครัวเรือน&amp;nbsp; (จากทั้งหมด 1,113 ชุมชน)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนงบประมาณสนับสนุน&amp;nbsp; แบ่งเป็น 1.เมืองใหญ่ (เกิน 20 ชุมชน) พื้นที่สีแดง&amp;nbsp; มีชาวชุมชนต้องกักตัวเกิน 81 คนขึ้นไป&amp;nbsp; สนับสนุนงบประมาณ 150,000 บาท&amp;nbsp; 2.พื้นที่สีแดงอ่อน &amp;nbsp;กักตัวระหว่าง 31-80 คน&amp;nbsp; สนับสนุนงบฯ 100,000 บาท&amp;nbsp; 3.พื้นที่สีเหลือง&amp;nbsp; กักตัวไม่เกิน&amp;nbsp; 30 คน&amp;nbsp; สนับสนุนงบฯ 80,000 บาท&amp;nbsp; และสนับสนุนในระดับชุมชนไม่เกินชุมชนละ 50,000 บาท&amp;nbsp; รวมงบที่ พอช.อนุมัติแล้วทั้งหมดประมาณ 12 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;จำหน่ายสินค้าราคาถูกที่เมืองบางบอน กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้พื้นที่ 31 เมือง&amp;nbsp; 332 ชุมชนที่เสนอโครงการและผ่านการอนุมัติแล้ว &amp;nbsp;รวม 107 แผนงาน/กิจกรรม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แบ่งเป็น&amp;nbsp; 1.ศูนย์พักคอยเตรียมส่ง รพ. 22 %&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.อบรมอาชีพ 19 %&amp;nbsp; 3.จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สินค้าจำเป็น&amp;nbsp; ราคาทุน&amp;nbsp; 14 %&amp;nbsp; 4.แจกอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร ให้ผู้กักตัว &amp;nbsp;กลุ่มเปราะบาง 13 %&amp;nbsp; 5.เชื่อมโยงเครือข่ายการทำงาน&amp;nbsp; (เช่น&amp;nbsp; สำนักงานเขต ศูนย์บริการสาธารณสุข&amp;nbsp; อบต.&amp;nbsp; รพ.สต. สปสช.) 13 % &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 6.ศูนย์ประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; รับบริจาค&amp;nbsp; รวบรวมข้อมูล&amp;nbsp; ประสานงานการตรวจและลงทะเบียนฉีดวัคซีน หา รพ.&amp;nbsp; และ 7.ครัวกลาง 6 % &amp;nbsp;ทำอาหารแจกหรือขายราคาถูก&amp;nbsp; (อิ่มละ10- 20 บาท)&amp;nbsp; คนลำบากกินฟรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อลดการออกไปนอกชุมชน&amp;nbsp; ลดโอกาสเสี่ยงที่จะรับหรือแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;เครื่องวัดอุณหภูมิที่ชุมชนเมืองบางบอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนชุมชนที่จัดทำโครงการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เมืองบางบอน (สภาองค์กรชุมชนเขตบางบอน&amp;nbsp; กรุงเทพฯ)&amp;nbsp; รวม 34 ชุมชน&amp;nbsp; จัดทำโครงการป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;ติดตั้งเครื่องสแกนอุณหภูมิวัดไข้ในชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำหน่ายอาหาร&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; สิ่งของจำเป็นในราคาถูกให้แก่ชาวชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แจกอาหารฟรีให้ผู้กักตัว&amp;nbsp; กลุ่มเปราะบาง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง &amp;nbsp;22 ชุมชน &amp;nbsp;มีกิจกรรม&amp;nbsp; ตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยง&amp;nbsp; มอบอาหารให้ผู้กักตัว&amp;nbsp; เตรียมพื้นที่พักคอย&amp;nbsp; สร้างแหล่งอาหาร&amp;nbsp; ปลูกผักในพื้นที่ 1 ไร่&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก 6 บ่อ&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้จากการสำรวจข้อมูลของชุมชนเครือข่ายที่เสนอโครงการมายัง พอช.&amp;nbsp; จำนวน 332 ชุมชน&amp;nbsp; ล่าสุดเมื่อวันที่ &amp;nbsp;20 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp; พบว่า&amp;nbsp; มีผู้สูงอายุ&amp;nbsp; รวม 24,473 คน &amp;nbsp;ผู้พิการติดเตียง รวม 11,610 คน &amp;nbsp;ผู้สูงอายุ +พิการ รวม 3,735 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กเล็ก 0-5 ปี รวม 9,886 คน &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อ รวม 4,078 คน &amp;nbsp;ผู้กักตัว รวม &amp;nbsp;8,148 คน &amp;nbsp;ผู้ได้รับผลกระทบด้านอาชีพรายได้ &amp;nbsp;รวม&amp;nbsp; 17,959 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ชุมชนติดเชื้อสะสม&amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp;421 ชุมชน&amp;nbsp; ผู้ติดเชื้อสะสม จำนวน &amp;nbsp;3,551 คน&amp;nbsp; เสียชีวิต &amp;nbsp;รวม 59 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;แปลงผักของชาวชุมชนเขตบางบอนและสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110602</URL_LINK>
                <HASHTAG>Antigen Test Kit, Community Isolation, Home Isolation, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, จังหวัดสุโขทัย, จัดสรรวัคซีน, ชมรมแพทย์ชนบท, ชุดตรวจแอนติเจน เทสท์ คิท, ชุมชนผู้มีรายได้น้อย, ตรวจโควิดเชิงรุก, นพ.อารักษ์  วงศ์วรชาติ, นางสาวนพพรรณ  พรหมศรี, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, พอช., มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.), มูลนิธิเข้าถึงเอดส์, รัฐสวัสดิการ, สถานที่พักคอยในชุมชน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สปสช., สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, เครือข่ายประชาชน, เครือข่ายสลัม 4 ภาค, แพทย์ชนบท, โครงการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนชุมชนผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับผลกระทบจากโควิด, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f7f22402188.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
