<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/06/2021 14:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/06/2021 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บ้านปู&#039;ซื้อโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ออสเตรเลีย 2 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 มิ.ย. 2564 บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ ประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 2 แห่ง ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ (New South Wales) ประเทศออสเตรเลีย ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เบอริล (Beryl หรือ BSF) กำลังการผลิต 110.9 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์มานิลดรา (Manildra หรือ MSF) กำลังการผลิต 55.9 เมกะวัตต์ ผ่านหน่วยลงทุน Banpu Energy Hold Trust ที่จัดตั้งโดยบริษัท บ้านปู เอเนอร์จี ออสเตรเลีย จำกัด (Banpu Energy Australia Pty Ltd.) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบ้านปู ถือหุ้นในอัตราร้อยละ 100&amp;nbsp; และ บริษัท บ้านปู รีนิวเอเบิล ออสเตรเลีย จำกัด (Banpu Renewable Australia Pty Ltd.) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท บ้านปู เน็กซ์ จำกัด ที่บ้านปู ถือหุ้นในอัตราร้อยละ 50&amp;nbsp; โดยโรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งถือว่าเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่โครงการแรกของบ้านปูในประเทศออสเตรเลีย นับเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานการลงทุนทั้งในเชิงกลยุทธ์ด้านพลังงานสะอาด และต่อยอดระบบนิเวศด้านพลังงานของบ้านปูในประเทศออสเตรเลีย ตามกลยุทธ์ Greener &amp;amp; Smarter ของบริษัทฯ ผลักดันให้บริษัทฯ ก้าวสู่เป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 6,100 เมกะวัตต์ภายในปี 2568

นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า &amp;ldquo;บ้านปูยังคงเดินหน้าลงทุนในธุรกิจพลังงานที่หลากหลายและครอบคลุมทั้งห่วงโซ่ธุรกิจ สอดคล้องกับกลยุทธ์ Greener &amp;amp; Smarter สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้ เราได้เข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วในประเทศออสเตรเลีย 2 แห่ง จากบริษัท นิว เอเนอร์จี โซลาร์ จำกัด (New Energy Solar Limited) โดยมีมูลค่าการลงทุน 97.5 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือ เทียบเท่า 2,332 ล้านบาท โดยการลงทุนครั้งนี้สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่เน้นโครงการที่สร้างกระแสเงินสดได้ทันที ทั้งยังเป็นอีกก้าวสำคัญของธุรกิจบ้านปูในการขยายพอร์ตพลังงานสะอาดและต่อยอดระบบนิเวศของธุรกิจบ้านปูในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีความแข็งแกร่งในธุรกิจต้นน้ำมาอย่างยาวนาน ด้วยความเชี่ยวชาญและความพร้อมในด้านทรัพยากรบุคคล ความสัมพันธ์ที่ดีกับภาครัฐและเครือข่ายธุรกิจกับคู่ค้าและพันธมิตรที่ดีเยี่ยมอีกด้วย&amp;rdquo;

โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 2 แห่งมีกำลังการผลิตรวม 166.8 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ BSF กำลังการผลิต 110.9 เมกะวัตต์ เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2562 และ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ MSF กำลังการผลิต 55.9 เมกะวัตต์ เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนธันวาคม 2561 โรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยจากผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์ระดับ Tier-1 รวมถึงมีระบบหมุนตามแสงอาทิตย์ (Single Axis Tracking System) ส่งผลให้มีอัตราความสามารถในการผลิตเฉลี่ย (Capacity Factor) ในระดับที่ดี รวมทั้งตั้งอยู่ในบริเวณที่มีค่าการสูญเสียไฟฟ้า (Marginal Loss Factor หรือ MLF) ในระดับที่คงที่ เนื่องจากมีความพร้อมในระบบสาธารณูปโภค ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ มีเสถียรภาพในการรับรู้รายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนี้รัฐนิวเซาท์เวลส์ (New South Wales) ยังมีปริมาณความต้องการและการเติบโตของการใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โรงไฟฟ้าทั้ง 2 แห่งจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบสายส่งของประเทศ ผ่านตลาดซื้อขายไฟฟ้าแห่งชาติ (National Electricity Market หรือ NEM) ตามสัญญาการซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะยาว โดยผู้รับซื้อไฟฟ้าจากโครงการทั้ง 2 แห่งมีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในกลุ่มน่าลงทุน (Investment Grade) ส่งผลถึงกระแสเงินสดที่บริษัทฯ จะได้รับอย่างมั่นคงในระยะยาว นอกจากนี้รัฐนิวเซาท์เวลส์ มีนโยบายที่ชัดเจนในการสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ทั้งพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ โดยในปี 2563 มีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 14 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดในตลาดซื้อขายไฟฟ้าแห่งชาติ (NEM) และมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดตั้ง บริษัท Banpu Energy Australia ขึ้นเพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์ Greener &amp;amp; Smarter ของบ้านปูในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งนับว่าเป็นประเทศที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่อบริษัทฯ เป็นอย่างมาก&amp;nbsp; โดย Banpu Energy Australia จะสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ถึงพร้อมด้วยนวัตกรรม ครอบคลุมธุรกิจที่ครบวงจร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด โซลูชันด้านพลังงาน และการบริหารจัดการพอร์ตฟอลิโอในประเทศออสเตรเลีย ในการนี้ Banpu Energy Australia จะเป็นผู้บริหารจัดการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 2 แห่งนี้

&amp;ldquo;การลงทุนในครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการวางรากฐานการลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดในประเทศออสเตรเลีย และยังเป็นการก้าวสู่ตลาดซื้อขายไฟฟ้าที่มีความก้าวหน้าและเป็นตลาดขายส่ง (Wholesale Electricity Market) ที่เปิดเสรีอีกด้วย เราพร้อมขยายพอร์ตการลงทุนที่ตอบโจทย์กลยุทธ์ Greener &amp;amp; Smarter ในประเทศออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเข้าลงทุนผ่านการซื้อกิจการที่สามารถรับรู้รายได้ได้ทันที การพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด (Decarbonization) บนพื้นที่บริเวณเหมืองถ่านหินใต้ดิน ซึ่งบ้านปูได้เข้าไปลงทุนตั้งแต่ปี 2552 หรือต่อยอดสู่ธุรกิจเทคโนโลยีพลังงานในอนาคต อันถือเป็นการเชื่อมโยงต่อยอดระบบนิเวศทางธุรกิจภายในกลุ่มบ้านปูที่แข็งแกร่งอีกด้วย&amp;rdquo; นางสมฤดีกล่าวปิดท้าย

บ้านปู ยังคงเดินหน้าในการสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายกำลังการผลิต 6,100 เมกะวัตต์ ภายในปี 2568 โดยมองหาโอกาสการลงทุนในโรงไฟฟ้าที่ใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในตลาดที่มีความเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าและมีนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง รวมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทั้ง 2 แห่งนี้ บ้านปู จะมีกำลังผลิตรวมจากพลังงานหมุนเวียน 1,073&amp;nbsp; เมกะวัตต์
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105555</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ออสเตรเลีย, บ้านปู, โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210607/image_big_60bdc5fc7db40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>81209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2020 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2020 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BGRIM กู้เงินเอดีบี  5,677 ล้านบาทพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มในเวียดนาม   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ต.ค. 2563 ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย (Asian Development Bank:ADB) และ บริษัท Phu Yen TTP (Phu Yen JSC) ได้ลงนามเงินกู้ 5,677 ล้านบาท เพื่อพัฒนาและดำเนินงานโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 257 เมกะวัตต์ &amp;nbsp;ใน ฮว่า ฮอย จังหวัดฟูเอี้ยน ประเทศ เวียดนาม ซึ่งเป็นเงินกู้สีเขียวที่ได้รับการรับรองครั้งแรกของประเทศเวียดนาม &amp;nbsp;ทั้งนี้ Phu Yen JSC ถือหุ้นโดย บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ในสัดส่วนร้อยละ 80 และ Truong Thanh Viet Nam Group Joint Stock Company (TTVN) ในสัดส่วนร้อยละ 20 &amp;nbsp;โดยการจัดหาเงินทุนประกอบด้วยเงินกู้ 27.9 ล้านดอลลาร์จากเอดีบี และ เงินกู้รวม 148.8 ล้านดอลลาร์จาก (เงินกู้ B loan) ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากธนาคารพาณิชย์ต่างๆ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารเกียรตินาคิน Industrial and Commercial Bank of China (ICBC) จากประเทศจีน และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ รวมไปถึงการจัดสรรเงินกู้ 9.3 ล้านดอลลาร์จาก Private Infrastructure Fund (LEAP) &amp;nbsp;ทั้งนี้เงินกู้ดังกล่าวยังได้รับการรับรองจาก Climate Bonds Initiative หรือ CBI ซึ่งเป็นองค์กรอิสระระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อม นับเป็นเงินกู้สีเขียวรายแรกในภูมิภาค และเป็นหนึ่งในเงินกู้พลังงานทดแทนที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน &amp;nbsp;บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า นับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของบริษัท และรู้สึกยินดีและขอบคุณทางเอดีบี และอีก 5 สถาบันการเงินสำหรับการสนับสนุนเงินกู้สีเขียวของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 257 เมกะวัตต์ ในประเทศเวียดนาม โดยโครงการนี้ได้เปิดจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ให้แก่ Electricity of Vietnam (EVN) เป็นที่เรียบร้อยแล้วและเริ่มรับรู้รายได้ภายใต้สัญญาการรับซื้อไฟฟ้าในอัตรา Feed-in-Tariff (FiT) ที่ 9.35 เซ็นดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 20 ปี &amp;nbsp;ซี่งถือเป็นโครงการสำคัญอย่างยิ่งในการกระตุ้นการใช้พลังงานทดแทนในประเทศเวียดนาม รวมทั้งกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศเวียดนามอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า &amp;nbsp;เป็นอีกครั้งที่ทางบริษัทได้บุกเบิกนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ให้เกิดขึ้นที่เน้นเรื่องการการพัฒนาพลังงานสะอาด ซึ่งครั้งแรกคือพันธบัตรสีเขียว (Green Bond) ตัวแรกในประเทศไทย และครั้งนี้ถือเป็นการนำแนวทางปฎิบัติที่ดีที่สุดในระดับสากลมาประยุกต์ใช้การทำธุรกรรมเงินกู้สีเขียว (Green Loan) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนในเวียดนาม และช่วยส่งเสริมให้เกิดตลาดเงินกู้สีเขียวในภูมิภาค อีกทั้งการทำธุรกรรมสีเขียวนี้ เป็นไปตามนโยบายความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจของทางบริษัทตามมาตรฐานสากลอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายแจ็คกี้ บี. ซูตานิ ผู้อำนวยการแผนกการเงินโครงสร้างพื้นฐานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก สำนักปฎิบัติการภาคเอกชนของเอดีบี กล่าวว่า เอดีบีมุ่งมั่นและยืนยันที่จะสนับสนุน บี. กริม ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนพันธมิตรและคู่ค้าที่สำคัญที่สุดที่ได้ขยายธุรกิจไปสู่เวียดนามในระยะยาวและการพัฒนาธุรกิจทางด้านพลังงานทดแทน &amp;nbsp;และยังรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับ TTVN เป็นครั้งแรก โครงการนี้จะสนับสนุนการพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนามให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อเป้าหมายสู่สังคมคาร์บอนต่ำของประเทศ และหวังว่าจะเป็นการกระตุ้นให้ธนาคารพาณิชย์สนับสนุนเงินทุนสำหรับโครงการพลังงานหมุนเวียนได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์นี้เป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเวียดนาม และเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจะช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 123,000 ตันต่อปี และโรงไฟฟ้าจะรองรับความต้องการไฟฟ้าของเมือง กว๋างหงาย และญาจาง รวมทั้งพื้นที่โดยรอบในภูมิภาคซึ่งนับเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของเวียดนาม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81209</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย, บี.กริม เพาเวอร์, เวียดนาม, โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201020/image_big_5f8e579d9a11f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
