<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 19:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 19:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศักดิ์สยาม&#039;สั่งลุยสู้คดีโฮปเวลล์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค. 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีโครงการโฮปเวลล์ว่า ตามที่ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบสวนความผิดทางละเมิด ตามคำสั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งได้มีการประชุมคณะกรรมการฯ นัดแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมา โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานคณะกรรมการฯ ทั้งนี้ ในการประชุมนัดแรกนั้น ได้มีการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการเพิ่มเติม เพื่อมาพิจารณาทางอาญา ในฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และทำให้เกิดความเสียหาย โดยหลังจากนี้ นายชยธรรม์ ในฐานะประธานคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นนั้น จะนัดประชุมครั้งที่ 2 อีกครั้งต่อไป อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่า จะสามารถต่อสู้คดีได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องโฮปเวลล์ ท่านปลัดฯ ได้ประชุมนัดแรกไปแล้ว และจะมีการนัดประชุมครั้งที่ 2 โดยแต่งตั้งคณะกรรมการเพิ่มเติม ไม่ใช่แค่เรื่องละเมิด แต่ต้องพิจารณาเรื่องอาญาด้วย เราต้องมาดูข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง เพื่อประโยชน์ของประเทศ ซึ่งอะไรถูกก็ว่าถูก อะไรผิดก็ผิด ไม่มีว่าอะไรถูกเป็นผิด ผิดเป็นถูก โดยผมมั่นใจว่า ต่อสู้คดีได้ ในส่วนของดอกเบี้ย ตามที่คณะอนุญาโตตุลาการให้กระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จ่ายคืนเงินค่าก่อสร้าง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ แก่บริษัทโฮปเวลล์รวม 11,888 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 7.5% ต่อปีนั้น ก็เดินไป แต่ผมเชื่อว่า เมื่อได้รับการพิจารณา และคิดว่าจะชนะ จะไม่ต้องเสียเงินเลย และจะพิจารณาในทุกทางต่อไป&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวไว้ว่า ยังไม่ได้มีการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จึงยังไม่นับอายุความตามมาตรา 9 ซึ่งระบุไว้ว่า ถ้าหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย สิทธิที่จะเรียกให้อีกฝ่ายหนึ่งชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ตนให้มีกำหนดอายุความหนึ่งปี นับแต่วันที่หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนนั้นแก่ผู้เสียหายนั้น ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีการจ่ายค่าชดเชย จึงยังไม่นับอายุความ อย่างไรก็ตาม จะดำเนินการให้ได้ข้อสรุปโดยเร็วที่สุด และพิจารณาอย่างละเอียด เนื่องจากโครงการดังกล่าว รวมถึงปัจจุบันแล้วกว่า 32 ปี และมีหลักฐานเยอะที่ต้องพิจารณา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94658</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, สู้คดีโฮปเวลล์, โครงการโฮปเวลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603ce0f34323c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 10:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 10:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคม หลักฐานแน่นจ่อยื่นฟ้องอาญาเอกชนคดีโฮปเวลล์ มั่นใจไม่ต้องเสียค่าโง่ซักบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค. 2562 แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีพิพาทค่าชดเชยโครงการโฮปเวลล์ 2.5 หมื่นล้านบาท เเบ่งเป็นเงินต้น 1.2 หมื่นล้านบาท และดอกเบี้ย 7.5% หรือประมาณ 1.3 หมื่นล้านบาทว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมพบหลักฐานปมข้อพิรุธมากกว่า 20 ข้อ และเตรียมส่งฟ้องศาลปกครองกลาง ในคดีอาญา ฐานทำรัฐบาลเสียผลประโยชน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มั่นใจว่าจะชนะคดีอย่างแน่นอน โดยที่ภาครัฐไม่ต้องเสียค่าชดเชยให้กับเอกชน &amp;ldquo;มองว่าคดีอาญาในลักษณะนี้ ฝ่ายเอกชนอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบและมีโอกาสมากที่จะแพ้คดี จึงไม่น่าแปลกใจที่ทีมเจรจาของฝ่ายเอกชนได้ขอให้กระทรวงคมนาคมชะลอการยื่นฟ้องศาลเพื่อมาเปิดโต๊ะเจรจา&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว กล่าวแหล่งข่าว กล่าวต่ออีกว่า สำหรับแนวทางต่อสู้คดีนั้น จะยื่นฟ้องบริษัทเอกชนในคดีอาญา ซึ่งหากศาลตัดสินให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชนะคดี ซึ่งจะทำให้คำตัดสินของศาลเรื่องค่าชดเชยเป็นโมฆะ เนื่องจากถือว่าการทำสัญญาก่อสร้างโฮปเวลล์เป็นโมฆะไปตั้งแต่แรก จึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยดังกล่าว อีกทั้งยังสามารถฟ้องเอาผิดผู้เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่รัฐซึ่งเข้าข่ายทุจริต รวมถึงรัฐอาจจะได้รับค่าชดเชยแทนอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในส่วนของคดีโฮปเวลล์นั้น เริ่มจากคำประกาศคณะปฏิวัติตั้งแต่ปี 2534 ที่กำหนดให้กิจการด้านขนส่งมวลชน ต้องมีบริษัทผู้รับงานก่อสร้างและบริการเป็น บริษัทสัญชาติไทย กล่าวคือ มีคนไทยถือหุ้นมากกว่า 51% ซึ่งหลักฐานที่คณะทำงานแต่งตั้งโดยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พบว่าทางเอกชนได้ไปแอบอ้างขอจดทะเบียนเป็นบริษัทพิเศษซึ่งมีต่างชาติถือหุ้นมากกว่า 51% พร้อมอ้างว่าได้รับมติเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่เมื่อตรวจสอบแล้ว กลับพบว่าไม่มีมติจาก ครม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งยังมีข้อสังเกตุว่าการอนุมัติโครงการดังกล่าวเป็นไปอย่างรวดเร็ว ทั้งที่แผนงานไม่มีความชัดเจน ในส่วนของสัญญาก็มีเพียงแค่ 8 หน้าเท่านั้นกับโครงการที่มีมูลค่ากว่าแสนล้านบาท โดยในขณะนั้น อยู่ในยุค นายมนตรี พงษ์พานิช เป็นรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม และมี พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี (2532-2535)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า ต่อมาโครงการดังกล่าว เกิดปัญหาจนต้องยกเลิกสัญญา ซึ่งอยู่ในช่วงยุคของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และมีนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีข้อสังเกตว่า มติ ครม.บอกเลิกสัญญา อาจมีการจงใจให้เป็นค่าโง่ที่รัฐต้องจ่ายให้เอกชน เพราะหากรัฐบาลทำการยกเลิกสัญญาแบบทั่วไป คือ ยึดตามกรอบสัญญาและ TOR ฝ่ายเอกชนจะไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากรัฐได้ เพราะรัฐเสียประโยชน์ ทว่ามีการพลิกแพลงให้เป็นการยกเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เปิดช่องให้เอกชนยื่นฟ้องศาลแพ่ง เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจากรัฐ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นการกระทำดังกล่าว ถือเป็นข้อผิดพลาดที่เป็นภาระมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันจะดำเนินการทุกกรณี เพื่อหาตัวผู้กระทำผิดและผู้ร่วมขบวนการมารับโทษที่ได้ก่อไว้ ซึ่งแน่นอนว่าสามารถเอาผิดย้อนหลังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา รฟท.ตกอยู่ในสถานะน้ำท่วมปากทุกยุคทุกสมัย ไม่สามารถขัดขืนการกระทำที่ไม่ชอบมาพากลจากฝ่ายบริหารทั้งกระทรวงคมนาคมและรัฐบาล ตลอดจนไม่สามารถเปิดโปงต้นตอของปัญหาได้ ส่งผลให้ รฟท.ต้องเป็นฝ่ายที่พูดอะไรไม่ได้รอรับคำสั่งเพียงอย่างเดียว นั่นเป็นเพราะไม่มีใครอยากกระเด็นหลุดจากตำแหน่ง ไม่มีใครอยากมีปัญหากับผู้บังคับบัญชา จนกระทบต่อหน้าที่การงาน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48994</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ค่าโง่โฮปเวลล์, โครงการโฮปเวลล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191028/image_big_5db65e2701f3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
