<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยาม จ่อชง ครม.ของบปี64 วงเงิน1.79แสนล้าน ดัน46โครงการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ม.ค.63 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงการประชุมงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่กระทรวงการคลังว่า กระทรวงคมนาคมได้นำเสนอโครงการในปีงบประมาณ 2564 ที่มีมูลค่าเกิน 1 พันล้านบาท จำนวน 46โครงการ คิดเป็นมูลค่าลงทุนวงเงินรวม 1.79 แสนล้านบาท ซึ่งเตรียมนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่ (จังหวัดนราธิวาส) พิจารณาในวันที่ 21 ม.ค.นี้
ทั้งนี้ นายสมคิดได้ให้ข้อเสนอแนะว่า หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เช่น การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ควรพิจารณาขยายโครงข่ายการดำเนินงานไปยังภูมิภาคให้มากขึ้น อาทิ จังหวัดภูเก็ต ขณะที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) นั้น ควรจะมีการขยายงานไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น ตามที่มีแผนการดำเนินการกำหนดไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFF) ที่มีการระดมทุนวงเงิน 4 หมื่นกว่าล้านบาทนั้น โดยจะนำเงินมาใช้กับ 2 โครงการใหญ่ของ กทพ. ประกอบด้วย 1.โครงการก่อสร้างทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง และ 2.โครงการก่อสร้างทางด่วนสายเหนือขั้นที่ 3 ช่วง N2&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการทางด่วน N2 ที่ยังไม่ได้เริ่มกระบวนการประมูลนั้น แต่การใช้เงิน TFF จะต้องเสียดอกเบี้ย จึงควรพิจารณานำเงินที่จะใช้ในส่วนนี้ไปใช้กับโครงการอื่นที่มีผลตอบแทนในการลงทุน เช่น โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 7 ช่วงศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ กับมอเตอร์เวย์ สายนครปฐม-ชะอำของกรมทางหลวง (ทล.) โดยจะต้องพิจารณาให้รอบคอบว่า จะใช้การลงทุนรูปแบบใด ระหว่างการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการภาครัฐ (PPP) กับ TFF อย่างไรก็ตาม หากเงินในกองทุน TFF ไม่พอนั้น ก็สามารถเปิดระดมทุนใหม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ส่วนตัวมองว่าการใช้เงินกองทุน TFF ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนั้น ควรเป็นโครงการที่ดำเนินงานแล้วเสร็จภายในไม่เกิน 1 ปีครึ่ง เนื่องการระดมทุนจะต้องเสียดอกเบี้ย ขณะที่ ในการประมูลนั้น ควรแบ่งออกเป็นหลายสัญญา คล้ายกับโครงการมอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน-นครราชสีมา และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54782</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, โครงการในปีงบประมาณ 2564</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df85a3db7433.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
