<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41820</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/07/2019 13:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/07/2019 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิรัช&#039;ดอดยื่นขอความเป็นธรรม&#039;​ปปช.&#039;ทบทวนชี้มูลความผิดสร้างสนามฟุตซอลโคราช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ก.ค.62 &amp;nbsp;- นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช.) &amp;nbsp;กล่าวถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับการชี้มูลความผิดคดีโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียน จำนวน 56 แห่ง ในพื้นที่เขตการศึกษาที่ 2 จ.นครราชสีมา ซึ่งส.ส.พรรคพลังประชารัฐรวมอยู่ด้วย 3 รายว่า ว่า กรณีดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของสำนักงาน ป.ป.ช. ยังไม่แล้วเสร็จ เมื่อถามย้ำว่า มีการชี้มูลความผิดแล้วหรือยัง นายวรวิทย์ตอบว่า ขออนุญาตไม่ตอบ เพราะจะเกิดผลกระทบหลายส่วน ขอให้ใจเย็นๆ รอข้อมูลที่เป็นทางการจะได้ข้อมูลที่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า ในส่วนคดีโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียน จำนวน 56 แห่ง ในพื้นที่เขตการศึกษาที่ 2 จ.นครราชสีมา ที่ป.ป.ช.ได้มีมติชี้มูลความผิดไปแล้วนั้น มี จำนวน 28 คน อาทิ ส.ส. พลังประชารัฐ 3 คน ถูกชี้มูลความผิดคดีอาญา และความผิดตามพ.ร.บ.การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือพ.ร.บ.ฮั้ว ได้แก่ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และปัจจุบันเป็ฯประธานวิปรัฐบาล &amp;nbsp;นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา และนางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา รวมถึงนายชินภัทร ภูมิรัตน์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ส่วนที่เหลือเป็นระดับผอ.โรงเรียน และครูในพื้นที่เขตการ ศึกษาที่​ 2 จ.นครราชสีมา จำนวน 6โรงเรียน โดยมีมูลค่าความเสียหายรวม 14 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายงานอีกว่า ล่าสุดนายวิรัชได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อป.ป.ช. เพื่อให้ทบทวนการพิจารณาการลงชี้มูลความผิดอีกครั้ง ซึ่งสามารถทำได้ตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฉบับใหม่ที่ให้ผู้ถูกชี้มูลความผิดสามารถร้องขอความเป็นธรรมได้ หากมีพยานหลักฐานใหม่ แม้ป.ป.ช.จะลงมติชี้มูลความผิดไปแล้วก็ตาม จนกว่าสำนวนจะถูกส่งไปถึงชั้นอัยการสูงสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41820</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสร้างสนามฟุตซอลโรงเรียน, วิรัช รัตนเศรษฐ, โคราช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190721/image_big_5d345c4d83622.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/12/2018 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/12/2018 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนข ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา รณรงค์ระบบขนส่งสาธารณะ และความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เตรียมรับรถไฟฟ้ารางเบาเปิดให้บริการปี 2566</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงคมนาคม โดย สนข. ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา รณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ภายใต้นโยบาย One Transport, One Family&amp;quot; เดินทางปลอดภัย ใส่ใจเพื่อนร่วมทางในระบบขนส่งทุกรูปแบบของกระทรวงคมนาคม&amp;nbsp; พร้อมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ต่อการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะและความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในจังหวัดนครราชสีมา รองรับการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้ารางเบา (Light Rail Transit หรือ Tramway) เฟสแรกเปิดใช้ปี 66&amp;nbsp; พร้อมให้บริการประชาชนและนักเดินทางในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาเมืองหลวงประตูสู่ภาคอีสาน และรองรับปลายทางรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสราวุธ ทรงศิวิไล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมตระหนักถึงความสำคัญของการรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน กำหนดให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนเป็นนโยบายสำคัญที่ทุกหน่วยงานในสังกัดจะต้องร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างจริงจัง เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ พร้อมจัดบริการและอำนวยความสะดวกทุกโหมดการเดินทางของประชาชนอย่างเพียงพอ และปลอดภัยผ่านการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการของทุกหน่วยในสังกัดกระทรวงคมนาคมในระบบขนส่งทุกรูปแบบการเดินทางที่ต้องเชื่อมต่อกัน เพื่อความสะดวกและปลอดภัยสูงสุดของประชาชนภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนทุกพื้นที่ทั่วไทย ทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ควบคู่กับการควบคุม กำกับ ดูแล และอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนภายใต้นโยบาย One Transport ,One Family แนวคิด &amp;quot;ขับช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด&amp;quot; และ &amp;ldquo;มอเตอร์ไซด์ เปิดไฟใส่หมวกกันน็อค&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสราวุธฯ กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมา &amp;ldquo;ประตูสู่อีสาน ดินแดนเมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน&amp;rdquo; เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับ ๑ ของประเทศ มีประชากรมากเป็นอันดับ ๒ ของประเทศ เป็นประตูสู่อีสานจุดเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อีสานเหนือและอีสานใต้ แต่บริบทและวิถีชีวิตของสังคมเมืองมีการเปลี่ยนแปลง และขยายตัวอย่างรวดเร็ว เกิดความแออัดของเมือง จนส่งผลให้ความน่าอยู่ของเมืองลดลง ปัญหาการจราจรที่ติดขัดเนื่องจากจำนวนรถที่มากกว่าพื้นที่ถนน มีความล่าช้าในการเดินทาง เนื่องจากระบบขนส่งสาธารณะขาดประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนทําให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิต และทรัพย์สิน ตลอดจนงบประมาณและการลงทุนอย่างมหาศาล ซึ่งเป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนานจนกระทั่งปัจจุบัน กระทรวงคมนาคมได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้มอบนโยบายให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินงานเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งในจังหวัดนครราชสีมาเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจร และปัญหาการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เสริมสร้างศักยภาพให้เป็นเมืองที่มีความพร้อมในการเชื่อมต่อสู่พื้นที่ภาคอีสานทั้งหมด และเป็นพื้นที่รองรับรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเร่งรัดให้มีการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้ารางเบาจังหวัดนครราชสีมาสายแรก เพื่อให้สามารถเปิดบริการได้ในปี 2566 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสราวุธฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ในคราวประชุมครั้งที่ 2/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ๒๕๖๑ ได้รับทราบผลการดำเนินโครงการจัดทำแผนแม่บทจราจรและแผนแม่บทพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมืองนครราชสีมา โดย สนข. ได้ดำเนินการ เสร็จเรียบร้อยแล้ว เป็นระบบรถไฟฟ้า Light Rail Transit หรือ Tramway)มี 3 เส้นทางหลัก ประกอบด้วย สายสีเขียว มีจำนวนสถานีทั้งหมด 20 สถานี ระยะทาง 11.17 กิโลเมตร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;มูลค่าการลงทุน 8,400 ล้านบาท สายสีส้ม มีจำนวนสถานีทั้งหมด 17 สถานี ระยะทาง 9.81 กิโลเมตร มูลค่าการลงทุน 5,200 ล้านบาท และสายสีม่วง มีจำนวนสถานีทั้งหมด 9 สถานี ระยะทาง 7.14 กิโลเมตร มูลค่าการลงทุน 4,800&amp;nbsp; ล้านบาท รวมระยะทาง 28.12 กิโลเมตร ส่วนต่อขยายมี 3 เส้นทาง ประกอบด้วย สีเขียว สีส้ม และสีม่วง รวมสถานีทั้งหมด 20 สถานี ระยะทางรวม 21.97 กิโลเมตร มูลค่าการลงทุนส่วนต่อขยาย3 เส้นทาง จำนวน 14,200 ล้านบาท รวมมูลค่าการลงทุนทั้งโครงการทั้งสิ้น 32,600 ล้านบาท ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินโครงการ โดยมีสายสีเขียวเป็นโครงการนำร่อง เส้นทางเริ่มจากตลาดเซฟวัน &amp;ndash; ถนนมุขมนตรี &amp;ndash; สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านนารีสวัสดิ์ ระยะทาง 11.17 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างกระบวนการออกพระราชกฤษฎีกาให้อำนาจ รฟม. ในการดำเนินโครงการในจังหวัดนครราชสีมาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสราวุธฯ กล่าวตอนท้ายว่า ในวันศุกร์ที่ 21 ธันวาคม 2561 สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมาจัดกิจกรรมเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ต่อการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะและความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ในจังหวัดนครราชสีมาขึ้น ณ บริเวณลานด้านหน้าอนุสวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) โดยมีผู้บริหาร สนข. จังหวัดนครรราชสีมา ส่วนราชการ ส่วนงานท้องถิ่น ดารานักแสดงพร้อมประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมาเข้าร่วมงาน ทั้งนี้เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ต่อการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะและความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และร่วมกันรณรงค์ให้ประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมาหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนการใช้ยานพาหนะส่วนตัว รวมทั้งให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24505</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครราชสีมา, นายสราวุธ ทรงศิวิไล, รถไฟฟ้า., รถไฟฟ้ารางเบา, สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.), โคราช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181218/image_big_5c1878a13f97b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
