<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 16:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WHOจับตาไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ &#039;มิว&#039; หวั่นต้านวัคซีนได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;องค์การอนามัยโลกกำลังเฝ้าจับตาไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ที่ตั้งชื่อว่า &amp;quot;มิว&amp;quot; ซึ่งพบครั้งแรกในโคลอมเบียเมื่อเดือนมกราคม หวั่นการกลายพันธุ์ส่งผลถึงคุณสมบัติของไวรัสในการหลบเลี่ยงภูมิต้านทานจากวัคซีนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 1 กันยายน อ้างคำประกาศด้านโรคระบาดขององค์การอนามัยโลก (WHO) ประจำสัปดาห์ เผยแพร่จากนครเจนีวาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์มิว หรือ B.1.621 กำลังได้รับการจับตามอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สายพันธุ์นี้ถูกจัดให้เป็น &amp;quot;สายพันธุ์ที่น่าจับตา&amp;quot; การกลายพันธุ์ของไวรัสสายพันธุ์นี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงของการต้านทานวัคซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สายพันธุ์มิวมีกลุ่มของการกลายพันธุ์ที่บ่งชี้ถึงคุณสมบัติที่เป็นไปได้ของการหลบเลี่ยงภูมิต้านทาน&amp;quot; คำประกาศกล่าว พร้อมกับย้ำว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีความกังวลอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการเกิดการกลายพันธุ์ใหม่ๆ ของไวรัส ในขณะที่อัตราการติดเชื้อกำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลกอีกครั้ง โดยเฉพาะจากสายพันธุ์เดลตาที่แพร่เชื้อได้ง่ายขึ้นในกลุ่มผู้ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน และในภูมิภาคที่ผ่อนคลายมาตรการป้องกันไวรัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวรัสทุกชนิด รวมถึงไวรัส SARS-CoV-2 ที่ก่อโรคโควิด-19 ล้วนกลายพันธุ์ตลอดเวลา แต่การกลายพันธุ์ส่วนใหญ่มีผลกระทบน้อยหรือไม่มีผลกระทบเลยต่อคุณสมบัติของไวรัส อย่างไรก็ดี การกลายพันธุ์บางอย่างอาจส่งผลต่อคุณสมบัติของไวรัส และมีอิทธิพลต่อการแพร่กระจายได้ง่าย, ความรุนแรงของโรค และการต้านทานวัคซีน, ยา และมาตรการรับมืออื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้ WHO ระบุไวรัสโควิด-19 ที่เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวลไว้ 4 ชนิด รวมถึงแอลฟา ที่พบแล้วใน 193 ประเทศ และเดลตา ที่พบใน 170 ประเทศ ยังมีอีก 5 สายพันธุ์ซึ่งรวมถึงมิว ที่เป็นสายพันธุ์ที่น่าจับตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไวรัสสายพันธุ์มิวพบครั้งแรกที่โคลอมเบีย แต่หลังจากนั้นมีรายงานพบผู้ติดเชื้อในประเทศลาตินอเมริกาอีกหลายประเทศ และในยุโรป แต่ WHO กล่าวว่า ความชุกของสายพันธุ์นี้ทั่วโลกลดลงเหลือต่ำกว่าร้อยละ 0.1 ในกลุ่มผู้ป่วยที่ผ่านการจัดลำดับแล้ว แต่ในโคลอมเบียนั้นความชุกของโรคอยู่ที่ร้อยละ 39.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115308</URL_LINK>
                <HASHTAG>WHO, จับตาโควิดกลายพันธุ์, สายพันธุ์ที่น่าจับตา, สายพันธุ์มิว, องค์การอนามัยโลก, โคลอมเบีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f498336c64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 18:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮติเผยทีมสังหารปธน. 28 ราย มีทั้งอดีตทหารโคลอมเบียและอเมริกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการเฮติเผยว่า ทีมติดอาวุธที่บุกเข้าไปสังหารประธานาธิบดีโฌเวแนล โมอิส เมื่อเช้ามืดวันพุธนั้นมีด้วยกัน 28 คน เป็นชาวโคลอมเบีย 26 คน อีกสองเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายเฮติ เกือบทั้งหมดถูกจับกุมหรือไม่ก็โดนฆ่า ไต้หวันเผยผู้ต้องสงสัยเข้าไปหลบในสถานทูตโดนจับได้ 11 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลีออน ชาร์ลส์ ผู้บัญชาการตำรวจเฮติ แถลงข่าวที่บ้านของนายกรัฐมนตรีในกรุงปอร์โตแปรงซ์ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. 2564 (Photo by Richard Pierrin/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหตุการณ์ลอบสังหารอย่างอุกอาจคร่าชีวิตผู้นำเฮติวัย 53 ปีที่บ้านของเขาในกรุงปอร์โตแปรงซ์เมื่อเช้ามืดวันพุธที่ 7 กรกฎาคม สุ่มเสี่ยงจะทำให้ประเทศที่มียากจนที่สุดในภูมิภาคอเมริกาแห่งนี้ยิ่งถลำสู่ความโกลาหลวุ่นวาย นายกรัฐมนตรีรักษาการคล็อด โจเซฟ ซึ่งประกาศภาวะฉุกเฉิน &amp;quot;สถานการณ์ที่ต้องเข้าควบคุมพื้นที่&amp;quot; นาน 15 วัน และบอกว่าเขาคือผู้กุมอำนาจสูงสุดในประเทศขณะนี้ กำลังเผชิญการท้าทายจากอาเรียล อองรี ที่โมอิสประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่าจะแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีแทนโจเซฟ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม กล่าวว่า คืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ลีออน ชาร์ลส์ ผู้บัญชาการตำรวจเฮติ แถลงข่าวพร้อมกับนำผู้ต้องสงสัย 17 รายมาร่วมในการแถลงข่าว โดยแสดงหลักฐานที่มีทั้งหนังสือเดินทางโคลอมเบีย, ปืนไรเฟิลจู่โจม, มีด, วิทยุสื่อสาร และอุปกรณ์ เช่น กรรไกรตัดเหล็กและค้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกคนต่างชาติเข้ามาในประเทศของเราแล้วฆ่าประธานาธิบดี&amp;quot; ชาร์ลส์กล่าว พร้อมระบุว่า ทีมนี้มีชาวโคลอมเบีย 26 คน และอเมริกันเชื้อสายเฮติอีก 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ ทางการเฮติ ซึ่งใช้ภาษาฝรั่งเศสและครีโอลเฮติเป็นภาษาราชการ กล่าวว่า ทีมสังหารที่บุกจู่โจมบ้านของประธานาธิบดีพูดภาษาอังกฤษและสเปน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกที่โดนจับกุมแล้วนั้นประกอบด้วยชาวโคลอมเบีย 15 คน และอเมริกันเฮติ 2 คน คนร้าย 3 คนโดนวิสามัญฆาตกรรม ตำรวจกำลังตามล่าอีก 8 คนที่เหลือ ชาร์ลส์กล่าวอีกว่า ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสต่อตำรวจ ซึ่งตามรอยผู้ต้องสงสัยไปถึงบ้านหลังหนึ่งในเขตเปชิยงวีล ทางเหนือของเมืองหลวงที่มีประชากร 1 ล้านคนแห่งนี้ จนเกิดการยิงปะทะกันเมื่อคืนวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านดีเอโก โมลาโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมโคลอมเบีย กล่าวว่า การตรวจสอบเบื้องต้นบ่งชี้ว่า ผู้ต้องสงสัยชาวโคลอมเบียที่เข้าร่วมการสังหารครั้งนี้มีอย่างน้อย 6 คนเป็นอดีตทหาร เขาบอกด้วยว่าได้สั่งการให้กองทัพและตำรวจให้ความสนับสนุนการสอบสวนในเฮติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับเฮติ ยืนยันว่า ผู้ต้องสงสัย 11 คนโดนจับกุมภายในสถานทูตของไต้หวัน หลังจากชายติดอาวุธกลุ่มนี้บุกเข้ามาภายในสนามหญ้าของสถานทูต ซึ่งเวลานั้นถูกปิดเนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัยภายหลังการลอบสังหารโมอิส สถานทูตอนุญาตให้ตำรวจเฮติเข้าไปปฏิบัติการภายใน โดยกระบวนการผ่านไปอย่างราบรื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมัตเทียส ปิแอร์ รัฐมนตรีการเลือกตั้งและกิจการระหว่างพรรค ระบุชื่อผู้ต้องสงสัยชาวอเมริกันเฮติว่า รายหนึ่งคือ เจมส์ โซลาจส์ อายุ 35 ปี อีกคนคือโจเซฟ แวงซองต์ อายุ 55 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีพลเมืองอเมริกันโดนเฮติจับกุมหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่สหรัฐกำลังติดต่อประสานกับเจ้าหน้าที่เฮติ รวมถึงกับพนักงานสอบสวน เพื่อหารือว่าสหรัฐจะช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ยังไม่เปิดเผยข้อสันนิษฐานถึงมูลเหตุจูงใจของการสังหาร ทว่า นับแต่ขึ้นสู่อำนาจในปี 2560 โมอิสเผชิญการชุมนุมประท้วงขับไล่ ทั้งจากข้อกล่าวหาคอร์รัปชัน, ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และความพยายามยื้ออำนาจต่อ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109168</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับทีมลอบสังหาร, ลอบสังหารประธานาธิบดี, อเมริกันเฮติ, เฮติ, โคลอมเบีย, โฌเวแนล โมอิส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210709/image_big_60e82eafaf6d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107826</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2021 19:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2021 19:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โคลอมเบียตั้งรางวัล25ล้าน แจ้งเบาะแสมือยิง ฮ.ประธานาธิบดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลโคลอมเบียตั้งเงินรางวัล 3,000 ล้านเปโซ หรือ 25.48 ล้านบาท สำหรับผู้ที่แจ้งเบาะแสนำไปสู่การจับกุมมือปืนที่ยิงเฮลิคอปเตอร์นำประธานาธิบดีอีวาน ดูเก และเจ้าหน้าที่ระดับสูงมาตรวจเยี่ยมพื้นที่ใกล้ชายแดนเวเนซุเอลาเมื่อวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีอีวาน ดูเก (เสื้อสีขาวกลางภาพ) เดินใกล้กับเฮลิคอปเตอร์โดยมีองครักษ์รายล้อม ที่ลานจอดของสนามบินนานาชาติกามิโลดาซาในเมืองกูกูตา หลัง ฮ.โดนยิงเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2564 (Photo by SCHNEYDER MENDOZA/AFP via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะเฮลิคอปเตอร์ของประธานาธิบดีเตรียมลงจอดที่สนามบินกูกูตาในภาคเหนือของประเทศ แล้วโดนกระสุนปืนยิงใส่หลายนัด โดยดูเหมือนว่าเป็นการยิงจากปืนไรเฟิล บน ฮ.ลำนี้นอกจากดูเก ยังรวมถึงรัฐมนตรีกลาโหม ดีเอโก โมลาโน, รัฐมนตรีมหาดไทยดาเนียล ปาลาซิออส และเจ้าหน้าที่อีกหลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์นี้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ภาพถ่ายหลายภาพที่เผยแพร่โดยสำนักงานประธานาธิบดีเผยให้เห็นส่วนหางและใบพัดหลักของเฮลิคอปเตอร์มีรอยกระสุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากสำนักงานประธานาธิบดีโคลอมเบียเผยรูกระสุน (Photo by Presidenct of Colombia)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐมนตรีกลาโหม โมลาโน กล่าวในวิดีโอที่เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดียจากเมืองกูกูตาในวันเสาร์ว่า รัฐบาลเสนอเงินรางวัล 3,000,000,000 เปโซ (ราว 25,485,000 บาท) สำหรับเบาะแสที่นำไปสู่การจับกุมพวกที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีก่อการร้ายครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลตำรวจเอกฮอร์เก บาร์กัส ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ได้ส่งทีมค้นหาออกตรวจค้นในละแวกใกล้เคียงกับสนามบินแห่งนี้ และพบปืนไรเฟิล 2 กระบอก กระบอกหนึ่งเป็นปืนเอเค-47 ที่ยังระบุเจ้าของไม่ได้ อีกกระบอกเป็นไรเฟิลลำกล้อง 7.62 มม. &amp;quot;มีเครื่องหมายของกองทัพเวเนซุเอลา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีดูเกเคยกล่าวหาประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ผู้นำฝ่ายซ้ายของเวเนซุเอลา หลายครั้งว่าให้ที่พักพิงแก่ฝ่ายต่อต้านของโคลอมเบียและพวกนักรบกบฏติดอาวุธ โคลอมเบียและเวเนซุเอลาตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกันในเวลาไม่นานหลังจากผู้นำหัวอนุรักษนิยมของโคลอมเบียรายนี้ขึ้นสู่อำนาจเมื่อปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;องค์การสหประชาชาติ, รัฐบาลสหรัฐ, สหภาพยุโรป และหลายประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกา ต่างประณามการโจมตีอากาศยานของผู้นำโคลอมเบียในครั้งนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107826</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตั้งรางวัลนำจับ, ประธานาธิบดีอีวาน ดูเก, ยิงฮ.ประธานาธิบดี, โคลอมเบีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d86e3b82456.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>72348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2020 22:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2020 22:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โคลอมเบียเพิ่มโทษคุกตลอดชีวิตผู้ร้ายข่มขืน-ฆ่าเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;โคลอมเบียแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มโทษจำคุกตลอดชีวิตผู้กระทำความผิดฐานข่มขืนหรือฆ่าเด็ก จากเดิมที่กฎหมายอนุญาตให้ลงโทษสูงสุดที่จำคุก 60 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีกล่าวว่า ประธานาธิบดีอีวาน ดูเก ของโคลอมเบีย เพิ่งลงนามบังคับใช้กฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มโทษจำคุกตลอดชีวิตผู้กระทำความผิดฐานข่มขืนหรือฆ่าเด็กเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยเป็นการแก้ไขเนื้อหาในรัฐธรรมนูญที่กำหนดบทลงโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 60 ปี และห้ามการลงโทษเนรเทศ, จำคุกตลอดชีวิตและยึดทรัพย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเกกล่าวว่า วันนี้โคลอมเบียไม่ทนกับพวกอันธพาลที่พยายามช่วงชิงความอ่อนโยน ความบริสุทธิ์และหลักการของลูกหลานเราอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉลี่ยแล้ว ในแต่ละวันจะมีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีในโคลอมเบียโดนฆาตกรรมเกือบ 2 ราย ข้อมูลของหน่วยนิติวิทยาศาสตร์เผยด้วยว่า เมื่อปี 2562 มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีมากกว่า 22,000 คนตกเป็นเหยื่อคดีอาชญากรรมทางเพศ และมีเด็กเสียชีวิต 708 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายฉบับใหม่นี้ ซึ่งไม่มีผลย้อนหลัง ถูกพวกนักการเมืองฝ่ายค้าน, นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ วิจารณ์ว่าการเพิ่มบทลงโทษจะไม่สามารถลดจำนวนการก่ออาชญากรรมได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72348</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำคุกตลอดชีวิต, เพิ่มโทษคดีข่มขืน, โคลอมเบีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191007/image_big_5d9b427aa8b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2020 14:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2020 14:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อ้างกลัวไวรัส นักโทษก่อจลาจลในคุกโคลอมเบียดับ23</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้ต้องขังในเรือนจำแห่งหนึ่งของโคลอมเบียก่อจลาจลเมื่อสุดสัปดาห์ กลุ่มสิทธิโทษปัญหาสุขอนามัยภายในคุกท่ามกลางความหวาดกลัวไวรัสโคโรนา มีนักโทษเสียชีวิต 23 คน และบาดเจ็บมากกว่า 80 คน แต่รัฐมนตรียุติธรรมระบุเป็นความพยายามแหกคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญาตินักโทษ, นักข่าว และตำรวจปราบจลาจล รวมตัวกันด้านนอกเรือนจำลาโมเดโลเมื่อวันอาทิตย์ ภายหลังนักโทษก่อจลาจลเมื่อคืนวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์การิตา กาเบโย รัฐมนตรียุติธรรมของโคลอมเบีย แถลงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม 2563 ว่ามีนักโทษ 23 ราย เสียชีวิตในเหตุการณ์จลาจลภายในเรือนจำลาโมเดโลของกรุงโบโกตาเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา และมีนักโทษบาดเจ็บอีก 83 ราย ราวครึ่งหนึ่งถูกส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล ผู้คุมบาดเจ็บด้วย 7 ราย โดย 2 รายอาการสาหัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้เป็นวันอันเจ็บปวดและน่าเศร้ามาก&amp;quot; กาเบโยกล่าว พร้อมกับบรรยายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็นความพยายามแหกคุกหมู่ โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนการที่มีการประสานงานกับนักโทษภายใน ให้ก่อความวุ่นวายภายในเรือนจำ 13 แห่งทั่วประเทศ แต่ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่มีนักโทษหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีหญิงผู้นี้ยังปฏิเสธคำกล่าวหาของกลุ่มสิทธิ ที่ว่าการก่อจลาจลครั้งนี้มีชนวนเหตุจากสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่ถูกสุขลักษณะภายในเรือนจำ ที่ไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีปัญหาด้านสุขภาพที่จะเป็นสาเหตุของแผนหลบหนีและก่อจลาจลเหล่านี้&amp;quot; กาเบโยกล่าว พร้อมกับย้ำว่ายังไม่มีการติดเชื้อในเรือนจำแม้แต่รายเดียว ไม่ว่าจะเป็นนักโทษหรือเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศบนเทือกเขาแอนดีสที่มีประชากร 7 ล้านคนแห่งนี้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 231 เสียชีวิต 2 ราย รัฐบาลประกาศล็อกดาวน์กรุงโบโกตาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อทดสอบความพร้อม ก่อนจะล็อกดาวน์ทั้งประเทศตั้งแต่คืนวันอังคาร เป็นเวลา 19 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โคลอมเบียมีเรือนจำ 138 แห่งที่คุมขังนักโทษไว้มากกว่า 123,000 ราย เรือนจำลาโมเดโลที่เกิดจลาจลมีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของเมืองหลวง รองจากเรือนจำลาปิโกตา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครอบครัวของผู้ต้องขังพากันมาชุมนุมด้านนอกเรือนจำลาโมเดโลเพื่อรอฟังข่าว โดยไม่สนใจมาตรการล็อกดาวน์ควบคุมการแพร่ไวรัส สภาพในเรือนจำที่มองจากภายนอกเมื่อวันอาทิตย์ ยังมีกลุ่มควันสีดำลอยอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เคลาเดีย โลเปซ นายกเทศมนตรีโบโกตา วิจารณ์กระทรวงยุติธรรมและเจ้าหน้าที่เรือนจำที่ไม่แจ้งข่าวครอบครัวผู้ต้องขังและประชาชนเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้อย่างทันท่วงที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเฟร์นันโด คาร์รีโย อัยการสูงสุด เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินในเรือนจำทันที เพื่อสร้างความมั่นใจต่อสภาพสุขอนามัย, รักษาสิทธิและความเป็นระเบียบเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานผู้ตรวจการณ์ของรัฐสภาก็สนับสนุนข้อเสนอนี้ ซึ่งจะอนุญาตให้ปล่อยตัวนักโทษที่มีอายุมากกว่า 60 ปีก่อนกำหนด เพื่อปกป้องคนกลุ่มนี้จากการติดเชื้อ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60621</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักโทษก่อจลาจล, เรือนจำลาโมเดโล, โคลอมเบีย, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200323/image_big_5e78643aed33b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38091</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/06/2019 21:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/06/2019 21:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาดูโร&#039; เปิดพรมแดนชั่วคราว เวเนฯ หลายหมื่นแห่เข้าโคลอมเบีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวเวเนซุเอลาหลายหมื่นคนแห่ข้ามชายแดนเข้าโคลอมเบียเมื่อวันเสาร์ เพื่อขนอาหาร, ยาและสิ่งของจำเป็น ภายหลังประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร อนุญาตให้เปิดจุดผ่านแดนที่ถูกปิดมานานหลายเดือนเพราะวิกฤติการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนรอคิวข้ามแดนที่สะพานไซมอนโบลิวาร์ จากเมืองซันอันโตนีโอเดลตาชีราในเวเนซุเอลา ไปยังเมืองกูกูตาของโคลอมเบีย เพื่อซื้ออาหารและสิ่งของจำเป็น เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน 2562 ว่าประธานาธิบดีมาดูโรมีคำสั่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาให้เปิดชายแดนติดกับโคลอมเบีย ที่รัฐตาชีรา เป็นการชั่วคราว จุดผ่านแดนในรัฐทางภาคตะวันตกแห่งนี้อยู่ใกล้กับสถานที่เป็นศูนย์รวมสิ่งของบรรเทาทุกข์จากนานาประเทศ ซึ่งรัฐบาลฝ่ายซ้ายของเวเนซุเอลาเคยปฏิเสธไม่รับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เข้าสู่เช้าวันเสาร์ ประชาชนหลายพันคนเร่งรีบไปยังสะพานข้ามแดนที่เชื่อมระหว่างเวเนซุเอลากับโคลอมเบีย แถวรอผ่านแดนยาวเหยียด เบลกี รันเคล หญิงชาวเวเนซุเอลาวัย 35 ปีกล่าวทั้งน้ำตาหลังจากรอนาน 3 ชั่วโมงพร้อมกับลูกสาววัย 5 และ 8 ขวบว่า ลูกสาวของเธอทั้งสองคนเป็นไข้เลือดออก จำเป็นต้องข้ามไปรักษาที่โคลอมเบีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บีบีซีอ้างข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศโคลอมเบียว่า ในวันเสาร์ มีประชาชนข้ามแดนจากเวเนซุเอลามากกว่า 30,000 คน และเกือบ 37,000 คนเดินทางกลับไปภายในวันเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าที่เวเนซุเอลาจะปิดพรมแดนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ แต่ละวันจะมีผู้คนข้ามแดนที่สะพานไซมอนโบลิวาร์อินเตอร์เนชันแนล จากเมืองซันอันโตนิโอเดลตาชีราของเวเนซุเอลา ไปยังเมืองกูกูตาของโคลอมเบีย ประมาณ 30,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิกฤติการเมืองในเวเนซุเอลาทำให้รัฐบาลสั่งปิดสะพานแห่งนี้แล้วนำตู้คอนเทนเนอร์มาวางกั้นไว้ เพื่อป้องกันการขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์เข้าประเทศ รัฐบาลของมาดูโรอ้างว่าความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมตามการร้องขอของฮวน ไกวโด ผู้นำฝ่ายค้านที่มากกว่า 50 ประเทศหนุนหลังให้เป็นประธานาธิบดี อาจเป็นข้ออ้างในการรุกรานของกองทัพต่างชาติ ตู้สินค้าเหล่านี้ยังไม่ได้ถูกเคลื่อนย้ายออกจากสะพาน เพียงแต่เปิดช่องให้ผ่านได้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำประกาศจุดผ่านแดนนี้อีกครั้งผ่านทวิตเตอร์ มาดูโรบอกว่า ชาวเวเนซุเอลารักสันติ แต่ก็พร้อมปกป้องเอกราชและการกำหนดการปกครองด้วยตนเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38091</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิโกลัส มาดูโร, สะพานไซมอนโบลิวาร์, เปิดจุดผ่านแดน, เปิดแดนชั่วคราว, เวเนซุเอลา, โคลอมเบีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190609/image_big_5cfd121b6e127.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2019 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2019 21:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาดูโร&#039; สั่งปิดพรมแดนเวเนซุเอลาฝั่งบราซิล สกัดสิ่งของบรรเทาทุกข์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร สั่งปิดพรมแดนเวเนซุเอลาฝั่งบราซิลอย่างไม่มีกำหนดตั้งแต่คืนวันพฤหัสบดี เพื่อขัดขวางการขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ข้ามชายแดน ขณะรัสเซียและจีนประสานเสียงค้านการส่งความช่วยเหลือเข้าเวเนซุเอลาแกมบังคับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร (กลาง) ประชุมกับบรรดาผู้บัญชาการทหารเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / Venezuelan Presidency / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งของมาดูโรที่ประกาศผ่านโทรทัศน์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ เกิดขึ้นก่อนหน้าที่รัฐบาลและฝ่ายค้านจะจัดคอนเสิร์ตประชันกันใกล้จุดผ่านแดนเวเนซุเอลา-โคลอมเบียในวันศุกร์ โดยคอนเสิร์ตระดมทุนที่ฝั่งโคลอมเบียนั้นจัดใกล้กับสะพานผ่านแดนติเอนดิตัส ในเมืองกูกูตา ตามคำร้องขอของฮวน ไกวโด ประธานสมัชชาแห่งชาติที่เป็นผู้นำฝ่ายค้านซึ่งประกาศแต่งตั้งตนเองเป็นประธานาธิบดีเฉพาะกาลของเวเนซุเอลาและได้รับการยอมรับจากมากกว่า 50 ประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไกวโดร้องขอความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากชาติพันธมิตรของเขา นำโดยสหรัฐ โดยอ้างเกิดวิกฤติในประเทศที่จะทำให้ประชาชนกว่า 300,000 คนต้องล้มตายหากไม่ได้รับสิ่งของบรรเทาทุกข์เหล่านี้ เขาตั้งเป้าจะขนสิ่งของบรรเทาทุกข์หลายตันที่รออยู่ใกล้ชายแดน เข้าสู่เวเนซุเอลาในวันเสาร์นี้ โดยได้ระดมอาสาสมัครไว้หลายแสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สะพานติเอสดิตัสในเมืองอูเรนา รัฐตาชิรา ของเวเนซุเอลา มีตู้คอนเทนเนอร์และถังบรรทุกน้ำมันขวางกลางสะพาน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาดูโรได้สั่งให้กองทัพปิดกั้นสะพานข้ามแดนนี้เมื่อหลายวันก่อน เพื่อขัดขวางการขนส่งความช่วยเหลือที่เขาอ้างว่าเป็นฉากบังหน้าการแทรกแซงทางทหารของสหรัฐ และเมื่อวันพฤหัสบดีหลังจากประชุมพวกผู้บัญชาการทหารแล้ว มาดูโรก็แถลงว่า เขาได้สั่งให้ปิดพรมแดนเวเนซุเอลาฝั่งบราซิลอย่างสิ้นเชิง เริ่มตั้งแต่เวลา 20.00 น.ของวันที่ 21 กุมภาพันธ์ จนกว่าจะแจ้งให้ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำฝ่ายซ้ายรายนี้กล่าวด้วยว่า เขากำลังพิจารณาจะปิดพรมแดนฝั่งตะวันตกที่ติดกับโคลอมเบียทั้งหมดด้วย เพื่อตอบโต้การยั่วยุของประธานาธิบดีอีวาน ดูเก ของโคลอมเบีย และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลเวเนซุเอลาได้ปิดพรมแดนทางทะเลและอากาศที่ติดกับเกาะคูราเซา ดินแดนของเนเธอร์แลนด์ในทะเลแคริบเบียนทางเหนือของเวเนซุเอลา ที่ความช่วยเหลือจากสหรัฐพักรออยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ รัฐบาลรัสเซียกล่าวโทษสหรัฐว่ากำลัง &amp;quot;ยั่วยุอย่างอันตราย&amp;quot; และใช้ความช่วยเหลือเหล่านี้เป็น &amp;quot;ข้ออ้างสำหรับการดำเนินการทางทหาร&amp;quot; เพื่อต่อต้านรัฐบาลของมาดูโร ส่วนรัฐบาลจีนกล่าวว่า จีนคัดค้านการใช้กำลังบังคับเพื่อส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่เวเนซุเอลา ที่อาจก่อความขัดแย้งที่นำไปสู่ผลลัพธ์ร้ายแรง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29726</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิโกลัส มาดูโร, บราซิล, ปิดพรมแดน, สิ่งของบรรเทาทุกข์, เวเนซุเอลา, โคลอมเบีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190222/image_big_5c70024f2c031.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
