<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2020 08:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2020 08:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โควิด&#039; ทั่วโลกรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ &#039;หมอธีระ&#039; เตือนไทยอาจกลายเป็นแดนดงโรค แนะเลิกแผนท่องเที่ยวนำต่างชาติเข้าประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.63 - &amp;nbsp;รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความถึงสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกล่าสุด 5 กันยายน 2563 ผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat &amp;nbsp;ระบุว่าสถานการณ์ทั่วโลก 5 กันยายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ติดเพิ่มอีกถึง 319,409 คน ยอดรวมตอนนี้ 26,760,270 คน ตายไปแล้ว 877,886 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกา ติดเพิ่ม 53,970 คน รวม 6,385,367 คน อัตราตาย 3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บราซิล ติดเพิ่ม 50,163 คน รวม 4,091,801 คน อัตราตาย 3.1%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินเดีย ติดเพิ่มโหดมาก 87,115 คน รวมแล้ว 4,020,239 คน อัตราตาย 1.7% คาดว่าอีก 3 วันจะแซงบราซิลขึ้นที่ 2 และที่น่าสนใจคืออัตราตายของอินเดียน้อยกว่าสองอันดับแรกราวครึ่งหนึ่ง โดยของอินเดียนี้เท่าๆ กับประเทศไทยทั้งๆ ที่จำนวนเคสติดเชื้อเยอะมาก ยังไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเหตุใด จะลองเจาะลึกดูข้อมูลอีกครั้งว่าน่าจะมาจากอิทธิพลของลักษณะทางประชากร เช่น อายุ เพศ โรคประจำตัวต่างๆ หรือจากเหตุผลอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัสเซีย ติดเพิ่ม 5,110 คน รวม 1,015,105 คน อัตราตาย 1.7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปรู โคลอมเบีย แอฟริกาใต้ เม็กซิโก ติดกันเพิ่มราว 6,700 8,400 2,000 5,900 ตามลำดับ...โคลอมเบียแซงแอฟริกาใต้ และเม็กซิโกขึ้นมาเกาะอันดับ 6 อย่างเป็นทางการ ทวีปอเมริกาใต้ตอนนี้ระบาดกันหนักมากขึ้นเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สเปน สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน อิหร่าน ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ติดกันหลักพันถึงหลายพัน...โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝรั่งเศสนั้นสถานการณ์ดูแย่ลงมากเพราะติดเพิ่มถึง 8,975 คน และมีอัตราตายสูงถึง 9.9% มากกว่าอเมริกาและบราซิลถึง 3 เท่า และมากกว่าไทยถึง 5 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายประเทศในยุโรป รวมถึงแคนาดา ปากีสถาน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ติดกันเพิ่มหลักร้อยถึงหลายร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย และออสเตรเลีย ติดกันหลักสิบ ในขณะที่เมียนมาร์ เวียดนาม และนิวซีแลนด์ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...จาก 6.6 ล้านขึ้นเป็น 16.6 ล้าน ใช้เวลา 53 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...จาก 16.6 ล้านขึ้นเป็น 26.7 ล้าน ใช้เวลาสั้นลงเพียง 40 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดูข้อมูลแค่สองบรรทัดนี้ ย่อมทราบกันดีว่า สถานการณ์การระบาดทั่วโลกรุนแรงขึ้นอย่างมาก เพิ่มขึ้น 10 ล้านคนโดยใช้เวลาสั้นลงกว่าเดิม 2 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ยืนยันครับว่า ควรยุติการวางแผนผลักดันนโยบายฟองสบู่ท่องเที่ยว ที่จะนำคนต่างชาติเข้ามาสู่ประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโมเดลเกาะสวรรค์จังหวัดร่ำรวย หรืออะไรก็ตามแต่ หากเปิดให้มีการเดินทางระหว่างประเทศเข้ามา จะเกิดหายนะระบาดซ้ำตามมาอย่างรวดเร็ว รุนแรง และคุมได้ยากมาก ผลกระทบจะหนักกว่าระลอกแรกและยาวนาน รวมถึงจะทำให้เกิดการเปลี่ยนภูมิศาสตร์โรคของไทยกลายเป็นแดนดงโรคได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ไม่มีทาง&amp;quot;ที่ระบบสาธารณสุขที่โฆษณาโดยกลุ่มธุรกิจการเมืองว่าเข้มแข็งเอาอยู่แน่นั้นจะรับมือได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาแค่เคสล่าสุดที่รายงานพบการติดเชื้อในประเทศไทย...เราก็จะพบชัดเจนว่า การติดตามตัวผู้สัมผัสให้ครบถ้วนนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ร้านอาหาร/สถานบันเทิงไม่ได้บันทึกข้อมูลผู้ใช้บริการอย่างครบถ้วน ไทยชนะก็ได้รับการใช้น้อยมาก ได้แต่เพียงขอความร่วมมือให้ประชาชนทบทวนเองว่าได้ไปใช้บริการไหม และขอให้มาตรวจและสังเกตอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเกิดการติดเชื้อระบาดจริง...ยากนักที่จะเอาอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้ยุทธศาสตร์สำคัญคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง ดำรงชีพและสร้างนโยบายที่น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้อย่างเต็มที่ อดทน อดกลั้น อดออม ยืนบนขาตนเอง ลดการพึ่งพาต่างชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง ลด ละ เลิก และชะลอนโยบายที่จะนำความเสี่ยงเข้าสู่ประเทศไปอย่างน้อย 6 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม ทบทวนการอนุญาตนำกลุ่มเป้าหมายต่างๆ เข้ามาในประเทศ โดยอนุญาตเฉพาะที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สี่ ขันน็อตระบบตรวจตรากำกับมาตรฐานการดำเนินงานของกิจการต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้า จัดระบบบริการตรวจคัดกรองให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยเฉพาะเขตเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หก ใช้เวลา 6 เดือนนี้ไปกับการปฏิรูประบบธุรกิจอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้เป็นรูปแบบใหม่ และพัฒนาความรู้และทักษะแก่กำลังคนที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ประกอบกิจการ ผู้ให้บริการ และประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยต้องทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักต่อทุกคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76547</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระ วรธนารัตน์, ศบค., โควิ19, โรคระบาด, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200615/image_big_5ee6f2b37dab7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
