<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอธีระ เตือนโควิด-19 ระบาดพุ่งแน่นอนหลังปลดล็อค 7-10 วัน แนะนำช่วงกลางเดือน พ.ค. เหมาะสมสุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;ได้โพสต์ความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat &amp;nbsp;เตือนให้ระวังการปลดล็อค และเฝ้าระวังการระบาดระลอก2&amp;nbsp;
มีรายละเอียดดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอกตรงๆ ว่ามีความเป็นไปได้สูงมากที่เราจะเห็นคลื่นระลอกที่ 2 ตามมาหลังจากการปลดล็อค ในลักษณะคล้ายสิงคโปร์และญี่ปุ่นผสมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่าเหตุใดจึงมีความเห็นเช่นนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิงคโปร์ระบาดหนักระลอกสอง เน้นเกิดในกลุ่มที่เป็นคนต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญี่ปุ่นระบาดหนักระลอกสอง เน้นเกิดในกลุ่มที่มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ ทั้งจากการทำงานและชีวิตส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมองอนาคตอันใกล้ จากข่าวสารที่ฟังจากสื่อสังคม เกี่ยวกับแนวทางการปลดล็อคที่หลายฝ่ายกำลังชงและผลักดัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิตด้านการกิน การช็อป เสริมสวยตัดผม ท่องเที่ยว ตลอดจนการเปิดกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนวทางดังกล่าวต้องรอบคอบอย่างยิ่ง หากตัดสินใจเปิดเร็วโดยไม่พร้อม เราจะเจอทั้งการระบาดในกลุ่มคนงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานทั้งในโรงงาน ก่อสร้าง และงานบริการหลากหลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งหากดูตัวเลขที่รัฐประกาศวันนี้ว่า ผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งขึ้นเป็น 53 คน ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็น active case finding ซึ่งแปลว่ามุ่งเป้าไปเสาะหาหรือตรวจหาก็ตาม แต่สุดท้ายคนกลุ่มใหญ่ที่เจอวันนี้คือ กลุ่มคนต่างด้าวนั่นเอง
ในขณะเดียวกันการติดเชื้อจากการใช้ชีวิต ทั้งที่ทำงาน และการใช้ชีวิตส่วนตัวนั้น แน่นอนว่ายิ่งอยู่ในเมือง ยิ่งแออัด ยิ่งเสี่ยงสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เชื่อขนมกินได้เลยว่า ไม่ว่าจะพลิกมองมุมใด จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่น่าจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน หลังปลดล็อคราว 7-10 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่เราพอจะทำกันได้คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง รัฐควรหน่วงเวลาการปลดล็อค ให้มีจำนวนเคสน้อยๆ ที่สุดเท่าที่จะทำได้ คำแนะนำของผมยังคงเดิมคือ ดีเดย์ปลดเมื่อแตะ 5% ราวกลางเดือนพฤษภาคม เพราะ ณ ตอนนั้น เคสหลงเหลือที่ต้องการการดูแลรักษาในโรงพยาบาลจะเหลือน้อยลงมาก ทำให้ระบบสาธารณสุขมีเวลาพัก และเตรียมรับระลอกสอง รวมถึงมีช่วงเวลาในการเคลียร์ ชดเชยระบบดูแลรักษาคนไข้โรคอื่นๆ ให้ลงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง คนที่อาศัยอยู่ในเมือง เช่น กรุงเทพมหานคร และเทศบาลเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ จง &amp;quot;Keep low profile&amp;quot; หากทำได้ กล่าวคือ ยังยืดหยัดที่จะอยู่นิ่งกับที่ ออกจากบ้านเท่าที่จำเป็น ทำงานที่บ้านให้มากๆ ไปที่ทำงานน้อยๆ เน้นการทำงานติดต่อทางออนไลน์์
หากต้องออกจากบ้าน ต้องใส่หน้ากากเสมอ ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างจากคนอื่นๆ และรีบทำธุระให้เสร็จโดยเร็ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปคือ ทำตัวให้เป็นไปตาม New Normal = New &amp;quot;Me&amp;quot; จนเป็นนิสัย ฝึกตัวเราและสอนลูกหลานให้ทำ เพราะจะอยู่รอดได้อีกเป็นปีต้องมีพฤติกรรมอย่างนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อสองนี้มีไว้เพื่อรักษาตัวเองและครอบครัวของคนที่ยังนิ่งได้ ให้อยู่รอดปลอดภัย เพื่อคอยช่วยเหลือคนในสังคมที่ไม่มีทางเลือกแล้วเกิดได้รับเชื้อมาหลังปลดล็อคในอนาคต ซึ่งจะมากแค่ไหน จะน้อยกว่า เท่ากับ หรือมากกว่าสิงคโปร์หรือญี่ปุ่นนั้น ไม่มีใครตอบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูลที่เราเห็น ตอบได้ว่ามีโอกาสสูงแน่ๆ แต่ความเห็นส่วนตัวน่าจะเป็นแนวโน้มน้อยกว่าหรือเท่ากับสองประเทศนั้น เพราะความหนาแน่นประชากรของเราน้อยกว่าเค้าอยู่บ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64263</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลดล็อค, ผศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์, โควิด 19 ระบาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200426/image_big_5ea4ecd810557.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
