<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 08:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่คนไทยจิตตกเท่าช่วงนี้&#039;หมอมนูญ&#039;แนะวิธีการลดระดับความเครียด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 มิ.ย.64 -&amp;nbsp; นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้
ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนที่คนไทยจิตตกเท่ากับช่วงเวลานี้ที่มีการระบาดระลอกที่ 3 ของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข คนไทยจำนวนมากตกงาน ธุรกิจเสียหาย ขาดรายได้เลี้ยงครอบครัว อดอยาก ไม่มีกินไม่มีใช้ คนมีเงินก็ไม่สามารถเดินทาง ท่องเที่ยว พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ร้องเพลง เต้นรำ เล่นกีฬาที่ชอบ เพราะต้องกักตัวเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ยังพุ่งขึ้นต่อเนื่อง เมื่อมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 คนไทยบางคนก็ยังขาดความเชื่อมั่น สับสนเสพข่าวสารมากเกินไป กลัวผลข้างเคียงของวัคซีน ลังเลไม่ยอมฉีด ทั้งๆที่วัคซีนเป็นหนทางเดียวที่จะหยุดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางคนนัดวันไปฉีดวัคซีน ก่อนถึงวันนัด วันที่ฉีด และวันต่อๆมาเป็นสัปดาห์หลังจากฉีดวัคซีนแล้ว มีอาการเครียด วิตกกังวล หงุดหงิด แสดงอาการทางกายหลายอย่างเช่นหายใจไม่อิ่ม ต้องถอนหายใจ เหนื่อยง่าย นอนไม่หลับ ตื่นบ่อย เวียนหัว อ่อนเพลีย ไม่มีแรง แพทย์ช่วงนี้ต้องทำงานหนักขึ้น นอกจากจะต้องดูแลคนป่วยสารพัด แล้วยังต้องดูแลคนจิตตก เครียดหมู่เพิ่มขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การลดระดับความเครียดลงได้มีหลายวิธี เช่น ดูหนัง ดูละครที่บ้าน ฟังเพลง ร้องเพลง เล่นดนตรี ในบ้าน วาดรูป เลี้ยงสัตว์ ปลูกต้นไม้ ออกกำลังกายในบ้าน ในสวนสาธารณะ ไม่กินอาหารมากเกินไป สวดมนต์ ทำสมาธิ และนอนหลับให้เพียงพอ
ขอให้ทุกคนพยายามผ่อนคลาย ไม่เครียด เราคงต้องอยู่กับโรคโควิด-19 นี้อีกนาน อย่ายอมแพ้ ต้องชนะโรคร้ายนี้ และผ่านวิกฤติไปด้วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107567</URL_LINK>
                <HASHTAG>การติดเชื้อไวรัสโควิด-19, นพ. มนูญ ลีเชวงวงศ์, โควิด-จิตตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_605939a1aa247.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2020 14:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2020 14:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พระเมธีวชิโรดม&#039; เผยคู่มือพิชิตจิตตก แนะใช้วิกฤติโควิดฟื้นฟูจิตใจ พัฒนาตัวเองให้ดีกว่าเดิม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.63 - พระเมธีวชิโรดม หรือ ท่าน ว.วชิรเมธี ผู้ก่อตั้งศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง &amp;quot;คู่มือพิชิตจิตตก&amp;quot; โดยมีเนื้อหาระบุว่า พระพุทธองค์ตรัสว่า &amp;ldquo;จิตตกให้ยกจิต&amp;rdquo; หากโควิด 19 ทำให้จิตตก เราขอแนะนำให้ &amp;ldquo;ยกจิต&amp;rdquo; ด้วยวิธีการดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เสพข่าวเชิงลบให้น้อยลง
2.ฟื้นฟูจิตใจด้วยการจัดบ้าน/ทำสวน/ทำงานศิลปะ
3.ทำงานเล็กๆ น้อยๆ อยู่เสมออย่าปล่อยให้จิตฟุ้ง
4.สร้างนวัตกรรมอะไรสักอย่างหนึ่งเพื่อเป็นที่ระลึกช่วงวิกฤติโควิด
5.อยู่ห่างๆ คนคิดลบ พูดลบ ทำลบ
6.ชุบชูใจให้สดชื่นด้วยสมาธิภาวนาและการสวดมนต์
7.ใช้เวลาคุณภาพกับครอบครัว
8.ลงทุนในการพัฒนาตัวเองให้เก่งและดีกว่าเดิม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63436</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, คู่มือพิชิตจิตตก, พระเมธีวชิโรดม, ว.วชิรเมธี, โควิด-จิตตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e3fe5613d267.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60294</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“โควิด-จิตตก”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 10pt;&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ของประชาชนยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสดังกล่าวยังคงสูงขึ้นแบบรายวัน ตรงนี้ยิ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่นของประชาชนทั้งประเทศ และยังคงติดตามใกล้ชิดเกี่ยวกับมาตรการในการรับมือ ดูแล และป้องกันของรัฐบาลที่ออกมาว่าจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน และมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เมื่อใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ออกมาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีมาตรการเข้มงวดเพื่อป้องกันการนำเชื้อเข้าสู่ประเทศไทย พร้อมทั้งต้องมีการติดตั้งแอปพลิเคชันติดตามตัว รวมทั้งให้มีการเลื่อนวันหยุดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 13-15 เม.ย.2563 ออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยให้เป็นวันทำงานปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังห้ามไม่ให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจเดินทางไปต่างประเทศ ยกเว้นกรณีจำเป็น อีกทั้งยังขอความร่วมมือไปยังประชาชนให้งดไป-กลับต่างประเทศเช่นกัน รวมทั้งได้สั่งการให้ปิดสถาบันศึกษาทุกประเภท สนามมวย สนามกีฬา ผับบาร์ โรงหนัง นวดแผนโบราณในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล เป็นเวลา 14 วัน เริ่มตั้งแต่ 18-31&amp;nbsp; มี.ค.2563 สั่งการให้งดกิจกรรมเคลื่อนย้ายคนข้ามจังหวัด ให้หน่วยราชการส่งเสริมการทำงานที่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และให้ กทม.พิจารณามาตรการจำกัดการแพร่ระบาดและการเคลื่อนย้ายเสนอศูนย์โควิด-19 พร้อมทั้งสั่งการให้ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปเร่งพิจารณามาตรการลดผลกระทบด้านเศรษฐกิจของประชาชน โดยยืนยันชัดเจนว่า &amp;ldquo;นี่ไม่ใช่มาตรการปิดกรุงเทพฯ หรือปิดประเทศ!&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทันทีที่มาตรการเข้มข้นในการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ชุดนี้ออกมา ต้องยอมรับว่ามีทั้งเสียงสนับสนุน และคัดค้าน นั่นเพราะคำสั่งปิดสถานให้บริการหลายๆ อย่าง อาจส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการ และลูกจ้างในกิจการนั้นๆ แต่เชื่อว่ารัฐบาลก็อยากให้มองในภาพรวมว่า &amp;ldquo;การสกัดกั้นการแพร่ระบาด&amp;rdquo; น่าจะเป็นวิธีการที่จำเป็น และเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ ครม.เองก็ได้ออกชุดมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อลดผลกระทบที่เกิดจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งถือเป็นมาตรการระยะที่ 1 ประกอบด้วย มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปี ระยะเวลา 2 ปี วงเงินสินเชื่อต่อราย 20 ล้านบาท, มาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินในการผ่อนเกณฑ์และอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงสินเชื่อมากขึ้น เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังมีมาตรการด้านภาษี อาทิ การเร่งคืนภาษีมูลค่าเพิ่มผู้ประกอบการภายในประเทศ อีกทั้งยังมีการบรรเทาภาระการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ คืนเงินประกันค่าใช้ไฟฟ้า (ค่ามิเตอร์) และการลดเงินสมทบเข้ากองทุนของนายจ้างและลูกจ้าง ซึ่งทั้งหมดจะเป็นมาตรการชั่วคราว โดยหลังจากนี้จะมีการพิจารณาความเหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และยังมีมาตรการเพื่อกระตุ้นภาคตลาดทุน รวมถึงมาตรการในการให้ความช่วยเหลือและเยียวยาในส่วนอื่นๆ ไปจนถึงมาตรการจากสถาบันการเงิน เพื่อบรรเทาผลกระทบของประชาชนและผู้ประกอบการอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แน่นอนว่าผลจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; ครั้งนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ความเชื่อมั่นของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยเสี่ยงให้กับภาพรวมเศรษฐกิจของไทยในปีนี้ที่รุนแรงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยล่าสุด &amp;ldquo;สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด&amp;rdquo; ได้ออกมาคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยปี 2563 จะขยายตัวติดลบ 1% พร้อมทั้งมองว่ามีความเป็นไปได้ที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีกในการประชุมวันที่ 25 มี.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี มองว่าแม้จะมีมาตรการในการดูแล เยียวยา และช่วยเหลือออกมาจากรัฐบาล แต่หากสถานการณ์การแพร่ระบาดยังคงลุกลาม จนดูเหมือนยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ &amp;ldquo;ความวิตกกังวลของประชาชน&amp;rdquo; ต่อเรื่องนี้ก็ดูจะคลี่คลายได้ยาก ตรงนี้คงเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญวัดฝีมือรัฐบาลเพื่อพิสูจน์ความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในทุกมิติ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ครองขวัญ รอดหมวน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60294</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ครองขวัญ รอดหมวน, โควิด-จิตตก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
