<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“โควิด”ซัดเศรษฐกิจ64โคม่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปี 2564 เป็นอีกปีที่เศรษฐกิจยังได้รับผลกระทบจากการระบาดของ &amp;ldquo;โควิด-19&amp;rdquo; ทั้งผลกระทบที่ต่อเนื่องมาจากการระบาดและมาตรการควบคุมการระบาดในระลอกที่ 1 และระลอกที่ 2 เมื่อปี 2563 และกับการระบาดในระลอกที่ 3 ที่หลายฝ่ายยอมรับว่าระลอกนี้ค่อนข้างรุนแรง ทั้งในแง่ของผู้ติดเชื้อใหม่ที่ยังอยู่ในระดับสูงต่อวัน จำนวนผู้ป่วยอาการหนัก จำนวนผู้ป่วยสะสมเฉพาะการระบาดระลอกที่ 3 รวมถึงจำนวนผู้เสียชีวิตที่อยู่ในระดับสูง ทำให้รัฐบาลยังจำเป็นต้องใช้มาตรการในการควบคุมการระบาดต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ แม้ว่ามาตรการควบคุมการระบาดระลอกที่ 3 จะไม่เข้มข้นเท่าการระบาดในระลอกแรกเมื่อปี 2563 แต่ก็มีการจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจบางส่วน อีกทั้งความวิตกกังวลเกี่ยวกับการระบาดก็ยังส่งผลกระทบกับความเชื่อมั่น ซึ่งเชื่อมโยงไปในหลายมิติที่มีผลกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลายหน่วยงานได้มีการออกมาปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้ลง โดยปัจจัยหลักเป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่ง &amp;ldquo;ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC)&amp;rdquo; ก็เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่ได้ปรับลดแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2564 ลงเหลือ 1.9% จากคาดการณ์เดิมที่ 2% หลังจากได้รับผลกระทบค่อนข้างมากจากการระบาดระลอกใหม่ที่คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 4 เดือน (เม.ย.-ก.ค.) ในการควบคุม ซึ่งจะส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชน โดยเฉพาะกิจกรรมทางเศรษฐกิจในลักษณะ face to face ลดลงมาก ก่อนที่การระบาดจะลดลงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งมีแนวโน้มสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจราว 3.1 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขณะที่ จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศปีนี้มีแนวโน้มลดลงต่ำกว่าคาดการณ์มาอยู่ที่ 4 แสนคน แม้ทางการจะมีแผนเปิดประเทศในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 เนื่องจากประเทศส่วนใหญ่ยังระมัดระวังในการเปิดให้ประชาชนเดินทางไปต่างประเทศจากความกังวลต่อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมแผลเป็นต่อธุรกิจและแรงงาน โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอย่างมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ดี สาเหตุที่เศรษฐกิจจะไม่ชะลอลงมากจากคาดการณ์ครั้งก่อนเป็นเพราะ &amp;ldquo;แนวโน้มการส่งออกที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง&amp;rdquo; ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่ฉีดวัคซีนได้เร็ว รวมทั้งมาตรการความช่วยเหลือของภาครัฐ ทั้งจากวงเงิน 2.4 แสนล้านบาท ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท และวงเงินจาก พ.ร.ก.กู้เงินเพิ่มเติมอีก 5 แสนล้านบาทที่ออกมาใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;EIC คาดว่าจะมีเม็ดเงินบางส่วนราว 1 แสนล้านบาทเข้าช่วยพยุงเศรษฐกิจเพิ่มเติมในปีนี้ ในภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะยังฟื้นตัวอย่างช้าๆ โดยเศรษฐกิจจะต้องรอถึงช่วงต้นปี 2566 จึงจะกลับไปเท่ากับระดับจีดีพีก่อนเกิดโควิด-19 รวมทั้งยังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงด้านต่ำ ได้แก่ ระยะเวลาในการควบคุมการระบาดที่อาจนานขึ้น และความล่าช้าด้านการฉีดวัคซีน ซึ่งอาจทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอ่อนแอและล่าช้าออกไปอีก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยการเร่งฉีดวัคซีนเพื่อช่วยสร้างความเชื่อมั่นและฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะสั้น ควบคู่กับการผลักดันมาตรการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อรองรับ New Normal จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการลดขนาดของความเสียหายทางเศรษฐกิจแบบถาวร (permanent output loss) ของเศรษฐกิจไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ EIC มองว่า 3 แผลเป็นทางเศรษฐกิจที่มีผลกระทบระหว่างกัน และจะเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป ได้แก่ 1.พลวัตทางธุรกิจที่ซบเซา โดยอาจจะพบว่ามีกิจการเปิดเพิ่มขึ้นในไตรมาส 1/2564 เทียบกับปีก่อนหน้า นำโดยภาคเกษตร แต่กิจการโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ยังหดตัวสูงต่อเนื่อง ขณะที่กิจการจำนวนมากยังประสบภาวะขาดรายได้ เสี่ยงต่อการเป็นบริษัท zombie&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; 2.ตลาดแรงงานฟื้นตัวช้า โดยการวางง่านในไตรมาส 1/2564 เพิ่มขึ้นสูงกว่าปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้แรงงานทั้งค่าจ้าง ค่าโอทีและโบนัสลดลงในทุกสาขาธุรกิจ การฟื้นตัวจะช้าเนื่องจากกำลังในการจ้างงานของภาคธุรกิจได้ลดน้อยลง และ 3.การถดถอยของงบดุลที่ต้องซ่อมแซม โดยงบดุลภาคครัวเรือนยังมีแนวโน้มถดถอยลงจากปีก่อนหน้า จากภาระหนี้ที่สูงขึ้น ขณะที่รายได้ฟื้นตัวช้า ได้ส่งผลให้การใช้จ่ายมีแนวโน้มชะลอตัวและการก่อหนี้ใหม่ทำได้ยาก แม้ความต้องการของสินเชื่อของผู้บริโภคยังมีสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องสัดส่วนหนี้ครัวเรือนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นสูงสุดในไตรมาส 1/2564 จากนั้นจะทยอยลดลง แต่ก็จะยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งเสี่ยงต่อภาวะ Debt Overhang โดยหนี้ครัวเรือนเคยเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติศาสตร์เมื่อไตรมาส 4/2563 ตามการลดลงของจีดีพี ขณะที่หนี้ยังขยายตัวจากมาตรการพักชำระหนี้อีกด้วย. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครองขวัญ รอดหมวน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105181</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, ครองขวัญ รอดหมวน, โควิด ซัดเศรษฐกิจ64โคม่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
