<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93247</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 19:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 19:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลัสเตอร์ รปภ.จุฬาฯ  พบผู้ติดเชื้อ 22 ราย ส่วนใหญ่เป็นวัยทำงานไม่มีอาการแพร่เชื้อในวงโต๊ะอาหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.พ.64- &amp;nbsp;ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.เฉวตสรร นามวาท รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด 19 ว่า วันนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 72 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังในโรงพยาบาล 21 ราย ค้นหาเชิงรุกในชุมชน 48 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศ 3 ราย รักษาหายเพิ่มขึ้น 680 ราย ทำให้ผู้ติดเชื้อสะสมระลอกใหม่ ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2563 - 16 กุมภาพันธ์ 2564มีจำนวน 20,549 ราย หายป่วยสะสม 19,386 ราย ยังอยู่ระหว่างการรักษา 1,141 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นพ.เฉวตสรร กล่าวต่อว่า การระบาดระลอกใหม่ของโควิด 19 ภาพรวมการค้นหาเชิงรุกในพื้นที่ กทม. ตรวจคัดกรองเชิงรุกในสถานที่เสี่ยงการติดเชื้อจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ 1.ตลาด ตรวจตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค. 2563 &amp;nbsp;จำนวน 466 ตลาด ตรวจให้กับพ่อค้า แม่ค้า และผู้ที่เกี่ยวข้องกับตลาดกว่า 4 หมื่นคน พบติดเชื้อ 14 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.03 เป็นการติดเชื้อแบบประปรายไม่เป็นกลุ่มก้อน 2.ในสถานประกอบการดำเนินการตรวจ ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค 2563 จำนวน 128 แห่ง ในกลุ่มแรงงานจำนวน 16,177 คน พบติดเชื้อ 65 รายคิดเป็นร้อยละ 0.40 โดยติดเป็นกลุ่มก้อน 5 โรงงาน และ3.ในชุมชนเริ่มตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 2563 จำนวน 4,654 คน พบติดเชื้อ 35 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.75 ซึ่งทุกแห่งสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลุ่มผู้ป่วยยืนยันที่เชื่อมโยงกับ รปภ. จุฬานิวาสน์ พบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนจำนวน &amp;nbsp;22 ราย ส่วนใหญ่เป็นคนวัยทำงาน และไม่มีอาการ ทีมสอบสวนโรคจึงได้การดำเนินการตรวจค้นหาเชิงรุกที่ศูนย์บริการสุขภาพจุฬาฯจำนวน 862 คน พบผู้ติดเชื้อ 22 ราย และรอผล 165 คน และในตลาดรอบจุฬาฯจำนวน 434 คน ผลไม่พบเชื้อ 334 คน และอยู่ระหว่างรอผล 100 คน ขณะนี้ไม่มีรายงานผู้ป่วยเพิ่มเติม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จากการสอบสวนทำให้เห็นถึงการเชื่อมโยง ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้มีการติดเชื้อ ไม่ใช่จาก 1 คนไปสู่ 1คน แต่เป็นการแพร่ไปในครอบครัว กลุ่มที่พักอาศัยชั้นเดียวกัน กลุ่มที่ทำงานที่มีความใกล้ชิด สนิทสนม รับประทานอาหารร่วมกัน และยังมีการตรวจพบเจอเชื้อที่เครื่องสแกนนิ้ว ถือเป็นจุดเสี่ยงที่ต้องระมัดระวัง แม้จะมีความเสี่ยงน้อยกว่าการรับประทานอาหารร่วมกัน พูดคุย หัวเราะ ใกล้ชิดกัน ก็ไม่ควรประมาท ต้องให้ความสำคัญ ในเรื่องการล้างมือสม่ำเสมอจะสามารถช่วยหยุดการระบาดเชื้อโควิด 19 ได้อีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93247</URL_LINK>
                <HASHTAG>#จุฬาฯ, นพ.เฉวตสรร นามวาท, โควิด1-9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210216/image_big_602bb35f66b9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65533</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 14:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 14:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!ผีพนันไม่กลัวโควิดอ้างมีเจลล้างมือ-ใส่หน้ากากจนยอดจับกุมเพิ่มขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.63-พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย &amp;nbsp;โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงภาพรวมการดำเนินการของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง หรือ ศปม.หลังมีการผ่อนคลายให้ดำเนินการหรือทำกิจกรรมบางประเภทว่า จากการรวบรวมสถิติเปรียบเทียบ 7 วันก่อนหน้านี้ที่มีการผ่อนคลาย และหลัง 7 วัน ไม่ว่าจะเป็นการนอกเคหะสถานในช่วงเคอร์ฟิว หรือการรวมกลุ่ม มั่วสุ่ม ลักษณะเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ ทั้งสองส่วนปรากฎว่าหลังจากมีการผ่อนคลาย ภาพรวมกระทำผิดสูงขึ้นนิดหน่อยไม่มาก จากเดิม 7 วันก่อนหน้านี้ประมาณ 4,407 คดี แต่หลังวันที่ 3 พ.ค. จนถึงวันที่10 พ.ค. จำนวน5,363 คดี เพิ่มขึ้นประมาณ 900 กว่าคดี หรือร้อยละ 21 นอกจากนี้ หากแยกในรายละเอียดความผิดออกนอกเคหะสถาน เพิ่มขึ้น 827 คดี ส่วนใหญ่ยังมีประชาชนบางส่วนไม่สามาถปรับการใช้ชีวิตประจำวัน ยังคงออกจากบ้านโดยไม่มีเหตุอันควร เช่น การไปเที่ยวบ้านเพื่อน ร้อนออกมาทำธุระ ซึ่งมันไม่ใช่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนการเล่นการพนันจากเดิม 664 คดี เป็น 704 คดี เพิ่ม 40 คดี แต่ที่น่าสนใจคือ หลังวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ความปิดเรื่องการมั่วสุม โดยการดื่มสุราสูงขึ้น เช่น 300 เป็น 600 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองเราไม่อยากจับกุมดำเนินคดี เราอยากตักเตือนแต่เหลือทนจริงๆ ประเภทเตือนแล้วครั้งที่ 1 ครั้งที่ 2 ไปยังเจออีก หรือมั่วสุ่ม ดื่มสุรา ส่งเสียงรบกวนประชาชนโทรศัพท์แจ้งเราพบบ่อยมาก นอกจากนี้ ที่ยังจับกุมได้อยู่ตลอด คือ การเล่นการพนัน จำนวนรายลดลงก็จริง จากเดิมเล่น 2-3 คน แต่ระยะหลังพบว่ามีผู้เล่นสูงขึ้น 10-20 คน และมีการมั่วสุ่มในเรื่องสุรา ประกอบกัน ซึ่ง ผบ.ทสส และผบ.ตร ย้ำเสมอว่าตรงจุดนี้เป็นสิ่งที่เราตักเตือนมาพอสมควร ในความผิดประเภทซ้ำซ้อน จากนี้ต้องดำเนินการเข้มงวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามว่า มีภาพหลังจับกุมบ่อนการพนันพอผู้สื่อข่าวไปสอบถามการรวมกลุ่มไม่กลัวโควิดหรือ พบทั้งหมดบอกมีเจลล้างมือ และใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ตรงนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้าไปทำความเข้าใจหรือไม่ว่าการเข้าไปจับกุมไม่ใช่เฉพาะเรื่องการทำความผิดอย่างเดียวเท่านั้น พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า ต้องแยกให้ออกเรามีกฎหมายพิเศษพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ละจังหวัดมีพ.ร.บ.โรคติดต่อ ซึ่งจะออกข้อกำหนดตามพ.ร.บ .โรคติดต่อ แต่ละจังหวัด หลักใหญ่ 3 หลัก ที่ยังมีอยู่คือเรื่องหน้ากาก การล้างมือ แต่ที่บกพร่องบ่อยครั้ง คือ การรักษาระยะห่าง การรวมกลุ่มแบบนั้นเสี่ยงแพร่เชื้อโรค โดยปกติเจ้าหน้าที่สายตรวจชุดเคลื่อนที่เร็วดูครอบคลุมหลายส่วน ทั้งนี้ สถานประกอบการหลายแห่งทำดี เราต้องชม บางส่วนยังต้องปรับปรุง เราดำเนินการ รวมถึงการกวดขัน จับกุม มั่วสุ่ม ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่โรคอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการเล่นการพนัน ตั้งวงดื่มสุรา นั่งใกล้กันใส่หน้ากากก็จริง แต่ไม่ตลอดเวลา เพราะมีการพูดคุย เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ เราควบคุมตัวเลขได้อย่างดี แต่ยังมีบางส่วนบกพร่องอยู่
&amp;nbsp;
พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ปกครอง และสาธารณสุข ลงพื้นที่ตรวจสถานที่ประกอบการหลายแห่งที่มีการผ่อนคลาย พบว่าน่าสนใจในช่วง 3-4 วันนี้มีผู้ฝ่าฝืน จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็แล้วแต่ &amp;nbsp;จากการไปลงพื้นที่ตรวจ 6,000 กว่า ปฏิบัติตามมาตรการประมาณ 6,001 ไม่ปฏิบัติตามประมาณ1-2 เปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อคืนวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ตัวเลขน่าชื่นใจตัวเลขเกือบจะศูนย์แล้ว พอเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ปกครอง เขต ท้องถิ่น และสาธารณสุขไปตรวจตรวจตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตามร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต และตลาดตัวเลขลดลงไปเยอะพอสมควร ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ร้านอาหารหลายร้านเป็นตัวอย่างที่ดีให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ถ้าต้องนั่ง 2 คนก็มีฉากกั้น อย่างไรก็ตาม ทั่วประเทศให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีทั้งจากผู้ประกอบการและผู้ที่ไปจับจ่ายใช้สอยในซูเปอร์มาร์เก็ต อยากให้คงแบบนี้ต่อเนื่องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65533</URL_LINK>
                <HASHTAG>การพนัน, พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย  โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ศปม., โควิด1-9</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb7ab0b803b2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
